Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

พิษณุโลก กองบิน 46จัดพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อปฏิบัติภารกิจฝนหลวงตามโครงการในพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566นาวาอากาศเอก สิระ  บุญญะพาศ ผู้บังคับการกองบิน 46เป็นประธานพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวง ฝูงบิน 461กองบิน 46เพื่อปฏิบัติภารกิจฝนหลวงตามโครงการ ในพระราชดำริ ที่ฐานปฏิบัติการฝนหลวง กองบิน 21(จว.อุบลราชธานี) และกองบิน ๗ (จว.สุราษฎร์ธานี)         ณ บริเวณลานจอดเครื่องบิน ฝูงบิน 461กองบิน 46

‘มาดามเดียร์’ ช่วย ‘ศิลป์ชัย’ ผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงที่นครศรีฯ ขอแรงหนุนจาก ปชช. กลับมาเทคะแนนให้ ‘ปชป.’ ยกจังหวัด

(27 เม.ย. 66) ที่ตลาดอำเภอสิชล น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ ‘มาดามเดียร์’ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 5 (อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอลานสกา) หมายเลข 4 ลงพื้นที่ตลาดอำเภอสิชล ช่วยหาเสียงสนับสนุนให้นายศิลป์ชัย สุนทรมัฏฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 10 (อำเภอขนอม อำเภอสิชล และอำเภอท่าศาลา) หมายเลข 1 ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก

เชียงใหม่-แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ กรมราชทัณฑ์ ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการส่งเสริมการศึกษาแก่ผู้ต้องขัง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.00 น. ที่ เรือนจำชั่วคราวกลางเวียง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรมราชทัณฑ์ และ บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ” เพื่อเป็นแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ โดยมี นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นางจรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ พาร์ทเนอร์กลุ่มธุรกิจแฟลช ร่วมลงนามความร่วมมือ MOU พร้อมกันนี้ ได้มีการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง  เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ศึกษา และเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ของโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น พร้อมนำทีมทรัพยากรบุคคลผู้เชี่ยวชาญเตรียมสัญจรลงพื้นที่ทัณฑสถานทั่วประเทศ เพื่อแชร์ข้อคิดในการดำเนินชีวิตและแนะแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดี ที่บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ มีการทำโครงการเพื่อสังคมร่วมกับชุมชนและภาคเอกชนมาโดยตลอด สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือความร่วมมือในการพัฒนา และการให้โอกาสแก่ผู้ต้องขัง เพื่อกลับไปเป็นคนดีของสังคม การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้เกิดขึ้นจาก เจตนารมณ์ที่ตรงกันของกรมราชทัณฑ์ และบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ในการที่จะจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ เพิ่มโอกาสและช่องทางการเรียนรู้แก่ผู้ต้องขัง ควบคู่ไปกับการสร้างขวัญกำลังใจ ให้ข้อคิดเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอก กรมราชทัณฑ์ จะบริหารจัดการกับคอมพิวเตอร์ที่ได้รับมา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ต้องขัง และต้องขอขอบคุณบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ จากบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ในการที่จะเข้ามาให้ข้อคิดการใช้ชีวิต และแนะแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังภายหลังที่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งผลที่จะได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ต้องขัง ทั้งในด้านความรู้และทัศนคติในการใช้ชีวิต อันจะส่งผลดีไปยังครอบครัว บุคคลรอบข้างรวมถึงสังคมถิ่นฐานที่อยู่อย่างเป็นรูปธรรม

‘สนธิรัตน์’ ขึ้นเวทีดีเบต ชู บัตรประชารัฐ ช่วยผู้มีรายได้น้อย ย้ำ!! เจตนารมณ์ดูแลกลุ่มเปราะบางให้ตั้งตัวได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี

(27 เม.ย.66) ที่สถานีโทรทัศน์ PPTV กรุงเทพฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมเวทีดีเบต ‘เลือกตั้ง 66 ฟังเสียงคนไทย’ ที่จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ PPTV มีตัวแทนพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าร่วมดีเบต โดยนายสนธิรัตน์ ได้ตอบคำถามเรื่องการยกระดับรายได้ และแก้ปัญหาความจนของประชาชนว่า บัตรประชารัฐเกิดจากทีมที่พวกตนร่วมทำกัน ซึ่งเจตนารมณ์คือต้องการช่วยหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี ซึ่งผู้ที่มีรายได้น้อย รัฐฯ ต้องดูแล

