Wednesday, 29 July 2026
TheStatesTimes

‘ซีพี ออลล์’ มอบทุนการศึกษา แก่บุตร-หลาน อสม. และ อสส. ช่วยให้เยาวชนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ต่อยอดอาชีพในอนาคต

(14 มี.ค. 66) ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งประเทศไทย และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ประสานความร่วมมือดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชน เตรียมมอบทุนการศึกษาปัญญาภิวัฒน์ประจำปีการศึกษา 2566 ให้กับบุตร หลาน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) กรุงเทพมหานคร ทั่วประเทศ จำนวน 200 ทุน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า “ซีพี ออลล์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงได้ก่อตั้งสถาบันการศึกษาเพื่อสังคมขึ้นมา 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์อีกกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ

โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาเยาวชนไทยให้มีโอกาสในการเข้าศึกษาต่อตามความต้องการ เพื่อนำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาชุมชน สังคม ประเทศชาติ รวมถึงการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต ซึ่งการมอบทุนการศึกษานี้ เป็นไปตามปณิธานองค์กร ‘ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน’ ของซีพี ออลล์”

‘ไพบูลย์’ ไม่หวั่น ปม ส.ส.ทยอยลาออกจาก พปชร. ลั่น!! เตรียมตัวมาดี หากยุบสภาฯ พร้อมเดินหน้าทันที

(14 มี.ค. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ กรณีที่มี ส.ส.ของพรรคทยอยลาออก โดยล่าสุดคือ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และแกนนำพรรค พปชร. ว่า คนที่ออกไปส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่จะลาออกตั้งแต่ต้น มีเจตจำนงค์ที่จะไปพรรคอื่น แต่ยังไม่ลาออกอย่างเป็นทางการ วันนี้เป็นการลาออกอย่างเป็นทางการ และคนที่ออกไปก็อยู่ในจำนวนที่เคยบออกไปตั้งแต่แรกว่าเป็นส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ที่พรรค

และยังมีกลุ่ม ส.ส.ที่มาจากพรรคอื่นที่เข้ามาจำนวนมาก ยืนยันว่า พรรค พปชร. มีความพร้อมที่สุดที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ที่มีข่าวว่าคนนู้นคนนี้ลาออก เป็นเรื่องที่เกินไป ไม่ใช่อย่างนั้น พรรคไม่มีปัญหา และกระแสพรรคตอนนี้ไม่ได้ดรอปและดีขึ้น โดยพรรคได้จัดทำโพลสำรวจเป็นระยะ จึงไม่รู้สึกหนักใจอะไร ขณะเดียวกันเรื่องที่ดี คือหัวหน้าพรรคมีภาพลักษณ์และทำกิจกรรมที่มีภาพปรากฎในสื่อเป็นไปในทางบวก ถือเป็นข้อดี

นายไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง จะมีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เข้ามาดูแลขับเคลื่อนการดำเนินงานของพรรค อาทิ ฝ่ายดูแลเวทีและกิจกรรมของพรรค โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหัวหน้าพรรค เป็นผู้ดูแล คณะกรรมการฝ่ายอำนวยการเลือกตั้ง โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค เป็นผู้ดูแล และมีนายวราเทพ รัตนากร เป็นผู้ช่วยดูแล คณะกรรมการจัดทำนโยบาย มีนายอุตตม สาวนายน เป็นประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเมือง มีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นผู้ดูแล และตนเป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย

ทั้งนี้ เมื่อยุบสภาฯ จะเข้าสู่การเลือกตั้งเต็มรูปแบบ พรรคก็จะดำเนินการให้เต็มรูปแบบ ขณะนี้ทีมงานมีความพร้อมที่ดีมาก และมีผู้รับผิดชอบในแต่ละด้านทั้ง 7 ฝ่าย สำหรับขุนพลปราศรัยของพรรคมีทุกเวที และน่าจะมีคนเกินมากกว่าเวที โดยการปราศรัยแต่ละครั้งต้องมีประชาชนมาฟังให้เต็ม ไม่ใช่มีแต่เก้าอี้ ที่พูดไม่ได้ประชดใคร ขณะที่การขึ้นเวทีดีเบต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ได้มอบหมายให้หลายคนเป็นตัวแทน พล.อ.ประวิตร จะพูดบนเวทีปราศรัย หรือการให้สัมภาษณ์พิเศษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลที่ลาออกซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้ง จำเป็นต้องมีการปรับอะไรหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะหัวหน้าพรรคมอบหมายงานให้รับผิดชอบ ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่ได้มีคนเดียว มี 2-3 คนอยู่แล้ว คนที่อยู่ก็ทำงานต่อ คนที่ออกก็ออกไป ไม่มีผลกระทบอะไร ยืนยันว่าพรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้ง เนื่องจากรายชื่อที่ออกไป พรรครู้และเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหรือเซอร์ไพรส์อะไร เราทราบก่อนหน้านั้นแล้ว แค่วันนี้ออกอย่างเป็นทางการ

