Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

'พิธา' เชิญชวนประชาชนร่วมตามหาอนาคตใหม่ให้กับพรรคก้าวไกล  ชูแคมเปญ 'ก้าวไกล NEXT' เปิดระดมความคิดเห็นเพื่อปฏิรูปพรรคทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เตรียมจัดทาวน์ฮอลล์ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า แคมเปญ 'ก้าวไกล NEXT' ถ้าให้ความหมายตรงๆ ก็คือการปฏิรูปพรรคโดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม แต่ถ้าใช้หัวใจตอบก็ต้องบอกว่า นี่คือการตามหาอนาคตใหม่ให้กับพรรคก้าวไกล ซึ่งในความหมายนี้มี 2 มิติ ได้แก่ 1.มิติสู่อนาคต คือ ปัญหาต่างๆ ที่ประเทศไทยเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นโควิด ภูมิรัฐศาสตร์ โลกร้อน น้ำท่วม ไฟป่า รวมถึงของแพงค่าแรงถูกที่หนักสุดในรอบ 20 ปีนี้ สิ่งที่เราเป็นอยู่อาจยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม เป็นนักรบอยู่ห้องแอร์อย่างเดียวคิดกันเองไม่ได้ ต้องไปฟังความคิดเห็นประชาชนด้วย 2.มิติสู่อดีต ในที่นี้คือการตามหาสปิริตของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งสิ่งที่เราเคยเริ่มต้นไว้นั้นก็คือการทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคมวลชน เป็นพรรคของประชาชน มีฐานการเมืองที่เข้มแข็ง ไม่ได้เป็นพรรคใครคนใดคนหนึ่ง วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะกลับไปตามหาสปิริตนั้น ทำให้พรรคก้าวไกลกลับมาคึกคัก เตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง

"ในส่วนของการปฏิรูปพรรค เมื่อดูแล้วเรากำหนดคร่าวๆ 7 มิติ เพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมกันแสดงความเห็น คือ 1.ผู้แทนที่คุณอยากเห็น 2.การสื่อสารของพรรค 3.การนำเสนอนโยบาย 4.งานในสภาและกรรมาธิการ 5.การทำงานพื้นที่ 6.งานสมาชิกและอาสาสมัคร และ 7.การระดมทุน โดยทั้งหมดนี้จะเปิดกว้างให้ประชาชนได้เข้าร่วมใน 2 รูปแบบ คือ 1.การจัดทำกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในลักษณะของทาวน์ ฮอลล์ โดยผมและแกนนำพรรคก้าวไกลจะเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อพบปะประชาชน และ 2. ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์  https://next.moveforwardparty.org โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ มีวงคุยแรกนี้กับสื่อมวลชน จากนั้นจะตระเวนไปทุกภูมิภาค ก่อนที่จะมีเวทีใหญ่วันที่ 28 สิงหาคม และทั้งหมดที่เราระดมความเห็นนี้ ก็จะนำมาสู่การเปิดแคมเปญใหญ่ในวันที่  9 เดือน 9 ซึ่งจะเป็นก้าวต่อไปของเราที่จะก้าวไกลกว่าเดิม จริงอยู่ว่าเราต้องการ ส.ส.เข้าสภาให้มากที่สุด แต่เราก็ต้องทำงานทางความคิดด้วย ทำให้คนชื่อว่าสังคมที่ก้าวหน้าเป็นไปได้ ยังมีความหวัง ในช่วงเวลาที่ประชาชนหมดหวังมากที่สุดตลอดหลายสิบปีมานี้" พิธา กล่าว

“ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร” สส.สมุทรปราการ จับมือ ”วรพร อัศวเหม”และกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ร่วมถวายเก้าอี้ 500 ชุด ณ วัดราษฎร์บำรุง สมุทรปราการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สส.สมุทรปราการ เขต2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายวรพร อัศวเหม ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกันถวายเก้าอี้ จำนวน 500 ชุด ให้กับทางวัดราษฎร์บำรุง (ตาเจี่ย)  ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

    โดยในพิธีการถวายเก้าอี้ จำนวน 500 ชุด ในครั้งนี้ มีนายสมศักดิ์ คล้ายศิริ ประธานสภาเทศบาลตำบลบางปู นายไพรัตน์ จันทร์ไชยแก้ว เลขานุการสภาเทศบาลตำบลบางปู ตลอดจนคณะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางปูและทีมกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ร่วมในพิธีมอบครั้งนี้

