Friday, 31 July 2026
TheStatesTimes

'ธนกร’ เผย งานเปิดตัวทีม ศก.รทสช. มีบิ๊กเนมร่วมทัพ พร้อมดันคนรุ่นใหม่-ผู้เชี่ยวชาญ ผนึกกำลังนำพรรคเดินหน้า

(22 มี.ค. 66) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยถึงการเปิดตัวทีมเศรษฐกิจของพรรค รทสช. ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ ว่า สำหรับงานที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 มี.ค.นี้ มีบิ๊กเนมเข้าร่วมทีมเศรษฐกิจแน่นอน แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในด้านเศรษฐกิจมีทีมคณะที่ปรึกษากว่า 20 คน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ ฉะนั้น จะมี 2 ส่วน บางคนเมื่อเข้าสู่วงการการเมือง อาจจะไม่อยากอยู่เบื้องหน้า จึงอยู่ช่วยบริหารอยู่เบื้องหลัง และอีกส่วนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่ต้องการมาช่วย พล.อ.ประยุทธ์ ฉะนั้น พรุ่งนี้อาจจะมีการเปิดตัวทีมเศรษฐกิจของพรรค ที่มาจากหลายฝ่ายทั้งคนรุ่นใหม่ ผู้มีประสบการณ์ ผสมผสานกัน

บรรยากาศภายในพรรคที่มีผู้สนใจลงสมัคร ส.ส. ขณะนี้เป็นไปด้วยความคึกคักในทุกพื้นที่ โดยมีผู้สมัครจากทั่วประเทศทยอยเดินทางมาสมัครที่พรรค ตอนนี้กระแสความนิยมใน พล.อ.ประยุทธ์ที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่ได้มีการขึ้นป้ายหาเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ส่วนภาคอีสานและภาคเหนือ ถือว่ากำลังไปได้ดี

เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดข่าว 'กัมมันตภาพรังสี' 1.4 ล้านลิตร รั่ว!! ปนเปื้อนในน้ำที่รัฐมินนิโซตา ตั้งแต่เดือน 11 ปี 2022

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ทางการรัฐมินนิโซตา รายงานเหตุน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีกว่า 4 แสนแกลลอน (1.4 ล้านลิตร) รั่วออกจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของบริษัท Xcel Energy ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมอนติเซลโล ในรัฐมินนิโซตา 

การรั่วไหลเกิดขึ้นภายในท่อส่งน้ำใต้ดินที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 อาคาร หลังผ่านกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์และมีปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีของไฮโดรเจน และ ทริเทียม ซึ่งน้ำกัมมันตรังสีที่รั่วไหลนี้มีปริมาณเท่ากับน้ำในสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิกกว่าครึ่งสระ 

แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว (2565) โดยบริษัท Xcel Energy ได้ทำรายงานส่งไปถึงรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 65 แต่ทว่ารัฐบาลกลางสหรัฐสั่งให้ปิดข่าวก่อนจนกว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งชาวอเมริกันก็เพิ่งทราบข่าวการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีนี้เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เองผ่านสื่อของสหรัฐฯ

Xcel Energy มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในรัฐมินนิโซตาถึง 2 แห่ง ส่วนโรงงานที่มีปัญหา ตั้งอยู่ในเมืองมอนติเซลโลที่มีประชากรมากถึง 15,000 คน และอยู่ห่างจากเมือง มินนีแอโพลิส เมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐเพียง 40 ไมล์เท่านั้น แถมโรงงานยังตั้งอยู่บนต้นแม่น้ำมิสซิสสิปปี ที่ไหลผ่านด้านหลังโรงงานอีกด้วย ทำให้ชาวเมืองกังวลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยิ่งหวาดวิตกที่ทราบว่าทางรัฐบาลกลางตั้งใจที่จะปิดข่าวไม่ให้สาธารณชนรับรู้ 

แต่ทางโรงไฟฟ้า Xcel ได้ให้เหตุผลว่าการที่ปกปิดข่าวการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีของโรงไฟฟ้า Xcel เพราะน้ำที่รั่วไหลไม่ได้มีปริมาณมากจนถึงเกณฑ์ที่ต้องประกาศออกสื่อ 

