Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

‘ชัยวุฒิ’ รมว.ดีอีเอส ลุยต่อเนื่องสั่งการ NT เร่งจัดระเบียบสายสื่อสารหลายพื้นที่ใน จ.หนองคาย ประกาศปีหน้าเก็บสายลงใต้ดินครบ

7 ส.ค. 2565 – นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) ลงพื้นที่ตรวจสภาพความเรียบร้อยสายสื่อสารพื้นที่จังหวัดหนองคาย บริเวณถนนประจักษ์ และถนนมีชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาสายสื่อสาร ไม่เป็นระเบียบ

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย บมจ. โทรคมนาคมเเห่งชาติ (NT) ดำเนินการโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและปรับปรุงภูมิทัศน์ของเทศบาลเมืองหนองคาย เส้นทางถนนประจักษ์ (จากแยกเวียดนามอนุสรณ์ ถึงแยกวัดโพธิ์ชัย) ระยะทาง 1,600 เมตร และดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว และล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของโครงการนำสายสื่อสารลงดินถนนมีชัย ระยะทาง 5,000 เมตร และถนนประจักษ์ (จากแยกวัดโพธิ์ชัย ถึงซอยหลังวัดโพธิ์ศรี) ระยะทาง 1,556 เมตร

เล่าเรื่องจีนกับไต้หวัน ทำไม? ถึงต้อง One China | THE STATES TIMES STORY เรื่องจริง ฟังเพลิน โดย เจต ณ นคร EP.80

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่าง จีนและไต้หวัน มีมาอย่างต่อเนื่อง เพราะ ‘จีน’ ไม่นับ ‘ไต้หวัน’ เป็นประเทศ ส่วน ‘ไต้หวัน’ เอง ก็ไม่นับตัวเองว่า เป็นส่วนหนึ่งของ ‘จีน’ เช่นกัน

ขณะเดียวกัน ‘จีน’ พยายามที่จะผนึกแดน ‘ไต้หวัน’ รวมเป็นจีนเดียว เพราะจีนถือว่า ไต้หวัน เป็นดินแดนปกครองตัวเองในลักษณะมณฑลที่แยกออกไป สุดท้ายแล้วก็จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังทำไม่สำเร็จ และในช่วงที่ผ่านมาก็มีสถานการณ์ความขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งมาคุกรุ่นอย่างหนักอีกครั้ง เมื่อ ‘แนนซี เพโลซี’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ มาเยือนไต้หวันเมื่อไม่กี่วันก่อน แน่นอนว่าย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับทางฝ่ายจีนอย่างยิ่ง และตอบโต้ด้วยการประกาศซ้อมรบด้วยขีปนาวุธจริงรอบ ๆ เกาะไต้หวันทันที ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดหนักขึ้นไปอีก ส่อจะเกิดความร้าวฉานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี

ส่วนการแบ่งแยกระหว่างจีนและไต้หวันเกิดขึ้นได้อย่างไร รวมถึงมูลเหตุความขัดแย้งต่าง ๆ ติดตามกันได้กับ The States Times Story ได้เลย

.

.

'นิพิฏฐ์' ชวนปฏิวัติการเมืองเปิดโอกาสลูกหลานคนจนเข้าสภา หยุดประชาธิปไตยที่ใช้แต่เงิน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และประธานภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊ก ชักชวนร่วมปฏิวัติการเมืองใหม่ โดยระบุว่า มาปฏิวัติการเมืองกันเถอะ

การเมืองเวลานี้ โอกาสที่ลูกหลานคนจนจะมีโอกาสเข้าไปทำงานในสภา ยากและริบหรี่มาก ชนิดที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ซึ่งตนได้ยิน 2 เสียงสะท้อนสำคัญมาว่า...