‘สาวชาติพัฒนากล้า’ นำเสนอนโยบายด้วยภาษามือ  พร้อมรับฟังความเห็นจากเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน

(14​ มี.ค.66) ณ​ ห้อง​อินฟินิตี้​ โรงแรมพูลแมน​ รางน้ำ​ กรุงเทพมหานคร​ ว่าที่ผู้สมัครหญิงจากพรรคชาติพัฒนากล้า​ นำโดย ‘วิว’ นางสาวเยาวภา​ บุรพลชัย​ โฆษกพรรคชาติพัฒนากล้า, นางสาวยศยา ชิยาปภารักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตพระโขนง-บางนา​ และ​นางสาวสวิชญา​ วาทะพุกกะณะ ว่าที่ผู้สมัครเขตราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ​ ได้รับเชิญเป็นตัวแทนพรรคเข้าร่วมเสวนางาน "Woman together stand for good society and good politics : สังคมดี การเมืองดี ต้องมีสตรีร่วมทาง" โดยการเสวนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมผลักดันสตรีเพศให้มีบทบาทและสิทธิทางการเมืองเสมอภาคกับเพศสภาพอื่นๆ

นางสาวเยาวภา​ ซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาเทควันโดโอลิมปิก กล่าวว่า การนำกีฬาและกิจกรรมสร้างสรรค์​ เข้ามาสร้างสุขภาพ​และสร้างการตระหนักรู้ถึงการมีคุณค่าของตนเองให้กับเด็ก​ เยาวชน​ และคนทุกเพศทุกวัย​ ตลอดจนการพัฒนาเด็กเล็กโดยการเพิ่มทักษะครูพี่เลี้ยง​ และการทำนโยบายที่เน้นให้เด็กได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว​ เพื่อสร้างความอบอุ่นและครอบครัวที่เข้มแข็ง​ รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาแบบยืดหยุ่นที่เป็นหลักสูตรเฉพาะเพื่อสร้างความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับเด็กที่จะเป็นอนาคตของประเทศ​ 

ขณะที่นางสาวยศยา นำเสนอนโยบายสิทธิของเด็ก สตรี ผู้พิการและคนชรา​ ผ่าน​ ทั้ง 12 นโยบาย จากพรรคชาติพัฒนากล้า อาทิ อารยสถาปัตย์ โดยสนับสนุนงบประมาณ 50,000 บาทเพื่อปรับปรุงซ่อมบ้านในกับผู้พิการและผู้สูงอายุ, การจ้างงานผู้สูงอายุหลังเกษียณ 500,000 ตำแหน่ง, เด็กไทยต้องรู้ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และภาษาโค้ดดิ้ง, กองทุนสร้างสรรค์ สูงสุด 1,000,000 บาท สนับสนุนกลุ่มคนที่มีไอเดียวสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจ ไม่จำกัดวุฒิ, เพศ, และวัย และ นโยบายสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ ให้เป็นที่ยอมรับ และ เสมอภาคเพื่อสร้างความงดงามทางสังคม และ นำรายได้เข้าสู่ประเทศ​ 

‘เจ๋ง ดอกจิก’ ปลื้ม!! ‘รทสช.’ มาแรง หลัง ปชช.พอใจนโยบาย ฉะ ‘เพื่อไทย’ อย่าหลอกใช้คนเสื้อแดงเพื่อหวังแลนด์สไลด์

(14 มี.ค. 66) นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ เปิดเผย ว่า ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่ เพื่อช่วยว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หาเสียง ได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เป็นอดีตแกนนำคนเสื้อแดงที่เคยนำมวลชนมาต่อสู้ในช่วงปี 53, 54 และ 57 พรรครวมไทยสร้างชาติเห็นความสำคัญ ให้ความไว้วางใจเลือกให้ลงในเขต 1 อุตรดิตถ์ แกนนำเสื้อแดงคนนี้เป็น 1 ในคนที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเหลียวแลเช่นเดียวกับคนเสื้อแดงในจังหวัดอุตรดิตถ์อีกหลายคน