นอกจากนี้ทางบริษัทยังทำงานร่วมกับ คณะกรรมการกำกับกิจการนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการติดตามข้อมูล จัดเก็บน้ำที่รั่วซึมสู่ชั้นบาดาล แล้วนำมาแปรรูปกลับมาใช้ใหม่แล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีรังสีปนเปื้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต 

แต่เหตุที่ทำให้การรั่วไหลของน้ำกัมมันตรังสีกลายเป็นข่าว เนื่องจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐมินนิโซตา เคยเข้าไปสุ่มตรวจน้ำในบ่อน้ำแห่งหนึ่งของเมือง และพบสารทริเทียมปนเปื้อนอยู่ในบ่อน้ำ ซึ่งตอนนั้นทาง Xcel ยังไม่ได้แถลงข่าวเรื่องการรั่วไหลของน้ำเสียดังกล่าว หลังจากที่ปิดข้อมูลมานานกว่า 4 เดือน 

‘ศธ.’ สั่ง เฝ้าสังเกตอาการนักเรียน-ครู ในพื้นที่เสี่ยง หวั่น ‘สารซีเซียม-137’ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

(22 มี.ค. 66) ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า  ได้เสนอแนะต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีเหตุการณ์ที่วัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 หายไปจากโรงไฟฟ้าในจังหวัดปราจีนบุรี และได้ตรวจพบสารปนเปื้อนชนิดเดียวกันนี้ไปอยู่ที่โรงงานหลอมเหล็กในรูปแบบฝุ่นโลหะ โดยมีความเป็นห่วงอย่างมากและต้องการให้เกิดมาตราการที่เข้มงวด ชัดเจน และเริ่มตั้งแต่ต้นทาง คือ การควบคุมสารกัมมันตรังสีจะต้องมีการตรวจเช็กอยู่ตลอดเวลา ต้องไม่มีการสูญหาย หรือกรณีที่เกิดสูญหายขึ้นมา ระหว่างทางต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าพื้นที่ไหน สถานที่ไหน และบุคคลไหนเกี่ยวข้องและมีความเสี่ยงบ้าง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ขบวนการทำงานของภาครัฐไปมุ่งเน้นที่ปลายเหตุ เช่น ไปตรวจสอบซีเซียมยังไม่ฟุ้งกระจายในอากาศ ยังไม่พบปริมาณรังสีในคนงาน เป็นต้น

รวมไปถึงผู้ที่ได้รับใบอนุญาตครอบครองหรือใช้สารกัมมันตรังสี ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจตราสารกัมมันตรังสีที่ใช้ไม่ให้เกิดการสูญหาย และหากตรวจพบว่าสูญหาย ต้องมีมาตรการหรือแผนเผชิญเหตุ ว่าจะกระจายไปที่ไหน อย่างไร จากการเคลื่อนย้าย และต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับประชาชน เพื่อให้เขาได้รู้เข้าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเปล่า เพราะคุณสมบัติของสารกัมมันตรังสี คือ มีครึ่งชีวิต (Half Life) ที่ยาวนานเป็นเวลา 30 ปี และอยู่ได้นับ 100 ปี เพราะฉะนั้น มีอันตรายมากหากไม่สามารถตรวจสอบได้

“ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ ทุกคนไปมองที่ปลายเหตุหมด เพราะฉะนั้น ภาครัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตราการที่เข้มงวดไม่เฉพาะกรณีซีเซียม-137 แต่รวมถึงสารกัมมันตรังสีที่มีอันตรายทั้งหมด เริ่มต้นตั้งแต่ผู้ที่รับใบอนุญาตมา และวันนี้ที่ซีเซียม-137 สูญหายระหว่างทางจนไปถึงโรงหลอม ระหว่างทางไปตรงไหนบ้าง ต้องตรวจสอบให้หมด ไม่ใช่ไปดูแค่ปลายทางว่าพบแล้ว และยังไม่มีผู้ได้รับอันตราย ดังนั้นย้ำ ว่าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชนต้องให้ความสำคัญกับต้นเหตุ และต้นตอให้มากที่สุด” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

