Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

‘วิโรจน์’ กร้าว!! ไม่จำเป็นต้องจับมือพรรคต่างอุดมการณ์ ชี้!! ควรเลือกนายกฯ จากพรรคเสียงข้างมาก เพื่อปิดสวิตซ์ ส.ว.

(16 พ.ค.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ ว่า “เราไม่มีความจำเป็นต้องเอาพรรคที่มีอุดมการณ์ไม่ตรงกันมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพียงเพราะความกลัวต่อ ส.ว. 250 การเอาพรรคที่มีจุดยืนต่างกันมาร่วมรัฐบาลยิ่งจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเต็มไปด้วยการต่อรอง และยังจะทำให้ฝ่ายค้านมีเสียงน้อยเกินไปที่จะตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล”

“พรรคการเมืองทุกพรรคที่ประกาศจุดยืนว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับ ส.ว.เลือกนายกฯ’ ควรรักษาคำมั่นของตนเองด้วยการโหวตนายกฯ จากพรรคเสียงข้างมากเพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. แม้ว่าจะไม่ถูกเชิญให้ร่วมรัฐบาลก็ตาม”

“หาก ส.ว.กล้าที่จะหักหาญเสียงของประชาชน โดยไปโหวตให้กับเสียงข้างน้อยก็แค่เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วลงมติให้นายกฯ และรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งทันทีก็เท่านั้นเอง”

ความคิดเห็นดังกล่าวของนายวิโรจน์ มีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคก้าวไกลได้เดินหน้ารวบรวมพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยยังไม่มีการทาบทามพรรคภูมิใจไทย ที่มีคะแนนเสียงอยู่ 70 เสียง ซึ่งจะทำให้คะแนนเสียงแข็งแรง รวมถึงจะทำให้พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมพันธมิตรไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคะแนนเสียงโหวดของ ส.ว. มาช่วยสนับสนุนเพื่อให้ครบคะแนนเสียง 376 เสียงตามข้อบังคับในการนำเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี

'ศูนย์ฯ กสิกร' หวั่น!! ความไม่แน่นอนการจัดตั้งรัฐบาล อาจกระทบการเบิกจ่ายภาครัฐในไตรมาส 4/2566

(16 พ.ค.66) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2566 ขยายตัวที่ 2.7% (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน YoY ) ขณะที่เมื่อปรับฤดูกาลแล้วเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2566 ขยายตัวได้ 1.9% เมื่อเทียบ จากไตรมาสที่ผ่านมา ใกล้เคียงกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาส 1/2566 มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งออกภาคบริการขยายตัวได้ถึง 87.8% YoY

นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องที่ 5.4% YoY ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ชะลอลง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2566 มีปัจจัยกดดันจากการส่งออกที่ยังคงหดตัวต่อเนื่องตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ประกอบกับการอุปโภคของรัฐบาลที่หดตัว 6.2% YoY โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายเกี่ยวกับโควิดที่ลดลงอย่างมาก

เมื่อมองไปข้างหน้า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยที่ 3.7%

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ ปัจจัยภายในประเทศยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายภาครัฐในไตรมาส 4/2566 ได้

ทั้งนี้ ทิศทางเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทิศทางนโยบายการเงินแบบตึงตัวของธนาคารกลางหลัก ประกอบกับปัญหาในภาคธนาคารของประเทศตะวันตก ซึ่งส่งผลให้ภาพการค้าโลกในระยะข้างหน้ายังคงเผชิญแรงกดดันอยู่ แม้จะมีแรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจจีนที่มีโมเมนตัมขยายตัวได้ดีหลังยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด

ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าการส่งออกไทยในภาพรวมในปีนี้มีแนวโน้มที่จะติดลบจากปีก่อนหน้า ในขณะที่ ในด้านปัจจัยในประเทศ ยังมีความเสี่ยงจากประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้การอนุมัติร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 นั้นล่าช้าออกไป และกระทบการเบิกจ่ายของรัฐบาลในช่วงไตรมาส 4/2566 เป็นต้นไป รวมถึงยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกนโยบายต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าได้

ดีเจเพชรจ้า’ เล่าเหตุระทึก!! ถูกโจรอังกฤษทำร้ายหวังปล้น โชคดีไหวตัวทัน หลบหมัดได้ เกือบโดนสอยร่วง