   โดย ได้รับความเมตตาจากท่าน พระครูสมุทรธรรมวัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์บำรุง ประธานฝ่านสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดราษฎร์บำรุง ร่วมรับมอบเก้าอี้ จำนวน 500 ชุด เพื่อนำไปใช้เป็นสาธารณประโยชน์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เจริญพระพุทธมนต์ พร้อมมอบเหรียญวัตถุมงคลของทางวัดให้กับทางคณะเจ้าภาพและญาติโยมที่มาร่วมกันถวายเก้าอี้ให้กับทางวัดในครั้งนี้   

“กระทรวงเกษตรฯ.” เร่งขับเคลื่อน ”สภาเกษตรอินทรีย์พีจีเอส.” ผนึกทุกเครือข่ายเดินหน้าเกษตรออร์กานิคดันไทยขึ้นแท่นฮับอาเซียน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นประธานพิธีเปิดและปาถกฐาพิเศษ เรื่อง “เกษตรอินทรีย์และเกษตรอินทรีย์พีจีเอส.”ที่รร.อมารี ดอนเมือง ผ่านระบบออนไลน์โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มที่ เป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food)ที่มีโอกาสเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมากจึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ด้านการผลิต การแปรรูป การบริโภค การค้าสินค้า และ การบริการเกษตรอินทรีย์ ที่มีความยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลภายใต้”ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.2560-2564” โดยมีคณะกรรมการเกษตรอินทรีย์แห่งชาติและคณะกรรมบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนที่มีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานเป็นกลไกระดับนโยบายและมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนภายใต้3คณะทำงานได้แก่คณะกรรมการด้านเกษตรอินทรีย์ คณะทำงานด้านเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรผสมผสานและคณะทำงานด้านวนเกษตรและเกษตรธรรมชาติ ได้เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการปี 2564-2565เดินหน้าจัดทำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ 2566-2570 และร่างพรบ.เกษตรกรรมยั่งยืนพร้อมกับเห็นชอบให้มีการจัดตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์แห่งชาติรวมทั้งการจัดทำโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง(Urban Farming)และโครงการธนาคารสีเขียว(Green Bank) ประการสำคัญคือการจัดตั้งสภาเกษตรอินทรีย์พีจีเอส.แห่งประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ19สิงหาคม2564 โดยมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)จัดทำหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS)หรือเกษตรอินทรีย์วิถีชุมชน
   วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่สภาเกษตรอินทรีย์ พีจีเอส.แห่งประเทศไทยได้เห็นชอบธรรมนูญของสภาฯ.และคณะกรรมการบริหารอย่างเป็นทางการชุดแรกแทนคณะกรรมการบริหารชุดเฉพาะกิจด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะเครือข่ายองค์กรเกษตรอินทรีย์หลักๆเช่น มูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย มูลนิธิ เกษตรกรรมยั่งยืน สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พี จี เอส สหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่ง ประเทศไทย ยังมีกลุ่มเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส ในเครือข่ายอื่นๆ อีกเป็นจํานวนมากที่พร้อมจะร่วมกันขับเคลื่อนสภาเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส และแผนดําเนินงานขับเคลื่อนระบบ พี จี เอส ของประเทศให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ (1) เพิ่มพื้นที่และปริมาณการผลิตเกษตรอินทรีย์ (2) เพิ่มการค้าและการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ (3) เพื่อให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ (4) เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของสินค้าและบริการด้านเกษตรอินทรีย์ในระดับภูมิภาคอาเซียน 


   

รอง หน.ประชาธิปัตย์ ประกาศผลักดันจังหวัดหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เจาะตลาดชาวมุสลิมกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก ยกระดับคุณภาพชีวิต ปชช.ในพื้นที่ ก้าวข้ามความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2565 ที่จ.ปัตตานี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะประกาศผลักดันจังหวัดหวัดชายแดนใต้ให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด โดยตั้งใจจะให้ทุกจังหวัดของชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อการบริโภคในพื้นที่บริโภคภายในประเทศ และเป็นครัวของโลก โดยเฉพาะประชากรมุสลิมกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก

นายนิพนธ์ฯ กล่าวว่า จากการศึกษาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนในหลายพื้นที่พบว่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้ จึงต้องส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ผลผลิตที่สอดคล้องความต้องการของตลาด อย่างหลากหลาย รวมทั้งด้านปศุสัตว์ พร้อมทั้งการจะพลิกนาร้างให้เป็นนาข้าว ร่วมสามแสนไร่ให้เป็นนาข้าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะจัดระบบชลประทานให้เข้าไปถึงที่นาแห่งนี้ และสร้างผล ตอบแทนทางการเกษตรที่เรียกว่านาข้าวเลี้ยงคนในพื้นที่ได้ 

ควันหลง ‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวหนองคาย พร้อมประกาศลั่นอีสานจะไม่แห้งแล้งอีกต่อไป แถมพวงยุทธศาสตร์ใหม่ เตรียมผุดโครงสร้างพื้นฐาน ดันพื้นที่ภาคอีสานเชื่อมเศรษฐกิจโลก ผ่านนโยบายสุดเก๋ ‘ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก’

หากใครได้ติดตามการลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นอกจากพล.อ.ประวิตร จะได้ทักทายพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับโชว์ผลงานการบริหารจัดการน้ำ กระทั่งทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาคอีสานแทบจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำแล้งเลย

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ พล.อ.ประวิตร ได้ประกาศจะทำให้ภาคอีสานเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจไปทั่วโลก 

โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวในตอนหนึ่งในช่วงปราศรัยว่า ทุกครั้งที่มาภาคอีสาน คนอีสานจะต้อนรับด้วยความอบอุ่น จากการคาดผ้าขาวม้า ทำให้ผู้มาเยือนเกิดความประทับใจทุกครั้ง อยากบอกว่า “ผ้าขาวม้าเชื่อมโลก” เป็นนโยบายที่ต่อไปนี้ภาคอีสานจะเป็นภาคที่เชื่อมโลก พร้อมกับการกระจายสินค้าต่าง ๆ ไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น 

วันที่ 8 สิงหาคม ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น ‘วันแมวโลก’ โดยถูกกำหนดขึ้นมาในปี พ.ศ.2545 เพื่อกระตุ้นความเข้าใจและการตระหนักรู้เกี่ยวกับแมวโดยเฉพาะ

โดยวัน International Cat Day หรือวันแมวโลกนั้นถูกกำหนดขึ้นมาโดย International Fund for Animal Welfare หรือ กองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิการสัตว์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 เป้าหมายหลักคือเพื่อกระตุ้นความเข้าใจและการตระหนักรู้เกี่ยวกับเจ้าสัตว์ตัวน้อยนี้

เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งในยุโรป แมวถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ อีกทั้งถูกมองว่าเป็นพาหะนำโรค จนทำให้แมวจำนวนมากถูกฆ่าตายในยุคนั้น เลยต้องมีการปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง

ดร.ไตรรงค์ ชี้ หากไม่มีอคติทางการเมือง ยก ‘บิ๊กตู่’ เหมาะนั่งประธานประชุม APEC

ดร.ไตรรงค์ ชี้ถ้าไม่มีอคติกันในทางการเมืองแล้วผู้นำของรัฐบาลไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเห็นว่าท่านได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศด้วยเหตุผล 4 ประการ จึงเหมาะเป็นประธานการประชุม APEC

เมื่อวันที่ (7 ส.ค. 2565) ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง #APEC #ประเทศไทย กับ #พลอประยุทธ์ ระบุว่า การประชุมเอเปค (APEC) ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น จะมีความสำคัญต่อชื่อเสียง ความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะ APEC แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า เป็นการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือ เพื่อส่งเสริม #การค้า #การลงทุน #การท่องเที่ยว และความร่วมมือในมิติด้านอื่น ๆ ทั้งการ #พัฒนาทางด้านสังคม #การพัฒนาด้านการเกษตร #การร่วมมือป้องกันและช่วยเหลือกันและกัน ยามประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติทุกรูปแบบ การร่วมมือกัน #สนับสนุนบทบาทของสตรี และ #ลดการกดขี่ทางเพศ  และการร่วมมือแลกเปลี่ยนกันและกันทางการ #พัฒนาด้านสาธารณสุข เป็นต้น (ขอเสริมเกร็ดความรู้เล็ก ๆ นะครับว่า APEC นี้มีมา 33 ปีแล้วนะครับ กำเนิดเกิดขึ้นในโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532)

