Wednesday, 29 July 2026
TheStatesTimes

“ผู้ว่า” นั่งหัวโต๊ะประชุม คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดสมุทรปราการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ภายในอาคารห้องประชุม ชั้น 3 อุทยานการเรียนรู้และหอชมเมือง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดสมุทรปราการ 

โดยภายในการประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากท่าน ศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะ ประธาน กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมาเป็นประธานในการประชุม โดยมี นายสุดใจ จิรยาภากร ผู้บริหาร บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ ประธานที่ปรึกษา กต.ตร. จังหวัดสมุทรปราการ ดร.พัชรางสุ์ ชัยวรมุขกุล อัยการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะ รองประธาน กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต. ดร.พัลลภ แอร่มหล้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะ รองประธาน กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ ดร.กิตติ ยงค์สงวนชัย ที่ปรึกษา กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ นายธงชัย อัศวสุขี รองประธาน กต.ตร. สภ.บางพลี นายสมหวัง เกษมโกสินทร์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดสมุทรปราการ (กต.ตร.) เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

โดยก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้นำคณะ กต.ตร.เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการร้อยเป็นเรื่องเมืองปากน้ำ จากนั้น นายสมหวัง เกษมโกสินทร์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะ ตัวแทนนางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ กล่าวให้การต้อนรับทางคณะ กต.ตร.ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ

จากนั้น นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมอบโล่เพื่อขอบคุณในการสนับสนุนสถานที่จัดการประชุม และการเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการในครั้งนี้ พร้อมทั้ง ยังได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลแก่ข้าราชการตำรวจดีเด่น จำนวน 3 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่

โดยระเบียบวาระการประชุม ประกอบไปด้วย การแนะนำและพิจารณาแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 2 ท่าน พร้อมทั้ง เปิดวีดีทัศน์รับชมผลงานและการปฎิบัติหน้าที่ของทาง กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้ง การรายงานผลการปฎิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการและการติดตามจับกุมในคดีต่างๆ รวมถึงคดีที่สำคัญ 

‘บิ๊กตู่’ ยก กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน กลไกช่วยงานรัฐสำเร็จ หลัง ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าตอบแทนเป็นขวัญกำลังใจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha’ ว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (14 มี.ค.66) ได้เห็นชอบในหลักการ เรื่องการปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทน ตำแหน่งกำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, แพทย์ประจำตำบล, สารวัตรกำนัน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ  ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ค่าครองชีพ และทัดเทียมกับค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นกลไกการทำงานของรัฐบาลสู่ความสำเร็จ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุดราชการ อาทิ  การเฝ้าระวังการควบคุมโรคระบาด/โควิด, การรักษาความสงบเรียบร้อย, การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด, การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริมการปฏิบัติงานของทุกกระทรวงในพื้นที่ เช่น การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น 

นอกจากนี้ ครม. ได้เห็นชอบให้เพิ่มค่าตอบแทนของผู้บริหารและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ไม่ได้รับการปรับเพิ่มมานานกว่า 11 ปี เพื่อให้เหมาะสม เสมอภาค และเท่าเทียมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล ซึ่งต่างก็มีส่วนสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน และการพัฒนาประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในภาพรวม

สืบนครบาลรวบหมวย ดาวคะนองผู้ต้องหาบัญชีม้าคอลเซ็นเตอร์คดีติดตัวกว่า 5 คดี เสียหายกว่าล้านบาท

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.  และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง 
ผบ.ตร./ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  PCT ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์พบคนร้ายเปิดบัญชีธนาคารและขายบัญชีธนาคารต่อให้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจะนำบัญชีม้าที่หาซื้อมาได้มาใช้ในรูปแบบเป็นบริษัทสินเชื่อหลอกให้กู้ยืมเงิน โดยจะอ้างกับผู้เสียหายว่า ต้องทำการโอนค่าธรรมเนียม ค่าค้ำประกัน  และค่าดำเนินการอื่นๆ เข้ามาก่อน ซึ่งอาศัยความเดือนร้อนของประชาชนเป็นช่องว่างในการหลอกลวง และยังมีการหลอกลวงในรูปแบบลงทุนออนไลน์ โดยเสนอให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูง ซึ่งเป็นการจูงใจให้ผู้จะมาลงทุน มูลค่าความเสียหาย 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่  13  มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 15.15  น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.
นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หัวหน้าชุด PCT ชุดปฏิบัติการ 5 ,พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.วิโรฒ  จนุบุษย์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.  ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นิธิ  ปิยะพันธุ์  สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.ธนิตศักดิ์  สัจจะวีระชัย รอง สว.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.ปณวัฒน์  จอกสุวรรณ์ รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. 

