Friday, 31 July 2026
TheStatesTimes

‘เสี่ยเฮ้ง’ ชี้แจง กรณีสาวโรงงานถูกโฟล์คลิฟท์ชนบาดเจ็บ เผย ส่งหน่วยงานเข้าความช่วยเหลือ-เยียวยาเบื้องต้นแล้ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหายห่วง กรณีลูกจ้างสาวถูกโฟล์คลิฟท์ชนได้รับบาดเจ็บ หลังส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ พบได้รับการรักษา ได้รับค่าจ้างและไม่ได้ถูกเลิกจ้างตามข่าว

(23 มี.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยกรณีมีสื่อนำเสนอข่าว ลูกจ้างโพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ ว่าได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน นายจ้างไม่ดูแล และถูกเลิกจ้างนั้น ผมได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคมลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงจากนายจ้างและลูกจ้าง

“เบื้องต้นได้รับรายงานว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงงานย่านสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ลูกจ้างหญิงผู้โพสต์ ซึ่งทำงานเป็นพนักงานฝ่ายผลิตกำลังเดินอยู่บริเวณถนนระหว่างอาคารผลิตกับอาคารคลังสินค้า ถูกรถโฟล์คลิฟท์ชนจนได้รับบาดเจ็บ นายจ้างได้ส่งตัวลูกจ้างเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว แพทย์ได้ทำการรักษาและให้หยุดรักษาตัวเป็นเวลา 45 วัน โดยนายจ้างเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้ และนายจ้างยืนยันว่าไม่ได้เลิกจ้าง เจ้าหน้าที่ได้ไปเยี่ยมลูกจ้างที่บ้านพัก ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ ทราบว่านายจ้างพร้อมให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานเมื่อหายดีแล้ว แต่ลูกจ้างยังไม่ตัดสินใจ เจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐม และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม สาขาสามพราน ได้ชี้แจงให้ลูกจ้างทราบถึงสิทธิประโยชน์พึงได้รับตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามผมได้กำชับให้ทั้งสองหน่วยงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์กรณีนี้อย่างใกล้ชิด” นายสุชาติ กล่าว

'ทนายษิทรา' แถลงข่าว!! เชื่อ 'ชูวิทย์' ได้เงินมากกว่า 6 ล้าน ชี้!! ออกมาพูดเพราะเสียความรู้สึกและอยากให้สังคมรู้ข้อมูลอีกมุม

(23 มี.ค.66) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เปิดเผยถึงกรณีภาพรูปเงิน ในถุงกระดาษ จำนวน 2 ถุง ระบุข้อความ แฉไป ไถมา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า บุคคลที่ถูกพาดพิงนั้นเป็นใคร

นายษิทรา ยืนยันว่า ภาพถ่ายเงินเป็นเงินจากสารวัตรซัว ผู้ต้องหาคดีพนันออนไลน์ นำไปมอบให้กับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เพื่อขอให้หยุด

นายษิทรา ยังเปิดเผยข้อมูลว่า รูปเงินจำนวนราว 6 ล้านบาท เป็นรูปเมื่อปีที่ผ่านมา และนายชูวิทย์ก็ออกมายอมรับว่า ได้รับเงินจำนวนนี้จริง และมีหลักฐานอีกว่า ยังมีการแบ่งจ่ายมาแล้ว 2-3 ครั้ง ครั้งละ 10 ล้านบาท

‘ส.อ.ท.’ ผิดหวัง ‘กกพ.’ ขึ้นค่าไฟครัวเรือน ทั้งที่ทิศทางพลังงานขาลง ลั่น!! ทำไมรัฐไม่ปรับราคาให้เป็นบวกกับผู้บริโภคมากขึ้น

(23 มี.ค. 66) นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เคาะค่าไฟงวด พฤษภาคม – สิงหาคม 2566 อัตรา 4.77 บาทต่อหน่วย เป็นอัตราเดียวทั้งครัวเรือนและเอกชน ซึ่งปัจจุบันครัวเรือนจ่าย 4.72 บาทต่อหน่วย และเอกชนจ่าย 5.33 บาทต่อหน่วย ว่ารู้สึกผิดหวังเพราะไม่ได้ช่วยครัวเรือนเลย ทำไมครัวเรือนต้องจ่ายแพงขึ้นแค่ 5 สตางค์ ทั้งๆที่รอบจากนี้ไปเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ทิศทางพลังงานของโลกก็ลง