(16 พ.ค.66) กลายเป็นเรื่องราวระทึกที่ทำเอา ‘ดีเจเพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย’ ถึงขั้นหวาดระแวงทีเดียว เมื่อเจ้าตัวเดินทางไปเที่ยวและทำธุระที่อังกฤษ ก่อนเดินทางไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ แต่ทันทีที่ถึงเมืองยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็โดนดีเข้าให้ 

จังหวะยกมือถือมาเซลฟี่ เจอโจรวิ่งปรี่เข้าหา พร้อมปล่อยหมัดฮุก โชคดีหลบทัน ก่อนโวยวายจนโจรวิ่งหนี ทำเอาเจ้าตัวต้องถือขวดเบียร์กลับโรงแรม เพื่อเตรียมพร้อมหากโจรย้อนกลับมาจะได้เอาไว้ป้องกันตัว เรียกได้ว่าโชคดีที่เจ้าตัวมีสติสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบข้างตลอดเวลา มิเช่นนั้น โทรศัพท์มือถือ อาจโดนสอยไปแล้ว โดยดีเจเพชรจ้าได้โพสต์ระบุข้อความไว้ว่า…

“อรุณสวัสดิ์ หลังจากยกมือถือ ถ่ายภาพนี้ที่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ต ในเมืองแมนเชสเตอร์ ก็มีโจรวิ่งมาหาเฮีย แบบเห็นๆเลยว่ามันวิ่งมาที่เราอะ ช่วงเสี้ยววินาที เฮียดึงมือ เอามือถือยัดเข้ากระเป๋ากางเกง รู้ตัวอีกทีเห็นหมัด โจรพุ่งมาที่หน้า หลบได้ทัน พร้อมตะโกนใส่หน้ามัน โจรตกใจวิ่งหนีไป อีก 3 วินาที ตำรวจใน Supermarket วิ่งออกมา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราบอกโจรวิ่งหนีไปแล้ว ไม่ได้เอาอะไรไป คิดในใจถ้าโดนชกที่หน้าจังๆคงล้มแล้วโดนขโมยของแน่นอน ขาเหยียบ เมืองไม่ถึง 30 นาที เจอโจรซะแล้ว เดินกลับโรงแรมด้วยการ ถือขวดเบียร์ขวดใหญ่ไว้ในมือ เผื่อแม่งเดินกลับมาอีก คราวนี้คงมีแลกกัน 🤬 โมโห ผสมแค้น เห็นหน้าจีนๆติ๋มๆ ผมคนจริง เอาจริงนะครับ”

'ส.ส.ก้าวไกล' ลั่น!! ปั้นภูเก็ต เทียบชั้น 'สิงคโปร์-ฮ่องกง' ปลื้มไวรัล!! อย่าเรียก 'คนใต้' ให้เรียก 'คนภูเก็ต'

(16 พ.ค. 66) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตพรรคก้าวไกล ชนะการเลือกตั้งทั้ง 3 เขตประกอบด้วยเขตเลือกตั้งที่ 1 ว่าที่ ร.ต.สมชาติ เตชถาวรเจริญ ได้ 18,604 คะแนนเขตเลือกตั้งที่ 2 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ได้ 21,913 คะแนนเขตเลือกตั้งที่ 3 นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ได้ 20,421 คะแนน

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ได้ขึ้นรถแห่รอบภูเก็ต ขอบคุณทุกคะแนนเสียงบริสุทธิ์จากประชาชนที่มอบให้กับพวกผมพรรคก้าวไกลพวกเรามุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต

”สิ่งที่จะทำเป็นอันดับแรกคือ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ เป็นนัยสำคัญที่คนภูเก็ตมอบให้กับเรา ส่วนเรื่องความแตกแยกหรือวาทกรรมต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมา ต้องเข้าใจก่อนว่าเป้าหมายของเราคือนำพาจังหวัดภูเก็ตไปสู่ความเจริญก้าวหน้าที่ก้าวไกล จะไม่มีความแตกแยกใดเกิดขึ้นถ้าร่วมมือและสามัคคีกัน คิดว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแห่งเกาะสวรรค์ เมืองแห่งไข่มุกอันดามัน ควรพัฒนาไปได้มากกว่านี้ถ้าเทียบกับประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงเชื่อว่าคนภูเก็ตต้องการ และเราก็เรียกร้องกันมานานแล้วอย่าปล่อยโอกาสที่คนภูเก็ตมอบให้กับพรรคก้าวไกลแล้วอย่าให้โอกาสเหล่านี้หลุดลอยไป ควรไขว่คว้า อย่ามาขัดแย้งหรืออย่ามาเตะแข้งเตะขากันมันจะเสียเวลา ควรที่จะร่วมมือกันช่วยกันแนะนำกันเข้ามา พร้อมเปิดรับ และ ขอขอบคุณประชาชนพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตที่มอบเสียงอันบริสุทธิ์จริง ๆ ทุกคะแนนเสียงให้กับผมและยังคงมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ขอขอบคุณโอกาสที่พ่อแม่พี่น้องชาวภูเก็ตมอบให้พรรคก้าวไกล”

