Friday, 19 June 2026
Politics

'ตรีชฎา' แนะ 'โฆษกภท.' วางกัญชาในหัวใจลงก่อน หยุดโหนคำเตือนจาก 'โทนี่' และฟังเสียงรอบข้างบ้าง

เมื่อวานนี้ (29 ก.ย. 65) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงประเด็นที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แสดงความกังวลในคลับเฮาส์หลังปรากฏภาพนักเรียนสูบกัญชาในโรงเรียน แต่กลับถูกนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทยออกมาตอบโต้ต่อว่ารัฐบาลมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมานั้นมีไว้ตามโครงสร้างเท่านั้น ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติในภาพรวม ทั้งในแง่ของการควบคุมการใช้และบทลงโทษ หากระเบียบที่มีอยู่บังคับใช้ได้ผลจริง เหตุใดจึงยังมีข่าวเด็กและเยาวชนเสพกัญชาในสถานศึกษา มีเหตุการเสพยาเสพติดอื่น ๆ จนทำร้ายร่างกาย เกิดเหตุอาชญากรรมเสียชีวิตมากมายเต็มเมืองแบบนี้ อยากให้นายภราดรวางกัญชาในหัวใจลงก่อน แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่นายทักษิณสะท้อนมาจะเป็นประโยชน์อย่างมาก อย่าลืมว่ายุคที่นายทักษิณเป็นนายกฯ เป็นยุคที่มีนโยบายทำสงครามกับยาเสพติด ไม่มียาเสพติดราคาถูก ไม่มีลูกหลานเข้าถึงและติดยาเสพติดมากเหมือนทุกวันนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรรับฟังโดยควรมีกฎหมายออกมาเพื่อควบคุมและมีบทลงโทษ ไม่ใช่ปล่อยเสรีแล้วมาตามควบคุมภายหลัง เพราะจะควบคุมไม่อยู่ ดังสุภาษิตคำพังเพยไทยว่ากว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ และจะไหม้เหมือนไฟไหม้ฟาง   

น.ส.ตรีชฎา กล่าวต่อว่า การที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชาเสนอเข้าสภาวาระ 2 ถูกทักท้วง พรรคร่วมรัฐบาลเดียวกันยังไม่เอาด้วยจนถูกดึงออกไปก่อน นายภราดรควรไปจัดการไล่เบี้ยเคลียร์กันให้รู้เรื่องในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ควรแสดงตัวโหนกระแสหาซีนจากคำเตือนของนายทักษิณแบบนี้ อยากให้นายภราดรกลับไปฟังคลิปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดเองว่าพี้ในบ้านได้ แม้จะออกมาบอกภายหลังว่าไม่สนับสนุนการนันทนาการคงไม่ทันการแล้ว และการที่มีคลิปนักเรียนหญิงชายเสพกัญชาในโรงเรียน โดยโยนความผิดชอบไปที่ผอ.โรงเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงเท่านี้ก็กระจ่างถึงวุฒิภาวะการเป็นผู้นำแล้ว ว่าการเป็นผู้บริหารที่ดีควรรู้จักการยอมรับผิดเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อผิดต้องหาทางแก้ไขและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน

'บิ๊กป้อม' สั่งติดตาม 'พายุโนรู' อ่อนกำลัง ย้ำ!! เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง - เร่งช่วยเหลือปชช.

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รอง นรม.เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สทนช.และ มท. ยังคงติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากพายุโนรูที่อ่อนกำลังลงต่อเนื่องไป โดยขอให้ สทนช.และกรมชลประทาน บริหารจัดการรักษาสมดุลการระบายน้ำทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน โดยคำนึงผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่และพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับขอให้ฝ่ายปกครอง ให้ความสำคัญทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่มีฝนตกหนักน้ำสะสมต่อเนื่อง อันอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลันได้ โดยให้แจ้งเตือนและนำประชาชนออกจากพื้นที่ให้ทันกับเหตุการณ์ และยังคงเฝ้าระวังให้การช่วยเหลือประชาชนริมฝั่งแม่น้ำสายหลัก ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำริมสองฝั่งที่สูงขึ้น จากการระบายน้ำท้ายเขื่อนที่มากขึ้น

พร้อมกันนี้ จากสถานการณ์พายุที่เริ่มอ่อนกำลังลง พล.อ.ประวิตร’ ยังได้ย้ำ ขอให้ฝ่ายปกครองในทุกพื้นที่ประสบอุทกภัย เร่งหนุนเรื่องเข้าไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ต่อเนื่องกันไป เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลับมาใช้ชีวิตโดยปกติเร็วที่สุด โดยเฉพาะการเร่งเข้าไปช่วยเหลือดูแลโรงเรียนและวัดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เด็กนักเรียนส่วนใหญ่สามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติโดยเร็ว
 