1. คนรวย มองคนจนเหมือนวัตถุทางการเมือง ที่ซื้อได้ในราคา 500 บาท และ 2. คนจน ยอมลดตัวเองเป็นวัตถุในทางการเมือง ที่ขายตัวเองในราคา 500 บาท

“ที่ผมเขียนมา อาจไม่ถูกทั้งหมด แต่ตอนนี้ ผมได้ยินมาว่า ถ้าไม่มีเงินก็อย่าเล่นการเมืองเลย ไปหาใครสมัคร ส.ส. ก็มีแต่คนถามว่า พรรคให้เงินเท่าไหร่ น้อยมากที่จะพูดว่า เออ! เราชอบพรรคการเมืองแนวนี้ เราเลือกพรรคแบบนี้แหละ และน้อยครับที่จะพูดว่า เออ! เราชอบพรรคการเมืองแนวนี้ เราจะลงสมัครพรรคแบบนี้แหละ ที่ผมเขียนมาอาจไม่จริงทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ผมได้ยินมาแบบนั้น” นายนิพิฏฐ์ กล่าว 

‘โบว์ ณัฏฐา’ ชี้ แค่แก้กฎหมายเลือกตั้ง เปลี่ยนสูตรหารปาร์ตี้ลิสต์ยังไม่พอ หากอยากเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ต้องตัดอำนาจส.ว.โหวตนายก เพื่อเข้าสู่การบริหารที่ชอบธรรม

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว (โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา Bow Nuttaa Mahattana) ระบุว่า

“ไม่ว่าจะ หาร 100 หรือ 500 ก็จะดีกว่าเดิม แต่ …”

เห็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับสูตรการเลือกตั้งมากมาย พร้อมเกมในสภาที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น ไม่ใช่ระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล แต่กลับเป็นระหว่างพรรคใหญ่กับพรรคเล็ก นำมาสู่เหตุการณ์สภาล่ม และการตั้งคำถามของคนในสังคมว่า “ประชาชนได้อะไร?”

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก็อยากขอร่วมตอบว่า อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าที่สุดบทสรุปจะไปจบที่สูตรหาร 100 หรือ 500 ประชาชนก็จะได้กติกาการเลือกตั้งที่ “ดีกว่าเดิม” แน่นอน 

อย่าลืมว่า กติกาการเลือกตั้งเดิมจากรัฐธรรมนูญ 60 ที่ใช้กันมาในการเลือกตั้งปี 62 นั้น เป็นการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ประชาชนถูกมัดมือชกให้ต้องเลือกทั้งส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ในกากบาทเดียว พรรคไหนไม่มีกำลังจะส่งคนไปลงหลายๆเขต โอกาสจะได้เก็บคะแนนมารวมเพื่อคำนวณเป็นสัดส่วนส.ส.พึงมีก็น้อยลง เพราะในเขตที่ไม่มีการส่งผู้สมัคร ก็จะไม่มีช่องลงคะแนนของพรรคตนให้ประชาชนได้เลือกกากบาท จึงไม่ได้เป็นการเปิดโอกาสให้พรรคเล็กทุนน้อยจริงๆดังที่อ้าง ทุกอย่างลักลั่นผิดฝาผิดตัวไปหมด ถึงเวลาคำนวณด้วยสูตรพิสดารออกมา ก็เกิดส.ส.ปัดเศษเต็มสภา นำสู่รัฐบาลผสมถึง 19 พรรค และพรรคการเมืองในสภารวมกว่า 25 พรรค ซึ่งเป็นจำนวนที่เกินกว่าประเทศประชาธิปไตยที่มั่นคงโดยปกติจะมีกัน นำสู่ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล กับสภาที่เต็มไปด้วยงูเห่ากับสวนกล้วยอย่างที่เห็น 

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงนำมาสู่บทเรียน และข้อสรุปของทุกพรรคการเมืองว่า “เราต้องแก้รัฐธรรมนูญ และปรับปรุงกติกาการเลือกตั้ง” จึงเป็นที่มาของทางเลือกสูตรหาร 100 หรือ 500 พร้อมบัตรเลือกตั้งสองใบอย่างที่เห็น

ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร ประชาชนน่าจะได้กติกาของการเข้าสู่อำนาจ หรือ “กฎหมายเลือกตั้ง” ที่ดีกว่าเดิมแน่นอน 

บัตรเลือกตั้งสองใบในทั้งสองสูตร จะให้พื้นที่กับพรรคเล็กพรรคน้อย ได้มีโอกาสเก็บคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ แม้จะไม่มีกำลังส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต มากมาย ประชาชนมีทางเลือก กากบาท “คนที่ชอบ” และ “พรรคที่ใช่” แยกกันได้ตามต้องการ 

มาสด้า จับมือ กลุ่มบริษัท กวงไถ่ ของตระกูลมหากิจศิริ ทุ่มงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแบบครบวงจร พร้อมศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ภายใต้ชื่อ “มาสด้า กวงไถ่” บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ริมถนนบางนา ตราด กม. 29 

