Saturday, 1 August 2026
TheStatesTimes

‘ไบเดน’ เชื่อ จีนยังไม่ส่งอาวุธให้รัสเซีย แต่ยังวางใจไม่ได้ จับตาความสัมพันธ์พิเศษ หลัง ‘สี จิ้นผิง’ เยือนกรุงมอสโก

(26 มี.ค. 66) สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โจ ไบเดน เชื่อว่า จีนยังไม่ได้ส่งอาวุธให้รัสเซียเพื่อใช้ทำสงครามในยูเครน ด้านผู้แทนสหประชาชาติ หรือ ‘ยูเอ็น’ ยอมรับมีความกังวลอย่างยิ่งที่กองกำลังรัสเซียและยูเครนในสนามรบ ได้ทำการประหารชีวิตเชลยสงครามอย่างรวบรัด

ประธานาธิบดีไบเดน แถลงข่าวระหว่างเยือนแคนาดาเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาได้ยินตลอด 3 เดือนมานี้ว่า จีนกำลังจะจัดส่งอาวุธสำคัญให้แก่รัสเซีย ซึ่งยังไม่มีการส่งแต่อย่างใด แต่ไม่ได้หมายความว่าจีนจะไม่ส่ง เขาไม่ได้ดูเบาจีนและรัสเซีย แต่รายงานข่าวในเรื่องนี้อาจมีความเกินจริงไปบ้าง อย่างไรก็ตาม หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น ชาติตะวันตกก็จะยิ่งรวมตัวกันมากยิ่งขึ้น เพราะสหรัฐฯ มีพันธมิตรด้านความมั่นคงในภูมิภาคแปซิฟิกอย่าง ‘ควอด’ (Quad) ที่ประกอบด้วย สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น และออคัส (AUKUS) ที่ประกอบด้วย สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย และอังกฤษ

กาฬสินธุ์จัดอลังการตามรอยพัสตราภรณ์ แพรวา ราชินีแห่งไหม

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยกาฬสินธุ์ (สธวท.กาฬสินธุ์) จัดอลังการงานตามรอยพัสตราภรณ์ แพรวา ราชินีแห่งไหม เฉลิมพระเกียรติพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ต่อยอดงาน 'สยามพัสตรา ภูษาสง่าศิลป์ เฉลิมพระเกียรติฯ' ฉลอง 25 ปี สธวท.กาฬสินธุ์ 

ที่โรงแรมริมปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวต้อนรับคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมคณะ ในโอกาสจัดงานตามรอยพัสตราภรณ์ แพรวา ราชินีแห่งไหม เฉลิมพระเกียรติพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ฉลอง 25 ปี สธวท.กาฬสินธุ์ โดยมี ผศ.จุรีรัตน์ กอเจริญยศ นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นางวัชรี มงคลศรีสวัสดิ์ นายก สธวท.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายก สธวท. ทุกจังหวัด คณะกรรมการและสมาชิก สธวท. แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

นางวัชรี มงคลศรีสวัสดิ์ นายก สธวท.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จ.กาฬสินธุ์ (สธวท.กาฬสินธุ์)  ซึ่งเป็นสมาชิกสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ลำดับที่ 8 ในจำนวนองค์กรสมาชิกสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจฯ 23 องค์กร โดยในปี 2566 สธวท.กาฬสินธุ์ ครบรอบ 25 ปีของการเป็นสมาชิกฯ จึงได้ร่วมกับสมาชิกสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ และ สธวท.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จัดงานตามรอยพัสตราภรณ์ แพรวา ราชินีแห่งไหม เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีอีกด้วย

“ทั้งนี้ ด้วยปณิธานที่มุ่งมั่น และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจฯ และ สธวท.ทุกจังหวัด โดยนำความรู้ ความสามารถ สร้างคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมในระดับจังหวัด และระดับประเทศ ปฏิบัติภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อนักธุรกิจและนักวิชาชีพสตรี ด้วยการส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาศักยภาพการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่า ผลลัพธ์คือการนำไปสู่การสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นของครอบครัว ชุมชน จังหวัด และประเทศชาติ การจัดงานตามรอยพัสตราภรณ์ แพรวา ราชินีแห่งไหมครั้งนี้ รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ สธวท.กาฬสินธุ์ ได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับนายกสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ สธวท.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสานต่อพระปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้” นางวัชรีกล่าว