ทำการจับกุมตัว น.ส.แก้วใจ หรือหมวย  อายุ 48 ปี อยู่ที่ 348/3 หมู่ 3 ซอยสุขสวัสดิ์ 2 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 2919/2565  ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2565 
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”  นำส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จับกุมได้ที่ บริเวณหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ในซอยสุขสวัสดิ์ 1 แยก 10 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์คือ ผู้ต้องหาได้เปิดบัญชีธนาคารและขายบัญชีธนาคารต่อให้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 
โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะนำบัญชีม้าที่หาซื้อมาได้มาใช้ในรูปแบบ เป็นบริษัทสินเชื่อหลอกให้กู้ยืมเงิน โดยจะอ้างกับผู้เสียหายว่า ต้องทำการโอนค่าธรรมเนียม ค่าค้ำประกัน  และค่าดำเนินการอื่นๆ เข้ามาก่อน ซึ่งอาศัยความเดือนร้อนของประชาชนเป็นช่องว่างในการหลอกลวง และยังมีการหลอกลวงในรูปแบบลงทุนออนไลน์ โดยเสนอให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูง ซึ่งเป็นการจูงใจให้ผู้จะมาลงทุนอยากที่จะเข้ามาลงทุนที่ไม่ได้ทำการศึกษาในการลงทุนมาก่อน จากนั้น เมื่อผู้เสียหายโอนเงินเข้ามาแล้ว ก็จะปิดบัญชีหนี สร้างความเสียหายให้กับประชาชนมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1 ล้านบาท ทั้งนี้ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เปิดอบรมโครงการ “หนึ่งคนเรียน หลายคนรอด” สอนปฐมพยาบาลเบื้องต้น ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ลดความสูญเสีย 

วันนี้ (อังคาร 14 มี.ค.66) คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานเปิดโครงการอบรม “หนึ่งคนเรียน หลายคนรอด” รุ่นที่ 1 จัดโดยสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกับ BEAT CPR TRAINING CENTER ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี คุณอุชัญญา ปราสาททองโอสถ อุปนายกสมาคมฯ คุณจันทร์ทิพา หลักบุญ คุณณัฐนี เหลื่อมศรี คุณมนสิการ สำราญสำรวจกิจ คุณวัชรี แก้วแสงเอก คุณชนาพร ไกรทอง กรรมการบริหารสมาคมฯ เข้าร่วมงาน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ห่วงใยประชาชน ขับเคลื่อนโครงการ “สุภาพบุรุษจราจร  ประชาชนสัญจรปลอดภัย”  ลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตบนท้องถนน

วันนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวกการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตลอดจนการเสียชีวิตและบาดเจ็บบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนและสังคมนั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้จัดทำโครงการ “สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย” โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศจร.ตร.) ประชุมขับเคลื่อน เร่งรัดและติดตามประเมินผล ความคืบหน้าโครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย โดยมีผู้แทน บช.น., ภ.1-9 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบงานจราจรของ บก.น., ภ.จว.,บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจราจรทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลโดยพร้อมเพรียงกัน 

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า การดำเนินโครงการสุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน นอกจากนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์และพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เช่น การทุจริต การข่มขู่ บุคลิกท่าทางที่ไม่เหมาะสม มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนภาคีเครือข่ายและข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ    และหน่วยงานที่ปฏิบัติ ภายใต้องค์กรที่ร่วมบูรณาการขับเคลื่อน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และภาคเอกชน

เพชรบูรณ์-สมศักดิ์ รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างกลไกการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพกลุ่มเป้าหมาย 6 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 

ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างกลไกการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพกลุ่มเป้าหมาย 6 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ถึงแนวทางการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเป้าหมาย โดยการสร้างกลไกส่งเสริมอาชีพในระดับพื้นที่ รวมถึงเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมแจ้งเบาะแสยาเสพติด โดยมี นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้บริหารสังกัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการหมู่บ้าน/ชุมชน คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน และประชาชนในพื้นที่กว่า 700 คน เข้าร่วมงาน

โดยการจัดงาน มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับประมวลกฎหมายยาเสพติด และแนวทางการสนับสนุนทุนประกอบอาชีพกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และการบรรยายพิเศษโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้แก้กฎหมายที่เกี่ยวกับยาเสพติด 24 ฉบับ มาเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด เพิ่มมาตรการใหม่ เน้นการยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติด เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด สามารถยึดทรัพย์สินย้อนหลังได้ถึง 10 ปี

