Friday, 31 July 2026
TheStatesTimes

พสบ.28 รับน้อง พสบ.29 เสริมสร้างความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง ให้เกิดความรักความสามัคคี เพื่อร่วมพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

วันพุธที่ 22 มีนาคม 2566 ณ ห้องเทวกรรมรังรักษ์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต พัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร (พสบ.) รุ่นที่ 28 โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก โดยนายสกนธ์ นันท์ปิติพงศ์ เป็นประธานจัดงานรับน้อง พสบ.รุ่นที่ 29 
  
โดยมีพลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา และ พล.ท.จิรัฎฐ์ สุตาสุข เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ให้เกียรติเข้าร่วมงาน

การจัดงานดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรไมตรีอันดีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ให้มีความรักใคร่กลมเกลียว และเกิดความรักความสามัคคี อันจะนำไปสู่การ ขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมกันในอนาคตต่อไป 

'อลงกรณ์' ขานรับข้อเสนอภาคเอกชนร่วมเดินหน้า 'ก้าวใหม่ประเทศไทย ก้าวใหม่ประชาธิปัตย์' ชูธง 12 แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจและการพัฒนาสร้างศักยภาพใหม่ตอบโจทย์อนาคตประเทศไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ 'สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ'

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคฯ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเห็น และข้อเสนอแนะของภาคเอกชน ที่มีต่อความคาดหวังในนโยบายของพรรคการเมืองวันนี้(23 มีนาคม 2566)ว่า

พรรคประชาธิปัตย์เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนรวมทั้งมุมมองวิสัยทัศน์ของภาคเอกชนล่าสุดเกี่ยวกับการพัฒนาประชาธิปไตย การพัฒนาประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์บนหลักการ 3 ประการคือ อุดมการณ์ประชาธิปไตย นโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมและแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจในความคาดหวังของภาคเอกชนที่มีต่อนโยบายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งในส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางนโยบายอย่างน้อย 12 ประการ เสมือนคานงัดในการสร้างจุดเปลี่ยนประเทศไทย สู่ก้าวใหม่ ไทยแลนด์ โดยพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคเอกชน ได้แก่

1. การพัฒนาการเมืองโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
2. การขจัดคอร์รัปชั่น โดยการสร้างระบบธรรมาภิบาล
3. การส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เสรี และเป็นธรรม ลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และพลัง
งาน

4. การปฏิรูประบบราชการโดยลดอำนาจรัฐ ลดขนาดภาครัฐ 

▪มุ่งกระจายอำนาจและทรัพยากรสู่ท้องถิ่นและชุมชน (Community Empowerment) 
▪การเพิ่มบทบาทภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่นทางเศรษฐกิจ
▪การพัฒนาเมือง และชนบท

5. การปฏิรูปภาคเกษตร ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรม 

▪การส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ 
▪การยกระดับเกษตรรายย่อยเป็นเกษตรแปลงใหญ่ 
▪การพัฒนาระบบสหกรณ์ 
▪การส่งเสริมสตาร์ทอัพเกษตรและ เอสเอ็มอี.เกษตร 
▪การส่งเสริมอาหารแห่งอนาคต
▪และการทำตลาดเชิงรุก ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

6. การพัฒนาโลจิสติกส์ เชื่อมไทย-เชื่อมโลก 

▪การเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศ

7. การสร้างฐานการผลิต การแปรรูปการตลาด และกระจายการลงทุนสู่ทุกภูมิภาค

▪ภายใต้ฐานใหม่ 18 กลุ่มจังหวัดโดยเฉพาะคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเกษตร (Agroindustry)

8. การสร้างคนและการ Reskill- Upskill ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

▪โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ (12  S-Curves)
▪การส่งเสริมMSMEและStartup ด้วยกองทุนเอสเอ็มอี
▪และการทำงานแบบสร้างสรรค์

9. สร้างระบบธนาคาร และระบบการเงินของเศรษฐกิจฐานรากด้วย

▪ธนาคารหมู่บ้าน 
▪ธนาคารชุมชน 80,000 หมู่บ้าน และชุมชน 77 จังหวัด 
▪รวมทั้งส่งเสริมธนาคารเพื่อการลงทุนและเวนเจอร์แคปิตอล

