Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

Thai Fight ออนทัวร์ ‘กรุงโรม’ คนแห่ชมร่วม 5 พัน สะท้อน!! สุดยอดกีฬาที่นานาชาติต่างยอมรับ

(27 เม.ย.66) เพจ ‘ประเทศไทยต้องชนะ’ ได้โพสต์ความยิ่งใหญ่ของมวยไทยในต่างประเทศ ระบุว่า...

มวยไทยกระหึ่มโลก! 🥊🇹🇭

‘Thai Fight’ จัดการแข่งขันชกมวยไทยโลกในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่กีฬามวยไทย ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก 

‘รศ.ปวิน’ วิเคราะห์รอบด้านท่าที ‘เพื่อไทย’  ในวันที่คนไทยอยากหลุดจากเงารัฐประหาร 

‘รศ.ปวิน’ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต วิเคราะห์พรรคเพื่อไทย แบบเจาะลึกถึงใจ เปิดมุมมอง กลยุทธ์การเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ แลนด์สไลด์มีโอกาสสำเร็จ แต่อุปสรรคใหญ่ก็อยู่ที่ส่วนแบ่งคะแนนเสียงในกลุ่มตลาดเดียวกันอย่างพรรคก้าวไกล ขณะที่พรรคน้องใหม่ อย่างรวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ ก็ไม่น้อยหน้า พร้อมแย่งชิงพื้นที่ได้ตลอดเวลา

เมื่อไม่นานมานี้ ‘รศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์’ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทย ผ่านช่อง YouTube ‘NailName’ โดย ‘เนม รติศา วิเชียรพิทยา’ มีสาระสำคัญดังนี้...

>> เมื่อถามถึงโอกาสแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย รศ.ปวิน มองว่า โอกาสของพรรคเพื่อไทย ที่จะชนะการเลือกตั้ง 66 แบบแลนด์สไลด์นั้น มีความเป็นไปได้มาก ประการแรก เนื่องจากเทรนด์ในการเลือกพรรคการเมืองของคนไทย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีคุณทักษิณ ชินวัตร อยู่เบื้องหลัง มักจะมีผลต่อชัยชนะทุกการเลือกตั้ง สังเกตได้ว่าไม่ว่าจะจะเป็นการเลือกตั้งใด ที่โยงกับทักษิณ พรรคนั้นๆ ก็จะยังชนะมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงเพราะนโยบายที่ค่อนข้างถูกจริตคนไทย

ประการต่อมา ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 ก็ต้องบอกตามตรงว่าประเทศไทยยังไม่หลุดออกจากระบอบเดิมเลยมาเป็นระยะเวลาเกือบ 9 ปี ซึ่งเป็น 9 ปีที่โดนครอบด้วยระบอบรัฐประหาร หรือมองอีกมุมก็คือ ระบอบทักษิณหายไปจากเมืองไทยถึง 9 ปีแล้ว และนั่นก็เริ่มสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยทุกข์ระทมมาก ความรู้สึกของคนไทยหลายคน จึงโหยหาอยากจะก้าวออกจากระบอบการเมืองในปัจจุบัน และหวนกลับไปคว้าแนวทางการเมืองแบบของคุณทักษิณ นี่คือ 2 ประเด็นสำคัญ ที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงแบบแลนด์สไลด์

>> ขณะเดียวกันเมื่อถามถึงตัวแปรที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ รศ.ปวิน ก็ได้ชี้ให้เห็น 2 ประเด็น

1.) เราไม่ควรประเมินค่า พรรคที่เกิดใหม่อย่าง รวมไทยสร้างชาติ และ พรรคพลังประชารัฐ ต่ำจนเกินไป เพราะถึงแม้รัฐบาลที่ผ่านมาจะทำความเจ็บช้ำใจให้กับคนไทยแค่ไหน แต่ก็จะยังมีคนไทยอีกส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเลือกพรรคเหล่านี้ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ยังมีความกลัวในระบอบทักษิณอยู่

2.) การเกิดขึ้นของพรรคก้าวไกล ที่ผันตัวมาจากพรรคอนาคตใหม่ ก็ถือเป็นอีกตัวแปรสำคัญในการดึงคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยออกไป เหตุเพราะไม่มีพรรคไหนที่ชัดเจนเท่ากับพรรคก้าวไกล ซึ่งกำลังเดินตามตัวแปรที่หลายคนโหยหาการเปลี่ยนแปลงหลักของประเทศนี้ เช่น ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมือง และการแก้ไข ม.112 ซึ่งก้าวไกลมีความแน่วแน่และชัดเจนกว่าพรรคอื่นๆ 