ซึ่งในปี 2566 ตั้งเป้าหมายยึดอายัดทรัพย์สินไว้ 1 แสนล้านบาท สามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้แล้ว 21,180 ล้านบาท จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมแจ้งเบาะแสยาเสพติด ผ่านสายด่วน 1386 ผู้แจ้งเบาะแสรับรางวัลนำจับ5% ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ทำคดี ได้แก่ พนักงานสอบสวน อัยการ ผู้ทำการสืบสวนขยายผล ผู้ทำสำนวนและงานบริหารจัดการทรัพย์สิน จะได้ 25%

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีรายได้ มีอาชีพที่สุจริต ไม่หวังพึ่งยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ยังได้ผลักดันกฎหมายส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมปศุสัตว์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับให้มีมาตรฐานสากล ซึ่งร่างกฎหมายส่งเสริมปศุสัตว์ ดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกฎหมายส่งเสริมปศุสัตว์ จะช่วยยกระดับกีฬาชนวัวให้แต่ละสนามมีความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานสากล เป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ และได้คิดค้นการพันผ้าสีที่เขาวัว

สธ.เผยยังไม่พบ ‘ซีเซียม-137’ หลุดกำบัง  สั่งเตรียมผู้เชี่ยวชาญ - โรงพยาบาลรองรับ

ปลัด สธ.เผยยังไม่พบข้อมูล สารซีเซียม-137 หลุดจากเครื่องกำบัง สั่งกองสาธารณสุขฉุกเฉินเตรียมผู้เชี่ยวชาญและ รพ.รองรับเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีวัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 (Cesium-137, Cs-137) ของโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี สูญหาย ทำให้เกิดความกังวลอาจมีผู้ที่ไม่ทราบเป็นวัตถุอันตรายและสัมผัสจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปราจีนบุรีรายงานข้อมูลเบื้องต้นว่า วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหาย มีลักษณะเป็นแท่งทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นในและห่อหุ้มด้วยเหล็ก ซึ่งหากยังอยู่ในสภาพเดิมจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า วัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหายได้หลุดออกจากเครื่องกำบัง จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กองสาธารณสุขฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ รวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมันตรังสี อาทิ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม รพ.นพรัตนราชธานี , ผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณปริมาณรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีภายในร่างกาย การป้องกันอันตรายจากรังสี และรังสีกับสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี และผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุอันตราย จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น รวมทั้งเตรียมประสาน รพ.นพรัตนราชธานี และ รพ.รามาธิบดี กรณีรับส่งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากรังสี

นายกฯ เปิดอาคาร ‘PRD Media Center’ หวังยกระดับบริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดอาคาร “PRD Media Center” กรมประชาสัมพันธ์ มุ่งเป็นกระบอกเสียง ยกระดับสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

วันนี้ (14 มีนาคม 2566) เวลา 17.00 น. ณ  อาคารศูนย์ปฏิบัติการแพร่ภาพออกอากาศกระจายเสียงวิทยุและการให้บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์ปฏิบัติการแพร่ภาพออกอากาศ การกระจายเสียงวิทยุและการให้บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์ (PRD Media Center) โดยมี นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีเปิดงาน ในโอกาสนี้ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า

นายกรัฐมนตรีได้กล่าว ยินดีกับการเปิดอาคารศูนย์ปฏิบัติการฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับบุคลากร ตลอดจนประชาชน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง สร้างความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ เป็นกระจกเงา เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับหน่วยงานรัฐทุกกระทรวงมาโดยตลอด ซึ่งนายกรัฐมนตรีติดตามการทำงานกรมประชาสัมพันธ์ ทราบว่ากำลังพลของกรมประชาสัมพันธ์นอกจากมีภาษาสากล ภาษาต่างประเทศ มีภาษาถิ่นที่สามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ทุกกลุ่ม ในเวลาที่ไปลงพื้นที่ต่างจังหวัดก็เห็นคนกรมประชาสัมพันธ์ไปสนับสนุน เผยแพร่ข่าว เล่าประโยชน์ของนโยบายและช่วยรับเรื่องราวสะท้อนปัญหาของประชาชนมายังรัฐบาล เห็นทีมสื่อออนไลน์ทำงานร่วมกับทุกกระทรวง รวมถึง ทีมโซเชียล ไป Live สด ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี ยินดีที่ได้เห็นการพัฒนาและการปรับตัวของคนทุกรุ่นในกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเอง และที่สำคัญมีความรักชาติบ้านเมืองจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ผลิตข้อมูลข่าวสารที่ดีมีประโยชน์เพื่อตอบแทนความคาดหวังของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่า จะยกระดับการทำงานสื่อสารมวลชนภาครัฐให้เป็นที่พึ่งพาของคนไทยได้ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้  และขอให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กรมประชาสัมพันธ์ทุกคนร่วมกันดูแล รักษา ปกป้อง และใช้งานอาคารศูนย์ปฏิบัติการฯ หลังนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติและดูแลพี่น้องประชาชน ให้มีอนาคตที่ดีต่อไป