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้ามุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการยกระดับการบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยครั้งนี้ มาสด้าได้ร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งคือ กลุ่มบริษัท กวงไถ่ ที่บริหารงานโดย คุณประทีป มหากิจศิริ ซึ่งเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ และอยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์มาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่บนถนนบางนาตราด กม. 29 เนื่องจากเล็งเห็นว่าทำเลนี้เป็นย่านนิคมอุตสาหกรรม โรงเรียน แหล่งชุมชนที่มีลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น รวมถึงยังเป็นทำเลศักยภาพที่ในอนาคตจะมีเมกะโปรเจกต์เกิดขึ้นอีกหลายแห่ง จึงได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถยนต์มาสด้าในย่านนี้ ซึ่งจากองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว เราเชื่อว่า โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ จะสร้างโอกาสทางการแข่งขัน และสามารถเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในย่านนี้ได้อย่างแน่นอน

นายประทีป มหากิจศิริ ประธาน กลุ่มบริษัท กวงไถ่ กล่าวว่า กลุ่มบริษัท กวงไถ่ มีความพร้อมและได้ดำเนินธุรกิจมาอย่างมั่นคง ทำให้เรามีความพร้อมที่จะส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งครั้งนี้ เราได้เข้าร่วมเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าอย่างเป็นทางการ โดยเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแบบครบวงจร พร้อมศูนย์ซ่อมตัวถังและสี “มาสด้า กวงไถ่” ขึ้น บนถนนบางนา ตราด กม.29 โดยโชว์รูมแห่งนี้ ได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัย หรูหรา พรั่งพร้อมด้วยเครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน สามารถรองรับรถยนต์ที่มาใช้บริการได้สูงสุด 500 คันต่อเดือน และมีศักยภาพที่จะขยายเพิ่มเติมเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้นได้ถึง 1,000 คัน นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ที่สามารถรองรับรถลูกค้าที่มาเข้าซ่อมได้ถึง 300 คันต่อเดือน จึงเชื่อว่าจะสามารถส่งมอบการบริการให้กับลูกค้าได้เพียงพอต่อความต้องการ และมอบความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจรแน่นอน

 

วธ. ดึงสภาเด็กและเยาวชน กทม. – ผู้แทนสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ - ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ร่วมเวทีระดมความเห็นใช้ทุนวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ร่วมสานพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมใหม่

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2565 เวลา 09.00 น. ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ "สานพลังเด็กและเยาวชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมใหม่ สร้างรายได้ เสริมคุณค่าและภูมิคุ้มกันทางสังคม" โดยมีนางโชติกา อัครกิจโสภากุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร วิทยากร เยาวชนผู้เข้าอบรมฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยและสังคมโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) การเกิดภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด สิ่งต่าง ๆ ล้วนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและค่านิยมของคนในสังคม ซึ่งตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในปี 2565 กระทรวงวัฒนธรรมได้ปรับภาพลักษณ์เป็น “กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ” ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ โดยการใช้วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย เพื่อพลิกฟื้นงานศิลปวัฒนธรรมและพลิกโฉมประเทศไทยให้เข้มแข็ง และมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของโลก และที่สำคัญในวาระที่ วธ. ครบรอบ 20 ปี ได้กำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าถึงศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริม  ให้ใช้ศักยภาพเพื่อการสร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม มีความสุข มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ดร.ยุพา กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของ วธ. รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและค่านิยมเชิงบวกด้านเศรษฐกิจวัฒนธรรมและชุมชนคุณธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็ง เพื่อเป็นพลังร่วมของสังคมไทยในการขจัดสื่อร้าย ขยายสื่อดี และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน โดยได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สื่อสารการตลาดและนักจิตวิทยาศาสตร์ มาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและมีการระดมความเห็นของเด็กและเยาวชน เพื่อนำมาเป็นแนวทางและนำมาต่อยอดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมใหม่ วธ.จึงจัดอบรมเชิงปฏิบัติการสานพลังเด็กและเยาวชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมใหม่ สร้างรายได้เสริมคุณค่าและภูมิคุ้มกันทางสังคม ระหว่างวันที่ 6 - 7 สิงหาคม 2565 โดยรูปแบบการอบรมเป็นรูปแบบผสมผสานซึ่งจัดอบรมผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม และการลงพื้นที่ศึกษาดูงาน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ชุมชนกุฎีจีน เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเกาะลัดอีแท่น อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ต้นแบบชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นับเป็นอีกผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลที่จะช่วยคนจนที่ทำผิดกฎหมายหลายล้านคน หลังจากกฎหมายปรับเป็นพินัยได้ผ่านวาระ 3 ของรัฐสภาแบบสดๆ ร้อนๆ

