Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการจับกุมเจ้าของทัวร์ Happy Trips หลอกขายทัวร์แล้วทิ้งลูกค้า

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันมาร้องเรียนกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กรณีถูกเจ้าของบริษัททัวร์ชื่อ Happy Trips หลอกลวงชักชวนให้ผู้เสียหายซื้อโปรแกรม นำเที่ยวต่างประเทศ อาทิ ทัวร์ดูบอลที่ประเทศอังกฤษ หรือทัวร์ที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยมีการโฆษณาผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook, YouTube, Website โดยมีการใช้ดารานักแสดงร่วมเดินทางเพื่อสร้างความเชื่อถือ และยังจูงใจด้วยการจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม เช่น ไป 5 จ่าย 4 เป็นต้น เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อซื้อโปรแกรมนำเที่ยวกับผู้ต้องหา แต่หลังจากจ่ายเงินซื้อทัวร์แล้ว กลับถูกผู้ต้องหาทิ้งทัวร์โดยไม่มีการจัดนำเที่ยวตามที่ตกลงไว้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายจำนวนกว่า 320 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.คูคต   ภ.จว.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ รับคำร้องทุกข์และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ นายสุขสันต์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของบริษัททัวร์ดังกล่าว ศาลจังหวัดธัญบุรีได้อนุมัติตามหมายจับที่ 292/2566 ลงวันที่ 19 พ.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและผู้ใดโดยทุจริต

หรือโดยหลอกลวงนำเข้าซึ่งข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องไม่กระทำการอันใดให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือนักท่องเที่ยว” 

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายสุขสันต์ฯ พักอยู่ภายในบริเวณบ้านเลขที่ 40/51 หมู่ 5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

ซึ่งนอกจากคดีของ สภ.คูคต แล้ว กลุ่มผู้เสียหายยังได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักสอบสวนในพื้นที่ สน.ปทุมวัน, สภ.บางกรวย ภ.จว.นนทบุรี, สภ.ทุ่งสง ภ.จว. นครศรีธรรมราช ซึ่งได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายสุขสันต์ฯ ไว้แล้ว

จะได้ดำเนินการอายัดตัวผู้ต้องหาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ความผิดดังกล่าวยังเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ จะได้ร่วมกับ ปปง. ในการดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่กลุ่มผู้เสียหายได้มายื่นเรื่องขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว ได้สั่งการให้ สภ.คูคต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ เร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับเจ้าของบริษัททัวร์ดังกล่าว และสามารถจับกุมได้

เบื้องต้นได้สั่งให้ท้องที่ที่มีการเกิดเหตุอื่นๆ เร่งออกหมายจับและนำมาอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุด หลังจากนี้จะได้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหาเพื่อตรวจยึดอายัดและนำมาคืนให้ผู้เสียหายต่อไป

EVme จับมือ on-ion ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง เปิดสถานีชาร์จ EV ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน 1 มิถุนายนนี้

บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVme Plus) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรรายแรกของประเทศไทย พร้อมด้วย ออน-ไอออน (on-ion) ภายใต้บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EVme Charging Station) บนทำเลศักยภาพ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน (Siam Paragon) เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV และสนับสนุนให้คนไทยใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ EV เดินทางได้อย่างไร้กังวล โดยพร้อมเปิดให้บริการวันที่ 1 มิถุนายน 2566 นี้

นายสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด เผยว่า อีวี มี ดำเนินธุรกิจเพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร นอกเหนือจากการให้บริการแพลตฟอร์มเช่ารถยนต์ไฟฟ้า สถานีอัดประจุไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยรองรับการขยายตัวของตลาด EV และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคให้หันมาใช้งานรถ EV อย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเพื่อการขนส่งและการเดินทางอย่างยั่งยืนชั้นนำของอาเซียน

นายโทรณ หงศ์ลดารมภ์ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ EV Charger บริษัท อรุณ พลัส จำกัด กล่าวว่า การจับมือกับ อีวี มี ในครั้งนี้ เพื่อเสริมทัพขับเคลื่อนความมั่นคงด้านพลังงานแห่งอนาคต ส่งเสริมไลฟ์สไตล์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาด โดย ออน-ไอออน ในฐานะผู้ร่วมให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าบนพื้นที่สยามพารากอน ซึ่งเป็นศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศ จะช่วยให้ผู้ใช้ EV เกิดความมั่นใจในการเดินทางอย่างไร้กังวล นอกจากนี้ รถ EV ที่ใช้บริการชาร์จไฟที่นี้จะได้รับพลังงานไฟฟ้าที่เป็นพลังงานสะอาดจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% และเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งผู้ใช้บริการนอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการใช้รถ EV และพลังงานสะอาดแล้ว จะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมายจาก ออน-ไอออน อีกด้วย

