Saturday, 1 August 2026
TheStatesTimes

‘พิธา’ ลุยหาเสียงเมืองนนท์ ชี้ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ย้ำ ‘ก้าวไกล’ มีจุดยืนชัดเจน แตกต่างจากพรรคอื่น

(26 มี.ค. 66) พรรคก้าวไกลนำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต หาเสียงกับพี่น้องชาวนนทบุรี ที่ท่าน้ำปากเกร็ด โดยแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตของพรรคทั้ง 8 เขต

โดยนายพิธา กล่าวถึงนิด้าโพลช่วงเช้าที่คน กทม. มอบความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่ดี ถือว่าเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป ขณะเดียวกันการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งระดับชาติ ตนคงจะนำพลังที่ชาว กทม.ไว้วางใจมาเป็นกำลังใจให้ได้ทำงานทั้งประเทศ

ร้านค้าบุรีรัมย์กว่า 12 ร้าน ร่วมใจแจกฟรี ‘ลูกชิ้นยืนกิน’  เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ‘ลิซ่า BlackPink’ วันที่ 27 มี.ค. นี้

แจกฟรี!! พ่อค้าแม่ค้า "ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์" บนสถานีรถไฟบุรีรัมย์ กว่า 12 ร้านค้า ร่วมใจรวมพลังแจกลูกชิ้นยืนกินกว่า 500 กิโลกรัม เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ลิซ่า Blackpink 

‘พงษ์ภาณุ’ มอง!! แม้ FED แก้ปัญหาเร็ว แต่ยังไม่จบ เมื่อระเบิดเวลาจากอัตราดอกเบี้ย ยังรอซ้ำดาบสอง

(26 มี.ค.66) นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น และอดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้มุมมองถึงผลกระทบต่อการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ต่อภาคธนาคาร ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00- 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 66 ระบุว่า…

แม้เราจะมองเห็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็วของ Fed ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วนที่เกิดขึ้น จาก ‘Bank Run’ ด้วยการเข้ามาค้ำประกันเงินฝาก ให้แบงก์เอาพันธบัตรไปวางค้ำและปล่อยกู้ในมูลค่าเต็มของราคาพันธบัตรนั้นๆ แต่จริงๆ แล้วปัญหามันยังไม่จบ ผมคิดว่า มันยังมีความเสี่ยงด้าน ‘Credit risk’ เป็นส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ เช่น ความเสี่ยงของผู้กู้ที่อาจจะไม่สามารถชำระคืนได้ 

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ‘Interest Rate Risk’ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สถาบันการเงินปล่อยกู้ไม่หมดเอย หรืออีกส่วนหนึ่งก็นำไปลงทุนในหลักทรัพย์เอย โดยเฉพาะอย่างหลังกับหลักทรัพย์ ที่เวลาเจอดอกเบี้ยขึ้นเมื่อไร ราคาทรัพย์มันมักจะตกลงตาม โดยเฉพาะกับกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีรายได้คงที่ แบบ ‘Fixed Income Securities’ (ตราสารหนี้) ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ออกโดยรัฐบาลหรือองค์กรเอกชน ที่จ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนดไว้ตามกำหนดเวลา และชำระคืนเงินต้นเมื่อครบอายุของหลักทรัพย์

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ คือ สมมติว่าเราไปซื้อพันธบัตรรัฐฯ ไว้ 1 หมื่นบาท แล้วภายในระยะเวลา 5-10 ปี เขาก็จะคืนมาให้ 11,000 บาท โดยเงื่อนไขในพันธบัตรจะเขียนว่า รัฐบาลจะจ่ายดอกเบี้ย เป็นจำนวน 5 บาท ทุกวันที่นั้น วันที่นี้ และเมื่อครบกำหนด ก็จะชำระคืนเงินต้น ซึ่งจำนวนเงิน 5 บาทนี้ แม้ดอกเบี้ยจะขึ้นเร็ว-ขึ้นแรงแค่ไหน รีเทิร์นมันก็จะถูกฟิกซ์ไว้อยู่ดี