‘ภูมิใจไทย’ ชูนโยบาย ‘ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์’ มั่นใจ!! ช่วยลดค่าไฟ 450 บาท/หลังคาเรือน

(22 มี.ค.66) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในเวทีเสวนาออนไลน์ : ล้านหลังคา ล้านโซล่าเซลล์ จัดโดย สภาองค์กรของผู้บริโภค โดยนำเสนอว่า พรรคภูมิใจไทย มี ‘นโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อน เดือนละ 100 บาท 60 งวด’ โดยคาดว่าจะมีการติด โซล่าเซลล์ 21 ล้านหลังคาเรือน เราคิดว่าจะติดให้ฟรีทุกครัวเรือน เป็นเรื่องที่สามารถทำได้จริง โดยแหล่งเงินจะมาจากการทำกองทุนขายพันธบัตร ระดมทุนให้สามารถติดโซล่าเซลล์ ได้ทุกหลังคาเรือน

“ทำเหมือนกับการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์จากระบบอนาล็อก ไปเป็นโทรทัศน์ระบบดิจิตอล เมื่อไม่นานที่ผ่านมา  เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ให้สามารถทำฐานการผลิตโซล่าเซลล์ ในประเทศไทย คิดดูว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมหาศาล คิดดูว่า 21 ล้านหลังคาเรือน จะมีการจ้างงานเท่าไหร่ ในปีที่ผ่านมา เรื่องหลังคาโซล่าเซลล์ เติบโตเพียง 1% ประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิตโซล่าเซลล์ หากการติดโซล่าเซลล์ 20 ล้านหลังคาเรือน เกิดขึ้น เราจะเป็นฐานโรงงานผลิตโซล่าเซลล์ และเกิดกาจ้างงานมหาศาล และผลิตไฟฟ้า ได้ประมาณครึ่ง ของพลังงานที่ผลิตในประเทศ เป็นพลังงานสะอาด” นายสิริพงศ์ กล่าว

‘เทพ โพธิ์งาม’ โต้หนีไปลาว ทิ้งหนี้ให้ ‘หม่ำ’ รับเครียดปัญหาหนี้สิน โดนภาษีย้อนหลังกว่า 2 ล้าน

(22 มี.ค. 66) ต้องออกมาเคลียร์ข่าวยกใหญ่ หลังจากที่มีคนมาถามตลกดัง ‘เทพ โพธิ์งาม’ จะย้ายไปอยู่ประเทศลาวเหรอ รวมทั้งยังมีข่าวลือออกมาว่า ป๋าเทพ หมดต้วจนต้องไปขอให้ ‘หม่ำ จ๊กมก’ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ใช้หนี้ให้ และเตรียมจะหนีไปอยู่ที่ลาว ล่าสุด เทพ โพธิ์งาม ก็ได้ชี้แจงเรื่องนี้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ โดยเผยว่า…,

“เนื่องจากมีแฟนๆ ป๋าหลายท่านแจ้งถามมาว่าป๋าจะย้ายไปอยู่ลาวแล้วเหรอ? เพราะไปเห็นข่าวเพจออนไลน์ลงข่าวมา ป๋าจะบอกว่าข่าวนี้เป็นข่าวนานมาแล้วนะครับ บางครั้งเพจข่าวออนไลน์บางเพจก็เชื่อถือไม่ได้ครับ อาจจะต้องพิจารณาว่าเพจนั้นน่าเชื่อถือเพียงใดครับ เพราะบางทีเขาอาศัยใช้ข้อมูลข่าวเก่ามาลงโพสต์แล้วก็แขวนโพสต์เพื่อเรียกยอดวิวครับ

เข้าใจครับว่าเราห้ามความคิดใครไม่ได้ แต่บางครั้งสิ่งพวกนี้ถ้ามันมากเกินไปก็มีผลกระทบกับความรู้สึกคนรอบข้างอยู่เหมือนกันครับ อย่างเช่นครอบครัวป๋าครับ ทีมงานได้ประสานงานไปยังเพจที่โพสต์เรียบร้อยแล้วครับ แต่เขาไม่อ่านโพสต์และไม่ยอมลบโพสต์ครับ