นายยศวริศ กล่าวว่า แม้จะต้องแข่งกับพรรคการเมืองใหญ่ที่เป็นอดีต ส.ส. แต่ประชาชนเขาก็อยากได้คนใหม่ ประกอบกับนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจับต้องได้ ประชาชนพอใจกับนโยบายพรรค พร้อมที่จะสนับสนุน ตนได้ไปอธิบายนโยบายของพรรคให้ประชาชนได้เข้าใจมากขึ้น เช่น การเพิ่มเงินในบัตรประชารัฐ 300 เป็น 1,000 บาท การเพิ่มเงินเดือนให้ อสม. 2,000 บาท รวมทั้งเบี้ยยังชีพอายุ 60 ปีขึ้นไป มาได้เป็น 1,000 บาท พร้อมแนะนำตัวผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติทุกเวที

นายยศวริศ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของตนเน้นนำเสนอนโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติ ประชาชนก็เข้าใจ แต่ก็ยังมีคนที่คลั่งไคล้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยมาด่าตนว่าขายอุดมการณ์ ทำให้ทัวร์มาลงบ้าง แต่ต้องเข้าใจว่า ส.ส.เสื้อแดงในพรรคเพื่อไทยมีมากที่เข้าใจคนเสื้อแดง แต่คนประเภท เฮีย เจ๊ หรือเศรษฐีที่เข้าไปอยู่ ไม่ได้จริงใจกับคนเสื้อแดง แถมรังเกียจคนเสื้อแดง หาว่าเป็นคนชั้นล่าง เป็นไพร่สกปรก คนเหล่านี้ไม่เคยให้เกียรติคนเสื้อแดง ไปหาก็ไม่ให้การต้อนรับ

“ที่ผมพูดแบบนี้ เพราะพรรคการเมืองนี้จบด้วยวอร์รูมประชุมกันในห้องแอร์ ส.ส.ไม่มีปากมีเสียง คนเสื้อแดงก็จะถูกหลอกมาใช้งานอีกครั้งช่วงเลือกตั้ง หลังเลือกตั้งเสร็จก็คงถูกทิ้ง เพราะการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ตัดสินใจคนในห้องแอร์ คนพวกนี้รังเกียจคนเสื้อแดง ขยะแขยงคนเสื้อแดง ถึงเวลาจะใช้งาน ทำทีเอ็นดูคนเสื้อแดงเหลือเกิน ดูจากการปราศรัย มาพบกับคนเสื้อแดง ดูแววตาก็รู้ว่าไม่จริงใจ ยกเว้น นส.ส.เสื้อแดง คนกลุ่มนี้ยังจริงใจอยู่ การเลือกตั้งครั้งนี้ คนเสื้อแดงก็คงถูกหลอกใช้ ถูกหลอกแลนด์สไลด์เหมือนเดิม นี่คือแผนเอาคนเสื้อแดงมาหลอกคนเสื้อแดงด้วยกัน แต่สุดท้ายการตัดสินใจทุกเรื่องอยู่ที่ เจ๊ จ. เจ๊ ด. เฮียนั่น เฮียนี่” นายยศวริศ กล่าว

อดีต ผอ.TCDC เผยเหตุ ซบพรรคก้าวไกล เป็นพรรคเดียวที่เจาะปัญหาเพื่อแก้ให้ ปชช. จริงๆ

‘อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล’ อดีต ผอ.TCDC ขึ้นเวทีในนามพรรคก้าวไกล โชว์วิสัยทัศน์สร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ย้ำสิ่งที่สำคัญที่สุดต้องแก้กฎหมายจำกัดเสรีภาพ

(14 มี.ค.66) โรงแรม พูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กทม. อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ในฐานะ ‘ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลด้านนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ได้ขึ้นเวทีในเสวนา ‘อนาคตประเทศไทย Soft Power ขับเคลื่อนประเทศ?’ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และเสนอ 5 นโยบายสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งอภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นความสำคัญที่รัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การสร้างระบบสวัสดิการที่สำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ และแก้กฎหมายที่ปิดกั้นเสรีภาพ

อภิสิทธิ์ เริ่มต้นด้วยการบอกว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย มีขนาดเศรษฐกิจกว่า 1.2 ล้านล้านบาท หรือ 7.5% ของ GDP มีแรงงานอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 9 แสนคน แต่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์กลับไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ 