ด้านคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์กล่าวว่า จากการจัดงาน 'สยามพัสตรา ภูษาสง่าศิลป์ เฉลิมพระเกียรติฯ' โดยสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ สธวท.จังหวัดต่างๆ เมื่อ 30 พฤษภาคม 2565 นำมาสู่ภารกิจต่อเนื่อง คือการจัดทำโครงการส่งเสริมผ้าไทย ตามพระราชดำริ 'ตามรอยพัสตราภรณ์ แพรวา ราชินีแห่งไหม เฉลิมพระเกียรติฯ' ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการจัดงานและร่วมแสดงความยินดีในโอกาสฉลอง 25 ปี สธวท.กาฬสินธุ์ในโอกาสเดียวกันอีกด้วย

‘ทักษิณ’ มั่นใจ!! ‘พท.’ ครองเสียงข้างมาก ชนะเลือกตั้ง แต่อาจต้องตั้ง ‘รัฐบาลผสม’ ยัน!! ไม่ต้องการนิรโทษกรรม

เมื่อวันที่ (25 มี.ค. 66)  นิกเคอิเอเชีย สื่อญี่ปุ่นรายงานบทสัมภาษณ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า นายทักษิณคาดการณ์ว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะมาบริหารประเทศไทยต่อไปจะเป็นรัฐบาลผสม ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 14 พฤษภาคม แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งและสามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาฯ ได้ก็ตาม

“ผมเชื่อว่าจะเป็นรัฐบาลผสมอย่างแน่นอน” นายทักษิณกล่าว พร้อมเสริมว่า เขามีความมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะได้ที่นั่งในสภาฯ อย่างน้อย 250 ที่นั่ง จาก 500 ที่นั่ง และเขาไม่ต้องการให้รัฐบาลใหม่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับเขา โดยเขาจะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยตนเอง แม้ว่านั่นจะหมายถึงการต้องติดคุกก็ตาม

นอกจากนี้ นายทักษิณปฏิเสธที่จะกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยกำลังตกลงกับพรรคอื่น ๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือไม่ “ผมเป็นแค่ผู้ก่อตั้งพรรค ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ดังนั้น สิ่งที่ผมสามารถทำได้ คือ การสังเกตการณ์การเลือกตั้งอยู่ห่าง ๆ” นายทักษิณกล่าว

‘บิ๊กตู่’ สั่ง ‘ททท.’ เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมสงกรานต์ เร่งวางแผนหนุนการท่องเที่ยว คาด นนท.สูงถึง 17–20 ล้านคน

(26 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วางแนวทางการทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 สั่งการให้เตรียมความพร้อมจัดงานเพื่อเฉลิมฉลองสงกรานต์แบบยิ่งใหญ่ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะเติบโตมาก วางแผนวิจิตรสงกรานต์ 5 ภาค พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการ ‘365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน’ กระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 ททท. คาดว่าจะคึกคักมากกว่า ปี 2562 ช่วงสงกรานต์ก่อนสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์ว่า การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ จะสนับสนุนให้เกิดการเดินทางในประเทศทั้งเดือนเมษายน ปี 2566 อยู่ที่ 17-20 ล้านคน/ครั้ง

‘นิด้าโพล’ เผย ‘คนกรุงเทพฯ’ เลือก ‘ก้าวไกล’ อันดับ 1 หนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ด้าน ‘อุ๊งอิ๊ง’ พท.คะแนนสูสี อันดับ 2

(26 มี.ค. 66) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘คน กทม. เลือกพรรคไหน’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-21 มีนาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนกรุงเทพมหานครเลือกพรรคไหน

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนกรุงเทพมหานครจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 25.08 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล)
อันดับ 2 ร้อยละ 24.20 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย)
อันดับ 3 ร้อยละ 18.24 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ)
อันดับ 4 ร้อยละ 5.96 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
อันดับ 5 ร้อยละ 5.68 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)
อันดับ 6 ร้อยละ 5.20 ระบุว่า ยังหาคน ที่เหมาะสมไม่ได้
อันดับ 7 ร้อยละ 4.84 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า)
อันดับ 8 ร้อยละ 2.40 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย)
อันดับ 9 ร้อยละ 2.00 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย)
อันดับ 10 ร้อยละ 1.64 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
อันดับ 11 ร้อยละ 1.56 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์)