>> เมื่อถามว่าการเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ เพื่อให้เป็นไปตามหลัก Strategic Vote รศ.ปวิน มองว่า แน่นอนว่าการเลือกพรรคเพื่อไทยพรรคเดียว ซึ่งนำมาสู่สโลแกน แลนด์สไลด์ นั้น จะนำไปสู่ความเด็ดขาดทางรัฐบาลแบบพรรคไทยรักไทยที่เคยทำได้มาก่อน (One Party) ซึ่งมันจะทำให้ง่ายต่อการแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนในรัฐสภา แต่ถ้า Vote ตามใจ โหวตกระจาย เช่น ชอบก้าวไกล ก็โหวตก้าวไกล โดยไม่สนใจในพรรคเพื่อไทยที่ถือเป็น Strategic Vote ในเชิงของพรรคที่โอกาสได้คะแนนเสียงมากที่สุดในครั้งนี้นั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าต่อให้พรรคเพื่อไทยจะได้เสียงมากกว่าพรรคอื่น แต่มันก็จะนำไปสู่การสร้างรัฐบาลและพรรคผสม ซึ่งมันตั้งรัฐบาลได้ก็จริง แต่เสถียรภาพก็จะง่อนแง่น ฉะนั้น สิ่งที่พรรคเพื่อไทยพยายามขายตอนนี้ จึงเป็นการขายความเชื่อมั่นที่ One Party จะเหมาะต่อการขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าง่ายขึ้น เรียกว่าต่อให้ใจคุณจะอยู่กับพรรคก้าวไกลก็ตาม แต่ถ้าไม่เลือกเพื่อไทย มันก็จะเกิดผลกระทบต่อ Strategicเป็นต้น 

>> อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง Strategic Vote มีความจำเป็นกับประเทศไทยไหม รศ.ปวิน ย้ำชัดว่า ส่วนตัวผมไม่ซื้อ เพราะการมอบสิทธิของเราให้พรรคการเมืองหนึ่งไปแบบเบ็ดเสร็จ ผมไม่เชื่อว่าพรรคการเมืองนั้นๆ จะทำตามสิ่งที่เราต้องการ เช่น ถ้าผมอยากเห็นการแก้ไข 112 ผมก็อาจต้องโหวตให้ก้าวไกล เพราะผมไม่มั่นใจว่าอะไรจะการันตีว่า เพื่อไทยจะแก้ 112 ให้ เป็นต้น

นอกจากนี้ การให้อำนาจของประชาชนกับพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง โดยให้คุณค่าเขาสูงขนาดนั้น ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าเขามีคุณค่าที่จะได้รับเสียงขนาดนั้นอย่างนั้นหรือไม่? มันเหมือนเราควรเอาไข่ทั้งหมดใส่ตะกร้าใบเดียวเช่นนั้นหรือ พูดง่ายๆ ก็คือ ผมไม่คิดว่ามันมีพรรคการเมืองแบบนั้น พรรคการเมืองแบบที่พร้อมตอบสนองเสียงของผู้คนในเมืองไทย จนนำไปสู่ความทุ่มเทที่จะต้องก้าวไปสู่ Strategic Vote 

แน่นอนว่า อาจจะมีบางมุมบอกกับผมว่า ถ้าไม่เลือกแบบ Strategic Vote ไม่เลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ แล้วทหารจะกลับมานั้น ผมก็คงต้องถามกลับไปว่า แล้วถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์เข้ามา จะแก้ปัญหาก่อนหน้าทั้งหมดได้หรือไม่ ปัญหาการจับตัวเยาวชน / ปัญหาการจับกุมเด็กอายุ 14 / ปัญหาการชุมนุมในที่สาธารณะ หรือปัญหาในการไม่มีสิทธิพูดเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ จะหมดไปงั้นหรือ จะแก้ไขได้หรือ บางอย่างอาจจะได้ เช่น ปากท้อง ค่าไฟ เศรษฐกิจ แต่ผมถามนะว่า นี่คือ ปัญหาโดดเด่นของเมืองไทยจริงหรือเปล่า ซึ่งผมออกมานอกไทย ผมมองเห็น แล้วผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยก็จะไม่แก้ปัญหาที่แท้จริงเหล่านั้น