“ตั้งแต่เราได้ยินคำว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คำว่า Soft Power ไม่ต่ำกว่า 20 ปี วันไหนที่เอกชนไปประสบความสำเร็จ เราก็หยิบเรื่องนั้นขึ้นมาพูด ขึ้นมาชมเชย หยิบมงกุฎ หยิบชฎา หยิบข้าวเหนียวมะม่วงมาชมเชย แต่ข้อเท็จจริงกว่าคนเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จได้ ล้วนมาจากความอุตสาหะของกาย เงิน ของคนเหล่านั้น”

อภิสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากงบประมาณทั้งหมดของประเทศไทย 3.3 ล้านล้านบาท มีส่วนที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพียงแค่ 8,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้งบประมาณ 310 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ Korea Creative Content Agency (KOCCA) ของประเทศเกาหลีใต้ ได้งบประมาณในปีที่แล้วถึง 22,000 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างกันอย่างลิบลับ ดังนั้นพรรคก้าวไกลจึงเสนอนโยบาย 5 มิติเพื่อสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ขึ้นในประเทศไทย

เรื่องแรก พรรคก้าวไกลจะเสนอให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ พร้อมๆ กับที่เราต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมอื่นๆ เรามีสถาบันการศึกษาที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ 130 แห่ง มีธุรกิจที่จดทะเบียนในระบบมากกว่า 82,072 ราย เราต้องรื้อระบบโครงสร้างงบประมาณใหม่ เพราะโครงสร้างงบประมาณเดิมยิ่งสร้างปัญหา ไม่แหลมคมพอ กระจัดกระจาย รวมทั้งระบบการจัดซื้อในรัฐบาลต้องเปลี่ยนใหม่ เพื่อพุ่งเป้าไปสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น

สอง พรรคก้าวไกลจะปรับระบบสวัสดิการคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้มีชีวิตเพิ่มมากขึ้น ให้เขาเห็นปลายแสงสว่างในชีวิตว่ามาทำอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แล้วไม่ได้ตกทุกข์ได้ยากลำบาก เราอาจเห็นร้านอาหารที่มีชื่อ อาจเห็นชื่อเสียงของนักดนตรีไทย แต่หลังบ้านของสิ่งเหล่านั้นเป็นหลังบ้านที่น่าสงสาร

สาม พรรคก้าวไกลจะเปลี่ยนพื้นที่บางพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ทดลองของคนในอุตสาหกรรมนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ว่างในพื้นที่ราชพัสดุ ที่ดินทหารและส่วนราชการอีกเยอะแยะที่สามารถเอามาเป็นแล็บให้พวกเขาได้ทดลอง นอกจากนี้ เราต้องทำโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายให้ตอบโจทย์ เช่น เสนอคูปองให้พัฒนาความรู้ เพื่อนำไปบวกกับความคิดสร้างสรรค์ ไปบวกกับเทคโนโลยี ไปบวกกับทุนเดิมทางวัฒนธรรม 

สี่ พรรคก้าวไกลเสนอให้รวบรวมกองทุนต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ในวันนี้เรามีกองทุนหลายกองทุน เช่น กองทุนใน กสทช. กองทุนในกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย กองทุนสื่อสร้างสรรค์ แต่กองทุนเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เฉพาะของตัวเอง เราต้องปรับเนื้อหากองทุนเพื่อมาตอบโจทย์ในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กว้างมากขึ้น เราต้องทำกองทุนให้ตอบโจทย์ผู้สร้างสรรค์ที่หลากหลายมากขึ้น พรรคก้าวไกลเสนอให้การปรับกองทุนและเพิ่มเงินในกองทุน เพื่อทำให้กองทุนความคิดสร้างสรรค์นี้สามารถกู้ยืมได้ สามารถต่อยอดไอเดียออกมาเป็นผลงานได้

สุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกฎระเบียบ และ พ.ร.บ.ต่างๆ ที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ปิดกั้นความสามารถ เช่น เรื่องกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นในการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์เรื่องหุ่นพยนต์ 

ข้อเสนอของพรรคก้าวไกล 5 ข้อที่ว่ามา สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีเสรีภาพ มีสวัสดิการของคนที่ทำงานสร้างสรรค์ และที่สำคัญต้องแก้กฎหมาย

‘สุริยะ’ นัดประชุมข้าราชการระดับสูง 17 มี.ค.  โหมสะพัด!! อำลาตำแหน่ง ซบ ‘เพื่อไทย’

(14 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่าง ๆ รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง และผู้อำนวยการสถาบันเครือข่ายทั้งหมดของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับแจ้งทางไลน์ว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ขอนัดประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม เวลา 10.00-12.00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม 2566