10. ขับเคลื่อนภาคการผลิต (Real Sector) ภาคบริการภาคการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี นวัต
กรรมและซอล์ฟพาวเวอร์(Soft Power)

11. การปฏิรูปการบริการภาครัฐ

▪โดยปรับปรุง และยกเลิกกฎหมาย กฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรค และภาระทางการค้าธุรกิจและการบริการประชาชน

12. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าการลงทุนเสรี (FTA) และกลยุทธ์มินิ เอฟ
ทีเอ.(Mini FTA)ที่มีอยู่เดิมและข้อตกลงใหม่

▪ปูทางสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการของไทยในเวทีแข่งขันระหว่างประเทศ
▪พร้อมกับการใช้กองทุน เอฟทีเอ.รองรับผลกระทบทุกด้าน

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นโยบายเหล่านี้เป็นการสานงานต่อ ก่องานใหม่ อย่างต่อเนื่อง ของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น 

▪การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม 77 จังหวัด และศูนย์ความเป็นเลิฟเฉพาะด้าน 23 ศูนย์

▪เป็นโครงสร้างทางเทคโนโลยี และองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) 
ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 

▪เกิดเทคโนโลยีใหม่ 800 นวัตกรรมถ่ายทอดสู่เกษตรกรและฟาร์มเกษตร

▪การส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหารใน 18 กลุ่มจังหวัดบนความร่วมมือกับสภาอุตสาห
กรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) 

▪การยกระดับเกษตรรายย่อยเป็น เกษตรแปลงใหญ่ 1 หมื่นกลุ่ม 

▪การพัฒนาอาหารแห่งอนาคต เช่น โปรตีนจากพืช จากแมลงมีกว่า 1 แสนฟาร์ม 

▪การขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) 

▪ปฏิรูปกระทรวงเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริการประชาชนจากอนาล็อค เป็นดิจิตอล

▪การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลบิ๊กดาต้า เกษตรแห่งชาติ (National Big Data Center:NABC) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 

▪การพัฒนาโลจิสติกส์ด้วยรถไฟจีน-ลาว เปิดบริการขนส่งสินค้าได้ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2565 

▪การปฏิรูประบบบริหารจัดการผลไม้ จนส่งออกทุเรียนผลสดสร้างรายได้ทะลุ 1 แสนล้านเป็นครั้งแรกในปี 2564 

การประกันรายได้เกษตรกรพืชเศรษฐกิจหลัก ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปาล์มน้ำมัน

'ค่ายดาวสามแฉก' สนั่น!! วันแรก 'มอเตอร์โชว์ 2023' หลัง EQB 250 AMG รถอีวี 100% ถูกจองเต็มโควตา 70 คัน

เมื่อวานนี้ (22 มี.ค.66) เป็นวันแรกของการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 หรือ มอเตอร์โชว์ 2023 (Motor Show 2023) บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ประกาศหยุดรับจองรถยนต์รุ่น EQB 250 AMG Line รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 และเปิดรับจองวันแรกภายในงาน มอเตอร์โชว์ 2023 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวมี โควตาการนำเข้าและจำหน่ายอยู่ที่ 70 คัน และมีผู้สนใจจองเต็มจำนวนดควตาดังกล่าวแล้ว กระทั่งต้องประกาศหยุดรับจอง

สำหรับ EQB 250 AMG Line เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ (เอสยูวี) ขนาด 5 ที่นั่ง ด้วยการนำเข้าแบบรถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 66.5 kWh ซึ่งมีระยะทางการวิ่งสูงสุด 460 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)

เปิด 10 จังหวัด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุดในประเทศไทย

เปิดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 จาก 77 จังหวัดทั่วไทย รวม 52 ล้านคน