ปลูกต้นไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ ใครเป็นเจ้าของ ? | รู้ LAW CASE STUDY EP.29

ปลูกต้นไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ กรรมสิทธิ์ในต้นไม้ที่บุคคลปลูกขึ้น และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ใครเป็นเจ้าของต้นไม้? ติดตามรายละเอียดได้ในคลิปนี้...

 

พท. บุกคลองเตยปราศรัยขอเสียงให้ ‘บิ๊กเบญ’  ลั่นคน พท. ต้องได้นั่งนายกฯ ไม่ยอมยกให้ใคร

พท.บุกคลองเตยปราศรัยช่วย ‘บิ๊กเบญ’ หาเสียง ‘พวงเพ็ชร’ โวเลือกเพื่อไทยดีที่สุด ไม่ผิดหวัง ‘เต้น’ ดักคอไม่แลนด์สไลด์อยู่กับ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ต่อแน่ ลั่นได้เสียงเกินครึ่งนายกฯ เป็นของเรา

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่โดมลานกีฬาชุมชนพัฒนา 70 ไร่คลองเตย พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวราวุฒิ ยันต์เจริญ กรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงช่วยนายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุลหรือบิ๊กเบญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม เขตคลองเตย โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก 

นางพวงเพ็ชร ปราศรัยว่า ดีใจที่ทุกคนมาให้กำลังใจพรรค พท.และบิ๊กเบญ วันนี้เรามาประกาศความพร้อมของพรรค พท. เรามาขอคะแนนให้บิ๊กเบญ เขาทำงานการเมืองมาเกือบ 20 ปี ดูแลพี่น้อง รู้ความทุกข์ ปัญหาทั้งหมดในคลองเตย บิ๊กเบญเป็นผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่คัดเลือกผู้สมัคร จึงบอกได้เลยว่าทุกคนมีความรู้ ความสามารถคับแก้วและต้องรู้ปัญหาของพื้นที่ เชื่อมั่นได้เลยว่าผู้สมัครของเราจะมารับใช้ชาวกทม. นอกจากนี้เรายังมีความพร้อมนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น ที่เราต้องคิดใหญ่เพราะประเทศบอบช้ำมาก มีรัฐบาลที่สืบทอดมาจากการรัฐประหาร ให้ทหารมาบริหารประเทศก็เป็นอย่างที่เราเห็น จะมาหัวเสียใส่พวกเราโดยไม่รู้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และทุกนโยบายของเราจะต้องทำได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ซอฟต์พาวเวอร์ ประการสุดท้ายคือ เรามีความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล ครั้งที่แล้วเราชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ 

นางพวงเพ็ชร กล่าวต่อว่า ฉะนั้นเรามาขอโอกาส มาอ้อนวอนขอให้เลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ทั้งประเทศ เพื่อที่เราจะได้เป็นเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาลซึ่งสำคัญมาก เพราะเสียงของท่าน มือของท่านจะช่วยพลิกฟื้นประเทศ พลิกฟื้นกทม. และพลิกฟื้นคลองเตย อยากฝากให้พี่น้องมอบความไว้วางใจให้พรรค พท. เพราะเป็นพรรคเดียวที่ทำนโยบายได้จริง เราเคยทำสำเร็จมาแล้วและจะทำสำเร็จในอนาคต วันที่ 7 พ.ค.หรือวันที่ 14 พ.ค.ที่จะมีการเลือกตั้งนี้ ให้ท่านเข้าคูหากาพท.ทั้ง 2 ใบ ไม่ได้บอกว่าพรรคอื่นไม่ดี เขาก็ดี แต่พรรค พท.ดีที่สุด ท่านเลือกพรรค พท. ท่านไม่มีวันผิดหวังแน่นอน และพรรค พท.จะต้องเป็นรัฐบาลครั้งนี้ ขอให้ช่วยกันเลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ทุกเขตทั้งประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top