ครม. เคาะ!! ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ นทท.ต่างชาติ พร้อมจัดเก็บค่าวัคซีนเป็นรายได้แผ่นดิน

(14 มี.ค.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) ภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ให้กรมควบคุมโรคเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ซึ่งเป็นสาระสำคัญของโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) สำหรับบริการประชากรในประเทศไทยจำนวน 60 ล้านโดส (AstraZeneca) ปี พ.ศ. 2565 โดยการปรับลดราคาวัคซีนตามโครงการเหลือ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส ส่งผลให้วงเงินตามโครงการลดลงเหลือ 18,382.46 ล้านบาท (เดิม 18,639.10 ล้านบาท) และปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการด้วย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รวมถึงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับประชากรในประเทศไทยจำนวน 30 ล้านโดส (Pfizer) ปี พ.ศ. 2565 โดยปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการ และขยายระยะเวลาดำเนินโครงการจากสิ้นสุด ธ.ค. 65 เป็น ก.ย. 66

‘สตรีสามจังหวัดชายแดนใต้’ ร่วมโครงการ 'WE Achieve' พัฒนาศักยภาพ ก้าวข้ามข้อจำกัด ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

(14 มี.ค. 66) สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตทั่วโลก รวมถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ การปิดประเทศและการเลิกจ้างงานในช่วงโควิด ทำให้หลายครอบครัวที่เคยพึ่งพารายได้จากสมาชิกที่ย้ายไปทำงานในประเทศมาเลเซียต้องขาดรายได้ และขาดความมั่นคงทางการเงิน

กลุ่มเยาวชนและสตรีก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรมที่จำกัดงานบางประเภท เช่น งานก่อสร้างและงานด้านเทคนิคไว้เฉพาะผู้ชาย นับเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทักษะและรายได้ของผู้หญิงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

รายงานหลายฉบับชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจของโควิด-19 มากกว่าผู้ชายถึง 1.8 เท่า (McKinsey, 2020) เนื่องจากมีอัตราการว่างงานที่สูงกว่า และมีภาระที่เพิ่มขึ้นจากการที่ต้องดูแลลูกและทำงานบ้าน

มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) จึงร่วมมือกับบริษัท Avery Dennison ในโครงการ WE Achieve ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเข้ามาสนับสนุนห้องสำหรับปั๊มนมแม่และดูแลเด็กเล็ก อุปกรณ์เบื้องต้นสำหรับเด็ก รวมไปถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝากเลี้ยง กรณีที่ลูกไม่มีผู้ดูแลระหว่างมาเรียน

โครงการ WE Achieve เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมอาชีพและทักษะชีวิตเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ชายแดนใต้ (USAID Achieve) สนับสนุนโดยองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพ เสริมพลัง และสร้างคุณค่าในตัวเองผ่านการพัฒนาทักษะชีวิตของเยาวชน ซึ่งมีภูมิหลังที่แตกต่างให้สามารถอยู่ร่วมกัน

โดยมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) ร่วมมือกับ THE LOOKER สถาบันอาชีวะและสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดปัตตานี จัดอบรมวิชาชีพให้เยาวชน เช่น สาขาการทำอาหาร สาขาตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษ และสาขาทาสีและปูกระเบื้อง รวมถึงให้ความรู้ด้านทักษะชีวิต การเงิน และการทำธุรกิจขนาดเล็ก ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 500 คน โดยมากกว่าร้อยละ 85 ของผู้เข้าร่วมเป็นผู้หญิง

“การเสริมพลังให้ผู้หญิงเป็นสิ่งหนึ่งที่ Avery Dennison ให้ความสำคัญมาก เพราะนำมาซึ่งโอกาสที่ผู้หญิงจะได้พัฒนาชีวิตของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่เข้าไม่ถึงโอกาสในทักษะวิชาชีพที่ตรงกับตลาดแรงงาน”

“ในโครงการของมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) นั้น เราทราบว่าเยาวชนหญิงและคุณแม่อายุน้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนต้องพบกับความท้าทายหลายอย่าง และมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษาและวิชาชีพ เราจึงเข้ามาสนับสนุนในด้านนี้เพื่อมอบโอกาสให้พวกเธอได้ต่อยอดในอนาคต” นายภูวดล วงศ์แสงทรัพย์ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท เอเวอรี่ เดนนิสสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

จากการพูดคุยกับ 4 เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ WE Achieve ‘ฮัซนี อาแว’ และ ‘อักรัน สาแม’ คู่สามี-ภรรยา หนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ฮัซนี แม่บ้านวัย 20 ปี ได้ยินคำบอกเล่าจากญาติที่เคยเข้าร่วมโครงการว่าสอนจริง ได้งานจริง