ร้อยละ 3.20 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคพลังประชารัฐ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคก้าวไกล) นายวิกรม กรมดิษฐ์ และนายสกลธี ภัททิยกุล (พรรคพลังประชารัฐ)

เมื่อพิจารณาบุคคลที่คนกรุงเทพมหานครจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี 5 อันดับแรก เมื่อจำแนกตามกลุ่มเขตการปกครอง ของกรุงเทพมหานคร พบว่า

1.) กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง อันดับ 1 ร้อยละ 27.50 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 2 ร้อยละ 22.14 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 3 ร้อยละ 21.07 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 4 ร้อยละ 7.86 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) และอันดับ 5 ร้อยละ 5.36 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

2.) กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 23.72 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 2 ร้อยละ 23.49 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 19.30 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 4 ร้อยละ 6.05 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และอันดับ 5 ร้อยละ 5.81 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

3.) กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 29.16 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 2 ร้อยละ 24.43 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 18.89 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 4 ร้อยละ 7.60 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) และอันดับ 5 ร้อยละ 3.49 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า)

4.) กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก อันดับ 1 ร้อยละ 24.52 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 22.61 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 3 ร้อยละ 19.35 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 4 ร้อยละ 7.47 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และอันดับ 5 ร้อยละ 6.71 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

5.) กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 27.09 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 19.60 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 3 ร้อยละ 16.43 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 4 ร้อยละ 7.20 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ในสัดส่วนที่เท่ากัน และอันดับ 5 ร้อยละ 6.34 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

6.) กลุ่มเขตกรุงธนใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 27.65 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 2 ร้อยละ 23.96 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 14.06 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 4 ร้อยละ 6.68 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ และอันดับ 5 ร้อยละ 5.53 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)

เบื้องลึกกองกำลังประชาชนแห่งเมียนมา เมื่อแรงชักจูง ปั่นหัวให้อยากเป็นฮีโร่

เมื่อย้อนกลับไปมองถึงการปฏิวัติของนายพล มิน อ่อง หล่าย ก็เหมือนกับการย้อนดูหนังฮอลลีวู้ดสักเรื่อง นั่นก็เพราะหลังจากที่มีการประท้วงโดยการนำของเหล่าผู้แทนของพรรค NLD รวมถึงมีการเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติหรือ National Unity Government (NUG) (หลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล NUG ก็มีการประกาศอะไรต่าง ๆ มากมาย จนแรก ๆ ผู้คนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยคล้อยตามไปกับทางนั้น) ได้มีประกาศที่สำคัญอันหนึ่งคือ การประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติในวันที่ 16 เมษายน 2564 ว่า...

“ทาง NUG จะจัดตั้งกลุ่มติดอาวุธที่จะร่วมมือกับองค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์ต่าง ๆ เริ่มการปฏิวัติด้วยอาวุธเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหาร” ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณแรกของการตอบโต้ โดยตอนนั้นก็เหมือนจะมีกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มเห็นพ้องที่จะเอาด้วย  

ต่อมาในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 NUG ได้ประกาศการจัดตั้งกองกำลังชุดแรกว่าเป็น “ผู้บุกเบิกกองกำลังของรัฐบาลกลาง” นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า กองกำลังนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้กับกองทัพรัฐบาลทหารของเมียนมาด้วยความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ

จากนั้นในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 NUG ได้เผยแพร่วิดีโอพิธีสำเร็จการศึกษาของการฝึกกองกำลังนี้ โดยประกาศว่ากลุ่มติดอาวุธพร้อมที่จะท้าทายกองกำลังของรัฐบาลทหารแล้ว  

และเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564 NUG ได้ประกาศเปิดตัว “สงครามป้องกันประชาชน” เพื่อต่อต้านรัฐบาลทหาร และเรียกร้องให้ประชาชนลุกฮือต่อต้านรัฐบาลทหารในทุกมุมของประเทศ โดยในประกาศได้อ้างว่า ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตนเองและครอบครัวจากรัฐบาลทหาร ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดกลุ่ม People Defense Force หรือ PDF อย่างเป็นทางการ

‘เอกนัฏ’ ลุยบึงกุ่ม ช่วยผู้สมัครหาเสียง-รับฟังปัญหา ปชช. เผย ‘รทสช.’ กระแสแรง ชาวบ้านพร้อมหนุนลุงตู่แบบใจต่อใจ

