Tuesday, 30 June 2026
TheStatesTimes

"แรมโบ้" อัด "กิตติรัตน์" ทำไมลืมง่ายน้ำท่วมหนักปี 54 แก้ไขปัญหาไม่ได้ ยังจะอวยยิ่งลักษณ์อีก อย่าว่าแต่ปัญหาสำคัญของประเทศ ต่อให้แก้ปัญหาเล็กน้อยก็ไม่สามารถทำได้  มุ่งทำอย่างเดียวคือช่วยพี่ชายกลับบ้าน

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์รูปภาพนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมระบุข้อความว่า ผมมั่นใจว่า ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ยังเป็นนายกฯย่อมไม่เกิดน้ำท่วมทั้งรุนแรง ยาวนานในหลายพื้นที่แบบนี้ เพราะ "ระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ" ได้ถูกดำเนินการไว้แล้ว" โดยระบุว่านายกิตติรัตน์คงความจำเสื่อมไปแล้วจนจำไม่ได้ว่าน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 นั้นเกิดขึ้นในสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ และนายกิตติรัตน์ เป็นรัฐมนตรี ซึ่งน้ำท่วมในขณะนั้นมีความรุนแรงมากกว่าน้ำท่วมในขณะนี้ และนางสาวยิ่งลักษณ์ก็ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้

นายเสกสกลยังมองว่าอย่าว่าแต่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมของประเทศ  ปัญหาอื่นๆที่เกิดขึ้นกับประชาชนนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ มีแต่จะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้น ปล่อยให้รัฐบาลนายกฯประยุทธ์เข้ามาแก้ไขปัญหาให้  ดังนั้นก่อนที่นายกิตติรัตน์จะโพสต์ข้อความใดๆนั้นขอให้พิจารณาให้ดีก่อนว่าจะย้อนเข้าหาตัวเองหรือไม่  

พร้อมกับมองว่าแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มีมูลค่าสูง 3.5 แสนล้าน ก็ถูกทักท้วงเรื่องของความไม่พร้อมของโครงการ มีปัญหาด้านความโปร่งใสหลายด้าน รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่เกิดปัญหาขัดแย้งในหลายจังหวัด

‘มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์’ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ถุง และสุขภัณฑ์เคลื่อนที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำทีมโดยคุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา (ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ) พร้อมด้วยทีมงาน ลงพื้นที่ตำบลบางชะนี อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ร่วมกับคุณเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ถุง และสุขภัณฑ์เคลื่อนที่ จำนวน 20 อัน โดยมีชาวบ้าน อำเภอบางบาล ตำบลบางชะนี เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งต่อกำลังใจ และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้

'บิ๊กตู่' ฝากถึงชาวโซเชียลทั้งหลาย! ย้ำทุกภาคคือไทยเหมือนกัน อย่าทำสังคมแตกแยก

"นายกฯ" ห่วงการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ ย้ำไม่ว่าคนภาคไหนก็คนไทยเหมือนกัน รัฐบาลดูแลทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ขอคนไทยสามัคคีอย่าขัดแย้งสร้างความแตกแยกในสังคม

วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยกรณีการเปิดแสดงความคิดเห็นใน club house กล่าวถึงคนภาคอีสานในด้านลบ จนผู้คนในสังคมส่วนหนึ่งถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์การแบ่งแยกกลุ่มคน ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียที่มีลักษณะก่อให้เกิดการโต้แย้ง แบ่งแยกคนในสังคมได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยประกอบด้วยพื้นที่ทุกภาคของแผ่นดินไทยและคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลยึดหลักบริหารราชการแผ่นดิน โดยมุ่งสร้างความรัก ความสามัคคี ความเข้มแข็งให้กับคนไทยทุกภาค เพราะไม่ว่าจะเป็นคนภาคไหนก็เป็นคนไทยเหมือนกันและรัฐบาลนี้มีหน้าที่ดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน

ลูกสาวช็อก! แม่แอบติดกล้องวงจรปิดในห้องนอน แถมหันหน้ากล้องเข้าหาเตียง - ตู้เสื้อผ้า

ประเด็นดรามาร้อนแรงในทวิตเตอร์หลังพบลูกสาวถูกแม่แอบติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องนอนเพื่อแอบดูพฤติกรรม โดยระบุว่ากล้องนั้นหันเข้าหาเตียงและตู้เสื้อผ้า พร้อมตั้งคำถามแบบนี้เข้าข่ายคุกคามหรือไม่

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้ออกมาทวีตข้อความที่ทำเอาชาวโซเชียลฯ ต่างให้ความสนใจ เนื่องจากพบว่าแม่ของตนนั้นได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องนอนของเธอ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ส่วนตัว และติดกล้องหันหน้ามาทางเตียงนอนและตู้เสื้อผ้าทำให้เธอรู้สึกกลัวมาก

วันนี้เมื่อปี พ.ศ. 2531 คนไทยรวมพลังทวงคืน 'ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์' กลับมาได้! หลังถูกโจรกรรมร่วม 30 ปี

10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ทับหลังศิลาโบราณวัตถุล้ำค่าของไทย ซึ่งถูกลักลอบนำไปจากปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเวลาเกือบ 30 ปี กลับคืนสู่ไทยอีกครั้ง โบราณวัตถุชิ้นนี้เป็นประติมากรรมศิลาจำหลักบนทับหลังประตูของปรางค์ประธาน ด้านทิศตะวันออกของปราสาทหินพนมรุ้ง 

โบราณวัตถุชิ้นนี้ มานิต วัลลิโภดม ภัณฑารักษ์พิเศษแห่งกรมศิลปากร ได้สำรวจและบันทึกภาพไว้เมื่อ พ.ศ. 2503 ปรากฏว่าทับหลังชิ้นนี้นั้น หักออกเป็นสองท่อน ตกอยู่ที่เชิงประตูปรางค์ประธาน และต่อมาทับหลังทั้งสองชิ้น ได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย 
 

รู้จัก ‘NFT’ ช่องทางทำเงินยุคใหม่ ที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ในโลกดิจิทัล | Click on Clear THE TOPIC EP.82

????เผยเส้นทางเศรษฐีจาก ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ !! หาคำตอบไปกับ ‘อ.ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์’ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ​ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง!!

????ใน Topic : รู้จัก ‘NFT’ ช่องทางทำเงินยุคใหม่ ที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ในโลกดิจิทัล!!

จับประเด็น เน้นความรู้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC

????ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

ธรรมกาย สุดล้ำ!! ตามกระแส Metaverse จัดนิทรรศการโลกเสมือนแบบ 360 องศา

เมื่อเฟซบุ๊กกำลังผลักดันเมตาเวิร์ส จำลองโลกเสมือนจริงในยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง พบวัดพระธรรมกายรับกระแส จัดงานมุทิตาพระมหาเถระ พระเถระประจำปี จำลองบรรยากาศโลกเสมือนสุดล้ำแบบ 360 องศา ใครมีแว่นตาเออาร์ใส่ยิ่งได้อรรถรสยิ่งขึ้น

วันนี้ (9 พ.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่เฟซบุ๊กได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น เมตา (Meta) และผลักดันเทคโนโลยีที่เรียกว่า เมตาเวิร์ส (Metaverse) จำลองโลกเสมือนจริงในยุคดิจิทัลโดยใช้แว่นตาเออาร์ (AR) ที่สามารถสร้างสรรค์ตัวเองให้เป็น Avatars (อวตาร์) สื่อสารพูดคุยและทำได้ทุกอย่าง ปรากฏว่าที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้จัดแสดงนิทรรศการออนไลน์ที่ชื่อว่า มุทิตา (Muthita) จำลองบรรยากาศโลกเสมือนสุดล้ำแบบ 360 องศา และรองรับแว่นตาเออาร์ที่จะสร้างประสบการณ์ในการรับชมนิทรรศการมากขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับทุกหน้าจอทั้งคอมพิวเตอร์ และมือถืออีกด้วย

สาวอินเดียเจ๋ง!! สร้างบ้านจากท่อระบายน้ำ ช่วยแก้ปัญหา ‘คนไร้บ้าน’ คนงานอพยพ

เพจ หลงอินเดีย แชร์เรื่องราวของ วิศวกรโยธาสาวชาวอินเดียที่สร้างบ้านจากท่อระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้าน ว่า...