>> เมื่อถามถึงท่าทีในการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของพรรคเพื่อไทยในช่วงที่ผ่านมา รศ.ปวิน วิเคราะห์ว่า การที่พรรคเพื่อไทยยังไม่แสดงออกถึงจุดยืนในการร่วมรัฐบาล หรือไม่พูดว่าจะจับมือ ไม่จับมือกับพรรคใด ทั้งที่เรื่องบางเรื่องมันไม่ต้องดูรายละเอียด จนถึงขั้นต้องไปอ้างเสียงประชาชนนั้น มันก็คือการสร้างช่องว่างเพื่อเอื้อต่อการดีลกันฉากหลังทางการเมือง ผมบอกเลยว่าการเมืองไทย ก็คือการเมืองไทย ต่อให้คนละขั้วแค่ไหน แต่เมื่อมาถึงจุดที่ Critical เขาก็พร้อมดีลกันหลังไมค์ แต่ที่ไม่ดีลทันที ก็เพราะอาจจะไม่เวิร์ก หรือทิศทางประชาชนเปลี่ยน พรรคก็ต้องปรับแนวทางมาโน้มเอียงฟากประชาชน เช่น กรณีเพื่อไทยไม่เคลียร์ว่าจะเอาประวิตรหรือไม่เอา? พอกระแสหนักเข้า เพื่อไทยก็ต้องแสดงจุดยืน เช่น ไม่จับมือโดยทันที ก็เท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้นบอกไม่ได้ เพราะคนพูดมีหลายคน คนนึงในพรรคเพื่อไทยพูดแบบนึง อีกคนพูดแบบนึง มันก็เป็นเรื่องของการเผื่อเหลือเผื่อขาดในการดีล ซึ่งท้ายสุดมันก็เป็นการเมือง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปประณามอะไร เป็นเทคนิคในการอยู่รอดของพรรคการเมือง

ซีรีส์ดังค่าย HBO เลือกแปลงโฉม 'หาดใหญ่' เป็น 'กรุงไซง่อน' ไทยจะใช้โอกาสในครั้งนี้เปลี่ยนเป็นจุดแข็งของเมืองได้อย่างไร

ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 เม.ย.66 เพจ 'Hatyai Connext' ได้โพสต์ข้อความ ในหัวข้อ 'เปลี่ยนหาดใหญ่ให้กลายเป็นเวียดนามยุคสงคราม ด้วยทีมงานซีรีส์ฮอลลี่วู้ดและ A24' ระบุว่า...

ร้อนแรงกว่าอากาศ ก็คือความฮอตของเมืองหาดใหญ่ในเวลานี้

ล่าสุดยิ่งกว่าเพราะพึ่งถ่ายเสร็จกันไปหมาดๆ คือกองถ่ายจากอเมริกาที่บินลัดฟ้ามาแปลงโฉม Art Direction 'ร้านอ้า' ที่เราคุ้นเคยกันดี ให้เป็นโลเคชั่นนึงที่จะปรากฎอยู่ในซีรีส์ 'The Sympathizer'

#เรื่องย่อซีรีส์
เกริ่นก่อนว่า The Sympathizer (เดอะซิมพาไทซ์เซอร์) คือซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้กองนายหนึ่งแห่งกองทัพของเวียดนามใต้ ซึ่งความจริงแล้วเป็นคอมมิวนิสต์และเป็นสายลับให้ฝั่งเวียดกง ออกจากไซง่อนราวปี 1975 เพื่อย้ายไปอยู่ในแคลิฟอร์เนียแล้วเข้าไปติดอยู่ในชุมชนของชาวเวียดนามพลัดถิ่น จากนั้นก็กลายเป็นที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมให้กองถ่ายหนังอเมริกันเรื่องหนึ่งที่ทำหนังสงครามเวียดนาม ต่อมาถูกชวนกลับไปเวียดนามเพื่อบุกคอมมิวนิสต์ ซึ่งตัวซีรีส์เองดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prize) ของ เวียต ธาน เหวียน (Viet Thanh Nguyen) ซีรีส์แนวระทึกขวัญและการเสียดสีข้ามวัฒนธรรมว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ของสายลับ

‘โจอี้ ภูวศิษฐ์’ ร่วมเฟรมกับตำรวจ ถูกยืนประกบซ้ายขวา แฟนคลับแห่แซว ถ่ายยังไงให้เหมือนผู้ต้องหา