ดังนั้นตามความเป็นจริงทำไมภาครัฐไม่ปรับสมมติฐานราคาให้เป็นบวกกับผู้บริโภคมากขึ้น อีกทั้งงวดนี้ราคาค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ลงเพราะปัจจัยภายนอก อาทิ ค่าเงินและราคาพลังงานทั่วโลกเป็นหลัก ไม่ได้มีกลไกแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและหาทางเลือกอื่นเลย นอกจากก๊าซในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น

‘จ.บุรีรัมย์’ เตรียมจัด ‘ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ สุดยิ่งใหญ่ สืบสานวัฒนธรรม เสริมการท่องเที่ยว กระตุ้น ศก.ท้องถิ่น

จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหลายหน่วยงาน เตรียมจัด งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง อย่างยิ่งใหญ่ 31 มี.ค. – 2 เม.ย.นี้ ชมริ้วขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี การแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง ขบวนแห่สักการะ ‘น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ’ การรำถวายสักการะใต้ร่มพนมรุ้ง จากนางรำ ทั้ง 23 อำเภอ กว่า 1,000 คน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำถิ่นของแต่ละอำเภอ มาฟ้อนรำถวาย และเชิญชวนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ใน ‘ตลาดอารยธรรมวนัมรุง’

(23 มี.ค. 66) นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า “ในวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน นี้ ทางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหลายหน่วยงาน เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2566 เพื่อเป็นสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในปีนี้ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา

โดยภายในงาน จะมีกิจกรรมการแสดงมากมาย ทั้งพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ชมริ้วขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย เทพพาหนะผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ

รวมทั้งชมการแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง และชมขบวนแห่สักการะ ‘น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ’ ชมการรำถวายสักการะใต้ร่มพนมรุ้ง จากนางรำ ทั้ง 23 อำเภอ กว่า 1,000 คน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำถิ่นของแต่ละอำเภอ มาฟ้อนรำถวาย อย่างงดงามอลังการ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความตื่นตาและประทับใจแก่ผู้ร่วมชมงานอย่างแน่นอน” นายไชยวัฒน์ กล่าว

'เรืองไกร' รับ 'พปชร.-ภท.' ถกตัวเลขขั้วรัฐบาล เชื่อ ‘เพื่อไทย’ ไม่แลนด์สไลด์เหตุปัจจัยเปลี่ยน

(23 มี.ค.66) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) การสนทนารับประทานอาหารเที่ยง ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อวานนี้ มีการพูดคุยสมการตัวเลขทางการเมืองขั้วรัฐบาล โดยเป็นการคุยกันต่อเนื่องจากครั้งก่อน พบปะคุยกันปกติ และครั้งที่แล้วยังบอกให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ในฐานะทำงานด้วยกันมา และพูดคุยว่าในเส้นทางการเมืองถ้าเป็นไปได้ก็เป็นพันธมิตรกันไป ส่วนการประเมินตัวเลข ก็เป็นสิ่งที่คาดหวังกัน

เมื่อถามว่า มีการประเมินสมการนี้ เหตุใดไม่มีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รวมอยู่ด้วย นายเรืองไกร กล่าวว่า ไม่ได้ปฏิเสธรวมไทยสร้างชาติ เพราะเป้าหมายของพรรคพลังประชารัฐ ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือเรื่องของความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้ง และยินดีต้อนรับหมด เพื่อให้การบริหารบ้านเมืองเดินหน้าไปได้

‘อนุทิน’ ชี้!! ‘ภท.’ พกพาความจริงใจเข้ากรุง หวังใช้ผลงานมัดใจ แม้ไร้ ‘กระแส-กระสุน’