”ในส่วนการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 นั้น ขอไปศึกษาในรายละเอียดต่าง ๆ จะนำเสนอปรึกษากับคณะรัฐมนตรี ที่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว คิดว่านักธุรกิจทุกท่านที่มีไอเดียนำเสนอในช่วงเวลานี้ก่อนจะรวบรวมเสียงข้างมากเข้ามาได้และจะตั้งรัฐบาลควรจะเตรียมการบ้าน และพร้อมที่จะรับฟังการนำเสนอพร้อมที่จะส่งมอบให้กับข้างบนในการผลักดันโครงการต่าง ๆ ของจังหวัดภูเก็ต

สิ่งที่เป็นประโยชน์กับที่พี่น้องชาวภูเก็ตกับจังหวัดภูเก็ตจะรับฟังเป็นลำดับแรก ยินดีเปิดรับฟังทางภาคธุรกิจและภาคประชาชน เรื่องที่ค้างอยู่ในอดีตนำกลับมาเสนอได้ ยึดผลประโยชน์ของจังหวัดภูเก็ตเป็นหลัก และเปิดกว้างมากขึ้นกับด้อมส้มและด้อมทุกสี เชื่อว่าทุกคนมีหลากหลายความคิด ความหลากหลายคือสิ่งสวยงามมานั่งคุยกันปรึกษากันถกเถียงกันความคิดดี ๆ จะออกมาจากการพูดคุยกัน และยังรับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านเหมือนเดิม” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว

ทางด้าน นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 3 กล่าวว่า หลังจากทราบผลชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ในวันนี้ได้ขึ้นรถแห่ไปรอบภูเก็ต ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียงแสดงพลัง เลือก พวกเราเป็น ส.ส.ทั้ง 3 เขต และ พรรคก้าวไกล ไปเป็นรัฐบาล เพื่อได้เลือก พิธา เป็นนายกฯ ขอบคุณมาก ที่มาร่วมกันปักธงสีส้มใน จ.ภูเก็ต ขอบคุณทุกรอยยิ้ม 300 นโยบาย ที่ให้ไว้ จะรีบทำทันใด ให้เสร็จเร็ววัน เตรียมตัวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กัน

“สำหรับ คำว่า อย่าเรียกคนใต้ให้เรียกคนภูเก็ต ตามสื่อโซเชียล คิดว่า เป็นเรื่องของไวรัลของวัยรุ่นยุคใหม่ ที่มีความสุขได้เลือกพรรคก้าวไกลได้เห็นพรรคก้าวไกลชนะในภาคใต้ เชื่อว่าหลายคนอยากเห็นจังหวัดตัวเองของทุกคนในภาคใต้ดีขึ้นเหมือนภูเก็ต”

เมื่อชาวภูเก็ตได้รับโอกาสนี้พวกเราจะทำให้ดีที่สุด ให้เห็นว่าถ้าได้พรรคก้าวไกลไปเป็น ส.ส.ของท่านในพื้นที่จะเกิดอะไรขึ้นบ้างเชื่อว่าหลังจากนั้นทุกจังหวัดในภาคใต้จะเห็นว่าต้องเลือกพรรคก้าวไกล ในวันข้างหน้า กันต่อไป ล่าสุดได้คุยกับส.ส.โรม กับ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โทรศัพท์มาแสดงความขอบคุณกับเราแล้ว จะลงมาจัดคาราวานขอบคุณพี่น้องประชาชนในเร็ว ๆ นี้ ส.ส.โรมมาแน่นอนแต่ทางนายกฯ ยังไม่รับปาก เพราะ อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล

ประเทศไทย ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ วันนี้ได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล เชื่อว่าทุกคนยอมรับกติกาสากล ให้ผู้ชนะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลทำงานร่วมกัน

เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าทุกพรรคการเมืองทุกคนอยากเห็นประเทศไทย ดีขึ้น อยากเห็นภูเก็ตดีขึ้น ภูเก็ตเป็นจังหวัดแห่งโอกาส พวกเราเป็นการเมืองแห่งความหวังเป็นการเมืองแห่งความเป็นไปได้วันนี้ทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าถ้าเราตั้งใจจริงอะไรก็เกิดขึ้นได้หวังว่าให้ทุกคนเดินเข้ามาช่วยกันสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล ช่วยกันพัฒนา ช่วยกันสร้างประเด็นสาธารณะแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อให้ภูเก็ตเราไปได้
.
ในส่วนเรื่องเปิดตี 4 ล่าสุดจะผลักดันให้เปิด 24 ชั่วโมง นโยบายคือเปิดอิสระแต่ละพื้นที่ต้องคุยกันเองว่าต้องการปิดกี่โมงเป็นอิสระแต่ละพื้นที่ให้อิสระในการเปิดปิดแบ่งโซนนิ่งกันในแต่ละพื้นที่
.
ส่วนเรื่องกัญชาตามที่ทางหัวหน้าพรรคก้าวไกล ต้องการให้กลับเป็นยาเสพติดก่อน เพื่อป้องกันการนำเข้าจากนักค้ากัญชาจากต่างประเทศ แล้วค่อย ๆปล่อยออกมาทีละนิด เน้นในการรักษา ซึ่งเด็กกับสันทนาการจะยกเว้นไว้ จะเริ่มปล่อยออกมาเมื่อควบคุมได้” นายฐิติกันต์ กล่าว

‘กกต.’ ขีดเส้น 7 วัน กรณีใครไม่ได้ไป ‘เลือกตั้ง66’ รีบแจ้งเหตุผลภายใน 15-21 พ.ค. ก่อนจะเสียสิทธิ 5 ข้อ

(16 พ.ค.66) เป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยต้องรู้และปฎิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย สำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมถึงไม่ได้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 และไม่ได้แจ้งเหตุผล หรือแจ้งแล้ว แต่เป็นเหตุผลที่ไม่สมควร จะต้องเสียสิทธิ 5 ข้อที่ประชาชนพึงได้รับ ได้แก่
.
- สิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส., 
- สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว., 
- สิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
- ต้องห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง 
- ต้องห้ามดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
.
รวมการจำกัดสิทธิทั้ง 5 ข้อ มีกำหนดระยะเวลาถึง 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
แต่จะยกเว้นให้สำหรับผู้มีเหตุอันสมควรที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้ ดังนี้
.
- เป็นผู้ที่มีธุรกิจจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- เป็นผู้ป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- เป็นผู้พิการและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- เป็นผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร 
- เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- เป็นผู้ประสบเหตุสุดวิสัย เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ
.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดโอกาสสำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิโดยเข้าข่ายมีเหตุอันสมควรข้างต้น ให้รีบลงทะเบียนแจ้งเหตุภายใน 7 วัน หลังวันเลือกตั้ง ก็คือระหว่างวันที่ 15-21 พฤษภาคม 2566 โดยขอรับแบบ ส.ส. 28 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ พร้อมระบุหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
.
จากนั้นให้ยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น จะยื่นด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้ผู้อื่นก็ได้ และหากไม่สะดวกเดินทางก็ให้ส่งทางไปรษณีย์พร้อมกับลงทะเบียน หรือจะแจ้งผ่านทางอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำได้เช่นกัน
.
หากมีข้อสงสัย สามารถยกหูโทรถามได้ที่สายด่วน 1444 หรือเว็ปไซต์ www.ect.go.th หรือเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

'วราวุธ' ยัน!! พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯ ย้ำจุดยืนพรรค 'เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์'