ศาลรธน. เคาะ ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯยังไม่ถึง 8 ปี ชี้ วาระนายกฯให้เริ่มนับตั้งแต่ 6 เม.ย. 60

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดลง โดยเจตนารมณ์ของ รธน.มาตรา 158 วรรคสี่ ที่กำหนดระยะเวลาการเป็นนายกฯ รวมกันไม่เกิน 8 ปีนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ รธน.2560 ใช้บังคับ คือวันที่ 6 เม.ย.2560

วันนี้ (30 ก.ย. 65) เมื่อเวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยตามคำร้องที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 2 ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยโดยมติเสียงข้างมากว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากเจตนารมณ์ของมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมกันไม่เกิน 8 ปีนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ นั่นคือวันที่ 6 เมษายน 2560 ดังนั้น ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธจึงยังไม่ครบ 8 ปี และยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้อีก

'ส.ส.เพื่อไทย' จี้ รบ.-ส่วนกลาง ช่วยปชช. ด่วน!! โอดกฎเหล็ก กกต. ทำให้ช่วยชาวบ้านได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ (30 กันยายน 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ทำคลิปรวบรวมปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู และสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่เพื่อจี้ให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาในจังหวัดอุบลราชธานีโดยด่วน เนื่องจาก ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ถูกกฎเหล็กของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ห้ามไม่ให้ลงไปดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในสถานการณ์ดังกล่าว 

โดยนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุลราชาธานี เขต 7 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ที่ตำบลท่าเมือง น้ำเข้าท่วมพื้นที่หมดแล้ว และน้ำกำลังเพิ่มระดับมาท่วมถึงพื้นที่ถนนแล้ว โดยนายอำเภอท่าเมืองระบุว่า พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน ต้องขนย้ายวัว และสัตว์ไปไว้ที่สูง พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมไป 3,500 กว่าไร่แล้ว ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเกี่ยวกับอาหารสัตว์ที่ขาดแคลนเนื่องจากพื้นที่นาน้ำท่วม ไม่สามารถหาอาหารสัตว์ได้ จึงขอให้กรมปศุสัตว์เร่งเข้ามาดำเนินการให้ความช่วยเหลือในส่วนนี้ 

ขณะที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ขอให้รัฐบาลเร่งเข้ามาดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเรื่องถุงยังชีพก่อน อยากถามรัฐบาลว่า สถานการณ์น้ำท่วมในวันนี้ ได้มีการเตือนกันก่อนล่วงหน้าว่าน้ำจะท่วม ทุกหน่วยงานต้องออกมาดูแล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลทำอะไรอยู่ ขณะเดียวกัน ท่านยังให้ กกต. ประกาศว่าห้ามผู้แทนราษฎรลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถดำเนินการแจกของช่วยชาวบ้านได้ แต่ฝ่ายค้านทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนกับมัดมือชก ดังนั้น อยากให้รัฐบาลพิจารณากติกาที่ กกต. กำหนด โดยยึดโยงกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะอุทกภัยไม่ได้เกิดทุกปี หรือไม่รัฐบาลต้องเร่งออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะพวกท่านห้ามผู้แทนทำอะไรเลย 

ด้าน นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1 พรรคเพื่อไทย ได้อัดคลิปพาเยี่ยมพี่น้องประชาชนในศูนย์อพยพซึ่งมีกว่า 142 ครัวเรือน มาจากชุมชนวัดบูรพา ชุมชนสาธารณะ 11 ไร่ ชุมชนบ่อบำบัดน้ำเสีย ชุมนุมวัดโรมัน ชุมชุนพนม 1 พนม 2 และบุ่งกระกาแซว โดยนายวรสิทธิ์ ระบุว่า ตั้งแต่พายุโนรูเข้ามา น้ำขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ขึ้นมาถึง 90 เซ็นติเมตรแล้ว ประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีเดือดร้อนมาก แต่รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ปล่อยภาระทุกอย่างให้เป็นของท้องถิ่น วันนี้ท้องถิ่นต้องเป็นผู้ดูแลพี่น้องประชาชนเอง ในขณะที่น้ำท่วมเป็นวงกว้าง อย่างเขตเทศบาลนครอุบลฯ แม้พื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ริมน้ำก็ท่วม วันนี้เทศบาลนครอุบลฯ ยังมีงบประมาณในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่ แต่ท้องถิ่นใกล้เคียงไม่มีงบประมาณที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้เลย อยากขอให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา ไม่ใช่เอารัฐมนตรี หรือตัวแทนของรัฐบาลเข้ามาดูชั่วคราว แต่ไม่มีมาตรการอะไรช่วยเหลือประชาชนเลย 