อีวี มี และ ออน-ไอออน พร้อมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำและส่งเสริมการใช้ EV อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการขยายพื้นที่ให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้า ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเป็นเครื่องอัดประจุไฟฟ้าชนิดกระแสสลับ (AC Charger) ขนาดกำลังไฟ 7 กิโลวัตต์ จำนวน 6 ช่องจอด ติดตั้งบริเวณชั้น 3A ฝั่งนอร์ท เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. สามารถรองรับรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV : Plug-in Hybrid) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV: Battery Electric Vehicle) ได้ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ที่รองรับหัวชาร์จ Type 2 และควบคุมการใช้งานผ่าน on-ion Mobile Application ทั้งในระบบ Android และ iOS

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล ‘ก้าวไกล’ อาจต้องยกเก้าอี้ ประธานสภาฯ ให้เพื่อไทย เพื่อให้ ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

(26 พ.ค. 66) เลียบการเมือง..สุดสัปดาห์   ก็ต้องมาขมวดสถานการณ์ส่งท้ายกันให้สะเด็ดน้ำอีกนิดว่า..แม้จะบอกว่าพรรคฝ่ายตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย  ยึดผลประโยชน์ชาติและประชาชน  แต่สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลก้าวไกลไม่ได้ราบรื่นแบบโรยด้วยกลีบกุหลาบแม้แต่นิดเดียว...ยิ่งนานวันก็ออกอาการแบบการเมืองเดิมๆ..
เอาล่ะ ไม่พูดพล่ามทำเพลง  เล็ก  เลียบด่วน  ขอหน้าแหกฟันธงไว้สัก 3ประการดังนี้..
ประการที่หนึ่ง –ศึกชิงตำแหน่งประธานสภา   หลังจากมีการประดาบ สำแดงพลังกันพักใหญ่ ในที่สุดพรรคเพื่อไทยก็คงเป็นฝ่ายชนะ..แต่อาจมีข้อแลกเปลี่ยนพิเศษให้กับพรรคก้าวไกล...

ประการที่สอง  - เมื่อตกลงชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งประธานสภาแล้ว   เพื่อไทยก็จะโอบอุ้มหนุนส่งพิธา   ลิ้มเจริญรัตน์  ไปจนถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีช่วงปลายเดือนก.ค.หรือต้นส.ค.....แน่นอนพรรคเพื่อไทยยกมือหนุนให้พิธา....แต่คะแนนของพิธาจะผ่าน 376 เสียงหรือเกินครึ่งของรัฐสภาเพื่อจะได้เป็นนายกฯหรือไม่อยู่ที่มือของสว.เป็นหลัก...

ประการที่สาม- พิธาคงไปไม่ถึงฝันเพราะสว.ส่วนใหญ่ไม่ยกมือให้  ถึงตอนนั้น พรรคก้าวไกลอาจหนุนนายกฯของพรรคเพื่อไทย  แต่เสียงอาจไม่ถึง 376 เสียงอีกเพราะสว.อาจตั้งแง่ว่า  ตราบใดที่มีพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลจะไม่โหวตให้...เกมการเมืองก็จะพลิ กโฉมหน้าไปอีก  โดยโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับขั้วรัฐบาลเดิม   พรรคก้าวไกลต้องไปเป็นฝ่ายค้านมีสูงมาก...

อาจมีบางฝ่ายในปีกอนุรักษ์นิยมเชื่อว่า   เมื่อพิธาสอบไม่ผ่าน...ก้าวไกลประกาศไปเป็นฝ่ายค้าน ลุงตู่หรือลุงป้อมอาจพลิกเกมลงสู้ชิงนายกฯแข่งกับพรรคเพื่อไทย  ซึ่งน่าจะชนะแน่เพราะมี250 เสียงจากสว.หนุน  จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย    ลากไปซักปีค่อนปีแล้วค่อยยุบสภานั้น...สูตรนี้”เล็ก  เลียบด่วน”  เห็นว่าคิดได้..ทำได้  แต่ถ้าทำจริงๆน่าจะเข้าทางด้อมส้ม..เลือกตั้งรอบหน้าฟ้าถล่มดินทลายแน่นอน...ขณะที่สูตรยอมหนุนพรรคเพื่อไทย เอาไว้ถ่วงดุลกับก้าวไกล  น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า...