(16 พ.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคก้าวไกลเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งถือเป็นการพลิกขั้วทางการเมือง ว่า วันนี้ ชทพ.ยังเป็นรัฐบาลและมีงานที่ต้องทำไปจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนจะมีรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมา เพราะปัญหาของประชาชนไม่ได้ถูกแบ่งแยกว่ามีรัฐบาลหรือไม่มีรัฐบาล เรายังเป็นรัฐมนตรีจึงต้องทำงานให้ประชาชนจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามารับไม้ต่อ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงเรียกร้องให้พรรคการเมืองเคารพมติประชาชน ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีที่มาจากเสียงของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย นายวราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและมีความอ่อนไหวพอสมควร ตนจึงยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้หากยังไม่มีการพูดคุยกันในพรรค ชทพ. เสียก่อน ต้องคุยกันภายในพรรคให้ตกผลึก จึงจะเป็นแนวทางของพรรค อย่างไรก็ตาม จากนี้ยังมีเวลา เพราะขั้นตอนในการยกมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นต้องผ่านกระบวนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาฯ เสียก่อน จึงยังมีเวลาให้คิด ซึ่งตนเองคิดคนเดียวไม่ได้ ต้องหารือในพรรคก่อน

ถามว่า จนถึงขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลมีการติดต่อให้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า “ชาติไทยพัฒนาเราพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลได้ประกาศชัดเจนว่า จะเอาพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยเองตอบรับ ดังนั้น ไม่มีปัญหา ชาติไทยพัฒนาพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และจุดยืนของเรายังเหมือนเดิม คือ นโยบายยั่งยืนและเทิดทูนสถาบัน”

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคก้าวไกลติดต่อมาเพื่อจะรวมเสียงให้ชนะโหวต ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ชทพ. พร้อมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า “เราบอกแล้วว่าเราไม่ได้เดือดร้อนในการที่จะต้องเป็นรัฐบาล และเราพร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ดังนั้น ถ้าเป็นอะไรที่ขัดหลักการของชาติไทยพัฒนา เราก็ไม่เห็นด้วย ส่วนการยกมือสนับสนุนโหวตให้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องไปหารือกันในพรรคก่อน แต่จุดยืนของเราชัดเจนมาตลอดตั้งแต่หาเสียงแล้ว”

'โบว์' อบรมนิ่มๆ ส.ส.ที่อยากได้พิธาเป็นนายกฯ มี 150 คนจาก 500 ซึ่งไม่ถึงครึ่ง ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่

(16 พ.ค.66) โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ว่า...

ส.ส.ที่อยากได้พิธาเป็นนายก มี 150 คนจาก 500 .. ซึ่งไม่ถึงครึ่ง

อีก 150 กว่าเสียงที่ไปเติม คือตัวแทนจากพรรคที่อยาก “ร่วมรัฐบาล” ไม่ใช่ตัวแทนของคนที่อยากให้พิธาเป็นนายก เพราะส.ส.เหล่านั้นหาเสียงให้แคนดิเดตคนอื่นหมด ตอนเลือกตั้ง

จะไปเหมาว่านี่คือการแสดงว่าคนไทยส่วนใหญ่อยากให้พิธาเป็นนายก จนต้องบีบให้พรรคที่เขาไม่อยากได้ “พิธา” มาหลับหูหลับตาโหวตให้ .. ไม่ได้

ไม่มีใครต้องไปโหวตสนับสนุน “การร่วมรัฐบาล” หรือความอยากเป็นนายกของใคร ถ้าเขาไม่ได้ต้องการ เหตุผลพื้นฐานที่สุดของการโหวตคือการแสดงความต้องการ เพื่อเอามานับกันแล้วกำหนดทิศทางประเทศ

การบีบให้คนต้องเลือกในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ ไม่ใช่ประชาธิปไตยค่ะ อย่าใช้คำว่า “ประชาธิปไตย” ให้มันมั่วไปกว่านี้

เมื่อไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขกติกาเพี้ยนๆ ก็ต้องหาทางเอาชนะตามกติกาให้ได้ ไม่ใช่ไปสร้างความเพี้ยนใหม่ขึ้นมา

(ตอนเรารณรงค์แก้ ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ มีคนมาร่วมลงชื่อแปดหมื่นคน ที่เหลือบอกจะทำไปทำไมไร้สาระ เดี๋ยวชนะเลือกตั้งถล่มทลายก็ปิดสวิตช์ ส.ว. ได้เอง ถึงตอนนี้ทำไม่ได้ตามนั้น จะเลือกใช้วิธีไปบีบบังคับคนอื่น)

ถ้าพิธาได้โหวตไม่พอ พรรคต่อไปมีสิทธิลองเสนอแคนดิเดตของตัวเองแล้วจัดสูตรใหม่บ้าง และควรทำด้วย ถ้าไม่ทำก็ประหลาดแล้ว ตกลงคุณหาเสียงมาแทบตาย เพื่อให้พรรคอื่นซึ่งได้เสียงไม่ถึงครึ่งเป็นนายกหรือ?