(26 มี.ค. 66) ที่สวนเสรีไทยเขตบึงกุ่ม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ช่วย น.ส.กาญจนา ภวัครานนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบึงกุ่ม คันนายาว หาเสียงพบปะประชาชน โดยเดินทักทายแนะนำตัวผู้สมัครกับประชาชนที่มาเดินออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะเสรีไทย ก่อนขึ้นรถแห่หาเสียงไปตามเส้นทางหลัก ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่มายืนรอต้อนรับ บางส่วนก็โบกมือให้กำลังใจ และไปเดินหาเสียงที่ตลาดเช้าหมู่บ้านสหกรณ์ รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขหากได้เป็นรัฐบาล ซึ่งในเขตนี้ประชาชนให้การต้อนรับดีมาก หนุนลุงตู่แบบใจต่อใจ

นายเอกนัฏ กล่าวว่า งานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 400 เขตทั่วประเทศ มื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงอย่างเต็ม 100% ของว่าที่ผู้สมัครทุกคนตั้งแต่ตนทำงานด้านการเมืองมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทุกคนที่มีจิตอาสาจะมาทำงานเพื่อส่วนรวมไม่ว่าจะมาจากที่ไหน ก็ตั้งใจที่จะมารวมกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งทางพรรคเองก็ได้มีการประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค โดยเป็นการลงมติเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคในคืนก่อนมีการจัดเวที โดย พลเอกประยุทธ์ได้กล่าวบนเวทีว่า รู้สึกอบอุ่นเพราะมีผู้ที่อยู่ร่วมบนเวทีที่จะต่อสู้ไปด้วยกันอีก 400 คนรวมทั้งสมาชิกอื่น ๆ อีกทั่วประเทศทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ที่จะขับเคลื่อนภารกิจไปด้วยกัน

‘ปักกิ่ง’ ใช้งาน 5G - บิ๊กดาต้า ช่วยทำฟาร์มดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร ลดต้นทุนแรงงาน

เมื่อวันที่ (25 มี.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สวนสาธิตการเกษตร 2 แห่งในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึง 5G และคลังข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ ‘บิ๊กดาต้า’ เพื่อทำฟาร์มอัจฉริยะ

ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ อุณหภูมิ ความชื้น ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ จะถูกเก็บรวบรวมและส่งกลับไปยังแพลตฟอร์มการจัดการที่ควบคุมโดยส่วนกลางผ่านเครือข่าย 5G

‘อู ชุนฟาง’ จากสวนการเกษตรสือเหวยเซียนในปักกิ่ง บอกเล่าว่า “เราเริ่มสร้างฟาร์มอัจฉริยะในปี 2016 โดยผสมผสานเทคโนโลยี 5G อุปกรณ์ทันสมัย และแพลตฟอร์มการจัดการที่ควบคุมโดยส่วนกลาง”

โอกาสริบหรี่!! ‘José Salvador Alvarenga’ ชายผู้รอดชีวิต หลังลอยเรือกลางมหาสมุทรแปซิฟิกนานถึง 438 วัน

สวัสดีนักอ่านทุกท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวน่าสนใจมาเล่าให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกแล้ว วันนี้จะขอเล่าเกี่ยวกับเรื่องการเอาชีวิตรอดกลางทะเลของผู้ชายที่ชื่อว่า José Salvador Alvarenga ผู้ซึ่งลอยเรืออยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นเวลากว่า 438 วัน เป็นระยะเวลากว่า 6,700 ไมล์ ต้องบอกเลยว่าเรื่องราวของเขานั้นนับเป็นเรื่องเหลือเชื่อและมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ๆ

แต่ก่อนจะเล่าเรื่องของ José Salvador Alvarenga ผมขอเล่าเรื่องที่คล้าย ๆ กันก่อน โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นราว ๆ 200 ปีก่อน สมัยนั้นการขนส่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการขนส่งทางเรือ ซึ่ง ณ ตอนนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้น เกิดกับกัปตันเรือที่ชื่อ Jukichi และลูกเรืออีกสี่คน โดยพวกเขาได้ออกเดินเรือ Tokujomaru เพื่อนำถั่วเหลืองไปส่งที่เมืองเอโดะ (เมืองโตเกียวในปัจจุบัน) แต่โชคร้ายที่พวกเขาประสบกับพายุลูกใหญ่ และพายุก็ทำให้เสากระโดงเรือของพวกเขาเสียหายหนัก