(1) กรุงเทพมหานคร 
-ชาย 2,041,204 คน
-หญิง 2,428,076 คน
-รวม 4,469,280 คน

(2) จังหวัดสมุทรปราการ
-ชาย 504,258 คน
-หญิง 579,799 คน
-รวม 1,084,057 คน

(3) จังหวัดนนทบุรี
-ชาย 474,078 คน
-หญิง 579,719 คน
-รวม 1,053,797 คน
.
(4) จังหวัดปทุมธานี
-ชาย 443,723 คน
-หญิง 515,923 คน
-รวม 959,646 คน
.
(5) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
-ชาย 313,936 คน
-หญิง 351,924 คน
-รวม 665,860 คน
.
(6) จังหวัดอ่างทอง
-ชาย 105,959 คน
-หญิง 119,396 คน
-รวม 225,355 คน
.
(7) จังหวัดลพบุรี
-ชาย 295,127 คน
-หญิง 304,626 คน
-รวม 599,753 คน
.
(8) จังหวัดสิงห์บุรี
-ชาย 78,644 คน
-หญิง 90,058 คน
-รวม 168,702 คน

(9) จังหวัดชัยนาท
-ชาย 78,644 คน
-หญิง 90,058 คน
-รวม 168,702 คน

(10) จังหวัดสระบุรี
-ชาย 246,534 คน
-หญิง 263,468 คน
-รวม 510,002 คน

(11) จังหวัดชลบุรี
-ชาย 586,771 คน
-หญิง 644,189 คน
-รวม 1,230,960 คน

(12) จังหวัดระยอง
-ชาย 283,477 คน
-หญิง 303,030 คน
-รวม 586,507 คน

(13) จังหวัดจันทบุรี
-ชาย 206,556 คน
-หญิง 221,724 คน
-รวม 428,280 คน

(14) จังหวัดตราด
-ชาย 85,643 คน
-หญิง 89,557 คน
-รวม 175,200 คน

(15) จังหวัดฉะเชิงเทรา
-ชาย 279,099 คน
-หญิง 298,493 คน
-รวม 577,592 คน

(16) จังหวัดปราจีนบุรี
-ชาย 193,231 คน
-หญิง 202,657 คน
-รวม 395,888 คน

(17) จังหวัดนครนายก
-ชาย 101,740 คน
-หญิง 108,025 คน
-รวม 209,765 คน

(18) จังหวัดสระแก้ว
-ชาย 217,293 คน
-หญิง 221,097 คน
-รวม 438,390 คน

(19) จังหวัดนครราชสีมา
-ชาย 1,028,882 คน
-หญิง 1,095,705 คน
-รวม 2,124,587 คน

(20) จังหวัดบุรีรัมย์
-ชาย 614,203 คน
-หญิง 639,123 คน
-รวม 1,253,326 คน

(21) จังหวัดสุรินทร์
-ชาย 538,514 คน
-หญิง 555,519 คน
-รวม 1,094,033 คน

(22) จังหวัดศรีสะเกษ
-ชาย 575,310 คน
-หญิง 591,577 คน
-รวม 1,166,887 คน

(23) จังหวัดอุบลราชธานี
-ชาย 730,963 คน
-หญิง 746,681 คน
-รวม 1,477,644 คน

(24) จังหวัดยโสธร
-ชาย 214,726 คน
-หญิง 219,878 คน
-รวม 434,604 คน

(25) จังหวัดชัยภูมิ
-ชาย 441,582 คน
-หญิง 463,781 คน
-รวม 905,363 คน

(26) จังหวัดอำนาจเจริญ
-ชาย 149,003 คน
-หญิง 153,358 คน
-รวม 302,361 คน

(27) จังหวัดบึงกาฬ
-ชาย 163,350 คน
-หญิง 165,717 คน
-รวม 329,067 คน

(28) จังหวัดหนองบัวลำภู
-ชาย 201,120 คน
-หญิง 206,281 คน
-รวม 407,401 คน

(29) จังหวัดขอนแก่น
-ชาย 703,629 คน
-หญิง 750,060 คน
-รวม 1,453,689 คน

(30) จังหวัดอุดรธานี
-ชาย 611,774 คน
-หญิง 641,046 คน
-รวม 1,252,820 คน

(31) จังหวัดเลย
-ชาย 251,642 คน
-หญิง 255,126 คน
-รวม 506,768 คน

(32) จังหวัดหนองคาย
-ชาย 202,060 คน
-หญิง 209,791 คน
-รวม 411,851 คน

(33) จังหวัดมหาสารคาม
-ชาย 375,807 คน