(28 เม.ย.66) เรียกว่ากลายเป็นไวรัลแชร์สนั่นโลกโซเซียล เมื่อนักร้องหนุ่มคนดัง ‘โจอี้ ภูวศิษฐ์’ เจ้าของเพลงฮิตทั้งดวงเดือน และนะหน้าทอง ได้โพสต์ภาพผ่านไอจีส่วนตัว  joeypws หลังจบคอนเสิร์ตที่ จ.นครสวรรค์

โดยในภาพโจอี้ได้ถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับพี่ๆตำรวจ 3 นาย ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าทำเอาฮาครืนกันทั้งโซเชียล เนื่องจากเพราะท่าทางการยืนกุมมือ บวกกับสีหน้าท่าทางที่ดูเกร็งๆ ทำให้แฟนคลับจะแซวโจอี้ว่า “ถ่ายรูปยังไงให้เหมือนเป็นคนร้าย”, “ทำไมเราเหมือนผู้ต้องหา ไม่เหมือนศิลปินอะ โอ้ยยยยยยยย 55555”, “เป็นการยืนถ่ายรูปที่เกร็งมากเลยค่ะ” , “ตกใจคะ คิดว่าโดนรวบ”, “ถ่ายรูปยังไงให้เหมือนผู้ต้องหาได้ขนาดนี้ครับ” เป็นต้น


ที่มา : https://www.naewna.com/entertain/727284

‘Mattel’ วางจำหน่ายตุ๊กตาบาร์บี้ รุ่น ‘ดาวน์ซินโดรม’ เพื่อเพิ่มทางเลือกและเป็นตัวแทนเด็ก ๆ ที่มีร่างกายพิการไม่สมบูรณ์

(28 เม.ย.66) Mattel ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของสหรัฐฯ วางจำหน่ายตุ๊กตาบาร์บี้ รุ่น ‘ดาวน์ซินโดรม’ เพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มเด็ก ๆ ที่มีความหลากหลายแตกต่างกัน

บริษัท Mattel ได้วางจำหน่ายตุ๊กตาบาร์บี้รุ่น ‘ดาวน์ซินโดรม’ (Down's syndrome) ตุ๊กตาบาร์บี้รุ่นล่าสุด เป็นความร่วมมือกับสมาคมผู้ป่วยดาวน์ซินโดรมแห่งชาติของสหรัฐฯ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทที่ผลิตตุ๊กตาให้มีความหลากหลายและแตกต่างกันมากขึ้น

หลังจากได้รับการร้องเรียนว่า เด็กที่เผชิญอาการป่วยโรคดาวน์ซินโดรม ไม่มีตุ๊กตาที่ดูเหมือนกับพวกเขา และบริษัท Mattel ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า ผลิตแต่ตุ๊กตาบาร์บี้ที่มีผิวสีขาวและทรวดทรงโค้งเว้าสมบูรณ์แบบเกินความเป็นจริง ไม่ได้แสดงถึงตัวตนของผู้หญิงที่มีตัวตนจริง ๆ

ทำให้จากนั้นมา ทางบริษัทได้พยายามตอบสนองด้วยการผลิตตุ๊กตาสีผิวต่าง ๆ และรูปร่างแตกต่างกันหลายแบบ เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของผู้หญิงในสังคม

‘หนิง ปณิตา’ ลั่น!! ถึงเวลารักษาความรู้สึกตัวเอง พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ วอนสามี ‘จิน’ ขอแค่สิ่งเดียว ออกมาเคลียร์ปัญหาครอบครัว

(28 เม.ย.66) เป็นประเด็นที่หลายคนกำลังได้รับความสนใจ หลังดาราสาวและผู้จัดละครสาวสุดสตรอง หนิง ปณิตา ออกมาเปิดใจถึงปัญหาชีวิตคู่กับสามี จิน จรินทร์ ที่ตอนนี้ยังตกลงเรื่องหย่ากันไม่ได้ และก่อนหน้านี้ ธัญญ่า ธัญญาเรศ ได้โพสต์คลิป หนิง จิน อยู่กันพร้อมหน้า ล่าสุด หนิง ได้เปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน 31 พร้อมอัปเดตสภาพจิตใจตอนนี้

สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
หนิง : ตามลำดับค่ะ รู้สึกโล่ง ก็ตามที่หนิงโพสต์ขอบคุณทุกคนไป ตอนแรกก็กังวลคิดอยู่นาน ทุกอย่างหนิงสัมภาษณ์ไว้ชัดเจนแล้ว