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘ปรับเป็นพินัย-กม.โบว์แดง ช่วยคนจนหลายล้าน ปล่อยคนถูกกักขังฯหลายหมื่น’ มีเนื้อหาว่า... 

ความเป็นจริง 16 ประการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … ที่ผ่านรัฐสภาวาระ 3 เมื่อ 2 สิงหาคม 2565

1. เป็นร่างกฎหมายปฏิรูปที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากเหตุที่มีกฎหมายกำหนดโทษทางอาญามากเกินไป

2. สาระคือการเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาสถานเดียวในกฎหมาย 204 ฉบับแยกเป็น 3 บัญชี ให้เป็น ‘โทษปรับทางพินัย’ ที่ไม่ใช่โทษทางอาญา

3. จะไม่มีการกักขังแทนค่าปรับในกฎหมาย 204 ฉบับนั้นอีกต่อไป

4. คิดค่าปรับตามฐานะทางเศรษฐกิจและภววิสัยของการทำผิด

5. ถ้าผู้ทำผิดยากจน ศาลจะกำหนดค่าปรับให้ต่ำลงมากกว่าฐานที่กำหนดไว้ในกฎหมายก็ได้ หรืองดเว้นก็ได้ รวมทั้งจะให้ทำงานเพื่อสาธารณะทดแทนก็ได้

6. ลบทะเบียนประวัติอาชญากรรมในความผิดตามกฎหมาย 204 ฉบับนั้นทั้งหมดภายใน 1 ปี

7. จะไม่มีการบันทึกทะเบียนประวัติอาชญากรรมในความผิดตามกฎหมาย 204 ฉบับนั้นอึกต่อไป

8. กำหนดขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมขึ้นมาใหม่สำหรับความผิดทางพินัย แตกต่างจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รักษาการตามกฎหมายทั้ง 204 ฉบับนั้นมีอำนาจสั่งปรับทางพินัยได้เลย

9. เมื่อเป็นการปฏิรูปใหญ่ และเป็นการกำหนดขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมขึ้นมาใหม่ตาม 8 จึงต้องมีการเตรียมการสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเป็นระบบ จึงกำหนดให้กฎหมายมีผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 240 วัน และให้การเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาในกฎหมาย 204 ฉบับนั้นมีผลภายใน 365 วัน หรือเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาประกาศกำหนด

แอบส่อง!! คัดแข่งหัวหน้าพรรคทอรี่ สไตล์ผู้ดีอังกฤษ

 อังกฤษได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของประชาธิปไตยที่มีการปกครองด้วยระบบที่มีหลายพรรคการเมือง พรรคใหญ่และเก่าแก่ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือพรรคทอรี่หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าพรรคคอนเซอเวทีฟ อีกพรรคหนึ่งคือพรรคเลเบอร์หรือพรรคแรงงาน นอกจากสองพรรคนี้แล้ว อังกฤษก็ยังมีพรรคขนาดกลางอีกพรรคหนึ่งคือพรรคลิบเบอรัลเดโมแครต

แต่พรรคที่มีเสียงข้างมากและได้จัดตั้งรัฐบาลบ่อยครั้งกว่าก็คือพรรคคอนเซอเวทีฟที่บางครั้งก็เรียกกันว่าพรรคอนุรักษ์นิยมและขณะนี้พรรคนี้ก็เป็นรัฐบาลปกครองประเทศ 

ในระยะ ๕-๖ ปีที่ผ่านมาพรรคอนุรักษ์นิยมมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาแล้วสามคนหลังจากการลงประชามติว่าอังกฤษจะอยู่หรือออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปีค.ศ. ๒๐๑๖