นั่นเป็นการคาดหมายสถานการณ์...ซึ่งไม่ว่าหวยจะออกมาอย่างไรก็ต้องขอบอกว่า  วันก่อนเห็นภาพว่าที่นายกฯทิม  พิธา  ยกคณะไปตัดสูทตัดชุดกันที่ร้านทรงสมัยซั่งฮี้แล้วก็อยากบอกว่าแม้ที่สุดฝันเก้าอี้นายกฯอาจไม่เป็นจริง..แต่กับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านสภาผู้แทนราษฎรก็ถือว่าทรงคุณค่า  เท่ระเบิดเถิดเทิงเหมือนกัน.....

มีคนถามไถ่กันมากว่าทำไม..ผู้พันปุ่น  ศิธา  ทิวารี  หนึ่งในแคนดิเดทนายกฯพรรคไทยสร้างไทย   ต้องเล่นบทผู้สื่อข่าวตั้งคำถามและแนะนำให้พรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลทำแอ๊ดวานซ์  เอ็มโอยู  ผูกขากันเดิน..ห้ามพรากจากกัน จนเกิดเรื่องบานปลาย..ก็ตองบอกว่าหากมองชั้นเดียวผู้พันปุ่นน่าจะทำเพื่อพรรคตัวเอง..เพราะตราบใดมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำพรรคไทยสร้างไทยก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญตัวหนึ่ง  แต่ถ้าเกมพลิกพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ..เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงคงไม่แฮปปี้ที่จะเห็นคุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธ์   หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย มาร่วมวง..?..

ไปที่พรรคประชาธิปัตย์...ไม่เกินความคาดหมาย  เกมการประชุมใหญ่วิสามัญ  เลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในอีกไม่นานนี้  จากองค์ประชุม 19 ประเภทนั้น..จะให้น้ำหนักการโหวตอยู่ที่ ส.ส.ชุดใหม่  25 คน 70 เปอร์เซ็นต์  อีก 18 ประเภทองค์ประชุม เช่น ประสาขา,ตัวแทนจังหวัด,อดีตส.ส. ฯลฯ  30 เปอร์เซ็นต์...เช่นนี้แล้วใครอยากรู้ว่าหัวหน้าและเลขาคนใหม่เป็นใครก็ต้องไปถาม.”.เลขาต่อ”...กับนายกฯชาย..ที่คุมเสียงส.ส.ชุดใหม่เบ็ดเสร็จ...และขณะที่หลายคนบอกอย่าสิ้นหวัง ฟื้นคืนชีพพรรคได้แน่  แต่อีกไม่น้อยบอกว่า..ที่นี่มืดจริงหนอ..!!!

สวัสดีครับ

เรื่อง : เล็ก เลียบด่วน

สตม. รวบหัวหน้าแก๊งชาวไต้หวันเปิดบริษัทผลิตยาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ปั่นหุ้นหลอกลวงประชาชน ผู้เสียหายกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.

ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้ สตม. รวบหัวหน้าแก๊งชาวไต้หวันเปิดบริษัทผลิตยาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ปั่นหุ้นหลอกลวงประชาชน ผู้เสียหายกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท 

สตม. ได้รับการประสานงานจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กรณีผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) รายสำคัญ คือ MR.HUANG หรือ นายหวง (นามสมมติ) อายุ 61 ปี สัญชาติจีน (ไต้หวัน) ซึ่งก่ออาชญากรรมหลอกลวงประชาชน เปิดบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปั่นหุ้นหลอกลวงประชาชน มีผู้เสียหายมากกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท    

บก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.กก.4 บก.สส.สตม. พร้อมพวก สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้สืบสวนจนทราบว่า MR.HUANG   ถือหนังสือเดินทางประเทศวานูอาตู เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ก.พ.64 ด้วยวีซ่า THAILAND PRIVILEGE CARD และหลบซ่อนตัวอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ จึงได้ทำการสืบสวนและติดตามจนพบ MR.HUANG

ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวฯ ที่บริเวณริมถนนย่านประตูน้ำ จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและ  ขอทำการตรวจค้น ก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจแล้ว โดย MR.HUANG สมัครใจ  พาตรวจค้นห้อง ผลตรวจค้นพบ เงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง, บัตรประชาชนของประเทศสิงคโปร์ พร้อมทั้งบัตรเครดิตจำนวนหลายรายการ และ MR.HUANG ยังยอมรับว่า

ก่อนหน้านี้ได้หลบหนีไปที่ประเทศสิงคโปร์ จากนั้นได้ทำหนังสือเดินทางประเทศวานูอาตู และหลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย ซึ่งหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและหัวหน้าแผนกประสานงานอาชญากรรมประจำประเทศไทยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ได้ร่วมทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และนำตัวส่ง   กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พฤติการณ์ของแก๊งดังกล่าวนั้น มีการจัดตั้งบริษัทเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาในช่วงสถานการณ์   การแพร่ระบาด COVID-19 หลังจากมีการเปิดบริษัทแล้วได้นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และให้ผู้ร่วมขบวนการทำการเปิดบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศทำการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าว และทำรายงานอันเป็นเท็จเพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชนเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนเข้าซื้อหุ้น