ลองดูว่าคุณ “เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย” ได้มากกว่าหรือไม่ นั่นคือคุณสมบัติที่นายกฯ ของวันพรุ่งนี้ต้องมี

ถ้าพรรคเพื่อไทยยังไม่ Get a grip ทุกอย่างจะหลุดไปอยู่ในมือของคนที่คุณไม่ต้องการแน่นอน

เก็บตกเลือกตั้ง 66 รวมดาว 'ผู้สมัครตัวจี๊ด'

ผลนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้ว แต่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อ กกต. ส่วนกลางรับรองผลคะแนน และเคลียร์ประเด็นข้อร้องเรียนต่างๆ ซึ่งทุกอย่างมีขั้นตอน และกระบวนการที่พิจารณาอย่างละเอียด แต่ กกต.ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 60 วัน 

ระหว่างรอความชัดเจน เราลองมองย้อนกลับไปดูบาง "ผู้สมัคร ส.ส." ที่สร้างสีสัน ตั้งแต่วันรับสมัคร ไปจนถึงวิธิการหาเสียง และนโยบายที่ชูเป็นจุดขาย ซึ่งมีทั้งที่น่าจะเข้าป้าย และอาจต้องผิดหวังจากการเลือกตั้งครั้งนี้

เริ่มที่ "ไอซ์" รัชนก ศรีนอก ว่าที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล เขต 28 บางบอน ที่ล้มช้าง บ้านใหญ่เจ้าของพื้นที่เดิม อย่าง "วัน  อยู่บำรุง" จากพรรคเพื่อไทย และ "วณิชชา ม่วงศิริ" จากพรรคประชาธิปัตย์ แบบขาดลอยโดยได้รับคะแนนเสียงถึง 47,592 คะแนน

แน่นอนว่ากระแสพรรคก้าวไกลก็ส่วนหนึ่ง แต่ชื่อของ “ไอซ์ รัชนก” ถูกพูดถึงและเป็นที่จดจำมากในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ด้วยรูปแบบการหาเสียงที่เรียกว่าถึงลูกถึงคน ทั้งการปั่นจักรยาน หิ้วโทรโข่งลุยเดี่ยวเรียกคะแนนเสียงไปตามถนนหนทาง แวะถามสารทุกข์สุกดิบกับผู้คนตามชุมชนต่างๆ และยังมีลูกเล่นหาเสียง ทำพวงมาลัยนโยบายไปแจกผู้ขับขี่ตามสี่แยก นอกจากนี้เธอยังใช้พื้นที่โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทำคลิปบรรยากาศการหาเสียง ลง tiktok สร้างกระแส และสื่อสารนโยบายอย่างต่อเนื่อง

คนต่อมา ศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ โจรกลับใจ ที่ไม่ได้โอกาสกลับเข้าสภา 
บรรยากาศวันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต หนึ่งในพื้นที่สีสันที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย คือที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อ  "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ"  ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ปรากฏตัวด้วยการแต่งกายแบบนักรบโบราณ 2 มือถือดาบ นำทีมผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค นั่งเกวียนที่มีวัวลากจูง บรรทุกพืชผลทางการเกษตรเข้าสู่พื้นที่รับสมัคร สร้างความสนใจให้ชาวบ้านและสื่อมวลชนที่รอทำข่าวไม่น้อย

แม้ใครจะมองว่าเป็นเพียงสีสันทางการเมือง แต่ถ้าย้อนไปดู ถือว่า "ศรัณย์วุฒิ" เป็น ส.ส.ที่คนอุตรดิตถ์มอบความไว้วางใจมาหลายสมัย ด้วยความเป็นนักการเมืองฝีปากกล้า รวมถึงทรงผม หนวดเครา และจอนยาวที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เขาได้รับฉายาทั้ง "ส.ส.หนวดงาม"  "นักรบพันธุ์ดุ" และ "ส.ส.เอลวิส" และเป็นหนึ่งใน ส.ส. ที่อภิปรายในสภาสร้างสีสันได้เสมอ 