-หญิง 400,106 คน
-รวม 775,913 คน

(34) จังหวัดร้อยเอ็ด
-ชาย 519,009 คน
-หญิง 539,834 คน
-รวม 1,058,843 คน

(35) จังหวัดกาฬสินธุ์
-ชาย 385,979 คน
-หญิง 404,236 คน
-รวม 790,215 คน
.
(36) จังหวัดสกลนคร
-ชาย 449,159 คน
-หญิง 463,617 คน
-รวม 912,776 คน

(37) จังหวัดนครพนม
-ชาย 281,138 คน
-หญิง 288,751 คน
-รวม 569,889 คน

(38) จังหวัดมุกดาหาร
-ชาย 137,701 คน
-หญิง 139,989 คน
-รวม 277,690 คน

(39) จังหวัดเชียงใหม่
-ชาย 628,476 คน
-หญิง 704,612 คน
-รวม 1,333,088 คน

‘พราก’ ในความผิดเกี่ยวกับเพศ มีความหมายว่าอย่างไร? | รู้ LAW CASE STUDY EP.30

‘พรากผู้เยาว์’ เพื่อการอนาจาร ในความผิดเกี่ยวกับเพศ และอำนาจปกครองมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐาน‘พรากผู้เยาว์’ มีความหมายว่าอย่างไร? ติดตามรายละเอียดได้ในคลิปนี้...

รู้ LAW CASE STUDY รวมกรณีศึกษาในเรื่องกฎหมายสำหรับคนไทย

รับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyJ19GDOHCI9He2hZHLsD4OG

สตาร์ทอัปจีน คิดค้น ‘เครื่องจูบ’ สุดล้ำ แสดงความรักได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทสตาร์ทอัปของจีน ได้วางขาย “เครื่องจูบทางไกล” สุดล้ำ ให้คู่รักที่อยู่ไกลกันสามารถแสดงความรักต่อกันได้ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหนก็ตาม

บริษัทสตาร์ตอัปในประเทศจีนคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ‘เครื่องจูบ’ (kissing machine) สำหรับคู่รักที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องทำให้พวกเขาต้องรักษาระยะห่างกันไม่สามารถใกล้ชิดเพื่อสานสัมพันธ์กันได้ โดยภายในเครื่องจะบันทึกข้อมูลการจูบของผู้ใช้ผ่านเซนเซอร์ที่ติดอยู่ข้างในซิลิโคนรูปปาก ซึ่งสามารถขยับเคลื่อนไหวขณะถูกจูบ 
 
เครื่องนี้มีชื่อว่า MUA เป็นการตั้งชื่อตามเสียงจูบที่หลายคนรู้สึกคุ้นเคยกัน ความพิเศษของเครื่องจูบนี้ยังสามารถส่งเสียงและค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิเพื่อความสมจริงในการจูบอีกด้วย ไอเดียเหล่านี้เป็นผลพลอยได้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่บางคนตอนนี้ยังต้องกักตัวอยู่บ้านหลายเดือน

อุปกรณ์ดังกล่าวถูกโฆษณาและวางขายอยู่บนเว็บไซต์ขายสินค้ายอดนิยมของจีนอย่าง เถาเป่า (Taobao) พร้อมคำบรรยายสินค้าว่า “เป็นวิธีให้คู่รักที่อยู่ไกลกันสามารถแบ่งปันความใกล้ชิดทางร่างกายที่แท้จริงได้”

เครื่องจูบทางไกลนี้ มีหน้าตาเหมือนกับริมฝีปากของคนจริง ๆ ที่ทำจากซิลิโคน ฝังอยู่ในอุปกรณ์ที่คล้ายกับที่วางโทรศัพท์

ส่วนที่เป็นริมฝีปากนี้มีเซ็นเซอร์วัดแรงกด และสามารถเลียนแบบการจูบจริงได้โดยการจำลองแรงกด การเคลื่อนไหว และอุณหภูมิของริมฝีปากของผู้ใช้ นอกจากนี้ ยังสามารถส่งเสียงที่ผู้ใช้สร้างขึ้นได้อีกด้วย