วันนี้ท้องถิ่นต้องรับปัญหาทุกอย่าง รัฐบาลต้องเร่งเยียวยาประชาชนทุกครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงคนที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ด้วย วันนี้ผู้แทนฯ ติดข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตนในฐานะผู้แทนฯ ที่ไม่เคยปล่อยให้พี่น้องประชาชนทุกข์ยาก เราช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกครั้งที่มีเหตุลักษณะนี้ แต่วันนี้กลับมีกฎหมายไม่ให้ตนช่วยประชาชนเลย ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน โดยการตั้งศูนย์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ช่วยคือต้องช่วยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ส่งตัวแทนของรัฐบาลลงมาดูเฉย ๆ และหลังจากน้ำท่วมแล้วอยากให้รัฐบาลจัดงบประมาณลงมาเยียวยาประชาชนเป็นการด่วน วันนี้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ เสียหาย ขณะที่ประชาชนหาเช้ากินค่ำก็ไม่สามารถออกไปทำงานได้อีก นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลจัดทำแผนฟื้นฟูสาธารณูปโภค และการคมนาคมหลังน้ำลดเป็นการด่วนด้วย

ด้าน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี เขต 10 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ไปลงพื้นที่พบชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน เราอยากจะช่วยเขาบ้างตามกำลัง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ในขณะที่ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ หาว่าเราไม่ดูแล การไปพบชาวบ้านทุกครั้งเราจึงต้องอธิบายให้ฟัง แต่ชาวบ้านก็รู้สึกว่า เป็น ส.ส.ยังไง ไม่ช่วยเหลือประชาชน นี่คือความลำบากของคนเป็นผู้แทน ยุคกฎเหล็ก 180 วัน ของกฎหมายเลือกตั้ง ที่เมื่อมีเหตุอุทกภัย ภัยพิบัติ ส.ส.พื้นที่ได้แต่มองตากันปริบ ๆ เพราะกฎหมายกำหนดเหมือนมัดมือ ส.ส.ไว้ แต่ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลทำได้ นี่คือความเหลื่อมล้ำ ทั้งนี้ เปิดสภาฯ ตนจะปรึกษาทางพรรคเพื่อไทย และทุกพรรคการเมือง ขอเสนอแก้กฎหมายมาตรานี้ทันที 

นายเอกชัย ทรงอํานาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปกติเมื่อเกิดน้ำท่วมในพื้นที่จะช่วยเหลือกัน แต่ปีนี้การช่วยเหลือลำบากมาก เพราะเป็นปีที่จะมีการเลือกตั้ง ทำให้ติดปัญหาเรืองการประสานงานให้ความช่วยเหลือ สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ นำการช่วยเหลือจากส่วนกลางลงมาโดยเร็ว เพราะพื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบจะส่งผลถึงปัญหารายได้ของประชาชนด้วย และหากน้ำท่วมอยู่นานประชาชนจะประสบปัญหาเรื่องอาหารการกินในศูนย์ผู้ประสบภัย รัฐบาลต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้ เพราะผู้แทนราษฎรติดปัญหาจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในข้อนี้ได้

‘ก้าวไกล’ ร่อนแถลง ชี้!! เป็นอีกครั้งที่ประชาชนสิ้นหวัง หลังศาลฯ วินิจฉัย ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯ ยังไม่ถึง 8 ปี

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 2565) พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ 8 ปี โดยให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลบังคับใช้

แถลงการณ์พรรคก้าวไกล ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี ‘8 ปี ประยุทธ์’ มีดังนี้

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้ประชาชนไทยรู้สึกสิ้นหวัง

มิใช่สิ้นหวังเพียงเพราะบุคคลอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ แม้ขาดทั้งความชอบธรรมทางการเมืองและความสามารถในการบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้า

แต่สิ้นหวัง เพราะคำวินิจฉัยในวันนี้ยิ่งตอกย้ำให้ประชาชนเคลือบแคลงใจ ว่าสถาบันตุลาการของบ้านเมืองที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กลับกำลังปกป้องคุ้มครองการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร มากกว่าปกป้องคุ้มครองหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ จะตรงกันข้ามกับคำวินิจฉัยตามสามัญสำนึกของประชาชน แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมายาวนานเกินกว่า 8 ปีแล้ว ผ่านการทำรัฐประหารและการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ

ตราบใดที่สังคมไทยยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ก็จะยังถูกใช้เป็น ‘อาวุธ’ ของระบอบการเมืองที่อำนาจสูงสุดไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง หนทางเดียวในการคืนประเทศให้กับประชาชน คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้ประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