ในช่วงก่อนเลือกตั้ง ศรัณย์วุฒิ สร้างความฮือฮาด้วยการ "ข้ามค่าย ย้ายขั้ว" จากพรรคฝ่ายค้านเดิม ประกาศตัวเป็น "โจรกลับใจ" เปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าสนับสนุน "พลเอกประยุทธ์"  กลับเข้าไปเป็นนายกฯ อีกครั้ง

แต่ในท้ายที่สุด ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ของอุตรดิตถ์ เขต 3 ปรากฏว่าหนนี้ เจ้าพ่อคอนเทนต์อย่างศรัณย์วุฒิสอบตก โดยคะแนนเสียงอันดับ 1 ตกเป็นของ รวี เล็กอุทัย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยกวาดไปถึง 48,779 คะแนน ขณะที่ อดีต ส.ส. อย่างศรัณย์วุฒิ  มาเป็นอันดับ 3 ที่ 12,896 คะแนนเท่านั้น เป็นอันปิดฉากหนึ่งในนักการเมืองมากสีสัน สำหรับเวทีการเมืองสมัยนี้ไปโดยปริยาย 

มาถึง "ครูปรีชา" จากคู่พิพาทหวยด้ง 30 ล้าน  สู่ผู้สมัคร ส.ส. ผลักดันนโยบายแก้ปัญหาราคาสลากแพง
อันที่จริง ชื่อของ "ครูปรีชา ใคร่ครวญ" โด่งดังมาตั้งแต่ ปี 2562 จากกรณีเป็นคู่ความในคดีมหากาพย์หวย 30 ล้าน กับ "หมวดจรูญ" อดีตข้าราชการตำรวจ ทำให้ครูปรีชาเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ตั้งแต่นั้นมา

แต่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ชื่อของ "ครูปรีชา" กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง แต่ในบริบทที่เปลี่ยนไป เพราะครั้งนี้เจ้าตัวประกาศลงสมัคร ส.ส. เขต 1 กาญจนบุรี แต่ด้วยติดปัญหาด้านการจัดการ ทำให้สุดท้าย เจ้าตัวจึงเปลี่ยนมาลงสมัครระบบบัญชีรายชื่อเป็น ลำดับที่ 9 ในนามพรรคประชากรไทย โดยเดินทางไปลงสมัครในช่วงบ่ายของวันสุดท้าย 

สำหรับนโยบายหวยๆ ที่ครูปรีชาเสนอคือ การซื้อหวยอย่างเท่าเทียม อย่างมีความสุข ใบละ 80 บาท พร้อมชูมอตโต้ "ยิ้มอย่างมีความสุข ซื้อหวยอย่างมีความสุข เลือกครูปรีชา"

แต่ล่าสุด ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าพรรคประชากรไทยได้คะแนนเสียงในระบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 56,655 คะแนน ไม่พอต่อการได้เก้าอี้ ส.ส ความฝันและนโยบายของครูปรีชา จึงไม่ได้ไปต่อในการเลือกตั้งหนนี้  

อีกหนึ่งสีสันการเลือกตั้งหนนี้ คือการก้าวขาเข้ามาสู่การเมืองเต็มตัวของ  "นอท กองสลากพลัส" หรือ พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ CEO กองสลากพลัสที่ปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ก่อนออกมาเปิดตัว "พรรคเปลี่ยน" โดยเจ้าตัวนั่งปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1 ตั้งเป้ากวาด 3 ล้านเสียง พร้อมกับการประกาศ 3 นโยบายหลัก 5 นโยบายรอง แก้ไขปัญหาปากท้องโดยเฉพาะกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำผ่านนโยบาย "หวยโอกาส"  ให้สามารถหาเงินได้ปีละ 55,000 ล้านบาทต่อปี นำมาต่อยอดทำนโยบายธนาคารโอกาสและกองทุนโอกาสให้เงินกู้แก่ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ 

แต่แล้วก็เช่นกัน ผลการเลือกตั้งไม่เป็นทางการปรากฏว่า พรรคเปลี่ยนไม่มี ส.ส. สอบผ่านทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ ทำให้พรรคเปลี่ยนของ "นอท" ไม่มีพื้นที่ในสภาในการเลือกตั้งหนนี้ แต่อย่างน้อยตัวเขาและพรรคเปลี่ยนก็แต่งแต้มสีสันให้บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้มีชีวิตชีวามากขึ้น