ปัจจุบัน APEC มีสมาชิกถึง 21 เขตเศรษฐกิจได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี บรูไน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เปรู และ ชิลี ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจมีประชากรรวมกันถึง 2.8 พันล้านคน มีรายได้ประชาชาติ (GDP) รวมกันมากกว่า 59% ของGDP ของโลก สัดส่วนการค้าระหว่างไทยกับสมาชิกAPEC มีสูงถึง 69.8% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศที่ไทยมีกับทุกประเทศทั่วโลก

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การประชุมดังกล่าวยึดหลักฉันทามติ (Consensus) ความหมายคือ ทุกข้อตกลงต้องทำด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับใคร ทุกเขตเศรษฐกิจมีความเท่าเทียมกันหมด โดยมุ่งเปิดกว้างเสรีทางการค้าการลงทุนให้มากขึ้น มีอุปสรรคให้น้อยลง (เช่น ช่วยให้การแซงชั่น (Sanction) ด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองจะได้มีน้อยลง) ส่วนความร่วมมือด้านอื่น ๆ ก็แล้วแต่จะตกลงกัน ที่สำคัญที่สุดก็คือ #ห้ามหยิบยกประเด็นทางการเมืองขึ้นมาพูดในที่ประชุมอย่างเด็ดขาด

อดีตนายกฯจากพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ จอห์น เมเจอร์ เคยกล่าวเตือนสติ นายกฯ รุ่นน้องจากพรรคเดียวกันคือ นายบอริส จอห์นสัน ว่า “ผู้นำทางการเมืองที่ประชาชนขาดความเคารพนับถือในบ้าน จะมีอิทธิพลสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีนอกบ้านได้อย่างไร” (สามารถอ่านข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ในบทความของผม หัวข้อ “เรียนรู้จากอังกฤษ : ไม่ยกย่องคนที่ไม่สมควรยกย่อง” ที่ https://www.facebook.com/TrairongSuwankiri/posts/pfbid02kFsnrXucY1awn9HTDdg7MfBfkBDdk737eh5vdJRrZPZwMwTm6WUo5Dh4qFAjdFwLl)

สำหรับผู้นำของรัฐบาลไทยคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ถ้าไม่มีอคติกันในทางการเมืองแล้ว จะเห็นว่าท่านได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศด้วยเหตุผลหลายอย่างคือ

1) การชุมนุมทางการเมืองเพื่อคัดค้าน พ.ร.ก. นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยในปี 2556 – 2557 นั้น ผู้มิได้อยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์จะไม่มีทางทราบว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมซึ่งเป็นปฏิปักษ์กันทั้งสองฝ่าย ได้เตรียมอาวุธร้ายเพียงใดเพื่อจะเข่นฆ่ากันและกัน (ทั้ง ๆ ที่ผู้นำการชุมนุมของทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่รู้ก็ได้)

การตัดสินใจทำการ #รัฐประหารเพื่อระงับความรุนแรงที่อาจจะนำไปสู่การเกิดสงครามกลางเมือง ในปี พ.ศ.2557 นั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นและสมเหตุสมผล แม้เป็นการเปลี่ยนรัฐบาลโดยการใช้อาวุธ เข้าบังคับมิใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติวิธี แต่ต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีความเข้าใจดี โดยเฉพาะ เพราะเขาเคยเห็นความป่าเถื่อนในการบุกทำลายการประชุม ผู้นำของอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี พ.ศ. 2552

เมื่อผมไปประชุมกับผู้นำ 47 ประเทศที่กรุงวอชิงตันตามคำเชิญ ของประธานาธิบดีโอบามา (OBAMA) ในปี พ.ศ. 2553 (ขณะที่พวกเสื้อแดงกำลังยึดสี่แยกราชประสงค์และประตูน้ำเอาไว้) ผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศได้แสดงความห่วงใย (Concern) ต่อการชุมนุมที่ค่อนข้างจะรุนแรงในประเทศไทย ที่น่าแปลกใจตรงที่ท่านเหล่านั้นบอกผมว่า พวกท่านรู้ด้วยว่าใครอยู่เบื้องหลังความรุนแรงทั้งหลาย ตั้งแต่ที่พัทยา (พ.ศ. 2552) จนถึงการชุมนุมในปี พ.ศ. 2553