ฮัซนีที่เพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 จึงไม่รอช้า รีบติดต่อขอสมัครเข้าร่วมโครงการ ด้วยความหวังว่าเธอจะมีทักษะและมีงานทำ เธอเข้าร่วมโครงการได้ไม่นานก็ชวนอักรันไปลงสมัครเรียนด้วยกัน เขาเองก็อยากพัฒนาทักษะเพื่อมาช่วยพ่อ และสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัว ซึ่งอยู่รวมกันถึง 9 คน

คู่สามีภรรยาเล่าว่า บางครั้งเหนื่อยและแทบถอดใจอยากเลิกเรียน ด้วยระยะการเดินทางจากบ้านไปตัวเมืองปัตตานีนั้นกินเวลากว่า 2 ชั่วโมงด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ทั้งไปและกลับ แต่เมื่อนึกถึงโอกาสและรายได้ที่จะได้รับหากจบการศึกษาในโครงการ ทั้งฮัซนีและอักรันก็พยายามเข้าเรียนให้ครบทุกครั้ง

นอกจากหลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้าที่ทั้งสองได้ฝึก ฮัซนีและอักรันยังได้เรียนทักษะชีวิตด้านอื่น ๆ เช่น การออมเงิน และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งเป็นทักษะที่รวมอยู่ในหลักสูตรของโครงการความฝันของฮัซนีและอักรันคือการมีร้านรับตัดเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง

ฮัซนีและสามีตั้งใจจะตั้งชื่อแบรนด์ว่า ‘Anakees’ ตามชื่อร้านเดิมของพ่ออักรัน ทั้งคู่เชื่อว่า หากมีร้านออนไลน์จะช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น และสามารถสร้างอาชีพกระจายรายได้ไปยังช่างตัดเย็บมีฝีมือคนอื่น ๆ ในชุมชนได้อีก

‘คอดีเยาะห์ ฮะซา’ คุณแม่วัย 25 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้เข้าร่วมโครงการ WE Achieve ในสาขาอาหารและการบริการ คอดีเยาะห์เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ส่วนสามีรับงานกรีดยางที่รัฐกลันตันในมาเลเซีย ลำพังงานกรีดยางไม่พอเลี้ยงครอบครัวที่มีลูกอีก 2 คน

“สามีไปเจอโครงการในเฟซบุ๊กเลยถามเราว่าสนใจไหม ตอนนั้นเราเข้าไปดูในเพจก็เห็นมีผู้หญิงเรียนช่างไฟ รู้สึกว่าน่าสนใจ เลยลองเข้าไปดู อยากหาประสบการณ์มาต่อยอดให้ตัวเอง ทำอะไรที่บ้าน แค่สามีหาเงินคนเดียว ลูกของเราโตขึ้นคงไม่พอ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยคงไม่ได้” คอดีเยาะห์ เล่า

จากที่เคยเลี้ยงลูกเอง เธอต้องฝากลูกไว้กับพี่สาวและจ้างคนมาช่วยดูแล การสนับสนุนเรื่องค่าเดินทางจากบ้านไปเรียนในตัวเมืองปัตตานีและค่าเลี้ยงดูลูกบางส่วนช่วยแบ่งเบาภาระของเธอได้มาก แม้ช่วงที่เรียนจะค่อนข้างหนักสำหรับแม่ที่มีลูกเล็ก แต่คอดิเยาะห์ตั้งใจเรียนจนจบ

ปัจจุบันเธอนำความรู้ที่ได้จากห้องเรียนมาทดลองทำซาโมซาส่งขายในชุมชน แม้รายได้จะยังไม่มาก แต่นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เธอภูมิใจในตัวเองที่เลี้ยงลูกได้แม้สามีไม่อยู่ และยังเริ่มต้นหารายได้เสริมให้ครอบครัว ลูกของเธอเองก็ชอบซาโมซาและมักขอให้เธอทำให้กินบ่อยครั้ง

‘นูรีฮัน หะ’ เป็นอีกคนที่เข้าเรียนในสาขาอาหารและการบริการ เธอเป็นลูกคนที่สองของพี่น้องทั้งหมด 5 คน สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้นูรีฮันซึ่งตอนนั้นกำลังเรียนคณะศึกษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียต้องเดินทางกลับไทย