โดยราคาของหุ้นจะถูกปั่นไปจนถึง 500,000 กว่าบาทต่อ 1000 หุ้น และหลังจากที่มีประชาชนซื้อหุ้นแล้วได้โยกเงินไปยังต่างประเทศแล้วทำการปิดบริษัท เบื้องต้นมีผู้เสียหายมากกว่า 10,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 23,000 ล้านบาท และจากการสืบสวนขยายผลของผู้ต้องหารายนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวัน ได้ทำการยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 60 ล้านบาท และ มีการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้อีก 29 ราย โดยจับกุมได้แล้ว 27 ราย

กรมอุทยานแห่งชาติฯ เชิญบริจาคสนับสนุนมูลนิธิพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล

มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือแก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งครอบครัวของผู้ปฏิบัติงานพิทักษ์ป่า ตลอดจนบุคคล องค์กร กลุ่ม ชมรม สมาคมและอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีสวัสดิภาพและคุณภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม รวมทั้งให้มีการส่งเสริมและพัฒนาการคุ้มครองปกป้อง ดูแลรักษา ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืน  

ให้มีการเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ ความชำนาญและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ให้มีช่องทางการสนับสนุนช่วยเหลือแก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานคุ้มครอง ป้องกัน ปราบปราม ดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งกรณีการเกิดพิบัติภัยซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้เสริมสร้างและปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการจัดกิจกรรม การจัดฝึกอบรม สัมมนา ศึกษา ดูงาน และอื่น ๆ  

โดยตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล ได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จนถึงปัจจุบัน รวม 255 ราย รวม 9,812,500 บาท 

ในโอกาสอันดีที่มูลนิธิพิทักษ์ป่าและรักษาทะเลครบรอบ 5 ปี จึงขอเชิญชวนประชาชน องค์กร และหน่วยงานต่างๆ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกท่านด้วยการบริจาคสมทบทุนกับมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล

ชื่อบัญชี มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล เลขที่บัญชี 053-436926-9 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา บางบัว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล

โทร. 062-047-8887 ตามวันและเวลาราชการ

‘ทีวีดี โบรกเกอร์’ ผนึกกำลัง ‘กรุงไทยพานิชประกันภัย’ เปิดตัว ‘ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 100 ปี’ รับสังคมผู้สูงอายุ

‘ทีวีดี โบรกเกอร์’ ในเครือ บมจ.ทีวีดี โฮลดิ้งส์ หรือ TVDH ผนึกกำลัง ‘กรุงไทยพานิชประกันภัย’ เปิดตัว ‘ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 100 ปี’ ที่ได้สิทธิขายเพียงรายเดียว รับโอกาสประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ให้ความคุ้มครองตั้งแต่อายุ 20 - 75 ปี และต่อประกันได้ถึงอายุ 100 ปี ชูจุดเด่นไม่ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ เพิ่มการคุ้มครองแบบ อบ.2 เต็มทุน ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต อวัยวะ สายตา หู หรือทุพพลภาพ พร้อมรับสิทธิพิเศษจากโรงพยาบาลเครือข่าย 350 แห่ง เริ่มเปิดจำหน่ายแล้วผ่านช่องทางคอลล์เซ็นเตอร์ของทีวี ไดเร็ค เว็บไซต์ทีวีดี โบรกเกอร์ และตัวแทนขายประกัน ปักธงเบี้ยรายรับปีแรก 45 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 10% ของเป้าหมายเบี้ยรายรับรวม 350 ล้านบาทในปีนี้

ดร.อาทิตย์ น้อยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีดี โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัย ในเครือบริษัท ทีวีดี โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVDH เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2566 บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัยอย่างเต็มรูปแบบเพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่ง หลังจากก้าวสู่บริษัทนายหน้าประกันภัยที่มียอดขายประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลผ่านช่องทางคอลล์เซ็นเตอร์ (ไม่รวมช่องทางอื่นๆ) ติด 1 ใน 3 อันดับแรกในปีที่ผ่านมา โดยมียอดขายรวมกว่า 35,000 กรมธรรม์ ดังนั้นแผนงานในปีนี้จะเปิดตัวประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพื่อสร้างการจดจำแก่บริษัทฯ และรับโอกาสจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย รวมถึงต่อยอดนำเสนอประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลดังกล่าวกับฐานลูกค้าของบริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด ในเครือ TVDH ที่มีอยู่กว่า 7 ล้านรายในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่พร้อมตัดสินใจซื้อหากเจอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ 