แม้เรือจะเสียหาย แต่ก็ยังสามารถลอยลำอยู่กลางทะเลอันเวิ้งว้างได้ กัปตันเรือแลลูกเรือกินอาหารและดื่มน้ำที่บรรทุกมาจนหมด ทำให้ต้องรองน้ำฝนเก็บไว้ดื่ม และต้องกินถั่วเหลืองที่บรรจุกมาแทน 

เวลาผ่านไปหลายเดือน พวกเขาก็เริ่มป่วยด้วยโรคเลือดออกตามไรฟัน เนื่องจากร่ากายขาดสารอาหาร และเมื่อเวลาผ่านไปอีก ลูกเรือบางคนก็เสียชีวิตไปทีละคน เวลาผ่านไปราวๆ หนึ่งปี ก็เหลือเพียงแค่กัปตันเรือและลูกเรืออีกสองคน (Otokichi และ Hanbe) เท่านั้น

สุขภาพของพวกเขาเริ่มย่ำแย่ และมีแววว่าจะเสียชีวิตในอีกไม่นาน แต่ท้ายที่สุดเรือของพวกเขาก็ลอยมาติดที่นอกชายฝั่ง California ในปี 1815 ทำให้พวกเขาทั้งสามคนเป็นชาวญี่ปุ่นกลุ่มแรกที่มาเหยียบชายฝั่งของสหรัฐอเมริกา

ทั้งสามได้รับความช่วยเหลือจนสุขภาพดีขึ้น และได้เดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น แต่น่าเศร้าที่ Hanbe เสียชีวิตระหว่างการเดินทางกลับ จึงเหลือเพียงแค่กัปตัน Jukichi และ Otokichi ที่รอดชีวิตกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิด

เมื่อมาถึง Jukichi ได้รับเกียรติมากมาย และได้รับนามสกุล Oguri ด้วย

จวบจนถึงปัจจุบันนี้เรื่องราวของทั้งสี่คนยังเป็นสถิติโลกในเรื่องการรอดชีวิตในทะเลเป็นเวลาที่ยาวนานที่สุด โดยพวกเขาใช้ชีวิตกลางทะเลรวมทั้งสิ้น 484 วัน ระยะทางกว่า 5,000 ไมล์

สำหรับเรื่องราวการรอดชีวิตของ José Salvador Alvarenga นั้นนับเป็นเรื่องราวที่ถููกพูดถึงในหลากหลายแง่มุม บางคนก็เคลือบแคลงใจที่เขาสามารถรอดชีวิตมาได้ บางคนก็ชื่นชมในความอทนของเขา 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2014 ขณะนั้นตัวเขาอายุราวๆ 37 ปี ได้ว่ายน้ำเข้าฝั่งที่ Tile Islet ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Ebon Atoll บนหมู่เกาะ Marshall ในสภาพเปลือยกาย ถือมีด และตะโกนเป็นภาษาสเปน เขาได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในเมืองมาจูโร ก่อนที่จะบินกลับไปหาครอบครัวในเอลซัลวาดอร์ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2014 

สื่อรายงานว่าเขาใช้ชีวิตในทะเลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2012 และรอดชีวิตจากการกินปลาดิบ เต่า นกตัวเล็ก ปลาฉลาม และน้ำฝน โดยใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่ประมาณ 14 เดือนก่อนถูกพบ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2012 José Salvador Alvarenga ได้ออกเรือจากหมู่บ้านชาวประมง Costa Azul ในเม็กซิโก พร้อมด้วย Ezequiel Córdoba ชาวประมงวัย 23 ปี เพื่อนร่วมงานของเขา ซึ่งพวกเขาไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน 

Alvarenga ตั้งใจจะใช้เวลา 30 ชั่วโมงในการตกปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งในระหว่างนั้นเขาหวังว่าจะจับปลามาร์ลิน และปลากะพง แต่เพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยของเขาไม่สามารถทำงานได้ เจ้านายจึงให้ Córdoba ที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลยไปกับเขาแทน 

ทั้งสองออกเรือกรรเชียงเล็กไฟเบอร์กลาสขนาด 7 เมตร (23 ฟุต) ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว และถังน้ำแข็งสำหรับเก็บปลา (ซึ่งต่อมาเป็นที่เก็บน้ำฝนสำหรับดื่ม) 