แม้แต่ท่านประธานาธิบดีโอบามาเอง ได้พูดกับผมถึงความห่วงใย และแสดงความเห็นใจต่อ นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของประเทศไทย ที่ต้องเจอวิกฤตการณ์เช่นนั้น จนไม่สามารถมาประชุมกับ 47 ประเทศในหัวข้อเรื่อง “การหยุดการแพร่ขยายการใช้ปรมาณูเป็นอาวุธ (Nuclear Security Summit) ดังนั้นเมื่อเกิดการรัฐประหารนำโดย พล.อ.ประยุทธฯ จึงเห็นได้ว่า ไม่มีใคร(ต่างประเทศ) ออกมาประณามอย่างจริงจัง เหมือนที่พวกเขากระทำต่อประเทศเมียนมา เมื่อมีการรัฐประหารโดยท่านนายพล มิน อ่อง ลาย

2) ปัจจุบัน ท่านพล.อ.ประยุทธ์ #เป็นนายกรัฐมนตรีตามข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 (แม้จะนับเฉพาะเสียง ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งก็มากกว่า 50% ถูกต้องตามหลักสากลของประชาธิปไตย) นักการเมืองบางฝ่ายอาจจะประณามว่า เป็นการสืบทอดอำนาจของฝ่ายรัฐประหาร เพราะคนร่างรัฐธรรมนูญมิได้เขียนให้รัฐธรรมนูญของไทย เป็นเหมือนของประเทศอังกฤษ แต่ที่ผมเคยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดของสหรัฐฯและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ ศาสตราจารย์ ที่สอนเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญต่างก็สอนเหมือนกันว่า ระบบการเมืองการปกครองของประเทศไดก็ต้องเขียนให้คล้องจองกับบริบทของประเทศนั้น เหมือนอย่าง นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) อดีตนายกฯของเยอรมัน เคยพูดไว้ว่า “สหรัฐอเมริกาจะเอามาตรฐานของระบบการเมืองของตนเองไปบอกว่าดีกว่าระบบการเมืองของประเทศจีน ย่อมไม่ได้เพราะบริบทหลายอย่างแตกต่างกัน”  (ผมว่าคุณ Nancy Pelosi น่าจะฟังเอาไว้บ้างนะครับ)

'ดีอีเอส' เตือนอย่าเชื่อ 'คลิป-เสียง-รูปปลอม' สร้างเรื่องเสมือนจริง หลอกลวงประชาชน

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเทคโนโลยีปลอมเสียง ปลอมแชต ปลอมคลิป (Deepfake, Social Maker และ Fake voice) ซึ่งเป็นการปลอมแปลงข้อมูล การตัดต่อภาพ ตัดต่อข้อความ ตกแต่งเสียงพูด หรือแม้แต่การตัดต่อวิดีโอคลิปให้เหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งประชาชนควรรู้ เพื่อให้เข้าใจ รู้เท่าทัน และป้องกันการถูกใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ หรือพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และทรัพย์สินของผู้อื่น

“จากเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพนำมาใช้ในการแชตปลอม โพสต์ปลอม ผ่าน 'Social Maker' ที่สร้างโพสต์ปลอม, ข้อความปลอม, ความคิดเห็นปลอม และสร้างโปรไฟล์ปลอม ใน 3 แพลตฟอร์ม ในโซเชียลมีเดีย คือ Facebook, Instagram และ Twitter รวมถึงโปรแกรมแชต Messenger, Message ต่าง ๆ สร้างความเข้าใจผิดและหลอกลวง เป็นภัยสังคมอยู่ในขณะนี้” นางสาวนพวรรณกล่าว

โดยการปลอมภาพคลิปด้วย Deepfake สร้างภาพความคมชัดสูง และท่าทางที่เสมือนจริงมากขึ้น การแปลงเสียง Voice changer / Jokesphone  ปลอมเสียงได้ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่เปลี่ยนน้ำเสียง เช่น ชายเป็นหญิง หญิงเป็นชาย ผู้ใหญ่เป็นเด็ก ซึ่งการแชตปลอม, โพสต์ปลอม, ปลอมภาพคลิป, การเลียนเสียงและแปลงเสียง ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้เป็นเครื่องมือในการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์บางอย่าง หลอกลวงให้โอนเงิน ดังนั้นขอให้ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนที่จะเชื่อ หรือแชร์ต่อ เพื่อให้มั่นใจว่า สิ่งที่คุณเห็นเป็นเรื่องจริง

สวนนงนุชพัทยา 12 สิงหา พาแม่เที่ยวฟรี!!!