อยากจะบอกคนคอมเมนต์ให้กำลังใจยังไงบ้าง?
หนิง : กราบขอบคุณจริงๆ วันนี้ความเข้าใจ กำลังใจมันก็เป็นพลังอย่างหนึ่งของหนิง หนิงเขียนทุกอย่างเอาไว้ในโพสต์ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าวันนี้หนิงได้รับความเข้าใจ ได้รับพลังงานดีๆ จากทุกคน เรารู้สึกว่าอยากส่งต่อพลังงานดีๆ แบบนี้ไปให้กับหลายๆ คน เพราะหนิงเชื่อว่าหลายๆ คน หลายๆ ครอบครัวก็มีปัญหาเหมือนเรา เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสที่จะพูด หรือออกมาคุย ก็เป็นการแลกเปลี่ยนกันในคอมเมนต์นั้นๆ 

ถือว่าได้แจงรายละเอียดไปหมดแล้ว?
หนิง : หนิงว่าสัมภาษณ์ค่อนข้างเคลียร์ชัดเจนแล้ว ตามนั้นเลย

คลิปล่าสุดที่ลงเป็นประเด็นมากเลย จำได้ว่าวันนั้นเพิ่งถ่ายรายการ คุยแซ่บshow เสร็จ?
หนิง : ใช่ แล้วหนิงก็ไปส่งพี่ญ่าที่บ้าน เรากลับบ้านด้วยกัน
ธัญญ่า : ใช่ วันนั้นดิฉันไปทำสวยมา สระผมไม่ได้ แล้วหนิงบอกว่าหนิงมีอุปกรณ์ เดี๋ยวหนิงจะจัดให้พี่ แล้วพอไปถึงบ้านปุ๊บ นางก็ขึ้นไปบนบ้าน ขนที่สระผมลงมาให้ แบกลงมาเลย แล้วไปเจอคุณจินอยู่หน้าบ้าน พี่ก็เลยบอกว่าหนิง ขอพี่ทำคอนเทนต์หน่อยนะ ถ่ายเขา เห็นเขาแบกตรงนี้น่ารักมาก พอดีจินยืนอยู่ก็เลยถ่ายจินด้วย เราก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นประเด็นขนาดนี้

แต่สุดท้ายพอมันออกมาแบบนี้ หนิงรู้สึกยังไงบ้าง?
หนิง : เฉยๆ เหมือนวันนั้นมันบังเอิญเจอหน้าบ้าน เอาจริงๆ แทบไม่เจอหน้ากันเลย แล้วหนิงแบกของลงมา แล้วเหมือนหนิงเปิดประตูรถ แล้วมีรูปที่ได้จากรายการ คุยแซ่บshow เป็นรูปหนิงกับณิริน แล้วหนิงต้องเอาที่สระผมยัดลงไปท้ายรถแทน แล้วเหมือนพี่ญ่าเรียกให้เขามาถือ

ธัญญ่า : คือจินเขาไปเอารูปจากท้ายรถ เสร็จพี่ก็แซวเขา คุณผู้ชายคะไม่ช่วยคุณผู้หญิงแบกหน่อยเหรออะไรประมาณนี้
หนิง : มันเอาเข้ารถไปไม่ได้ ต้องเอารูปจากในรถออกมาก่อน เหมือนมันบังเอิญเจอกันหน้าบ้านมากกว่า เขากำลังจะออกไปข้างนอก

จากวันนั้นจนวันที่เจอ คือไม่ได้เจอกันเลย?
หนิง : ก็ไม่ได้เห็นหน้ากันเท่าไหร่

บางคนที่เห็นคลิปนี้มีความเอ๊ะ ทำไมยังเจอกันอยู่?
หนิง : จริงๆ ในสัมภาษณ์ก็ตอบไปชัดเจนแล้ว สถานะยังไม่ได้หย่ากัน ยังอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่แค่รอว่าจะมาจัดการให้เมื่อไหร่ตามที่ตกลงกันไว้ แค่นั้น ซึ่งก็ไม่มาจัดการให้สักทีหนูก็ไม่รู้จะทำยังไง