ล่าสุดบริษัทฯ จึงผนึกความร่วมมือกับบริษัท กรุงไทยพาณิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 100 ปี’ (ประกัน PA 100 ปี) ซึ่งบริษัทฯ ได้รับสิทธิการขายเพียงรายเดียวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยร่วมกันออกแบบกรมธรรม์และเงื่อนไขที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าและความคุ้มค่า แบ่งเป็น 

1) กลุ่มอายุ 20 - 75 ปี เบี้ยประกันเริ่มต้น 1,500 บาทต่อเดือน 
2) กลุ่มอายุ 76 - 80 ปี (ต่ออายุ) เบี้ยประกันเริ่มต้น 2,250 บาท 
และ 3) กลุ่มอายุ 80-100 ปี (ต่ออายุ) เบี้ยประกันเริ่มต้น 2,950 บาทต่อเดือน 

ทั้งนี้ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคล 100 ปี มีจุดเด่นด้านเงื่อนไขรับทำประกันที่ให้ลูกค้าสามารถต่อประกันได้ถึงอายุ 100 ปี โดยไม่ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ รองรับผู้เอาประกันที่มีชั้นอาชีพ 1, 2 และ 3 กำหนดทุนประกันเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท และสูงสุด 2 ล้านบาท   

นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิการคุ้มครองที่เหนือกว่า ได้แก่ การคุ้มครอง อบ.2 แบบคุ้มครองเต็มทุนเพิ่มเติม ครอบคลุมถึงการสูญเสียชีวิต อวัยวะ สายตา การรับฟังเสียง พูดออกเสียงหรือทุพพลภาพถาวร จากปกติผู้ทำประกันจะได้รับคุ้มครองเฉพาะ อบ.1 ได้แก่ การสูญเสียชีวิต มือ เท้า สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ขณะที่ทุนประกันจะเพิ่มขึ้นปีละ 3% ในกรณีที่ต่ออายุประกันปีที่ 1 - 4 พร้อมรับผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลกระดูกแตกหักเนื่องจากอุบัติเหตุ (จ่ายเพิ่มจากผลประโยชน์การรักษาพยาบาล ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง) เริ่มต้น 5,000 บาท ไม่ต้องสำรองจ่าย ค่ารักษาพยาบาลกรณีเข้ารักษาที่โรงพยาบาลในเครือข่าย 350 แห่งทั่วประเทศ อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน, โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 และ 2, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 
ประชาชื่น, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ฯลฯ อีกทั้งผู้เอาประกันสามารถใช้บริการเทเลเมดิคัล รับคำปรึกษาทางการแพทย์ผ่านโทรศัพท์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 100 ปี เริ่มจำหน่ายแล้ว มุ่งเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ ลูกหลานที่ห่วงใยสุขภาพของพ่อ-แม่หรือญาติพี่น้องและบุคคลทั่วไป โดยขายผ่านช่องทางคอลล์เซ็นเตอร์ของทีวี ไดเร็ค เว็บไซต์ของทีวีดี โบรกเกอร์ และตัวแทนขายประกัน 50 ราย

“ความร่วมมือระหว่างทีวีดี โบรกเกอร์ และกรุงไทยพานิชประกันภัยครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบสนองความต้องการทุกเจนเนอเรชั่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่เริ่มมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น โดยวางเป้าหมายมียอดเบี้ยรายรับประกันอุบัติเหตุ 100 ปีในปีแรกที่ 45 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 10% ของเป้าหมายยอดเบี้ยรายรับรวมทั้งบริษัทฯ 350 ล้านบาท” ดร.อาทิตย์ กล่าว

‘กฤษณะ’ อดีตทนายคุณแม๊ ตัดสินใจปฏิเสธ ไม่ทำคดีให้ ‘แอม ไซยาไนด์’ หลัง ไม่ยอมสารภาพคดีก้อย

จากกรณีที่ ทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ซึ่งเคยเป็นทนายความให้คุณแม่ของแตงโม ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีรับว่าความเป็นทนายให้ แอม ไซยาไนด์ โดยยื่นข้อแม้ว่า ต้องรับสารภาพในคดีของก้อย ไม่เช่นนั้นตนจะถอนตัว

ล่าสุดวันนี้ ทนายกฤษณะ เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นทนายของแอมเมื่อคืนนี้ เหตุผลเพราะแอมไม่รับสารภาพในคดีการเสียชีวิตของก้อย โดยบอกตนตั้งแต่ตอนที่เข้าไปเยี่ยม เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ตนมานั่งตรึกตรองดูอีกครั้ง เมื่อเขาไม่รับสารภาพ ทั้งที่ตนอธิบายเหตุผลทุกอย่างให้ฟังแล้ว เขาบอกว่าจะยังสู้ต่อ ตนก็เลยตัดสินใจถอนตัวเมื่อคืนนี้