(23 มี.ค.66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. ที่พรรคมีความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นกว่าครั้งที่ผ่านมา ว่า เราเต็มที่กับการเลือกตั้งทุกครั้ง และเอาจริงในทุกเขตเลือกตั้ง เราเลือกคนที่เข้าใจพื้นที่ ต้องเกิดที่นั่น โตที่นั่น เป็นคนดี มีความสามารถ กับพื้นที่ กทม. เรามีประสบการณ์แล้วว่า คน กทม.ต้องการอะไร และเรามีแนวทางแก้ไขไว้ให้ ที่ผ่านมา หลานคนบอบช้ำจากเรื่องเศรษฐกิจ ที่มาจากเรื่องโรคระบาด มีการกู้หนี้ยืมสิน เราเลยมีนโยบายพักหนี้ หลายคน มีความลำบากเรื่องค่าครองชีพ เรามีนโยบายกำหนดอัตราการขนส่งคมนาคมใหม่ เพื่อลดภาระคนไทย

อีกทั้งเรายังมีนโยบายแยกย่อยออกไปอีก ทั้งเรื่องสังคม ความปลอดภัย เขตนี้ จะมีกล้องตรงถนน เขตนี้จะมีการยกระดับเรื่องการเดินทาง แต่ละเขตมีปัญหา และมีการดูแลที่ต่างกัน เราศึกษามาแล้วว่าท่านต้องการอะไร เราก็เสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมา เราพูดและเราทำ ผลงานเห็นชัดอยู่แล้ว ก็หวังว่าจะทำให้คนกรุงเทพฯ ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมา ตนดีใจที่เวลาไปไหนมาไหน มีคนเข้ามาถ่ายรูป ทักทายพูดคุยด้วย แสดงว่าเราก็มีคะแนน ที่ทำไปไม่เสียเปล่า

เมื่อถามว่า คิดอย่างไร ที่มีการตั้งฉายาว่าภูมิใจไทย เป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุง นายอนุทิน  กล่าวว่า เป็นเรื่องดี เพราะ คำพูดนี้ มันสะท้อนว่าคนต่างจังหวัดเวลาเขามากรุงเทพฯ เขามาด้วยความจริงใจ และจริงจัง หวังจะทำงาน พิสูจน์ตัวเอง ภูมิใจไทยก็เหมือนกัน เราก็หวังจะทำงานรับใช้ประชาชน กทม. และเราก็จริงใจ ตั้งใจด้วย ขอเพียงท่านให้โอกาส เราไม่ทำให้ผิดหวัง

เมื่อถามว่า เรื่องพรรคภูมิใจไทย ไม่มีกระแส อาจจะผิดหวังในพื้นที่เมืองหลวง นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคเราไม่มีกระแส ไม่มีกระสุน แต่เรามีผลงาน และผลงาน ก็น่าจะทำให้ประชาชนเห็นว่า เลือกพรรคภูมิใจไทยมา ท่านจะได้เห็นความเป็นรูปธรรม จับต้องได้ของนโยบายเรา เรากล้าบอกว่า เราเป็นพรรคพูดแล้วทำ เพราะเรามีผลงานมีความเชื่อมั่นจากประชาชน มีความน่าเชื่อถือต่อสิ่งที่เราให้ไว้กับประชาชน 

'ชัยวุฒิ' ยัน!! ‘ลุงป้อม-ลุงตู่’ อยู่ฝั่งเดียวกัน ลั่น!! พร้อมจับมือทุกพรรค หากนโยบายตรงกัน

(23 มี.ค.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างพรรค พปชร. นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นําโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ว่า เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคกลาง พรรคเล็ก ก็กินข้าวกันประจำอยู่แล้ว ส.ส.และนักการเมือง ก็เข้าออกกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่วงทานข้าวเมื่อวันที่ 22 มี.ค.อาจเป็นประเด็น เพราะนายอนุทินมา และเขาเป็นพรรคใหญ่ ก็มีการพูดคุยกันเรื่องการเมือง คุยกันประจำ แต่ยืนยันว่ามากินข้าวกันทุกพรรคอยู่แล้ว ยกเว้นพรรคฝ่ายค้าน เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวงกินข้าวมีการพูดถึงการจับมือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้คุยขนาดนั้น เพียงแต่บอกว่าเรื่องนี้ต้องรอหลังการเลือกตั้งก่อนว่าใครจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ค่อยมาดูกัน เมื่อถามว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณการจับมือกันในอนาคตหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนว่าสัญญาณชัดอยู่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลเดิมก็อยากทำงานร่วมกันต่อ เพราะทํางานร่วมกันมาก็ราบรื่นดี สามารถประสานงานกันได้ด้วยดี ก็ไม่อยากเปลี่ยนหรอก เมื่อถามว่า การจับมือในอนาคต จะมีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ด้วยหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ความจริงพรรค รทสช. ก็ถือเป็นพรรครัฐบาล ก็อยู่ด้วยกันนั่นแหละ