ในการจะจูบทางไกลได้นั้น ผู้ใช้ทั้งสองฝ่ายต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงในโทรศัพท์มือถือ และเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับโทรศัพท์ จากนั้นเมื่อผู้ใช้จับคู่กับคนรักของตนเองในแอปฯ แล้ว ก็จะสามารถวิดีโอคอลและจูบกันและกันได้

ตามรายงานของสื่อจีน Global Times สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวได้รับการจดสิทธิบัตรโดยสถาบันเทคโนโลยีเมคคาทรอนิกส์ฉางโจว

เจียง จงลี่ นักประดิษฐ์ผู้ออกแบบเครื่องจูบทางไกล บอกว่า “สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ฉันกับแฟนมีความสัมพันธ์แบบรักทางไกล เราติดต่อกันได้ทางโทรศัพท์เท่านั้น นั่นคือที่มาของแรงบันดาลใจของอุปกรณ์นี้”

ผบ.ฉก.นราธิวาส เปิดกิจกรรม พหุวัฒนธรรม ”ลงแขกเกี่ยวข้าว” สืบสานประเพณีลาซัง รักษ์วิถีถิ่น ร่วมกินข้าวใหม่ บนพื้นฐาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เสริมสร้างสัมพันธภาพพี่น้องชายแดนใต้

ที่ แปลงนาข้าว ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส /ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เดินทางมาเป็นประธาน เปิดกิจกรรม พหุวัฒนธรรม ”ลงแขกเกี่ยวข้าว” สืบสานประเพณีลาซังรักษ์วิถีถิ่น ร่วมกินข้าวใหม่ บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เสริมสร้างสัมพันธภาพพี่น้องชายแดนใต้ โดยมี พันเอก ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอระแงะ นายอำเภอระแงะ ประธานองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจน พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนไทยพุทธ ไทยมุสลิม เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก 

ทั้งนี้ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว  กล่าวว่า พื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เป็นแหล่งปลูกข้าวของจังหวัด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ มีการปลูกสืบทอดกันจนเป็นวิถีชีวิต แต่ด้วยสภาพความเปลี่ยนไป ของบริบททั้งด้านสังคมและพื้นที่ ทำให้พื้นที่ในการทำนาลดลง แต่ข้าวเป็นพืช ที่ มีความสำคัญ ในการสร้างความมั่นคงในครัวเรือนและชุมชน กระผมต้องขอชื่นชมท่านทั้งหลาย ที่รวมกลุ่มกันปลูกข้าว ร่วมกันพัฒนาการผลิต และการตลาดสิ่งที่ได้จากกิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวในวันนี้

นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความรัก ความสามัคคี ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความร่วมมือของคนในชุมชน ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งมีความหลากหลายสอดคล้องกับนโยบาย ของ พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่ต้องการให้พี่น้อง
ประชาชนมีส่วนร่วม ในกระบวนการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน และพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ก่อเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถนำมาสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข บนสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

‘เพื่อไทย’ เตรียมจัดปราศรัย กทม.เป็นครั้งแรก 24 มี.ค.นี้ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมเปิดวิสัยทัศน์ประเทศไทย

(23 มี.ค.66) พรรคเพื่อไทย (พท.) เผยแพร่คลิปเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมงานเปิดวิสัยทัศน์ประเทศไทย ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ’ โดยเนื้อหาภายในคลิป น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม (พท.) และหัวหน้าครอบครัวเ พื่อไทย กล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ มางานเปิดวิสัยทัศน์ประเทศไทย ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ’
.
คนที่จะแสดงมุมมองเพื่ออนาคตของคนกรุงเทพฯ และประเทศไทยทั้ง 4 ด้าน พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 คน 33 เขต พบกันวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมนี้ ที่ Stadium One จุฬาซอย 4 และซอย 6 ถนนบรรทัดทอง เริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น.