“พ่อทำงานเป็น รปภ. อยู่หาดใหญ่ แม่อยู่บ้าน พี่ชายผ่อนรถ และมีลูกที่ดูแล 2 คน อยากให้พ่อหยุดทำงานมาอยู่บ้าน แต่ตอนนี้ยังไม่ลงตัว ครอบครัวยังต้องเช่าบ้าน ต้องผ่อนมอเตอร์ไซค์อยู่” นูรีฮันบอกเล่า

นูรีฮันใช้เวลาสมัครเข้าร่วมโครงการถึงสองหนกว่าจะได้รับคัดเลือก เธอเล่าว่าตื่นเต้นมาก เพราะชื่อของเธออยู่ในลำดับสุดท้ายของคนที่ได้รับคัดเลือก ไม่เพียงแต่รายการอาหารใหม่ ๆ ที่นูรีฮันฝึกหัด โครงการ WE Achieve ยังสอนทักษะการทำธุรกิจ ทั้งการคำนวณต้นทุน กำไร การจัดการเงิน ซึ่งจำเป็นต่อการต่อยอดทางธุรกิจของผู้เรียนต่อไป

“เขาจะสอนให้เราคิดว่าทำขนมแต่ละครั้งมีต้นทุน กำไร ค่าแรงของเราเท่าไหร่ ขายของแต่ละครั้งมีกำไรเท่าไหร่ ซึ่งมีประโยชน์มาก เราจะได้จัดการระบบของเราได้ ถ้าเราไม่รู้เรื่องการเงิน เราจะขายไปอย่างเดียวโดยไม่รู้ว่าเงินต้นทุน กำไร ค่าแรงอยู่ไหน” นูรีฮันบอกเล่า

หลังเรียนจบ นูรีฮันขายบราวนี่ออนไลน์ ทำคัพเค้กให้งานแต่งงาน รวมถึงรับออเดอร์ขนมจากเพื่อนและคนรู้จัก นูรีฮันค่อย ๆ ก้าวเข้าใกล้ความฝันมากขึ้น หลังแผนธุรกิจของเธอได้รับเลือกให้รับเงินทุนสนับสนุนจากโครงการ WE Achieve ให้นำไปต่อยอดธุรกิจ

“โครงการนี้เป็นเหมือนแรงผลักดันให้เราอยากไปต่อ เราสามารถเรียนไปทำไปได้ ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบมาทำเอง ไม่ต้องเตรียมอะไร แค่เตรียมตัวเตรียมใจมาตั้งใจเรียนอย่างเดียว แต่ก่อนไม่กล้าคิดจะเปิดร้านส่วนตัวเพราะเงินไม่อำนวย แต่พอมาโครงการนี้ก็เริ่มมีความหวังว่าจะเปิดร้านได้” นูรีฮันปิดท้ายด้วยแววตาสดใสและมีความหวัง

‘ในหลวง’ ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความยินดี ‘สี จิ้นผิง’ ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สมัยที่ 3

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความยินดีไปยัง นายสี จิ้นผิง (Mr. Xi Jinping) ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สมัยที่ 3 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 ความว่า

ฯพณฯ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่ง 

ในโอกาสอันสำคัญที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีนอีกวาระหนึ่ง ข้าพเจ้าในนามของประชาชนชาวไทย ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริง และขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดีประสบความสำเร็จในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ  และภารกิจแห่งรัฐทุกประการ

‘ก้าวไกล’ โชว์ห้องนิรภัยในศูนย์เด็กเล็กเสร็จแห่งแรก ทวงสัญญารัฐบอกจะทำทุกที่ หลังเหตุกราดยิงหนองบัวฯ

‘ก้าวหน้า-ก้าวไกล’ โชว์เหนือ! ทำเสร็จแล้วห้องนิรภัย-ปุ่มฉุกเฉินในศูนย์เด็กเล็กแห่งแรก จี้ทวงสัญญารัฐ ไหนบอกจะทำทุกที่หลังเหตุกราดยิงหนองบัวฯ

คณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล ร่วมสังเกตการณ์การซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินศูนย์เด็กเล็กฯ เทศบาลเก่ากลอย หลังคณะก้าวหน้าได้เข้าไปให้การสนับสนุนในการออกแบบและติดตั้งห้องนิรภัยและระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ชี้ ใช้งบสร้างไม่มากแค่สามศูนย์ไม่ถึง 2 แสนบาท เหตุใดรัฐบาลยังไม่ทำทั้งที่บอกว่าจะติดตั้งให้ทุกศูนย์ทั่วประเทศ ด้านผู้สมัครก้าวไกล ชี้ ต้องกระจายอำนาจ-งบประมาณให้ท้องถิ่นดำเนินการเองได้ในระยะยาว