World's Biggest Liar เทศกาล 'แข่งโกหกคำโต' ให้สาธารณชนเชื่อ ข้อแม้!! ห้าม 'นักการเมือง' และ 'ทนายความ' ลงแข่ง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีงานแบบนี้บนโลก

งาน 'World's Biggest Liar' คือเทศกาลประจำปีซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคัมเบรีย (Cumbria) ประเทศอังกฤษ โดยรับสมัครผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลก ซึ่งกำหนดให้ทุกคนมีเวลา 5 นาทีสำหรับการ 'แต่งเรื่องโกหกและน่าเชื่อถือที่สุด' ออกมา โดยมีกฏเพียงห้ามใช้อุปกรณ์ประกอบฉาก หรือสคริปต์ใดๆ อาศัยเพียงการเตรียมตัวและด้นสดตามสถานการณ์ตรงหน้า

ที่ผ่านมาพวกเขามีเรื่องอะไรซึ่งเป็นเรื่อง 'โกหกที่สุดในโลก' กันบ้าง

ในปี ค.ศ. 2003 'แอบรีย์ ครูเกอร์' (Abrie Krueger) จากดินแดนแอฟริกาใต้ ได้รับเลือกให้เป็น 'นักโกหกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก' หลังเขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาเองได้รับตำแหน่งราชาแห่งหุบเขาวาสเดล (Wasdale) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ชาวต่างชาติ (นอกเกาะอังกฤษ) ชนะการแข่งขัน ท่ามกลางคำกล่าวหาว่าครูเกอร์นั้น 'โกง' ด้วยเนื้อหาคล้ายกับเรื่อง 'บิชอปแห่งคาร์ไลล์' ในอดีต

นักแสดงตลกสาวใหญ่ 'ซู เพอร์กินส์' ชนะการแข่งขันโกหกในปี 2006 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สตรีชนะการแข่งขัน โดยเรื่องเล่าของเธอคือ "ชั้นโอโซนเสียหาย น้ำแข็งละลาย และผู้คนต้องถูกพาไปทำงานกับอูฐ"

หลายเรื่องหลายพล็อตที่ถูกนำมาเล่าแข่งขันกันส่วนใหญ่จะมีความเสียดสี เล่าอย่างหน้าตาย บ้างก็ใส่อารมณ์ของแสตนด์อัพคอมมิดี้ ตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษซึ่งส่วนใหญ่มองทุกอย่างรอบตัวเป็นเรื่องขำขัน ไม่เว้นแม้แต่มุมมองทางการเมือง การปกครอง

ครั้งหนึ่งมีผู้เข้าประชันการโกหกที่ควรเป็นผู้ชนะการแข่งขันด้วยสุนทรพจน์สั้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา ครั้งนั้นเขาขึ้นพูดง่าย ๆ ว่า "ฉันไม่เคยโกหกมาก่อนเลยในชีวิตนี้" (ฮา)

ปี ค.ศ. 2008 จอห์น 'ไลเออร์' เกรแฮม ผู้ซึ่งมากประสบการณ์บนเวทีนี้จนได้รับฉายา 'จอห์นตอแหล' ชนะการแข่งขันเป็นครั้งที่ 7 หลังเล่าเรื่องการนั่งรถมหัศจรรย์ไปยังสกอตแลนด์ด้วยถังขยะที่ล่องไปภายใต้ท้องทะเล และเรื่องโกหกที่ชนะของจอห์น เกรแฮม ที่ว่า อ้างอิงมาจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ที่เรือดำน้ำเยอรมันนีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บุกอังกฤษเพื่อจับตัวถอดรหัสโทรเลข

ยังมีเรื่องโม้ของ Paul Burrows จากเมือง Essex ในปี 2010 ว่าทะเลสาบและภูเขาปัจจุบันในชนบทของ Cumbrian นั้น ก่อนหน้านี้ถูกขโมยไปจากเทศมณฑล Essex บ้านเขาเอง จนทุกวันนี้เมืองเอสเส็กซ์มีสภาพเป็นพื้นที่ราบเรียบสุดลูกหูลูกตา