ขณะที่ ทนายพัช ธันย์นิชา ที่ยังระบุตัวเองว่าเป็นทนายของแอม จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฐานช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ ด้วยการทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

ครม. เคาะอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. กำหนดให้ “วาฬสีน้ำเงิน” เป็นสัตว์ป่าสงวน ด้านกรมทะเลชายฝั่ง ย้ำ!! ช่วยกันดูแลไม่ให้สูญพันธุ์จากท้องทะเลไทย

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รรท.อทช. เปิดเผยว่า วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญในด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีมาตรการป้องกันการที่สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ติดเครื่องมือประมง โดยมีการรณรงค์ในเชิงป้องกัน เช่น การให้เครื่องหมาย Dolphin free tuna สำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่าซึ่งมีกระบวนการจับโดยไม่ทำอันตรายโลมา หรือการกีดกันสินค้ากุ้งทะเลจากประเทศไทย

เนื่องจากปัญหาการที่มีเครื่องมือประมงอวนลากกุ้งติดเต่าทะเลโดยบังเอิญ การที่ประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ ย่อมส่งผลดีในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ในระบบห่วงโซ่อาหาร วาฬสีน้ำเงินจัดเป็นกลุ่มผู้บริโภคลำดับสูงซึ่งต้องอาศัยการค้ำจุนของผู้ผลิตเบื้องต้น ได้แก่ แพลงก์ตอนพืชผ่านต่อสายพลังงานมายังแพลงก์ตอนสัตว์ ลูกปลา และสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ตามปิรามิดอาหาร การพบวาฬสีน้ำเงินอาศัยอยู่ในพื้นที่ใดย่อมแสดงว่าพื้นที่นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร วาฬสีน้ำเงินจึงเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศ การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬสีน้ำเงิน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง จึงเป็นอีกหนทางในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ทางทะเลของไทย 

นายอภิชัย รรท.อทช. กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบในด้านการสงวน อนุรักษ์ และคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก จึงเสนอรายชื่อปลาฉลามเสือดาวในการกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และวาฬสีน้ำเงิน ในการกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งในวันนี้ (23 พ.ค. 2566) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและเห็นชอบ อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา พร้อมกับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการประกาศยกเลิกการกำหนดให้วาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) เป็นสัตว์ป่าควบคุมโดยให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกับร่างพระราชกฤษฎีกาในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการกำหนดให้วาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) เป็นสัตว์ป่าสงวน เพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ป่าควบคุมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าควบคุม พ.ศ. 2565 แต่โดยที่วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้ถูกขึ้นบัญชีสถานภาพให้เป็นชนิดพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered species: EN) ในระดับโลก (IUCN Red List) และในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องสงวนและอนุรักษ์ไว้อย่างเข้มงวด ประกอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบด้วยในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว 

วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีแหล่งอาศัยในพื้นที่ทางทะเลระหว่างประเทศ ในประเทศไทยเองมีข้อมูลการพบเห็นวาฬสีน้ำเงินเฉพาะทะเลฝั่งอันดามันเพียง 3 ครั้ง โดยพบครั้งแรก เมื่อปี 2550 ที่หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา ต่อมาพบเข้ามาเกยตื้นที่เกาะลิบง จ.ตรัง เมื่อปี 2556 ล่าสุดเมื่อปี 2560 พบที่หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา สำหรับลักษณะของวาฬสีน้ำเงิน ส่วนหัวมีสีน้ำเงินสม่ำเสมอ ลำตัวด้านหลังมีสีน้ำเงินอมเทา ส่วนท้องสีจางกว่าเล็กน้อย ด้านหลังและด้านข้างมีลายสีน้ำเงินหรือเทาอ่อนมีลักษณะเป็นดวงๆ เหมือนรอยด่าง ลำตัวเพรียวยาว ส่วนหัวกว้างคล้ายตัวยู (U-shaped) เมื่อมองจากด้านบน มีสันกลางหัว 1 สัน มีช่องหายใจขนาดใหญ่ 2 รู มีซี่กรอง 260-400 คู่ แต่ละซี่ยาวประมาณ 100 เซนติเมตร ลักษณะของซี่กรองค่อนข้างหยาบ มีร่องใต้คาง 60 -88 ร่อง ยาวเกือบถึงสะดือ ครีบหลังมีขนาดเล็กอาจมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยมหรือลาดเอียง ปลายครีบแหลมหรือกลมมน ฐานครีบหลังตั้งอยู่ค่อนไปทางหาง คอดหางหนา ครีบข้างเพรียวยาว ปลายครีบแหลม และมีสีอ่อนกว่าส่วนอื่นของครีบ มีความยาวได้ถึงร้อยละ 15 ของความยาวลำตัว ครีบหางกว้างประมาณ 1 ส่วน 4 ของความยาวลำตัว มีร่องกึ่งกลางระหว่างแพนหาง