อย่างไรก็ตาม เจตนาจริง ๆ ของบัตรประชารัฐไม่ใช่การนำเงินมาแจก แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่มีข้อมูล ไม่รู้ว่าคนจนอยู่ไหน การทำบัตรประชารัฐทำให้มีฐานข้อมูล ทำให้เรารู้ว่าคนจนอยู่ที่ไหน เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้พี่น้องได้ถูกต้อง แต่ก็ต้องใส่แรงจูงใจเข้าไป ไม่ใช่แค่ให้เขาเข้ามาเฉย ๆ ซึ่งเงิน 300 บาทก็มีความหมาย หากพรรคพลังประชารัฐได้เดินหน้าเรื่องนี้ต่อ เราต้องการแก้ปัญหาความยากจน โดยเพิ่มเงินเป็น 700 บาท พร้อมทั้งนำฐานข้อมูลดังกล่าวมาแก้ความยากจน โดยทำให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสในการสร้างรายได้ ให้พ้นปีละ 1 แสนบาท ซึ่งเท่ากับว่าเรามีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำให้พ้นความยากจน ให้พี่น้องได้มีอาชีพ ตั้งตัวได้ อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี

‘USS Nimitz’ เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ เยือนไทย เปิดพื้นที่ต้อนรับการฉลองสัมพันธ์อันดี 190 ปี ‘ไทย-สหรัฐฯ’

(27 เม.ย.66) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา นำเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีสหรัฐฯ USS NIMITZ จอดเทียบท่าในโอกาสเฉลิมฉลอง 190 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-สหรัฐฯ

ทั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ และไทย ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของไทยในระหว่างการเยือนครั้งนี้ ขณะเดียวกันยังได้เปิดโอกาสให้ทหารเรือสหรัฐฯ ได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและเข้าร่วมการประชุมหารือต่าง ๆ ตลอดจนมีส่วนร่วมในโครงการชุมชนสัมพันธ์ด้วย

สำหรับ เรือ USS Nimitz (CVN 68) เป็นเรือธงของ CSG 11 มีศักยภาพด้านการควบคุมทะเล การโจมตีเป้าหมายหลายประเภท ปฏิบัติการความมั่นคงทางทะเล การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการฝึกร่วมและผสมในพื้นที่ปฏิบัติการต่าง ๆ ออกเดินทางจากเมืองเบรเมอร์ตัน รัฐวอชิงตัน เพื่อปฏิบัติการทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน 2565 เข้าร่วมฝึกร่วมผสมหลายครั้ง และปฏิบัติการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในพื้นที่รับผิดชอบของกองเรือที่ 7 แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมทั้งทะเลจีนใต้และทะเลฟิลิปปินส์

หลังจากฝึกร่วมทางทะเลไตรภาคีกับเรือรบของ Japan Maritime Self-Defense Force (JMSDF) และเกาหลีใต้เมื่อกลางเมษายนที่ผ่านมาและมุ่งหน้ามาสู่ประเทศไทย มีกำหนดการเดินทางกลับในวันที่ 29 เมษายน 2566 เพื่อปฏิบัติภารกิจภายใต้กองเรือที่ 7 ต่อไป

นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นเพื่อนและพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย มิตรภาพของเรามีมาอย่างยาวนานร่วมสองศตวรรษ ซึ่งเราได้บรรลุความสำเร็จมากมายร่วมกัน ปีนี้เรากำลังฉลองวาระครบรอบ 190 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างกัน”

เอกอัครราชทูตระบุว่า สัมพันธไมตรีของเราช่วยส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพสำหรับทั้งภูมิภาค ช่วยทำให้ผู้คน สินค้า และความคิดใหม่ ๆ เดินทางได้อย่างเสรี ช่วยนำมาซึ่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการตอบสนองต่อภัยพิบัติที่สำคัญ และล่าสุดนี้ช่วยให้เรารับมือกับการระบาดใหญ่ทั่วโลก นอกจากนี้ ผมอยากจะขอบคุณเหล่าเจ้าหน้าที่ชายหญิงแห่งกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐสำหรับความมุ่งมั่นที่มีต่อความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันและคอยดูแลให้ประชาชนของเราปลอดภัย

‘โรม’ โดนชาวบ้านชูป้ายขับไล่-เปิดเพลง ‘หนักแผ่นดิน’ ใส่ ขณะ ‘ก้าวไกล’ กำลังเดินสายหาเสียงที่ จ.สระแก้ว

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 66 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลงพื้นที่ อำเภออรัญประเทศ เพื่อช่วย นายปรมินทร์ จันทรกาล ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 3 หาเสียง โดยเริ่มต้นจากลานสยามมินทร์ไปตามถนนสายต่าง ๆ ภายในเทศบาลเมืองอรัญประเทศ