เชื่อไหม ณ วันนั้นที่พี่เห็นหนิงกับจินอยู่ใกล้กัน ไม่มีคำพูดอะไร แต่ในความรู้สึกเราที่เคยเห็นความเป็นครอบครัวที่น่ารัก ใจหายมากเลยนะ ทำเป็นแซว แต่ในใจเรารู้สึกแบบจริงเหรอ ถ้าวันหนึ่งเขาคิดได้ เขามาขอโทษ หนิงโอเคไหม?
หนิง : เราอย่าเพิ่งไปคิดมองอนาคตข้างหน้าเป็นยังไง หนิงสัมภาษณ์เคลียร์ทุกอย่างหมดแล้วในวันนั้น มันก็ยังเป็นคำตอบอย่างนั้นชัดเจน ตอนนี้รอการมาเคลียร์ รอมาหลายเดือนแล้ว แค่มาเคลียร์เท่านั้นเอง หนิงจะได้ไม่ต้องมานั่ง แต่หนิงเข้าใจ เราเป็นพิธีกรรายการนี้มันก็ประหลาด ถ้าเราไม่มีการอัปเดตผ่านรายการ แต่หนิงไม่อยากพูดแล้ว วันนี้สิ่งเดียวจริงๆ มาเคลียร์ให้หนิงเถอะ หนิงไม่รู้จะพูดยังไง มาเคลียร์เถอะ

‘2 หนุ่ม’ ทะเลาะกันบนถนน เหตุไม่เปิดไฟเลี้ยว เถียงกันอย่างดุ!! สุดท้ายจบหักมุม กลายเป็นคิมิโนโต๊ะ

(28 เม.ย.66) ผู้ใช้ TikTok บัญชี @kuy6169 ได้เผยคลิปขณะที่คนขับรถยนต์กำลังมีปากเสียงกับคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ สาเหตุคือรถใหญ่ไม่เปิดไฟเลี้ยว จนมอเตอร์ไซค์เกือบชนท้าย

โดยคนขับรถยนต์ตะโกนเสียงดังว่า "กูเปิดทีหลัง ทำไมล่ะ" ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็เถียงกลับไปว่า "เปิดทีหลังอะไร มึงต้องเปิดก่อนเลี้ยว" แต่รถยนต์ก็เถียงกลับว่า "แล้วมึงชนกูไหม" ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็บอกว่า "มันไม่เกี่ยวหรอก แล้วถ้าชนล่ะ ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาล่ะ มึงขับรถไม่ปลอดภัย"

จากนั้นคนขับรถยนต์จึงตอบกลับไปว่า "โอเค กูผิดใช่ไหม" ก่อนเดินเข้าไปจับมือมอเตอร์ไซค์แล้วพูดเสียงเบาลงว่า "กูขอโทษได้ไหม" ด้านมอเตอร์ไซค์ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบว่า "ได้" จากนั้นก็โผกอดกัน มีตบก้นกันเล็กน้อยให้อภัยกัน สุดท้ายเหตุการณ์ก็จบลงด้วยดี

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ชื่นชม ที่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ให้อภัยกัน พร้อมทั้งแซวว่า ถ้าพูดดีๆ ตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องเจ็บคอตะโกนคุยกันแบบนี้


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/727309

ถึงไทยแล้ว!! ‘บิ๊กตู่’ ร่วมต้อนรับคนไทยในซูดานชุดแรก ขอบคุณความร่วมมือของทุกฝ่าย พาคนไทยกลับมาได้อย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.66 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้อนรับคณะคนไทยกลุ่มที่ 1 จากซูดานที่มากับเที่ยวบิน A340-500 เที่ยวบินแรก จากท่าอากาศยานนานาชาติ King Abdulaziz เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย จำนวน 78 คน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มาติดตามสถานการณ์การอพยพคนไทยกลับจากประเทศซูดาน ยินดีและขอขอบคุณด้วยหัวใจ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ในนามรัฐบาลได้สั่งการหน่วยงานทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ขอบคุณการเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่องเพื่ออพยพคนไทยกลับสู่ประเทศไทยให้ได้ ทั้งนี้ การดำเนินการไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องประเมินสถานการณ์ตลอด ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบของรัฐบาลไทยที่สามารถดูแลคนไทยได้ รวมทั้ง ขอบคุณการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เช่น อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ประสิทธิภาพของประเทศในทุกด้าน ต้องมีความพร้อมทั้งด้านกำลังคน อุปกรณ์ แผนดำเนินการ ที่วางไว้ล่วงหน้าเพื่อเผชิญเหตุต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลา โดยขอให้ทุกคนทำงานตามหน้าที่เตรียมความพร้อมดูแลคนไทยให้ได้มากที่สุด ขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนและผู้ที่ติดตามข่าวสารด้วยความห่วงใยคนไทย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความรักความสามัคคีซึ่งขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้กลับบ้าน และยินดีกับทุกครอบครัว นายกรัฐมนตรีได้กำชับรอติดตามสถานการณ์กลับสู่ความสงบเรียบร้อย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทักทายคณะคนไทยด้วยความห่วงใยสอบถามรายละเอียดการเดินทาง สอบถามถึงสถานการณ์การเรียน การเปิดภาคการศึกษา ดีใจที่ทุกคนปลอดภัย ย้ำรัฐบาลส่งความห่วงใยให้ตั้งแต่วันแรกได้สั่งการให้มีการเตรียมการอพยพอย่างรอบคอบเพื่อให้ทุกคนปลอดภัยดีใจที่ทุกคนปลอดภัยกลับมา และขอให้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย 