อย่างไรก็ตาม หากวาฬสีน้ำเงินถูกยกระดับให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ภาครัฐจะต้องมีการดูแลและหามาตรการที่เข้มงวด ครอบคลุมจะไม่รบกวนหรือคุกคามและก่อให้เกิดอันตรายกับวาฬสีน้ำเงิน ซึ่งจะเป็นการรักษาระบบนิเวศของสัตว์ทะเลให้เกิดความสมบูรณ์นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนให้มีจิตอนุรักษ์ ดูแลระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีสัตว์ทะเลหายากขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าสงวน (ตาม พ.ร.บ.)  สัตว์ป่าสงวน (ตาม ร่าง พ.ร.ฎ.) คือ พะยูนหรือหมูน้ำ (Dugong dugon) วาฬบรูด้า (Balaenoptera edeni) วาฬโอมูระ (Balaenoptera omurai)  และล่าสุดประกาศให้วาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) เป็นสัตว์ป่าสงวน เพิ่มเติม "นายอภิชัย รรท.อทช. กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ"

กองทัพเรือ ทำการฝึกอบรมบุคคลท่ามือเปล่าและบุคคลท่ากระบี่ ตามคู่มือแบบฝึกของโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์สำหรับนายทหารชั้นนายพลเรือ

พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมบุคคลท่ามือเปล่าและบุคคลท่ากระบี่ ตามคู่มือแบบฝึกของโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สำหรับนายทหารชั้นนายพลเรือ เพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามแบบฝึก พร้อมเพรียง และสง่างาม โดยมีครูฝึกจากกรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรือ ทำการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 24 – 25 พ.ค. 66 ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ

ทั้งนี้ นอกจากวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมฯ แล้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เน้นย้ำให้ผู้เข้ารับการฝึกหมั่นทบทวนตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติในท่าต่างๆ เป็นไปด้วยความมั่นใจ อันจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทั้งต่อตนเองรวมทั้งกองทัพเรือ อีกด้วย


นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ฝากไว้ให้คิด พ่อไดโนเสาร์ตัวหนึ่ง เขียนจดหมาย ถึง ลูกที่โหยหาประชาธิปไตย – เสรีภาพ

วันที่ 26 พ.ค.2566 - ขณะนี้ชาวเน็ตมีการแชร์ต่อข้อความของผู้เขียนที่ใช้ชื่อว่า "พ่อไดโนเสาร์ตัวหนึ่ง" เขียนถึงลูก โดยมีเนื้อหาดังนี้

ถึง ลูกรัก

พ่อติดตามข่าวที่ลูกเรียกร้อง”ประชาธิปไตย”และ”เสรีภาพ”แล้ว พ่อรู้สึกแปลกใจ ที่เราอยู่กันมาตั้งแต่ลูกเกิด ทนุถนอมอบรมมาอย่างดี แต่ลูกกลับไปเชื่อ”ใครก็ไม่รู้” ที่ไม่เคยแม้แต่จะให้เงินลูกสักบาท ให้กินข้าวสักจาน จนลืมคำสั่งสอนของพ่อแม่ แต่อย่างไรก็ดี พ่อเคารพความคิดเห็นของลูกเสมอ จะไม่ตำหนิติติงอะไร แต่จะปรับตัวประพฤติปฏิบัติให้ดีขึ้นตามที่ลูกต้องการ ดังนั้น พ่อกับแม่จึงคิดว่า ถึงเวลาที่เราควรจะทบทวนปรับตัวให้เข้ากับ”เสรีภาพ”ตามที่ลูกต้องการ พ่อจึงอยากจะแจ้งให้ลูกทราบดังนี้

1.บุญคุณต่อกัน คงไม่มีตามที่ลูกบอกว่า ลูกเกิดมาเพราะความสนุกของพ่อแม่ จึงไม่มีบุญคุณต่อตัวลูก ไม่ว่าจะเป็นการอดหลับอดนอนเลี้ยงดู ข้าวปลาอาหาร และอื่นๆที่เคยหยิบยื่นให้ ซึ่งทั้งหมดนั้นพ่อและแม่ไม่คิด ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแม้ลูกจะไม่เต็มใจก็ตาม