เริ่มจากนายเดวิด แคมเมอรอนก่อนนายเดวิดประกาศลาออกในปี ค.ศ.๒๐๑๖ สาเหตุก็คือในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปในปี ค.ศ. ๒๐๑๕นายเดวิดประกาศว่าถ้าเขาชนะการเลือกตั้งเขาจะจัดให้อังกฤษมีการลงประชามติในการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ปรากฏว่านายเดวิด ชนะการเลือกตั้งเขาจึงจัดให้มีการลงประชามติตามสัญญา นายเดวิด สนับสนุนให้อังกฤษยังคงเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป แต่ชาวอังกฤษส่วนใหญ่โหวตให้อังกฤษออก ดังนั้นเมื่อความเห็นของเขาไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากคนอังกฤษ นายเดวิดจึงอยู่ต่อไปไม่ได้

ขอแทรกข้อมูลตรงนี้สักหน่อยว่าเรื่องการออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปนี่ในพรรคคอนเซอเวทีฟพูดกันมานาน แต่ไม่มีใครกล้าทำเรื่องประชามตินี้ เพราะมันมีผลมากมายและถ้าทำก็ต้องเสี่ยงว่าจะอยู่หรือไป ก็มีความเห็นของชาวอังกฤษที่ขัดแย้งกันและเช่นเดียวกันกับนักการเมือง บ้างก็ว่าอยู่ก็ดี บ้างก็ว่าออกจะดีกว่า

ต่อมานางเทเรซ่า เมย์ ได้รับเสียงสนับสนุนจากส.ส. ภายในพรรคอย่างท่วมท้นให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคและได้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยตำแหน่ง แต่ระหว่างเป็นนายกฯไม่ถึงสามปีเธอก็ต้องลาออกเพราะรัฐบาลของเธอไม่สามารถที่จะดำเนินการต่อรองเจรจากับสหภาพยุโรปตามเงื่อนไขที่อังกฤษต้องการในการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปได้ มีข้อขัดแย้งหลายประการ อังกฤษถูกโดนรุมจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เช่นเดียวกับตัวนางเทเรซ่าเอง เธอดูจะเสียเครดิทไปมากและจากการขัดแย้งกันเองภายในพรรควุ่นวายกันไปหมด จนเทเรซ่า เมย์แทบจะหมดสภาพ เธอยอมลาออกในปีค.ศ. ๒๐๑๙

การเมืองก็คือการเมืองไม่ว่าที่ไหนๆ ต้องมีพรรคมีพวก ส.ส.ในพรรคคอนเซอเวทีฟสนับสนุนให้นายบอริส จอนห์สันซึ่งตอนนั้นเป็นรัฐมนตรีร่วมคณะรัฐบาลของนางเทเรซ่าอยู่ ว่าน่าจะมาแทนที่นางเทเรซ่า และสามารถแก้ไขปัญหาการออกจากสมาชิกสหภาพยุโรปได้เร็วขึ้น เพราะนายบอริส คือตัวหลักคนหนึ่งในการที่สนับสนุนให้อังกฤษ ดีดตัวออกจากสหภาพยุโรปสำเร็จ เพราะฉะนั้นนายบอริส น่าจะเป็นคนที่ทำได้ตามที่อังกฤษต้องการ

และก็เป็นไปตามที่คิดกันในปี ค.ศ. ๒๐๑๙ ส.ส.พรรคคอนเซอเวทีฟก็เลือกนายบอริสขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค นายบอริสขึ้นชื่อว่าเป็นปลาไหลใส่เสก็ตเก่งคนหนึ่งเขาจึงต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างง่ายๆต่อจากนางเทเรซ่า  ดังนั้นหลังจากที่เขาได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่นานนักนายบอริสก็ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ เกิดปรากฏการณ์ที่ฉงนๆกันอยู่คือว่าพรรคคอนเซอเวทีฟได้คะแนนเสียงข้างมากกว่าเดิมได้จัดตั้งรัฐบาลอีก

เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งเสียงดีเช่นนี้ ด้วยความมั่นใจนายบอริสก็ดำเนินการเจรจาให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปได้เร็วขึ้น แต่เมื่อปีที่แล้วนายบอริสก็มาตกม้าตายจากการบริหารประเทศในการระบาดของโรคโควิด ๑๙ ที่สับสนวุ่นวายทำให้คนอังกฤษเสียชีวิตเพราะโรคระบาดไปนับแสนคน แผนการที่รัฐบาลออกมารับมือถูกวิพากย์วิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพและสร้างความโกลาหลให้กับประชาชนเพราะรัฐบาลนายบอริสเชื่องช้าและเพิกเฉยต่อการรับมือกับโรคระบาด