ศรีสุวรรณ’ บุกสน.ทุ่งสองห้อง แจ้งความเอาผิด ‘มือชก’ เพิ่ม ชี้ ทำให้เสียชื่อเสียง-ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง-ได้รับความอับอาย

(16 พ.ค.66) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวันที่ 15 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อพบพนักงานสอบสวนเพื่อมอบหลักฐานประกอบคดีเพิ่มเติมให้กับ สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ หลังจากที่ได้แจ้งความดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกายต่อชายสูงอายุอดีตอาจารย์ ม.เอกชน ที่เข้ามาทำร้ายร่างกายที่บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมาหลังจาก กกต.เชิญไปให้ถ้อยคำกรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบนโยบายหาเสียงแจกเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ ได้ยืนยันต่อพนักงานสอบสวน พร้อมมอบพยานหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์และคลิปวิดีโอที่ผู้ถูกกล่าวหาได้เจตนาพูดดูหมิ่นเหยียดหยามตนต่อบุคคลที่สามหรือธารกำนัล (ผู้สื่อข่าวและประชาชน) โดยประการที่ทำให้ตนนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และได้รับความอับอาย หลังจากที่ทำร้ายตนแล้ว ทั้งๆที่บริเวณดังกล่าวเป็นสาธารณสถานอันเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.393 และ ม.397 วรรคสอง ประกอบ ม.59 ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม แม้โทษทางอาญาจะมองดูไม่มากนัก แต่ทว่าเมื่อศาลมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาในคดีอาญาแล้ว จะส่งผลต่อคดีในทางแพ่งที่ตนได้เรียกค่าเสียหายไปพร้อมด้วยเลยในคดีเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท เนื่องจากการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา เป็นการละเมิดกฎหมายในที่รโหฐาน เป็นสาธารณสถาน ไม่เกรงกลัวกฎหมายทั้งๆที่เคยเป็นถึงครูบาอาจารย์สอนคนมาก่อน

นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวอาจมีผู้อยู่เบื้องหลังที่เป็นฝ่ายการเมืองที่ผู้ต้องหาได้ไปคลุกคลีร่วมกิจกรรมทางการเมือง และอาจนำมาซึ่งเจตนาพิเศษต่อการทำร้ายร่างกายตนได้ที่ไปร้องเรียนพรรคการเมืองที่บุคคลดังกล่าวมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ซึ่งตนเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักกันของสังคมไทย และทำงานเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี การที่ผู้ต้องหาคนดังกล่าวมาทำร้ายร่างกาย และดูหมิ่นเหยียดหยาม เป็นที่น่าอับอาจ จึงน่าจะเป็นเหตุผลทางคดีที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้ศาลมีคำพิพากษาทั้งทางอาญาและทางแพ่งตามคำขอท้ายคำฟ้องที่ตำรวจและอัยการจะดำเนินการยื่นฟ้องต่อไปได้

‘บิ๊กป้อม-ชัชชาติ’ ร่วมพิธีปิดซีเกมส์ 17 พ.ค. นี้ พร้อมรับธงซีเกมส์ ในฐานะเมืองเจ้าภาพครั้งต่อไป

(16 พ.ค. 66) พิธีปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 จะมีขึ้นในวันที่ 17 พฤษภาคม ที่สนามกีฬาแห่งชาติมรดกเตโช โดยมีพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ส่วนผู้แทนประเทศไทยจะมี ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ร่วมในพิธี โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง T SPORTS 7 เวลา 18.00-20.30 น.

สำหรับพิธีการเจ้าภาพยังคงนำเสนอศิลปวัฒนธรรมของกัมพูชาส่งท้ายการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งแรกของประเทศ ส่วนไทยจะมีการแสดงชุด ‘สวัสดี ซีเกมส์’ ที่ออกแบบและแสดงโดย ‘คิดบวกสิปป์’ กลุ่มคนรักนาฏศิลป์ที่ออกแบบการแสดงที่แปลกใหม่ จนคว้าแชมป์การแข่งขันไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 1 มาเมื่อปี พ.ศ. 2554 เพื่อรับมอบธงเจ้าภาพต่อในการจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2025 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รวมทั้งนายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมรับมอบธงเจ้าภาพ ในฐานะเมืองเจ้าภาพร่วมในครั้งหน้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top