‘เพจหมอ’ เผยตัวกรองอากาศ 9 เครื่อง กดค่าฝุ่นได้หลักสิบ ตัดพ้อ!! พยายามช่วยเหลื่อตัวเองเต็มที่ แต่สู้คนเผาไม่ไหว

เพจหมอยกปัญหาฝุ่น pm 2.5 ควรเป็นวาระแห่งชาติ เผยปัญหาฝุ่นในพื้นที่ จ.เชียงราย บ้านตนเองต้องเปิดเครื่องกรองอากาศ 9 เครื่องถึงกดค่าฝุ่นในห้องกินข้าวให้เหลือหลักสิบ โอดพยายามแค่ไหนก็สู้คนเผาไม่ได้

เมื่อวันที่ (25 มี.ค.66) เพจ “เรียนหมอ” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน ได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของ จ.เชียงราย โดยผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่า ห้องกินข้าวของบ้านตนเองต้องใช้เครื่องกรองอากาศมากถึง 9 เครื่องจึงจะสามารถกดค่าฝุ่นในห้องให้เหลือหลักสิบได้ ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า

ผู้นำเยอรมนี ชี้ ธนาคารยักษ์ใหญ่ของประเทศยังแกร่ง แม้มีข่าว Deutsche bank จะกลายเป็นโดมิโน่รายต่อไป

ใครที่ตามข่าวในตลาดการเงินอย่างต่อเนื่องก็คงจะรู้ดีว่าตอนนี้ Deutsche Bank ธนาคารยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีกำลังถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก หลังมีข่าวว่า Credit Default Swap (CDS) ได้พุ่งขึ้นทำระดับ New High ใหม่เหนือ 200 จุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ! โดย CDS จะพุ่งขึ้นเมื่อตลาดกังวลว่าบริษัทมีความเสี่ยงที่จะผิดชำระหนี้มากขึ้น ทำให้ตอนนี้มีแรง Panic ว่า Deutsche Bank จะกลายเป็นรายต่อไปหลังจาก SVB และ Credit Suisse หรือไม่ ?

(26 มี.ค.66) World Maker เผยว่า Olaf Scholz ผู้นำของเยอรมนีได้ออกมาประกาศชัดว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของประเทศยังมีความแข็งแกร่งและความสามารถในการทำกำไรอย่างดี! ทำให้ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะล้มเหมือนธนาคารอื่น ๆ ในก่อนหน้านี้ โดยเขาได้ปฏิเสธว่า Deutsche Bank มีสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกับ Credit Suisse จึงไม่มีเหตุผลให้ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

ความเห็นของเขาเป็นไปเช่นเดียวกับ Jerome Powell ประธาน FED รวมถึง Joe Biden ผู้นำสหรัฐฯ และ Christine Lagarde ประธานของ ECB ที่พยายามออกมาสร้างความมั่นใจให้กับตลาดว่าภาคธนาคารของชาติตะวันตกยังคงมีความแข็งแกร่ง ในขณะที่ธนาคารกลางประกาศชัดเจนว่าได้เตรียมพร้อมสำหรับการ “จัดหาสภาพคล่อง” ในระดับที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ ผู้ที่มองโลกในแง่ร้ายกล่าวว่าวิกฤตครั้งนี้จะลุกลามไปใหญ่โตแน่นอน และทำให้เกิดการล่มสลายในระดับมหากาพย์ แต่ผู้ที่มองโลกในแง่ดีกล่าวว่าวิกฤตในครั้งนี้แตกต่างจากวิกฤตใหญ่ ๆ ในอดีตอย่างเช่น Great Depression ปี 1930 และวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ซึ่งครั้งนี้จะผ่านไปได้ไม่รุนแรงเช่นนั้น เพราะมีความแตกต่างกันหลายอย่างและระบบการเงินโลกก็ถูกพัฒนาไปมากแล้วจากในอดีต แม้ว่าอาจเกิดความเสียหายในบางส่วนแต่ก็จะไม่ใช่หายนะ 