เทศบาลตำบลเก่ากลอย ร่วมกับคณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ตำรวจ ทีมแพทย์ รพ.สต. และหน่วยกู้ภัย ร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมการช่วยเหลือ ป้องกัน และฝึกซ้อมเผชิญเหตุการณ์ก่อความรุนแรงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อซักซ้อมระบบห้องนิรภัยและระบบการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ที่คณะก้าวหน้าได้เข้ามาให้การสนับสนุนการออกแบบ โดยมี ไกลก้อง ไวทยการ ผู้ อำนวยการฝ่ายนโยบายคณะก้าวหน้า พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล และ สมเกียรติ เชษฐสุมณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 3 จ.หนองบัวลำภู ร่วมเป็นสักขีพยานในการฝึกซ้อมวันนี้

โดยการฝึกซ้อมในวันนี้ ประกอบไปด้วยการทดลองระบบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ที่ติดตั้งเป็นปุ่มกดฉุกเฉิน เชื่อมต่อสัญญาณไปยังหน่วยราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภ.นากลาง รพ.สต.เก่ากลอย หน่วยกู้ชีพ ทต.เก่ากลอย รวมทั้งการจำลองสถานการณ์และซักซ้อมมาตรการรับมือเหตุการณ์โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยจำลองสถานการณ์สามแบบไล่จากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่สถานการณ์คนร้ายคลุ้มคลั่งแต่ไม่มีอาวุธ, สถานการณ์คนร้ายที่มีอาวุธมีด และ สถานการณ์คนร้ายก่อวินาศกรรมพร้อมอาวุธปืน รวมทั้งในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

จิรศักดิ์ วิชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเก่ากลอย ระบุว่าจากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์เมื่อปีที่แล้ว ทางคณะก้าวหน้าได้เข้ามาพูดคุยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้งได้ปรึกษาหารือกันว่าจะหามาตรการป้องกันและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานอย่างไร จนได้ข้อสรุปว่าควรมีการติดตั้งปุ่มฉุกเฉินและห้องนิรภัย และได้มีการเข้ามาให้คำปรึกษาในการดำเนินการติดตั้ง จนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในศูนย์หลัก หลังสำนักงานเทศบาล และกำลังจะมีการติดตั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เหลืออีกสองศูนย์ของเทศบาลตำบลเก่ากลอยให้เสร็จสิ้นในช่วงปิดเทอมนี้ รวมถึงอีกหนึ่งศูนย์ที่กำลังก่อสร้างอาคารใหม่อยู่ให้เสร็จภายในสิ้นปี 2566 

ด้านสมเกียรติ เชษฐสุมณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 พรรคก้าวไกล ระบุว่าจากเหตุการณ์กราดยิงที่เทศบาลตำบลอุทัยสวรรค์ที่ผ่านมา ได้นำมาสู่โจทก์ที่ต้องแก้ปัญหา โดยเฉพาะในด้านการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน หรือให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยตรง หลายแห่งอาจจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้ แต่อีกหลายแห่งก็ประสบปัญหางบประมาณที่จะเข้ามาดำเนินการ

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรจะต้องมีการกระจายอำนาจและงบประมาณลงมาให้แก่ท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในด้านความปลอดภัย อย่างที่ทางคณะก้าวหน้าได้เข้ามาดำเนินการในกรณีของเทศบาลตำบลเก่ากลอยนี้ ให้สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของพรรคก้าวไกล

ในส่วนของไกลก้อง ระบุว่าหลังเกิดเหตุการณ์ที่อุทัยสวรรค์ วันรุ่งขึ้นคณะก้าวหน้าก็ได้ขึ้นมาเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบทั้งที่เทศบาลตำบลอุทัยสวรรค์ที่เกิดเหตุ และที่เทศบาลตำบลเก่ากลอย ที่อยู่ใน อ.นากลาง ด้วยกัน ห่างไปเพียง 20 กม. และเป็นเทศบาลที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน วันนั้นหลายคนเสียขวัญจนไม่สามารถเปิดเรียนได้ ครูทุกคนต้องการให้มีการปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย เช่น การให้มีปุ่มกดฉุกเฉินเหมือนร้านทอง และให้มีห้องนิรภัยที่ให้ครูนำนักเรียนเข้าไปหลบ เพื่อถ่วงเวลารอคนมาช่วยเหลือได้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top