แต่เมื่อออกจากฝั่งได้ไม่นานเรือของทั้งคู่ก็ถูกพายุพัดจนเรือออกนอกเส้นทาง เครื่องยนต์รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาในเรือส่วนใหญ่เสียหาย แม้ว่า Alvarenga จะพยายามติดต่อเจ้านายของเขาทางวิทยุก่อนที่มันจะใช้การไม่ได้ เพราะแบตเตอรี่หมด แต่ก็ไม่เป็นผล

พายุกินเวลานาน 5 วัน เมื่อพายุสงบลง Alvarenga และ Córdoba ต่างก็ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน หรือจะกลับบ้านได้อย่างไร พายุได้ทำลายเครื่องมือประมงส่วนใหญ่ของพวกเขา เหลือเพียงอุปกรณ์พื้นฐาน ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่มีใบเรือ และไม่มีกระทั่งไม้พาย 

และแม้ว่าพวกเขาจะจับปลาสดได้เกือบ 500 กิโลกรัม (1,100 ปอนด์) แต่ก็ต้องทิ้งลงน้ำ เพื่อรักษาสมดุลของเรือให้ลอยอยู่ได้

ขณะที่ทางด้าน เจ้านายของ Alvarenga ก็ได้ให้ทีมค้นหาออกตามหาพวกเขา แต่ก็ต้องล้มเลิกไป เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี

เวลาหลายวันผ่านไป Alvarenga และ Córdoba ได้เรียนรู้วิธีหาอาหาร Alvarenga สามารถจับ ปลา เต่า แมงกะพรุน และนกทะเล ได้ด้วยมือเปล่า และเก็บเศษอาหารและเศษพลาสติกที่ลอยอยู่ในน้ำมาใช้บ้างเป็นครั้งคราว พวกเขาต้องดื่มน้ำจากน้ำฝนที่ตกลงมา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ต้องดื่มเลือดเต่า หรือปัสสาวะของตัวเอง 

เรืองประมงลำเล็ก ๆ ลอยไปเรื่อย ๆ โดยไร้ซึ่งทั้งจุดหมายและความหวัง สี่เดือนผ่านไป Córdoba มีอาการอาหารเป็นพิษ และเริ่มหมดความหวัง เขาตัดสินใจหยุดกินอาหารจนตาย 

Alvarenga เล่าว่า สี่วันหลังการตายของ Córdoba เขาคิดจะยอมแพ้ด้วยการฆ่าตัวตายเช่นกัน แต่ด้วยความเชื่ออันแรงกล้าทางศาสนาจึงพยายามอดทนต่อไป 

Alvarenga อ้างว่า Córdoba ขอให้เขาสัญญาว่าจะไม่กินศพของเขา หากเขาเสียชีวิต ดังนั้น Alvarenga จึงเก็บศพของ Córdoba ไว้บนเรือ และพูดกับศพนั้นด้วยซ้ำ 

หลังจากหกวันที่เพื่อนเพียงคนเดียวของเขาตายไป Alvarenga ก็ตระหนักว่า ตนเองกำลังใกล้ที่จะวิกลจริตแล้ว จึงทิ้งศพลงน้ำ

'ชนม์สวัสดิ์' ประธานบวงสรวงยกเสาเอก ก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการ

ที่บริเวรลานมณฑลพิธี ได้จัดพิธีบวงสรวงก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยได้ฤกษ์ดี ตรงวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2566 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 จัดพิธียกเสาเอก เสาโท โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการ 5 ชั้น แต่มีรูปทรงเท่าขนาดความสูง 8 ชั้น ภายในพิธีพระสงฆ์จำนวน 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเวลา 09.19 น. นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ประธานในพิธี จุดเทียนชัยมงคลพร้อมทั้งถวายเครื่องสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดย พราหมณ์ ยศ โกมลเวทิน เป็นพราหมณ์เจ้าพิธี กล่าวโองการบวงสรวงอัญเชิญเทวดา จากนั้น นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิมล มงคลเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางประภาพร อัศวเหม นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ  นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง นายสมหวัง เกษมโกสินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายสมควร ชูไสว ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวพิม อัศวเหม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารฯ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เทศบาลนครสมุทรปราการ เทศบาลตำบลบางเมือง สมาชิกกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ร่วมในพิธี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top