สาวอินเดียสร้าง #บ้านท่อระบายน้ำ ใช้แก้ปัญหาคนไร้บ้าน…ฟังก์ชันตอบโจทย์มาก งานนี้คนธรรมดายังอยากซื้ออยู่เลย 

Manasa Reddy สาววิศวกรโยธาคนเก่ง จากรัฐเตลังกานา ที่เกิดไอเดียสร้าง OPods Tube House บ้านท่อระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่พิเศษ สำหรับอยู่อาศัย แก่ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านราคาถูก เเละเพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้าน / คนงานอพยพ

Manasa ได้รับไอเดียนี้ จากการที่เธอมีโอกาสได้ไปเป็นอาสาสมัครในสลัม เธอพบว่า คนในสลัมหลายพันคน ต่างใช้ท่อระบายน้ำ มาเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว แต่ท่อระบายน้ำที่ว่า ยังมีขนาดไม่กว้างใหญ่มากพอ ที่จะรองรับเป็นบ้านได้ และคนไร้บ้านพวกนี้จะย้ายออกไป เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน

“บ้าน OPods นี้ ถูกดีไซน์ขึ้นครั้งแรกโดย James Law Cybertecture ที่ฮ่องกง ก็คือการสร้างบ้านท่อระบายน้ำราคาถูก เพื่อตอบโจทย์คนงบน้อย ฉันจึงได้ไอเดียนี้มา เพื่อแก้ปัญหาทางสังคมอีกขั้นหนึ่งของคนอินเดีย ด้วยเนื่องจากว่า ยังมีแรงงานอพยพในประเทศอีกมาก ที่ยังได้รับความลำบากอยู่

“ฉันได้ติดต่อพูดคุยกับบริษัททำท่อระบายน้ำในรัฐ และพวกเขายินดีผลิตมันให้แก่ฉัน เริ่มแรก ฉันขอกู้เงินจากแม่ในจำนวน 5 แสนรูปี และแม่ก็ได้สนับสนุนงานนี้แก่ฉันอย่างมาก ฉันได้เปิดบริษัทของตัวเองขึ้น และสร้างบ้านตัวอย่างในขนาด 1 BHK”

(BHK ย่อมาจาก bedroom, hall and kitchen)

“โดยบ้านทุกหลัง ที่มีขนาด 1 BHK จะมีความยาว 16 ฟุต หรือ ประมาณ 5 เมตร และสูง 7 ฟุต หรือราว ๆ 2 เมตร ซึ่งในไซส์นี้จะมี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง และ 1 ห้องครัว แบบที่มีซิงค์ล้างจานด้วยนะคะ”

“นายกฯ” ชม นร.ไทย คว้าเหรียญทองระดับโลก พัฒนาขยะ ทำเป็นกระเบื้องทางเท้าเพื่อผู้พิการ

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่นชมเด็กนักเรียนไทย ที่คว้าเหรียญทองจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ในงาน The Innovation Week in Africa (IWA 2021) ประกอบด้วย น.ส.พรพิสุทธิ์ ชินอมรพงษ์, น.ส.ฤทัยชนก แสงเงินอ่อน และ น.ส.รมณ เจียมกิม นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จากการแข่งขันผลงานการพัฒนากระเบื้องทางเท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา (เบรลล์บล็อก) จากขยะกล่องนมและยา และใช้น้ำยางพาราธรรมชาติชนิดข้นต่อน้ำหนักของกล่องนมยูเอชที ที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว นำมาปั่นละเอียดจนมีลักษณะเป็นเยื่อ 