ชื่นชมคุณหมอ ม.นเรศวร ไม่ห่วงชุดขาวเปื้อนเลือด โดดเข้าช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทันที

โลกออนไลน์แห่ชื่นชม นายแพทย์ สุทธิลักษณ์ อุดมธนะทรัพย์ ขณะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุโดยที่เจ้าตัวนั้นไม่สนว่าชุดขาวจะเปื้อนเลือด ชาวเน็ตยกให้เป็นฮีโร่ชุดขาว

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Hong-Li Udomthanacap" หรือ นายแพทย์ สุทธิลักษณ์ อุดมธนะทรัพย์ ได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวขณะที่เจ้าตัวกำลังช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บหลังจากประสบอุบัติเหตุหลังรับปริญญาเสร็จ โดยไม่สนว่าชุดขาวจะเปื้อนเลือด

ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า "รับปริญญาเสร็จ
ขับรถออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ว่าจะพาลูกเมียไปกินข้าวเย็น เจอเคสจักรยานยนต์ล้ม ofx. lt femur กระดูกแทงออกมา ชุดปกติขาวเปื้อนแบบภูมิใจครับ ใช้วิชาแพทย์ช่วยคน

ปล.ขอบคุณ พี่ปุ้ย ชนิดา พยาบาล ER รพ.พุทธชินฯ+ทีมน้องกู้ภัย ด้วยนะครับ #แพทย์มอนอ #mecแพร่ ส่วนภรรยา (พยาบาลท้องแก่) ให้ยืนห่างๆ"

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่สู่โลกออนไลน์ มีขาวเน็ตแสดงความคิดเห็นพร้อมชื่นชมคุณหมอรายนี้กันเป็นจำนวนมาก เช่น ชื่นชมคุณหมอ มีจรรยาบรรณของแพทย์เต็มเปี่ยมครับ, ชื่นชมจากใจครับ, สุดยอดครับพี่หมอหลี, ขอชื่นชมค่ะคุณหมอ เป็นต้น


ที่มา : https://www.facebook.com/photo?fbid=1281866266009436&set=a.131535501042524

4 นางเอกสาว ‘แก๊ง ม. ม้า’ เปิดใจ กรณีเมาท์พาดพิงนางเอกดัง พร้อมกล่าวขอโทษ ยอมรับคิดน้อยเกินไป

(23 มี.ค. 66) สั่นสะเทือนวงการบันเทิงกันเลยทีเดียว หลังจากที่ได้เกิดประเด็นร้อนขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อ 4 นางเอกสาว ‘แก๊ง ม. ม้า’ อย่าง ใหม่ ดาวิกา, มาร์กี้ ราศรี, มิว นิษฐา และ มิ้นต์ ชาลิดา ได้ร่วมพูดคุยและทำชาเลนจ์จับสลากตอบคำถามในรายการ ‘เพื่อนใหม่’ ของนางเอกสาว ‘ใหม่ ดาวิกา’ ถึงเรื่องลับ ๆ ในวงการ ที่ได้มีการพาดพิงถึงบุคคลที่สามขึ้น ทำเอาเหล่ายอดนักสืบชาวเน็ตลงมือขุดคุ้ยกันสนั่นจนกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโซเชียล

จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ที่ 4 สาวทำคอนเทนต์ยกเรื่องราวในอดีตมาพูด และได้มีการพาดพิงไปถึงบุคคลที่สาม ส่งผลให้มีชาวเน็ตเข้ามาทำการแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้แฮชแท็กชื่อของ 4 นางเอก แก๊ง ม.ม้า ติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์ข้ามวันข้ามคืน

หลังจากเกิดกระแสดรามาอยู่หลายวัน ล่าสุดทาง 4 นางเอกสาวแก๊ง ม.ม้า ‘ใหม่, มาร์กี้, มิว และ มิ้นต์’ ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว โดยสาว ๆ ได้ทำการกล่าวขอโทษ และน้อมรับในข้อผิดพลาด ถึงการคิดน้อยไปในการทำคอนเทนต์นี้ พร้อมยืนยัน ว่า ทุกคนไม่มีเจตนาที่จะพาดพิงหรือทำให้ใครต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top