วันแม่แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระพันปีหลวง ซึ่งมีพระชนมพรรษา 90 พรรษา สวนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จึงได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสุด สำหรับในวันแม่ปีนี้ แม่ที่มากับครอบครัว เที่ยวชมสวนนงนุชฟรี!!!!  เพื่อเป็นการร่วมฉลอง วันคล้ายวันพระราชสมภพ

ทั้งนี้โปรโมชั่นแม่เที่ยวฟรี มีเฉพาะวันที่ 12 สิงหาคม2565 ที่มาเป็นครอบครัวเท่านั้น และส่วนของโปรโมชั่นในเดือนสิงหาคม ยังคงมีโปรโมชั่นเดิม เพียงซื้อบัตรผ่านประตู 1ใบแถมฟรี1ใบ เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 140 ซม. เข้าฟรีและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์                  
            
 

ตึกร้างสร้างไม่เสร็จเกลื่อน ‘สีหนุวิลล์’ หลังทุนจีน ส่อทิ้งไปแล้วไม่หวนกลับ

‘สีหนุวิลล์’ เมืองท่าตากอากาศของประเทศกัมพูชา ที่ตั้งใจปลุกปั้นให้เป็นเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสู้กับเมืองท่าท่องเที่ยวทางทะเลในภูมิภาคอาเซียน อย่างพัทยา ดานัง และภูเก็ต

โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมาสีหนุวิลล์เติบโตอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาลงทุนของเอกชนจีน ที่เรียกได้ว่าทั้งเมืองนี้สร้างมาเพื่อคนจีนก็คงจะไม่ผิด เพราะอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ โรงแรม รีสอร์ท คอนโดมิเนียม รวมทั้งคาสิโน ล้วนแต่เป็นการลงทุนจากชาวจีนแทบทั้งสิ้น

‘จาง เจียเหว่ย’ นายกสมาคมธุรกิจจีนในเมืองสีหนุวิลล์ ได้พูดคุยกับทาง Nikkei ว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมือง ส่งผลกระทบทำให้ราคาที่ดินพุ่งสูงอย่างมาก สะท้อนถึงต้นทุนค่าเช่าอาคารที่แพงขึ้น ซึ่งกำลังส่งสัญญาณฟองสบู่ภาคอสังหาอย่างชัดเจนของเมืองนี้

ในเดือนสิงหาคมจะครบ 3 ปี ที่การเติบโตของเมืองสะดุดลงหลังจากเกิดโรคระบาดใหญ่ การก่อสร้างมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในสีหนุวิลล์ การพัฒนาอย่างรวดเร็วและไม่มีการตรวจสอบได้เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นจุดหมายปลายทางริมทะเลยอดนิยมของนักเดินทางแบ็คแพ็ค ให้กลายเป็นคาสิโนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คอนโด โรงแรม และห้างสรรพสินค้า

แรงบันดาลใจของสีหนุวิลล์ต้องการวางยุทธศาสตร์ของเมืองให้เป็น "มาเก๊าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" การเติบโตของอุตสาหกรรมการพนันออนไลน์ซึ่งเริ่มตั้งขึ้นในเมืองประมาณปี 2017 และดึงดูดคนงานหลายแสนคนให้มาทำงานที่เมืองแห่งนี้

แต่แล้วธุรกิจที่กำลังเติบโตกลับหยุดชะงัก เมื่อเดือนสิงหาคม 2019 รัฐบาลกัมพูชาที่ได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลปักกิ่งให้ควบคุมอาชญากรรมและเงินที่ผิดกฎหมายที่หมุนเวียนอย่างมหาศาลในสีหนุวิลล์ มีคำสั่งห้ามเล่นการพนันออนไลน์ ผู้คนในอุตสาหกรรมนี้ตกงานเป็นจำนวนมหาศาล