ขณะทีมหาเสียงพรรคก้าวไกลตระเวนไปตามถนนได้มีกลุ่มผู้เห็นต่างใช้รถตู้ติดตั้งเครื่องขยายเสียงเปิดเพลง ‘หนักแผ่นดิน’ ใส่ พร้อมยืนขับไล่และขี่รถจักรยานยนต์ถือป้ายขับไล่ไปทุกเส้นทางที่ทีมงานพรรคก้าวไกลเดินทางไป แต่ไม่มีการตอบโต้ใด ๆ กลับไปจากพรรคก้าวไกล

จากนั้นกลุ่มหาเสียงของพรรคก้าวไกลเดินทางต่อไปช่วยผู้สมัครเขต 2 หาเสียงต่อไป

กองทัพเรือ ลดพุง ลดโรค ในกำลังพล ปรับสมดุลเพื่อสุขภาพ

ในวันนี้ 27 เม.ย.66 ที่ สโมสรสัญญาบัตรฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี น.อ.นพดล บุญเจริญ รองเสนาธิการ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรม “โครงการลดพุงลดโรค ปรับสมดุลเพื่อสุขภาพ”  ให้เกิดการรู้เท่าทันโรคเมตาบอลิกซินโดรมโรคอ้วนลงพุง ในกำลังพลฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี น.อ.สราวุฒิ พลเสน ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และคุณนุชนภาภรณ์ หลายเจริญ ประธานชมรมภริยาฐานทัพเรือสัตหีบ ให้เกียรติร่วมในพิธี

โดย น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ หัวหน้าห้องตรวจโรคเบาหวาน กลุ่มงานอายุรเวชกรรม รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

จากนั้น รองเสนาธิการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้กล่าวเปิดการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ประธานชมรมภริยาฐานทัพเรือสัตหีบ มอบของที่ระลึกให้กับวิทยากร และนายแพทย์วิทยากร จาก รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้บรรยายให้ความรู้และการตรวจติดตามที่เหมาะสมในกลุ่มเสี่ยงของกำลังพล ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้ได้รับความรู้และสามารถวินิจฉัยได้ทันท่วงทีในระยะแรกของโรค รวมทั้งได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติตัวและการดูแลตนเอง ในโอกาสนี้ด้วย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ สั่งดำเนินคดีหนุ่มกล่าวอ้างเป็นทีมงานบิ๊กโจ๊ก ใช้อาวุธปืนบังคับขืนใจ สาวเอ็นเตอร์เทน หลังก่อเหตุยังส่งข้อความข่มขู่จนเหยื่อหวาดกลัว

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.ออม (นามสมมติ) พร้อมสื่อมวลชน ได้เข้าร้องเรียนต่อ  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ณ สโมสรตำรวจ โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.66 น.ส.ออม ผู้เสียหาย ทำงานเป็นเด็กเอนเตอร์เทน ถูกว่าจ้างให้ไปให้บริการชงเหล้าและเอ็นเตอร์เทนให้กับกลุ่มลูกค้าในช่วงเวลาระหว่าง 22.00 – 04.00 น. ของอีกวัน ที่ห้อง VIP ของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนจรัญสนิทวงศ์  ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอ้างว่าเป็นทีมงานของบิ๊กโจ๊ก โดยมีการแสดงภาพถ่าย ซึ่งปรากฏภาพผู้ต้องหานั่งร่วมโต๊ะกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เมื่อผู้เสียหายไปถึงมีบุคคลชื่อ นายเจต  เป็นบุคคลในภาพซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ระหว่างการนั่งดื่มอยู่นั้น นายเจต มีการกล่าวอ้างถึงความสนิทสนมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ พร้อมทั้งมีการแสดงอาวุธปืนให้ผู้เสียหายดู อีกทั้งยึดโทรศัพท์ของเด็กเอ็นเตอร์เทนทุกคนไว้ จากนั้นได้พาผู้เสียหายขึ้นไปบนห้องของโรงแรมพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้เสียหายให้ถอดเสื้อผ้าและมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยมีการถ่ายคลิปวีดีโอไว้เพื่อแบล็คเมล์ผู้เสียหาย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุแล้ว นายเจต มีการสั่งให้ผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์กลุ่มเดิม เข้ามาให้บริการอีก ซึ่งผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์ต้องจำใจไปตามที่นายเจตสั่ง เนื่องจากเกรงกลัวนายเจตที่กล่าวอ้างนายตำรวจระดับสูงและมีการพกพาอาวุธปืนตลอดเวลา อีกทั้งเมื่อเสร็จงานแล้ว นายเจตกลับจ่ายเงินค่าให้บริการแก่ผู้เสียหายเพียงบางส่วน และมีการส่งข้อความและภาพการทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นมาข่มขู่ผู้เสียหายอีก ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าจะมีอันตรายต่อตนเองและบุคคลใกล้ชิด จึงได้เข้ามาพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว 