2.ค่าใช้จ่ายที่พ่อเคยให้ลูกใช้ในแต่ละเดือนนั้น พ่อคิดว่ามันเป็นการละเมิด”สิทธิเสรีภาพ”ของพ่อ เพราะเงินที่หามาได้นั้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อ พ่อจึงควรมี”สิทธิเสรีภาพ”ในการจับจ่ายใช้สอยโดยไม่ควรให้ลูกละเมิดสิทธิ์ของพ่อโดยการนำเงินของพ่อไปใช้ ดังนั้น พ่อจะตัดค่าใช้จ่ายที่เคยให้ลูกลงครึ่งหนึ่ง โดยในส่วนที่เหลือ เป็นการทำหน้าที่ในฐานะ”บุพการี”ที่รักสนุกจนทำให้ลูกเกิดมา ถือว่าเราใช้”สิทธิเสรีภาพ”ในขอบเขตของแต่ละคนตามที่ลูกต้องการ

3.ค่าที่พัก จริงๆแล้ว บ้านเป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อกับแม่โดยมีลูกเป็นผู้อาศัย หรือเปรียบดังผู้เช่าที่สมควรจะเสียค่าเช่า ซึ่งตลอดมา ลูกไม่เคยจ่ายค่าเช่าเลยแม้แต่บาทเดียว รวมทั้งค่าน้ำค่าไฟก็ไม่เคยเสีย แต่ไม่เป็นไร พ่อยินดีให้อยู่ฟรีๆ แต่จากนี้ เราต้องเคารพ”สิทธิเสรีภาพ”ตามที่ลูกแสวงหา ดังนั้น ในเมื่อลูกใช้น้ำใช้ไฟที่พ่อไม่ได้ผลิตเอง แต่ซื้อมา ลูกจึงต้องรักษาเสรีภาพด้วยการ”ใช้เอง จ่ายเอง”ทั้งค่าน้ำค่าไฟ จะได้เท่าเทียมกัน เพราะพ่อกับแม่ก็ใช้เอง จ่ายเอง อย่างเสมอภาคเช่นเดียวกัน

4.อาหารการกิน เพื่อให้มีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค และเพื่อให้ทันสมัยตามที่ลูกต้องการ นับจากนี้ พ่อกับแม่จะหันไปสั่งอาหารฟู๊ด แพนด้ามากินตามที่พ่อและแม่อยากกิน ส่วนลูกจะกินอะไร ก็แล้วแต่เสรีภาพของลูก โดยขอให้จ่ายเงินเองเพื่อความเสมอภาค หรือต้องการหุงหากินเอง ก็ใช้สิทธิ์ได้เต็มที่เพราะแม่เตรียมเอาไว้ให้แล้วในครัวโดยไม่คิดเงิน

5.เรื่องมรดก เพราะเราไม่มีบุญคุณต่อกัน ดังนั้น ลูกไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเป็นภาระเลี้ยงพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ขอให้ลูกเดินตามความฝันที่ลูกต้องการ เพราะอีกไม่นานพ่อกับแม่ก็คงตายแล้วตามที่ลูกๆด่าทอ และเพื่อตายอย่างสงบและไม่ให้เป็นภาระของลูกๆ พ่อจึงจัดการมรดกที่พอมีของพ่อ ทั้งบ้านและที่ดิน ตลอดจนทรัพย์สินอื่นๆ พ่อจะเริ่มทยอยขายให้หมดก่อนพ่อตาย โดยเงินที่ขายมาได้นี้ พ่อจะแบ่งให้ลูกครึ่งหนึ่งในฐานะบุพการี ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง พ่อและแม่จะเก็บไว้กินไว้ใช้ รวมทั้งเอาไว้จัดงานศพ ส่วนที่เหลือจากจัดงานแล้ว ถือว่าเป็น”สิทธิเสรีภาพ”ของพ่อ พ่อจึงขอถวายวัดไปเพื่อสั่งสมบุญไปใช้ในภพหน้า

6.พ่อจะไม่บั่นทอนกำลังใจของลูกในการตามหา”เสรีภาพ”ในฝันตามที่ถูกสร้างวิมานไว้ แต่อยากให้ลูกคิดให้จงหนักว่าคนที่เขาวาดฝันให้ลูกนั้น เขามาเสี่ยงตายกับลูกหรือไม่ แต่สำหรับพ่อและแม่แล้ว หากลูกเป็นอะไรไป พ่อกับแม่คงใจสลายเพราะความรัก ซึ่งแม้จะเป็นความรักที่ลูกไม่เคยเห็นค่าเลยก็ตาม พ่อจึงขออวยพรให้ลูกปราศจากอันตรายทั้งปวง

7.เรื่องสุดท้าย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ต่อจากนี้ ลูกจะเรียกพ่อกับแม่ว่า”คุณ”เฉยๆก็ได้นะ ส่วนพ่อกับแม่จะขออนุญาตเรียกลูกว่า”ลูก” ตลอดไป
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top