ทั้งนี้ เครื่องบิน Airbus A340-500 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติ คิง อับดุลาซิซ (King Abdulaziz) เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย นำผู้ประสงค์จะเดินทางกลับพร้อมเครื่องบินของกองทัพอากาศในเที่ยวบินแรก จำนวน 78 คน ประกอบด้วย นักเรียนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 71 คน จังหวัดพัทลุง 1 คน นครศรีธรรมราช 1 คน และครอบครัวซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี 5 คน และเบื้องต้นทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีจากกองทัพอากาศ พร้อมได้ตรวจสุขภาพ และผ่านการตรวจคัดกรองจากทีมแพทย์ของกองทัพอากาศ ซึ่งแม้มีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ทุกคนปลอดภัยและรู้สึกดีใจที่เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

โดยคณะคนไทยผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและการตรวจคัดกรองโรคก่อนเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก และในวันพรุ่งนี้ ( 28 เมษายน 2566) คณะคนไทยที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคใต้จะเดินทางกลับพื้นที่ด้วยเครื่องบิน C – 130 ของกองทัพอากาศ เพื่อกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไป
 

นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการของกองทัพอากาศยังคงเตรียมความพร้อมอยู่ที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือคนไทยชุดต่อไปซึ่งจะขึ้นเรือจาก Port of Sudan มาที่เมืองเจดดาห์ รวมถึงเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยนายกรัฐมนตรีห่วงใย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนไทย โดยมุ่งหวังที่จะนำพี่น้องชาวไทยทุกคนที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

'ท่านใหม่' แจงชัด!! ในหลวงโปรดกระหม่อมให้งดพระราชพิธีฉัตรมงคล เพราะต้องไปร่วมงานราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษพระองค์ใหม่

(28 เม.ย.66) หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือ 'ท่านใหม่' ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

รับรู้ไว้ แล้วก็อย่าดราม่ากันให้มาก 

สาเหตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้งดพระราชพิธีฉัตรมงคล ในวันที่ 2-4 พุทธศักราช 2566 นั้น เพราะจะต้องเสด็จพระราชดำเนินไปร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษพระองค์ใหม่ สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งจะมีขึ้นที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค.2566

ม.จ. จุลเจิม ยุคล


ที่มา: https://www.facebook.com/744788370/posts/pfbid0a3EUSvnZWaX5nPnmd6xnCNuzCqJmzLmxysAjLugiopV7tvepE4m8U1WpzWTHV2VLl/?mibextid=Nif5oz

‘ปตท.’ ผนึก ‘ม.ศิลปากร’ จัดประกวดศิลปกรรม หัวข้อ ‘จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต’ ส่งผลงานได้ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 66 เป็นต้นไป

ปตท. จับมือ ม.ศิลปากร จัดประกวดศิลปกรรม ครั้งที่ 38 หัวข้อ "จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต" เปิดให้ทั้งระดับระดับเยาวชน และ ประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าประกวด ชิงรางวัลรวม เกือบ 1 ล้านบาท เปิดให้ส่งทางไปรษณีย์ ตั้งแต่ 5 มิ.ย. 66 (ผลงานจะต้องส่งถึงจุดรับผลงานไม่เกินวันที่ 21 มิ.ย. 66) ส่งด้วยตัวเองระหว่างวันที่ 12 - 18 มิ.ย. 66

 ปตท. ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรมการประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 38 ในหัวข้อ "จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต" เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินทุกระดับมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสนับสนุนการพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ผ่านผลงานศิลปะทุกประเภท ทั้งด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และผลงานสร้างสรรค์ทางด้านทัศนศิลป์อื่น ๆ โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ คือระดับเยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยได้วางระเบียบการประกวด ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pttplc.com