‘อุ๊งอิ๊ง’ หาเสียงกับชาวเชียงราย ‘ทักษิณ’ กลับไทย โวลั่น!! หากได้เป็นรัฐบาล ขอแค่ 1 ปี ปัญหาใหญ่จะถูกแก้

7 ส.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะแกนนำพรรคเพื่อไทย และครอบครัวเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคณะแกนนำ คณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส.เชียงราย และส.ส.ภาคเหนือ หลายจังหวัด เดินทางมาจังหวัดเชียงราย เพื่อจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย "ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด" พร้อมกับเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต และระบบบัญชีรายชื่อ บางส่วน

ประกอบไปด้วยร.ต.อ. ดร.ธนรัช จงสุทธานามณี นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายอิทธิเดช แก้วหลวง และ น.ส.ละออง ติยะไพรัช

นางสาวแพทองธาร ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า พี่น้องชาวเชียงรายสบายดีหรือไม่ ไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่ ทำมาหากินลำบาก หนี้สินท่วมท้นใช่หรือไม่ ไม่เป็นอะไร ขอให้พี่น้องอดทนอีกนิด ถ้าวันนี้ทุกข์ยาก พรุ่งนี้ต้องดีขึ้นแน่นอน ถ้าพรรคเพื่อไทยได้กลับมาดูแลประชาชนอีกครั้ง รู้สึกเป็นเกียรติที่มาเยี่ยมชาวเชียงราย ชาวเชียงรายไม่เคยลืมพรรคเพื่อไทย เหมือนที่พรรคเพื่อไทยไม่เคยลืมชาวเชียงราย

หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า คุณพ่อกับคุณอาฝากความคิดถึงมาให้พี่น้อง เพิ่งกลับจากการไปเยี่ยม ทั้ง 2 คน ดีใจที่ตนได้มาเชียงราย ทุกท่านทราบดีว่า นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนเชียงใหม่ แต่คนในครอบครัวทั้งพี่เขย และพี่สะใภ้ เป็นคนเชียงรายแท้ๆ

"คุณพ่อตั้งใจว่า ถ้าได้มีโอกาสกลับมาเมืองไทย อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน มีอะไรร่วมมือกันไม่ขัดแย้งกัน เพราะพี่น้องกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นคือ ให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ให้พี่น้องพ้นจากความทุกข์ยาก"

'บิ๊กตู่' พอใจ ช่วยประชาชนไกล่เกลี่ยหนี้สำเร็จ กว่า 5.6 หมื่นราย  พร้อมชม 'สมศักดิ์' จัด มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ได้ผล ขณะที่กระทรวงยุติธรรม เตรียมจัดต่ออีก 7 จังหวัด

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามข้อสั่งการในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ตามที่ได้ประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” โดยกระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการ “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สิน หนี้ครัวเรือน”  ผลการไกล่เกลี่ยล่าสุดข้อมูลวันที่ 6 สิงหาคม 2565 มีผู้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย รวมทั้งสิ้น 59,436 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 56,674 ราย คิดเป็นร้อยละ 95.35 รวมทุนทรัพย์ 11,995 ล้านบาท ลดค่าใช้จ่ายประชาชน 5,114 ล้านบาท ภายในงานได้จัดนิทรรศการและบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดีให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายในการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้ กยศ. หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้เช่าซื้อรถยนต์ (ลิสซิ่ง) ทั่วประเทศ การจัดมหกรรมยุติธรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนฯ ทั่วประเทศ จะเหลืออีก 7 ครั้ง  ที่จังหวัดสระแก้ว นครนายก สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ตราด จันทบุรี และชลบุรี เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งการจัดงานแต่ละครั้งจะมีการไกล่เกลี่ยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่เป็นหนี้ก่อนฟ้อง และการไกล่เกลี่ยของกรมบังคับคดี ที่เป็นหนี้ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว โดยมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และสถาบันการเงิน หลายหน่วยงาน อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน)  บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด บริษัท โตโยต้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top