คำกล่าวของ Scholz เกิดขึ้นหลังจากหุ้น Deutsche Bank ร่วง -14% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนจะฟื้นตัวปิดตลาดที่ -8.53% พร้อมกับ CDS ที่พุ่งทำ New High และปรับตัวลดลงหลังจากนั้น ซึ่งโดยรวมแล้ว Deutsche Bank สูญเสีย Market Cap ไปราว 1 ใน 5 (-20%) ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น (ไม่ต่างจากธนาคารอื่นๆ ใน Wall Street ที่สูญเสียมูลค่าไปเช่นกัน)

นั่นทำให้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดจำนวนไม่น้อยยังไม่กล้าปักใจเชื่อคำกล่าวของกลุ่มผู้นำโลก แต่ก็ต้องบอกว่ามีนักวิเคราะห์บางคนที่มองในเชิงบวก ยกตัวอย่างเช่น Stuart Graham จาก Autonomous Research ที่ออกมากล่าวชัดเจนว่า Deutsche Bank จะไม่ใช่ Credit Suisse รายต่อไป

ขณะเดียวกันนี้ สถิติแสดงให้เห็นว่าลูกค้าแห่ถอนเงินอย่างน้อย -3.5 ล้านล้านบาทหรือ -1 แสนล้านดอลลาร์ออกจากธนาคารของสหรัฐฯ นับตั้งแต่เกิดวิกฤต Bank Run ขึ้นมา ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นโดยรวมของตลาดเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับที่กองทุน Hedge Funds บางกลุ่มเริ่มเข้า Short Sell สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาฯ ! โดยมองว่าตลาดนี้จะได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่จากวิกฤตธนาคาร

ทั้งนี้ Hedge Funds จำนวนไม่น้อยกำลัง Short Sell ผ่านทางด้านหุ้นและอนุพันธ์เครดิต (Credit Deriavtives) โดยหุ้นเกือบ 40% ของ iShares US Real Estate ETF กำลังถูก Short Sell อยู่ ณ ตอนนี้

วิกฤตธนาคารที่เกิดขึ้นถือเป็นเพียงสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการ Short Sell ในตลาดอสังหาฯ สูงขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ตลาดอสังหาฯ ก็เริ่มมีสัญญาณความตึงเครียดเกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว อย่างที่ World Maker ได้เคยย้ำเตือนไปในหลายบทความที่ผ่านมา ว่านับตั้งแต่ดอกเบี้ย FED สูงขึ้น มันส่งผลให้ดอกเบี้ยบ้านสูงขึ้นตามไปด้วยในขณะที่ราคาบ้านเองก็อยู่ในระดับสูงลิ่วจนหลายคนเอื้อมไม่ถึงไปแล้ว

ดังนั้นเมื่อไปถึงจุดหนึ่งที่ตลาดตึงเครียดมาก ๆ ก็มีแนวโน้มที่ราคาอสังหาฯ จะร่วงลงได้ เนื่องจาก Demand หายไปเพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นพร้อมกับราคาในก่อนหน้านี้ จนทำให้การซื้อบ้านแพงหูฉี่จนหลายคนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตลาดอสังหาฯ ณ ปัจจุบัน

ยิ่งเมื่อ FED ได้ทำ QT โดยการเทขายพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรจำนองบ้าน (Mortgage Backed Securities : MBS) มันก็ยิ่งทำให้ตลาดอสังหาฯ ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตธนาคาร ดังนั้นเมื่อมีวิกฤต SVB, Credit Suisse และความกังวลที่แพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรง Panic ในอสังหาฯ พุ่งขึ้นไปอีกระดับพร้อมกันอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก-กลางในตลาด Real Estate อาจมีความเสี่ยงมากกว่าบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีงบการเงินแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับที่วิกฤตเกิดกับธนาคารขนาดเล็ก-กลาง แต่ยังไม่เกิดกับธนาคารขนาดใหญ่เพราะมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดกว่า

ภาพรวมทั้งหมดนี้แสดงให้เราเห็นว่าในขณะที่เกิดสถานการณ์ปั่นป่วนที่หลายคนมองว่าเป็นวิกฤต แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่กำลังแสวงหาโอกาสในการทำกำไรท่ามกลางข่าวร้าย โดยถ้าซื้อแล้วไม่ได้กำไร พวกเขาก็เลือกที่จะ Short Sell แทน ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าตลาดสินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ เหล่านี้จะเคลื่อนตัวไปในทิศทางไหนต่อไปกันแน่ ? จะพังหรือพุ่ง ? จะรุ่งหรือร่วง ?