หัวข้อการประกวด "จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต"

ประเภทศิลปกรรม ได้แก่ ผลงานประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และผลงานสร้างสรรค์ทางด้านทัศนศิลป์อื่นๆ

คุณสมบัติของผู้ส่งผลงานเข้าประกวด
1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
2. เป็นผู้สร้างสรรค์ศิลปกรรมที่ส่งเข้าประกวดด้วยฝีมือและความคิดของตนเองและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานที่เข้าประกวด ซึ่งจะต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคคล หรือบริษัทอื่นใด
3. เป็นผลงานที่ไม่เคยเข้าร่วมประกวดที่ใดมาก่อน


ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดแบ่งเป็น 2 ระดับ ดังนี้
1. ระดับเยาวชน มี 3 กลุ่ม
- กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี (แจ้งเกิดตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2557)
- กลุ่มอายุ 9 - 13 ปี (แจ้งเกิดตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2552 ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2557)
- กลุ่มอายุ 14 - 18 ปี (แจ้งเกิดตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2547 ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2552)

2. ระดับประชาชนทั่วไป (แจ้งเกิดก่อนวันที่ 12 มิถุนายน 2547 เป็นต้นไป)

ขนาดผลงาน
ระดับเยาวชน ต้องมีขนาดผลงาน ดังนี้
- กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี และกลุ่มอายุ 9 - 13 ปี จะต้องส่งผลงานที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 40 x 60เซนติเมตร หรือ ไม่ต่ำกว่าขนาด A2 และไม่เกิน 60 x 80 เซนติเมตร หรือไม่เกินขนาด A1ไม่รวมกรอบหรือฐาน

- กลุ่มอายุ 14 - 18 ปี จะต้องส่งผลงานที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 60 x 80 เซนติเมตร และมีความกว้าง ความยาว หรือความสูง ไม่เกิน 100 เซนติเมตร ไม่รวมกรอบหรือฐาน

ระดับประชาชนทั่วไป ต้องมีขนาดผลงาน ดังนี้

- ผลงานจิตรกรรม ภาพพิมพ์ หรือผลงานเทคนิคอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลงาน 3 มิติ จะต้องมีขนาดผลงาน โดยมีความกว้าง ความยาว หรือ ความสูงไม่เกิน 200 เซนติเมตร รวมกรอบ หรือฐาน
- ผลงานประติมากรรม หรือสื่อ 3 มิติ จะต้องส่งผลงานที่มีขนาดรวมแท่น ฐาน และกรอบ(กว้าง x ยาว x สูง) ด้านละไม่เกิน 150 เซนติเมตร

4. งานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย พร้อมที่จะติดตั้งได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินจะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผลงานที่มีคุณภาพและเหมาะสมเข้าร่วมแสดงผลงานคณะกรรมการดำเนินงานจะระวังรักษาผลงานที่เข้าประกวดอย่างดีที่สุด ยกเว้นความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเหตุสุดวิสัย

5. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดตกลงให้ ปตท. มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวตลอดระยะเวลาแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายในการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือ นำผลงานของผู้ส่งผลงานเข้าประกวดไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานของ ปดท. โดยไม่มีค่าตอบแทน ทั้งนี้ ผู้ส่งผลงานเช้าประกวดตกลงที่จะไม่ให้สิทธิแก่บุคคลอื่นในการดำเนินการข้างต้น โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดตกลงให้เอกสารใบสมัครนี้เป็นหนังสืออนุญาตให้สิทธิแก่ ปตท. ตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ในกรณีที่เป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายในการยื่นเอกสารการรับสมัคร)

รางวัลพร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
1. ระดับเยาวชน แบ่งรางวัลในแด่ละกลุ่ม ดังนี้
กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 10,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 7,000 บาท

กลุ่มอายุ 9 - 13 ปี
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 15,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท

กลุ่มอายุ 14 - 18 ปี
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 20,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 15,000 บาท

2. ระดับประชาชนทั่วไป
รางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล เงินรางวัล 200,000 บาท
รางวัลดีเด่น 5 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท

และได้รับสิทธิ์ในการจัดนิทรรศการแสดงผลงานที่หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา ภายใต้เงื่อนไขที่ ปตท.กำหนด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top