"พรรครวมไทยสร้างชาติจะไปจับมือกับใครถ้าไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ ความจริงทุกพรรคการเมืองจับมือกันได้หมด ถ้านโยบายหรือแนวคิดตรงกัน แต่สุดท้ายก็อยู่ที่การเลือกตั้ง เราต้องเอาความจริงมาคุยกัน พรรคร่วมรัฐบาลถ้าจะทำงานกันต่อ ก็ต้องอยู่ด้วยกันนั่นแหละ มันไม่มีใครได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้หรอก ก็ต้องอยู่ด้วยกันหมดแหละ" นายชัยวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า ตามข่าวที่ออกมา พรรค พปชร.ตั้งเป้าว่าจะได้ 70 เสียง เป็นไปตามนั้นหรือไม่ กล่าวว่า ความจริงเรื่องนี้ต้องทําโพล ซึ่งตัวเลข 70 ที่ออกมาเป็นการคาดการณ์ของบางคนที่มีการประเมินกัน บางคนก็ประเมิน 100 บางคนประเมิน 70 บางคนประเมิน 40 บางคนก็ประเมิน 150 ซึ่งเราอาจจะถึง 150 เสียงก็ได้ เพราะมีผู้สมัครเกรดเอ ตั้งเป้าไว้ 150 เสียง

"เป้า 150 ยังอยู่ ที่เราเคยพูดมาตลอดเพราะเรามี ส.ส.เกรดเอ 150 แต่ก็ยอมรับว่าไม่คิดว่าจะชนะทุกคน มันก็อาจจะมีพลาดบ้าง" นายชัยวุฒิ กล่าว

ก.แรงงาน เปิดเวทีทบทวนมาตรฐานการตรวจคัดกรองแรงงานระดับชาติ คุ้มครองผู้เสียหาย ขันน็อตค้ามนุษย์ มุ่งไทยสู่เทียร์ 1

(23 มี.ค.66) นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) และประเมินผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติ การบริหารจัดการคดี และการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ พ.ศ. 2565 โดยมี นางสาวอภิรดี เทียนทอง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานจังหวัด 76 จังหวัด เข้าร่วมด้วย ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 

นายบุญชอบ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานสำคัญและเป็นหน่วยงานหลักในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านความมั่นคง โดยรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำหนดนโยบายกระทรวงแรงงาน “MOL พลิกโฉมตลาดแรงงานไทย” ได้กำหนดให้ “เร่งรัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและป้องกันการค้ามนุษย์ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Tier 1” และได้มอบหมายให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ในการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการบังคับใช้แรงงาน และการนำแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติฯ (NRM) นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 

กองบิน ๔๖ ขจัดอุบัติภัย บรรเทาภัยแล้ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน ๔๖ ลงพื้นที่ตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ นาวาอากาศเอก สิระ บุญญะพาศ ผู้บังคับการกองบิน ๔๖ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน ๔๖ มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน ๔๖ นำรถบรรทุกน้ำสะอาด  จำนวน ๑๘,๐๐๐ ลิตร พร้อมด้วย จิตอาสาพระราชทาน กองบิน ๔๖ จำนวน ๘ คน ออกแจกจ่ายน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภค ณ สถานีประปาหมู่บ้าน ตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

 

สมุทรปราการ-“เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่” ฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ที่ภายในห้องประชุมชั้น 2 กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีการจัดโครงการ  ฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยเป็นการจำลองเหตุการณ์การเข้าควบคุมระงับเหตุเพลิงไหม้อาคาร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 

 

โดยมี นายณัฐพล บุญริ้ว รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธาน เปิดโครงการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2566 มีนางสาวศิริพร ไชยชุมพล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ในฐานะคณะกรรมการจัดโครงการฯ เป็นผู้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดโครงการในครั้งนี้

 

ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในครั้งนี้ กว่า 300 คน ประกอบด้วย นางสาวมณิฐกานต์ บุญริ้ว สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาลข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top