ทางด้าน FED และธนาคารกลางหลายแห่งเช่น ECB ล่าสุดยังคงตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยต่อไป โดยมองว่าทั้งระบบมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะรับแรงกดดันด้านสภาพคล่องในระยะสั้น แม้มีวิกฤตด้านการธนาคารเกิดขึ้นให้เห็นเป็นรอยร้าวของระบบจากความตึงเครียดทางการเงินที่ถูกยกระดับขึ้นมา 

“ชนม์สวัสดิ์” ประธานบวงสรวงยกเสาเอก ก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการ

ที่บริเวรลานมณฑลพิธี ได้จัดพิธีบวงสรวงก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยได้ฤกษ์ดี ตรงวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2566 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 จัดพิธียกเสาเอก เสาโท โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการ 5 ชั้น แต่มีรูปทรงเท่าขนาดความสูง 8 ชั้น ภายในพิธีพระสงฆ์จำนวน 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเวลา 09.19 น. นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ประธานในพิธี จุดเทียนชัยมงคลพร้อมทั้งถวายเครื่องสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดย พราหมณ์ ยศ โกมลเวทิน เป็นพราหมณ์เจ้าพิธี กล่าวโองการบวงสรวงอัญเชิญเทวดา จากนั้น นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิมล มงคลเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางประภาพร อัศวเหม นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ  นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง นายสมหวัง เกษมโกสินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายสมควร ชูไสว ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวพิม อัศวเหม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารฯ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เทศบาลนครสมุทรปราการ เทศบาลตำบลบางเมือง สมาชิกกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ร่วมในพิธี

"รศ.ดร.เพ็ญศรี" รั้ง!นายก ส.มก.จ.ขอนแก่น สมัย2

นิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขา ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมจัดงานคืนสู่เหย้านิสิตเก่า เพื่อสานความความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนิสิตเก่า ตลอดจนเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของ ส.มก.และนิสิตเก่าและ เพื่อร่วมมือกันระหว่างนิสิตเก่าในการทำคุณประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม

เมื่อเวลา 17.00 น.วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2566 ที่ โรงแรมบายาสิตา มหาวิทยาลัยขอนแก่น  รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช นายกสมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานคืนสู่เหย้านิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีนายวินัย เครือตรีประดิษฐ์ อุปนายกสมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับคำกล่าวรายงาน ในการนี้ นางวันทนา เลิศศิริวรกุล KU รุ่น 43 เลขาธิการสมาคม นิสิตเก่ามหาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาขอนแก่น ทำงานที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้มี นายกิตติ สิงหาปัด พิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นนิสิตเก่า KU รุ่น 44 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสัตวบาล เพื่อน พี่น้องนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และครอบครัว ร่วมงานอย่างคับคลั่ง

นางวันทนา เลิศศิริวรกุล  กล่าวว่า ด้วย สมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สาขาขอนแก่น โดยการนำของ รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช นายกสมาคม นิสิตเก่ารุ่น KU 44 ได้เริ่มจากการรวมตัวกันของสมาชิกเมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยการสร้างกลุ่มไลน์แล้วนั้นเพื่อนพี่น้องก็เชิญสมาชิกที่รู้จักในจังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียงเข้าร่วมกลุ่ม จากนั้นก็มีกิจกรรมในการพบปะพูดคุยและสังสรรค์กันตามโอกาส รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น การร่วมกันบริจาคเงินโครงการ พลัง KU ขอนแก่นสู้โควิด -19 แก่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลขอนแก่น ในช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด กิจกรรมการให้กำลังใจสมาชิกเมื่อมีการสูญเสียบุคคลในครอบครัว การจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสร้าง
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

รวมถึงการจัดรายการวิทยุถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ความรู้ทางการเกษตรแก่ประชาชนร่วมกับสถานีวิทยุ มก.ขอนแก่น และภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ดีขึ้น สมาชิกจึงได้กำหนดจัดงานคืนสู่เหย้าขึ้น การจัดงานคืนสู่เหย้าครั้งนี้ เป็นการจัดครั้งแรก โดยมีผู้แจ้งรายชื่อเข้าร่วมงานและสนับสนุนเงินและอาหาร จำนวนประมาณ 150 คน 

“จุรินทร์” เปิดทีมเศรษฐกิจ เดินหน้ายุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ขับเคลื่อน เศรษฐกิจ  การเมือง สังคม

26 มี.ค. 2566 วันนี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจบางส่วน เพื่อหารือถึงนโยบายเพิ่มเติมในเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นแกนตั้งรัฐบาล ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ดร.พิสิฐ  ลี้อาธรรม ม.ร.ว.ศศิพฤนท์  จันทรทัต นายเกียรติ สิทธีอมร ดร.สามารถ  ราชพลสิทธิ์ คุณวทันยา บุนนาค ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ดร.สรรเสริญ สมะลาภา และนายอลงกรณ์  พลบุตร เป็นต้น 

โดยนายจุรินทร์ ได้กล่าวถึงภาพรวมของการกำหนดทิศทางขับเคลื่อนประเทศว่า พรรคจะเดินหน้ายุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” เป็นกรอบใหญ่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศ สำหรับด้านเศรษฐกิจนั้น ประชาธิปัตย์จะให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจมหภาค และเศรษฐกิจทันสมัย ซึ่งจะมีเศรษฐกิจอนาคตรวมอยู่ด้วย 

สำหรับเศรษฐกิจฐานราก จะได้มุ่งเน้นทั้งเรื่องการให้ความสำคัญกับการเกษตร อุตสาหกรรม รวมถึงการท่องเที่ยว สำหรับเป็นพื้นฐานเรื่อง “สร้างเงิน” ให้ประเทศ โดยจะมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับพืชเศรษฐกิจ ปศุสัตว์ ประมง SMEs หมู่บ้าน/ชุมชน และผู้ใช้แรงงาน เป็นต้น

ส่วนเศรษฐกิจมหภาค จะมุ่งเน้นเรื่องการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เป็นเป้าหมายหลัก 

ส่วนเศรษฐกิจทันสมัย รวมถึงเศรษฐกิจอนาคตนั้น จะได้เน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ควบคู่กันไป อาทิ Silver Economy ที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซอฟต์พาวเวอร์ Renew Economy, Social Economy, Digital Economy เป็นต้น 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีความเห็นตรงกันว่า ในภาพรวมเราจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ถ้าเรามีโอกาสได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ 

นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงนโยบายสำหรับกรุงเทพมหานครว่า พรรคได้มีการแถลงนโยบายไปแล้ว และยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ และนโยบายกรุงเทพฯ จะมี 2 ส่วน ส่วนที่ 1 นโยบายรวมของพรรค ส่วนที่ 2 นโยบายเฉพาะในส่วนทีมกรุงเทพมหานคร 