ย้อนคำเตือนจาก 'ดร.โกร่ง-ผู้ล่วงลับ' พท. คิดให้ดี ก่อนจะ 'ปลุกผีจำนำข้าว'

คำเตือนจาก 'ดร.โกร่ง-อดีตนักเศรษฐศาสตร์-อดีตรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ' โครงการรับจำนำข้าวเปิดช่องคอร์รัปชัน ทำลายโครงสร้างตลาด ระบุรัฐบาลเสียเงินมากมาย แต่ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ไม่ได้อะไรเลย ชูประกันรายได้-จ่ายส่วนต่างส่งตรงไปยังเกษตรกร ถ้าชาวนา ผู้ใหญ่บ้าน กำนันจะโกง ก็ยังดีกว่าโรงสี ผู้ส่งออก รัฐมนตรีโกง

9 พ.ย. 64 - จากกรณีราคาข้าวตกต่ำ ส่งผลกระทบอย่างสูงต่อเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าว ทำให้ฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย เตรียมที่จะฟื้นโครงการรับจำนำข้าวที่เคยทำไว้ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น

ล่าสุดสังคมเริ่มมีความกังวลว่าหากมีการฟื้นโครงการรับจำนำข้าวจะเกิดการคอร์รัปชันครั้งใหญ่อีกรอบ ขณะที่โซเชียลมีการแชร์ต่อบทความเรื่อง "จำนำข้าวเปิดช่องทางทุจริต ทำลายโครงสร้างตลาด" เตือนไปยังพรรคเพื่อไทย

บทความนี้เขียนโดย นายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ "ดร.โกร่ง" นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปัจจุบัน ดร.โกร่ง ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา

สำหรับบทความดังกล่าวตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555 โดยมีเนื้อหาดังนี้

นโยบายและมาตรการอันหนึ่งที่น่าห่วงเพราะใช้เงินเป็นจำนวนมากมีปัญหาทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติ โครงการที่ว่านี้คือโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด กุ้ง ฯลฯ

ฟังดูว่าจะใช้เงิน 4 แสนล้านบาท มาหมุนเวียนซื้อสินค้าเกษตรเหล่านี้ นโยบายรับจำนำสินค้าเกษตรนี้เป็นนโยบายที่ล้มเหลวที่สุดตั้งแต่ทำกันมา ตั้งแต่ปี 2529 สูญเสียเงินละลายน้ำไปมากมาย โดยผลประโยชน์ไม่ได้ตกถึงมือเกษตรกรอย่างที่คิด ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับโรงสีผู้ส่งออก ลานตากมัน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพรรคพวกของนักการเมือง จึงไม่มีใครยอมเลิกโครงการนี้

เริ่มต้นชื่อก็ผิดแล้ว การรับจำนำนี้ปกติผู้รับจำนำต้องรับจำนำในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดโดยคาดว่าผู้จำนำจะมาไถ่คืน แต่การรับจำนำสูงกว่าราคาตลาดก็ไม่น่าจะเรียกว่าการรับจำนำเพราะไม่มีใครมาไถ่คืนในราคาจำนำที่สูงแล้วเอาไปขายในราคาที่ต่ำในตลาด การตั้งซื้อว่าโครงการรับจำนำจึงเป็นการตั้งชื่อหลอกลวงประชาชนเท่านั้นเอง

ในทางทฤษฎี สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศทุกตัว เราเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลกของสินค้านั้น ๆ ตลาดภายในของเรากับตลาดโลกเป็นตลาดเดียวกัน เชื่อมโยงถึงกันอย่างใกล้ชิด เพราะเราไม่มีโควตาการส่งออก ไม่มีภาษีขาออก

สินค้าเกษตรทุกตัว ยกเว้น ยางพารากับมันสำปะหลัง เช่น ข้าว จีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลก รองลงมา คือ อินเดีย และอินโดนีเซีย ตามลำดับ ในกรณีข้าวโพด อเมริกาเป็นผู้ผลิตมากที่สุด