มีเรื่องราวมากมายที่เล่าออกมากี่ครั้ง ๆ ก็รู้ว่าคือคำ 'โกหก' แต่ผู้ชม กรรมการผู้ตัดสิน รวมถึงกองเชียร์ก็ยังติดตามกันอย่างเหนียวแน่นและดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกปี เพียงเพราะพวกเขาเชื่อว่านั่นคือสันทนาการ คือการพบปะเพื่อเอาเรื่องตลกไร้สาระ (แต่หลายครั้งมีสาระมากกว่านักวิชาการพูดเสียอีก) จบท้ายที่การมอบรางวัลและเฉลิมฉลองด้วยการดื่มกิน

นายเกล็น บอยแลน (2011) เล่าว่าเขาเคยเดิมพันแข่งหอยทากกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) โดยพระองค์ยังทรงแนะนำให้เกล็นถอดเปลือก (หอยทาก) ออก ตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อให้หอยคลานเร็วขึ้น แต่ในท้านที่สุดหอยทากของเกล็นก็แพ้หอยของพระเจ้าชาร์ลส เพราะพระองค์ใช้หอยทากที่เดินเครื่องด้วยแบตเตอรี่ - นี่เป็นอีกตัวอย่างของเรื่องตอหลดตอแหลอย่างคนอังกฤษนิยม

‘พาที’ คัมแบ็ก!! เปิดตัวสายการบินใหม่ ‘Really Cool Airlines’ ชู จุดขายฟูลเซอร์วิส เตรียมเปิดบินปลายปีนี้

คัมแบ็กกลับมาสร้างความฮือฮาในแวดวงการบินเมืองไทยอีกครั้ง สำหรับ "พาที สารสิน" อดีต CEO นกแอร์ ล่าสุด ได้ฤกษ์ เปิดตัว Really Cool Airlines สายการบินเทียบชั้นการบินไทย พร้อมเปิดให้บริการปลายปี 66

(22 มี.ค.66) หลังจากที่ "พาที สารสิน" ได้โบยบินออกจากบ้านนกแอร์ ก็ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในชื่อ บริษัท เรียลลี เรียลลี คูล จำกัด หรือ Really Really Cool ล่าสุดเตรียมประกาศคัมแบ็กธุรกิจสายการบินอีกครั้ง ด้วยการปั้นสายการบิน Really Cool Airlines โดยเป็นการวางจุดยืนเป็นสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสเทียบชั้นกับการบินไทย เน้นใช้เครื่องบินลำใหญ่ เน้นเที่ยวบินต่างประเทศ โดยเฉพาะระยะทางไกล เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงตลาดเอเชียตะวันออกอย่างจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นด้วย คาดว่าจะเริ่มบินได้ช่วงไตรมาส 4 ของปี

นายพาที สารสิน แถลงข่าวเปิดตัว Really Cool Airlines อย่างเป็นทางการ โดยเปิดเผยว่ามีความตั้งใจจะให้สายการบินใหม่นี้เป็นสายการบินที่แตกต่างมีจุดเด่น และตรงกับแนวคิดตามชื่อสายการบินคือ Really Cool และยังหวังว่าสายการบินใหม่นี้จะเป็นสายการบินที่ช่วยยกระดับการเดินทางของผู้โดยสาร มอบประสบการณ์ที่ประทับใจ และช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ฟื้นตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด

สำหรับการดำเนินงานสายการบินใหม่นี้ แนวคิดเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา มีการเริ่มคุยกับภาคส่วนต่างๆ และดำเนินการโดยตลอด จนกระทั่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยแนวคิดของสายการบินนั้นจะเป็นสายการบินไลฟ์สไตล์ ฟูลเซอร์วิส เน้นการใช้เทคโนโลยีมาผสานกับการบินทำให้เกิดการบริการรูปแบบใหม่ ใช้เครื่องบินลำตัวกว้างที่มีพิสัยการให้บริการได้ไกล สามารถให้บริการเส้นทางทั้งระยะไกลได้