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ สน.บวรมงคล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ ดำเนินการสืบสวนนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกล่าวอ้างโดยใช้การถ่ายภาพกับบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อใช้ในการข่มขู่ให้ผู้อื่นเกรงกลัว อีกทั้งผู้ต้องหายังใช้อาวุธปืนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง 

ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าว คือ นายวทัญญู วิริยะชโยทัย จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจว่าตนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งได้กระทำโดยมีอาวุธปืน” 

ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. 66 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายวทัญญู หรือ นายเจต ได้ที่บริเวณบ้านพักในพื้นที่  ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย พร้อมตรวจค้นพบอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้จับกุม นายวทัญญูฯ ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร” จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล ได้อายัดตัว นายวทัญญูฯ ตามหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ หลังพบผู้เสียหายกว่า 400 ราย ความเสียหายหลายสิบล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงประชาชนให้กู้ยืมเงินผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง

วันนี้ (27 เม.ย.66) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์การกระทำผิด และผลการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

สืบเนื่องมาจากได้มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้กู้เงินผ่านเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป และจากการได้รับข้อความสั้น (SMS) โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะให้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเงินเร็ว และใช้เอกสารน้อย จากนั้นจะให้แอดไลน์ติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ของมิจฉาชีพ มีการอ้างว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินที่ขอกู้ยืมจริง แต่ต่อมามีเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องโอนเงินมัดจำก่อน ต้องทำกรมธรรม์คุ้มครองวงเงิน ต้องจ่ายค่างวดล่วงหน้า หรือแจ้งว่ามีการกรอกเลขบัญชีธนาคารผิด ต้องจ่ายเงินเป็นค่าเครดิต เป็นค่ารหัสผ่านในการถอนเงิน เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับเงินเเต่อย่างใด เชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สอท.5 จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หาความเชื่อมโยงทางคดี กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.66 พงส.ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 52 ราย (สัญชาติไทย 51 ราย สัญชาติจีน 1 ราย) ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และ พงส.ยังได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลเพื่อขอออกหมายค้นสถานที่สำคัญ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ กทม. 3 จุด และ จ.สระแก้ว 1 จุด

‘รศ.ปวิน’ เผยอีกมุม ‘ชัยวุฒิ’ นักการเมืองสายชั้นเชิง แท็กติกเยอะ!! ใครคิดว่า ‘โง่’ ขอแย้งแทน เขาไม่ได้ ‘โง่’

‘รศ.ปวิน’ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต เผยมุมมองใหม่ หลายคนมองแง่ลบทางความคิด ‘ชัยวุฒิ’ ในบทนักการเมือง แต่แท้จริงแล้ว ลึกๆ มีเรื่องราวซ่อนอยู่มากมายในทุกประเด็น ที่ใครว่า ‘โง่’ ขอแย้งแทน เขาไม่ได้ ‘โง่’

(27 เม.ย. 66) รศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต ให้สัมภาษณ์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ และการเลือกตั้งปี 2566 ผ่าน ‘เนม รติศา วิเชียรพิทยา’ บล็อกเกอร์สาว เจ้าของช่องสรุปข่าวแบบเข้าใจง่าย ในชื่อ NailName ซึ่งออกอากาศทาง YouTube ที่ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามมากกว่าครึ่งล้าน โดยบางช่วงได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างตน กับ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า…

เป็นความสัมพันธ์ที่ดีใจจุดหนึ่ง แต่อีกมุมก็มองว่าค่อนข้างแปลก ซึ่งเรื่องนี้เล่าให้ฟังเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยคุณโอ๋ ชัยวุฒิ เคยพยายามปิดตลาดหลวง และอยู่เบื้องหลังการฟ้องร้องตนเองในด้านอาชญากรรมไซเบอร์มาก่อน แต่ก็ไม่เคยไม่พอใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้เคยมีการพูดคุยกันอยู่บ้าง เมื่อครั้งตนเอง เขียนหนังสือเล่มใหม่ และต้องการส่งหนังสือไปให้ ทางคุณโอ๋ ชัยวุฒิ เองก็น่ารัก ยินดีรับหนังสือดังกล่าว บางครั้งในโซเชียลก็มีการโต้ตอบกันบางในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเมื่อครั้งคุณโอ๋ ชัยวุฒิ ไปทำบุญกับคุณแม่ภรณี ธนาคมานุสรณ์ ตนเองก็เข้าไปคอมเมนต์ ก็ได้รับการตอบกลับมา ว่าคุณแม่ ฝากบุญมาให้ตนเอง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่น่ารัก ไม่คิดว่าจะเป็นการพูดคุยกันในรูปแบบบุคคลธรรมดาทั่วไปได้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top