ข้าวที่ขายหมุนเวียนในตลาดโลกจึงมีสัดส่วนไม่มาก มันสำปะหลังก็เหมือนกัน ผู้ผลิตรายใหญ่ คือ อินโดนีเชีย ในกรณียางพารา แม้ว่าประเทศเราจะยังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด แต่ก็ยังมีอินโดนีเซีย มาเลเชีย ศรีลังกา จีน และประเทศอื่น ๆ อีกมากมายผลิตด้วย

นอกจากนั้น สินค้าเกษตรทุกตัวยังมีของทดแทนกันได้เป็นคู่แข่ง เช่น ข้าว ก็มีข้าวสาลี ข้าวโพด และธัญพืชอื่น ๆ เป็นคู่แข่ง เพราะถ้าข้าวราคาแพงผู้บริโภคในจีน อินเดีย และที่อื่นก็หันไปบริโภคหม่านโถว จาปาตี บะหมี่ แทนข้าวได้ ยางพาราที่ใช้ผลิตยางรถยนต์ก็มียางเทียมที่ผลิตจากน้ำมันปิโตรเลียมเป็นคู่แข่ง มันสำปะหลังก็มีพืชจำพวกแป้งอื่น ๆ เป็นคู่แข่ง

ด้วยเหตุนี้สินค้าเกษตรทุกตัว ราคาจึงถูกกำหนดโดยตลาดโลก รวมทั้งมันสำปะหลังซึ่งเราเป็นผู้ส่งออกสำคัญเพียงรายเดียวของโลก เราจึงเป็น "ผู้รับราคา" หรือ "price taker" ไม่ใช่ผู้กำหนดราคา หรือ "price maker"

นอกจากนั้นสินค้าเกษตรทุกตัวมีปริมาณออกสู่ตลาดโลกตลอดเวลา การกักตุนเพื่อเก็งกำไรไม่สามารถทำได้ หรือการกักตุนของเราก็ไม่ทำให้ราคาตลาดโลกเปลี่ยนแปลงเพราะจะมีผู้ผลิตรายอื่นเสนอขายในตลาดโลกแทนเราและถ้าเราเก็บไว้นาน 3-4 เดือน ก็จะมีผลผลิตใหม่ออกมาแทนที่ พอเราจะขายราคาก็จะตกทันที การกักตุน จึงมีแต่ขาดทุน นอกจากมีไว้เพื่อค้าขายปกติ

ด้วยเหตุนี้ โครงการมูลภัณฑ์กันชน ระหว่างประเทศ หรือ "International Buffer Stocks" ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมูลภัณฑ์กันชนดีบุก หรือแนวคิดเรื่องมูลภัณฑ์กันชนสินค้าประเภทอาหาร โดยข้อเสนอขององค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNCTAD ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงประสบความล้มเหลว ใครเก็บกักข้าวไว้ก็เท่ากับช่วยให้คู่แข่งขายได้ก่อน ราคาอาจจะดีกว่าตอนที่เราขายทีหลัง เพราะถ้ามีใครกักเก็บ ผู้ซื้อผู้ขายก็รู้ว่ายังมีข้าวรอขายอยู่ก็จะไม่ยอมซื้อในราคาแพง

ฟังว่าจะใช้เงิน 4-5 แสนล้านบาท หมุนเวียนซื้อสินค้าเกษตรมากักตุน ก็เท่ากับคิดจะปั่นราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก หรือที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่าจะ "corner the market" ตลาดโลกข้าวมันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด จึงเป็นไปไม่ได้ คนเคยทำแล้วล้มละลายก็มีมาก ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชยการ ที่ล้มก็สืบเนื่องมาจากการพยายามปั่นตลาด หรือจะ corner ตลาดใบยาสูบ ดังนั้น เมื่อผลิตได้เท่าไร รีบส่งออกได้มากเท่าไรยิ่งดี แล้วก็ปลูกใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top