โดยนโยบายรวมที่เกี่ยวพันกับคนกรุงเทพมหานคร เช่น การจัดตั้งธนาคารชุมชน 2,800 กว่าชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร ชุมชนละ 2 ล้านบาท รวมถึงการจัดให้มีอินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดทั่วประเทศ โดย 1 แสนจุด จะเป็นของกรุงเทพฯ เพื่อให้อินเทอร์เน็ตมีส่วนในการขับเคลื่อน หรือใช้ประโยชน์ในการ “สร้างเงิน” ให้กับทั้งชาวกรุงเทพฯ และกลุ่ม SMEs ต่างๆ ในชุมชนของกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการใช้ประโยชน์สำหรับการเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีนโยบายเรียนฟรีถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ ตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาท ทุกชุมชน/หมู่บ้าน SMEs ต้องมีแต้มต่ออย่างน้อย 3 แสนล้านบาท ปลดล็อค กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้สามารถซื้อบ้านได้ สามารถลดหนี้ได้ในทันที และสามารถนำเงินที่จะต้องไปใช้หนี้นั้นไปสร้างเงินให้กับข้าราชการ และผู้ใช้แรงงานได้ รวมถึงนโยบายอื่นๆ เช่น นมโรงเรียนฟรี 365 วัน ด้วย 

ผบช.ภ.5 มอบเกียรติบัตรให้กับหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นฯ

ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการลดอุบัติเหตุบนถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 และ "โครงการทำดีมีรางวัล"ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2566  ณ ห้องประชุมอาคารสโมสรคุ้มแก้วขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 23 มีนาคม 2566 เวลา 09.30 น.
พล.ต.ท.ปิยะ  ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการลดอุบัติเหตุบนถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 และ "โครงการทำดีมีรางวัล"ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2566  ในการประชุมบริหารตำรวจภูธรภาค 5 ครั้งที่ 5/2566 โดยมี พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ภ.5 ,

พล.ต.ต.เฉลิมพล จินตรัตน์ รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.พิเชษฐ  จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย ผบก., รอง ผบก., ผกก.และ หน.สภ.ในสังกัด ภ.5 และ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ตร.ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ภ.5 รวม 13 หน่วย เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว  โดยมีรายชื่อผู้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณดังต่อไปนี้ 

 

‘ดร.กมล’ ชี้!! 'ภท.' ขอยกระดับ 'กัญชาศึกษา' เดินหน้าใช้เพื่อ 'การแพทย์-สุขภาพ-เศรษฐกิจ'

ไม่นานมานี้ ดร.กมล รอดคล้าย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและคณะทำงานยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา พรรคภูมิใจไทย ได้อธิบายเรื่อง กัญชาศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด ว่า....

“ในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะการศึกษาที่มีคณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ ได้มีการนำกัญชาไปจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ถึงระดับปริญญาเอก”

ดร.กมล ยังได้เสริมอีกว่า “นโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ของพรรคภูมิใจไทยที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจะขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต เรามุ่งเน้นไปที่ กัญชาเพื่อการแพทย์ เพื่อการรักษาโรค ซึ่งกัญชามีการใช้มาตั้งแต่โบราณ แล้วยังมีงานวิจัย มีหน่วยงานรับรองว่าถ้าเราใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ เราจะลดการสูญเสียการซื้อยาจากต่างประเทศ โดยใช้กัญชาเป็นสารตั้งต้น ในการแก้ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บของพี่น้องประชาชน”

“ในขณะเดียวกันนั้นกัญชาสามารถใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่นอกจากใช้เพื่อการแพทย์แล้วยังใช้ในการประกอบอาหาร ประกอบเครื่องดื่ม ประกอบกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัย”

ดร.กมล ได้ยกนโยบายของพรรคขึ้นมาพูดเสริมอีกว่า “ระบบการจัดการของเราในวันนี้คือพรรคภูมิใจไทย ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ผ่านโรงพยาบาลต่าง ๆ ในการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ แต่เรายังมีการขับเคลื่อนผ่านระบบการศึกษาอีกด้วย

“โดยวันนี้พรรคภูมิใจไทยสามารถขับเคลื่อนการเรียนรู้กัญชาเพื่อการแพทย์ไปยังสถานศึกษาของ กศน. ทั่วประเทศใน 77 จังหวัด และอีกประมาณ 800-900 อำเภอ นอกจากในการจัดการเรียนการสอนผ่าน กศน. แล้ว ในสภาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่มีคณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ ได้มีการนำกัญชาไปจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ถึงระดับปริญญา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top