อีกทั้งโรคระบาดได้ซ้ำเติมทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชื่อเสียงของเมืองแย่ลงไปอีก โดยเกิดการลักลอบเปิดบริษัทการพนันออนไลน์ซึ่งผู้ที่เข้ามาคุมกิจการเต็มไปด้วยแก๊งอาชญากรที่ดำเนินการหลอกลวงเหยื่อบนเว็บทั่วโลกด้วยแรงงานที่ถูกบังคับจากการลักลอบเข้ามาในประเทศ

และในช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ กลุ่มทุนจีนได้ทิ้งเศษซากต่าง ๆ เอาไว้แล้วหอบเงินกลับประเทศจีน ส่งผลทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จถึง 1,155 หลัง ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ การก่อสร้างส่วนใหญ่ได้หยุดลง ทิ้งปัญหาความเสื่อมโทรมของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองเอาไว้มากมาย ทั้งถนน ทางเท้า และระบบระบายน้ำ ที่สุดท้ายแล้วรัฐบาลกัมพูชา ต้องมาตาล้างตามเช็ดสร้างขึ้นหลังจากการพัฒนาของเมืองอย่างรวดเร็วเกินไปได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของเมืองไปมาก

ในความพยายามที่จะหาทางเดินต่อไปข้างหน้า นักพัฒนาชาวจีนหลายคนได้พบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกัมพูชาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อเรียกร้องให้ทางการลดภาษีและสร้างดัชนีมูลค่าที่ดินเพื่อช่วยในการเจรจาสัญญาเช่า

พวกเขายังต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขข้อพิพาทกับเจ้าของที่ดินดั้งเดิมโดยชักชวนให้กลายเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการ

นักพัฒนาชื่อ Qiu ซึ่งเดินทางมาถึงสีหนุวิลล์จากประเทศจีนในปี 2017 เป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่มีปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายกับเจ้าของที่ดินชาวกัมพูชา

โรงแรมสูงระฟ้ามูลค่า 3 ล้านดอลลาร์ของเขาบนถนนอินดิเพนเดนซ์อเวนิว สร้างเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2020 หลังจากการก่อสร้างนานถึง 18 เดือน แต่ยังไม่สามารถเปิดกิจการได้ และมีปัญหาพัวพันกับค่าเช่าและข้อพิพาททางกฎหมายกับเจ้าของที่ดินที่ต้องการจะควบคุมโครงการทั้งหมด ทั้งที่เขาคือหนึ่งคนที่สร้างธุรกิจในจีนได้เติบโต แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาอาจคิดผิดที่มาลงทุนในสีหนุวิลล์

Ivan Franceschini นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ซึ่งศึกษาการลงทุนของจีนในเมืองสีหนุวิลล์กล่าวว่า ในประเทศที่การทุจริตในระดับท้องถิ่นและการเก็งกำไรที่ดินโดยชนชั้นสูงที่เชื่อมโยงกันนั้นมีอยู่มากมาย ข้อเสนอของนักพัฒนาไม่น่าดึงดูดใจนัก

แต่หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติพากันทิ้งเมืองไป ตอนนี้เริ่มเห็นปัญหา ทำให้เจ้าของที่ดินเริ่มรู้ตัวว่า สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ง้อ และทิ้งไว้ซึ่งตึกรามบ้านช่อง อาคารมากมายที่สร้างไม่เสร็จ และหวังเพียงว่านักลงทุนรายใหม่จะกลับมาเพื่อฟื้นฟูเมืองแห่งนี้ ซึ่งเขามองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

รัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบันการวางผังเมืองและการออกแบบของเซินเจิ้นดำเนินการตามแผนแม่บทที่ "ทะเยอทะยาน" เพื่อเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็น "ศูนย์กลางการค้า บริการ และโลจิสติกส์"

แต่ในทางปฏิบัติระดับท้องถิ่น กลับมีผลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับโครงการที่หยุดชะงักหลายร้อยโครงการ ส่วนหน่วยงานระดับจังหวัดต่างก็ล้มเหลวในการดำเนินงานตามแผน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top