โดยสายการบิน Really Cool Airlines วางแผนที่จะประกาศรุ่นของเครื่องบิน จุดหมายปลายทาง และเครือข่ายเส้นทางภายใน 8-10 เดือนข้างหน้า และคาดว่าจะเริ่มทำการบินได้ภายในสิ้นปี 2566

สาวไต้หวัน พิชิต ‘ข้าวมันไก่ไจแอนท์’ คนที่ 37 ซัดหมดเกลี้ยง ภายในเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น

และแล้วเราก็ได้ผู้พิชิต คนที่ 37 ซึ่งเป็นสาวจากไต้หวัน ที่สามารถจัดการข้าวมันไก่จานยักษ์ของร้านศรีเหลืองโภชนา ได้หมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 35 นาที !

(22 มี.ค.66) เฟซบุ๊กของร้าน "ศรีเหลืองโภชนา สะพานควาย-ข้าวมันไก่ไจแอนท์” ได้โพสต์ภาพและข้อความของผู้พิชิตข้าวมันไก่จานยักษ์รายล่าสุดได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งเป็นสาวสวยจากไต้หวัน โดยระบุว่า

“ผู้พิชิตข้าวมันไก่ไจแอนท์คนที่ 37 นักเรียนสาวจากไต้หวัน JAI-WEI-KU ใช้เวลากิน 35 นาที น่ารักมาก”

ทั้งนี้ สาวไต้หวัน ถือเป็นผู้พิชิตข้าวมันไก่จานยักษ์ได้เป็นรายที่ 37 โดยนอกจากอิ่มแปล้แล้ว ยังได้รับจานที่ระลึกจากทางร้าน เพื่อรับรองว่า “ท่าน คือ ผู้พิชิต” ที่สามารถกินข้าวมันไก่ไจแอนท์ หมดตามเวลาที่กำหนด ซึ่งในหนึ่งจานประกอบไปด้วย ข้าวมัน 2 กิโลกรัม เนื้อไก่ต้ม 1 กิโลกรัม

สำหรับ “ศรีเหลืองโภชนา” สะพานควาย เป็นร้านที่มีจุดขาย คือ ข้าวมันไก่จานใหญ่ยักษ์ไว้ให้ลองชิม ซึ่งร้านเดิมเปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 สมัยก่อนอยู่ในซอยโรงหนังพหลโยธินรามา แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ตรงถนนสาลีรัฐวิภาค ใกล้กับแยกสะพานควาย ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีข้าวมันไก่ไซส์ยักษ์ ก็ยังมีแบบปกติให้ชิม แล้วก็มีไก่ทอด ไก่ย่าง และก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นให้ลองลิ้มกันด้วย

'เศรษฐา' ขอบคุณ 'ทักษิณ' ชมเป็นนายกฯได้ ด้าน 'ชลน่าน' ออกตัวยังไม่เคาะชื่อแคนดิเดตฯ

‘เศรษฐา’ เผย รู้สึกเป็นเกียรติ ‘ทักษิณ’ ชม ชี้ ยังมีข้อต่างอีกเยอะ ลั่น หากเป็นนายกฯ จะไม่ตั้งคณะกรรมการซ้อนกรรมการ แก้ปัญหาปชช. ชู หลักคิดเร็ว ทำเร็ว ด้าน ‘ชลน่าน’ บอก เรื่องแคนดิเดตเป็นแค่ความเห็นของ ‘อดีตนายกฯ’

(22 มี.ค. 66) ที่จ.นนทบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปราศรัยในเวทีแรก หลังนายกฯประกาศยุบสภาฯ ว่า จัดเต็มทุกเวที ไม่มีข้อยกเว้น เราเสนอนโยบายตามความเป็นจริงทุกอย่าง ทั้งนี้ สำหรับเวทีที่นนทบุรี เราจะเน้นหลายประเด็น ซึ่งเหมือนทุกจังหวัดที่เน้นเรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความล้มเหลว ขณะนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของกระบวนการคืนอำนาจสู่ประชาชน และขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเยอะๆ

เมื่อถามว่า มองประเด็นที่เมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปรียบเทียบนายเศรษฐา เหมือนตอนที่นายทักษิณเข้ามาทำงานการเมืองแรกๆว่าอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า เราก็มีความเหมือนกันได้ แต่เมื่อมีความเหมือนก็มีความแตกต่างในตัวของมันเอง ถือเป็นเกียรติเพราะท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จ และได้รับความนิยมชมชอบมาตลอดกาล ส่วนในความแตกต่างที่ตนพูดถึงนั้นมีหลายอย่าง ท่านเองเป็นคนที่ก่อร่างสร้างตัวมา ตนมาช่วยเติมเต็ม ท่านวางรากฐานมาไว้ดีอยู่แล้ว และเรามีบุคคลที่มีคุณภาพในพรรค

เมื่อถามว่า การที่นายทักษิณ ชมนายเศรษฐาเช่นนั้นอนาคตจะชูเป็นแคนดิเดตใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอให้เป็นขั้นเป็นตอนไป คณะกรรมการบริหารก็จะประชุมกันในเร็ววันนี้ ขอให้อดใจรออีกนิด เพราะมีคนที่มีคุณภาพอยู่หลายคน ขอเวลาเล็กน้อย ให้เป็นไปตามขั้นตอนดีกว่า

เมื่อถามว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกจะทำได้ดีเหมือนนายทักษิณหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อย้อนหลังไป 20 ปี ที่ผ่านมา ตนมองว่าธุรกิจที่ท่านทำประสบความสำเร็จมากกว่าตนเยอะ ท่านก่อร่างสร้างตัวจากตรงนั้นก็เป็นอะไรที่น่าชื่นชม และเป็นอะไรที่เปรียบเทียบกับตนยังไม่ได้

เมื่อถามต่อว่า ทั้งนายทักษิณและนายเศรษฐามาจากภาคธุรกิจเช่นกัน ในทางการเมืองจะนำวิธีการทำงานอะไรของนายทักษิณมาปรับใช้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นหลักการคิดเร็ว ทำเร็ว และต้องมีการวิเคราะห์ถึงความเสี่ยง เปรียบเทียบกับความเร่งด่วนว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไร ไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการซ้อนกรรมการ ถ้าทำแบบนั้นปากท้องแห้งพอดี

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่กองเชียร์พรรคเพื่อไทย ออกปากเชียร์ทั้งนายเศรษฐา และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นแคนดิเดตนายกฯ นายเศรษฐา กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่กองเชียร์ไม่ได้เอ่ยชื่อ เพียงแต่ตนอาจจะได้การสนับสนุน หรือออกสื่อมากหน่อย อาจจะเป็นเพราะตัวสูงมองเห็นง่าย แต่ตนก็รู้สึกว่ายังต้องเจียมตัว เพราะผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนล้วนมีความสุดยอดทั้งนั้น

23 มีนาคม พ.ศ. 2369 วีรกรรมหญิงกล้า ‘ท้าวสุรนารี’ วันแห่งชัยชนะเหนือทัพลาว

วันนี้ในอดีต เมื่อ 23 มีนาคม พ.ศ. 2369 'ท้าวสุรนารี' (คุณหญิงโม) นำทัพต่อสู้ปกป้องเมืองนครราชสีมา กอบกู้อิสรภาพเเละกำชัยเหนือทัพลาวได้สำเร็จ จนเป็นที่มาของ 'วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี'

ถ้าเอ่ยนาม ท้าวสุรนารี คนไทยจะรู้จักกันดีว่า หมายถึง ย่าโมของชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งที่จริงแล้วคนไทยทั้งประเทศก็ให้ความเคารพบูชาและรำลึกถึงในวีรกรรมที่ท่านทรงทำไว้เพื่อชาติบ้านเมืองอยู่เสมอ

วันนี้เมื่อ 197 ปีก่อน หรือตรงกับวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2369 คือวันที่ประวัติศาสตร์ไทย ได้จารึกพระนามของท่าน ที่สามารถปกป้องอธิปไตยของชาวไทยไว้ได้อย่างกล้าหาญ เกินกว่าสตรีทั่วไปจะทำได้

ตามประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ ในช่วงปี พ.ศ. 2369 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ตรงกับรัชสมัยของ เจ้าอนุรุทธราช (เจ้าอนุวงศ์) ผู้ครองนครเวียงจันทร์ ได้ขอเกณฑ์ครอบครัวคนลาวที่เมืองสระบุรี ซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากเวียงจันทน์ ในคราวสงครามครั้งที่ได้พระพุทธปฏิมากรแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ ณ กรุงธนบุรีนั้น กลับนครเวียงจันทร์ แต่ได้รับการปฏิเสธ

เมื่อไม่ได้ดังประสงค์ก็ก่อการกบฏ โดยยกกองทัพจะลงมาตีกรุงเทพมหานคร โดยเดินทัพมาอย่างเงียบๆ ให้กรุงรัตนโกสินทร์ไม่ทราบความเคลื่อนไหว โดยมีกองทัพหน้าเดินทางไปทางทิศตะวันตกตรงไปยังเมืองสระบุรี (ปากเพรียว)

ต่อมาวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2369 เมื่อกองทัพมาถึงเมืองนครราชสีมา ได้ตั้งมั่นฐานทัพอยู่จนถึงวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2369 จึงได้เข้าโจมตี ซึ่งเป็นช่วงที่พระยาปลัดทองคำ (พระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์ทศทิศวิชัย) สามีของคุณหยิงโม ผู้รักษาเมืองไม่อยู่พอดี ด้วยติดปราบการจลาจลที่เมืองขุขันธ์

กองทหารของเจ้าอนุวงศ์ จึงตีเมืองโคราชได้โดยง่าย แล้วกวาดต้อนกรมการเมือง ตลอดจนพลเมืองทั้งชายหญิงไปเป็นเชลย รวมถึง คุณหญิงโม และราชบริพารไปด้วย โดยมี เพี้ยรามพิชัย เป็นหัวหน้าควบคุม เหล่าเชลยออกเดินทางสู่เมืองเวียงจันทน์โดยผ่านเมืองพิมาย ส่วนเจ้าอนุวงศ์นั้น ยังตั้งฐานทัพอยู่ที่เมืองนครราชสีมา

ต่อมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2369 ในระหว่างการเดินทางเป็นเชลยศึกนั้น คุณหญิงโม ได้คิดแผนการกอบกู้อิสรภาพกับกรมการเมือง ซึ่งมีนางสาวบุญเหลือ บุตรีหลวงเจริญกรมการเมืองนครราชสีมา ได้มีส่วนร่วมให้ข้อปรึกษาอย่างใกล้ชิด

คุณหญิงโมได้มอบหมายให้นางสาวบุญเหลือ ซึ่งเสมือนเป็นหลาน เป็นผู้รับแผนการไปปฏิบัติ โดยใช้อุบายให้ชาวบ้านเชื่อฟังทหารผู้ควบคุม แกล้งทำกลัวเกรง และประจบเอาใจจนทหารของเจ้าอนุวงศ์ทั้งหลายหลงตายใจ และพยายามถ่วงเวลาในการเดินทาง กับทั้งยังลอบส่งข่าวถึงเจ้าเมืองนครราชสีมา เจ้าพระยากำแหงสงครามรามภักดี (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) และพระยาปลัดทองคำ อีกด้วย

ที่สุดเมื่อเดินทางมาถึง ทุ่งสัมฤทธิ์แขวงเมืองพิมาย ได้พักตั้งค่ายค้างคืนอยู่ คุณหญิงโมจึงได้ออกอุบายให้ชาวเมืองนำอาหารและสุราไปเลี้ยงดูผู้ควบคุมอย่างเต็มที่ จนทหารต่างก็เมามายไม่ได้สติ หมดความระมัดระวัง

ครั้นถึงเวลาสองยามไปแล้วของวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2369 แผนการทุกอย่างจึงเริ่มเปิดฉากขึ้นโดยชาวนครราชสีมา พากันระดมยื้อแย่งอาวุธจากเหล่าทหารลาว และได้โห่ร้องขึ้นทำให้กองทัพเวียงจันทน์เกิดความโกลาหล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top