แม้การเลือกตั้งครั้งใหม่ จะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้พิพากษา พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยมือของตนเอง แต่ตราบใดที่รัฐธรรมนูญ 2560 ยังไม่ถูกรื้อ ประเทศไทยจะยังไม่หลุดพ้นจากวังวนของระบอบรัฐประหาร

เปิดรายชื่อ 6 ตุลาการศาลรธน. ให้ 'บิ๊กตู่' ไปต่อ พร้อม 3 เสียงข้างน้อย ให้พอแค่นี้

(30 ก.ย. 2565) เมื่อเวลา 15.00 น. ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่

ล่าสุดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ให้นับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป

มีรายงานข่าว เผยว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง โดย 6 เสียงข้างมาก ประกอบด้วย 
1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 
2. นายปัญญา อุดชาชน 
3. นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 
4. นายจิรนิติ หะวานนท์ 
5. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์
และ 6. นายวิรุฬห์ แสงเทียน

ส่วน 3 เสียงข้างน้อย ประกอบด้วย 1. นายนครินทร์​ เมฆไตรรัตน์ 2. นายทวีเกียรติ​ มีนะกนิษฐ์และ 3. นาย​นภดล เทพพิทักษ์


ที่มา: https://www.thaipost.net/hi-light/233091/

'บิ๊กตู่' ฟิตจัด!! กร้าวเดินตามกลยุทธ์ 3 แกนโดยเร็วที่สุด หลังมติคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ไปต่อ!!

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยโดยมติเสียงข้างมากว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากเจตนารมณ์ของมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมกันไม่เกิน 8 ปีนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ นั่นคือวันที่ 6 เมษายน 2560 ดังนั้น ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธจึงยังไม่ครบ 8 ปี และยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้อีก ว่า...

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ

ผมขอแสดงความเคารพอย่างสูง ต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคน สำหรับกำลังใจและความปรารถนาดี ที่มอบให้ผมมาโดยตลอด

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสให้ผมได้พิจารณาและตระหนักมากขึ้นว่า ผมจะต้องใช้เวลาอันมีค่าที่มีอยู่อย่างจำกัดของรัฐบาล ในการติดตามและผลักดันโครงการสำคัญต่างๆ มากมาย ที่ผมได้ริเริ่มเอาไว้ ให้เดินหน้าและเสร็จสมบูรณ์ สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับบ้านเมือง และสร้างอนาคตให้กับลูกหลานของเรา

โดยผมจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด และใช้ศักยภาพของผมอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นในภารกิจการพลิกโฉมประเทศ ตามกลยุทธ์ 3 แกน ที่ผมได้เคยกล่าวไว้ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

สำหรับเรื่องการเมือง และประเด็นต่างๆ รายวันนั้น ผมจะมอบให้เป็นหน้าที่ของท่านอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อไป

เรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ตามกลยุทธ์ 3 แกน ก็คือ การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญๆ ของประเทศให้เสร็จสมบูรณ์ – ทั้งถนน ทางรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ ตลอดจนโครงการอื่น ๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ในการสร้างอนาคตของประเทศ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับประชาชนทั่วประเทศในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำมาค้าขาย การเรียนรู้ และอื่น ๆ ด้วยการเข้าถึงระบบออนไลน์ได้อย่างทั่วถึง

โครงการต่างๆ เหล่านั้น เป็นโครงการที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนริเริ่มและดำเนินการได้ ในสเกลที่ใหญ่และบูรณาการขนาดนี้ โดยผมได้เริ่มต้นโครงการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไป จนบรรลุผลสำเร็จ และเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ดังนั้นแม้ว่าบางโครงการจะไปเสร็จสมบูรณ์ในช่วงเวลาของรัฐบาลอื่น ก็จะต้องสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยความเรียบร้อย ไม่ติดขัด หรือมีอุปสรรคอันใด

เพราะโครงการต่างๆ เหล่านั้น มีความสำคัญอย่างที่สุด เป็นเครื่องรับประกันที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และเปิดโอกาสให้คนนับล้านๆ คน สามารถสร้างความรุ่งเรืองให้กับตัวเองได้

'ชัยวุฒิ' วอนหยุดม็อบการเมือง ปล่อยรัฐช่วยน้ำท่วมเต็มที่ ยังมีผู้ประสบภัยจาก 'พายุโนรู' ที่รอการช่วยเหลืออีกมาก

(30 ก.ย. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำภาคกลาง ที่ จ.สิงห์บุรี พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจราชการ พื้นที่ภาคกลาง ในวันจันทร์นี้

โดย รมว.ดีอีเอส กล่าวนำความห่วงใย จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาให้กำลังใจ เเละติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมซึ่งพลเอกประวิตร จะลงพื้นที่ ภาคกลางในวันจันทร์นี้

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันมีผลกระทบในหลายพื้นที่ วันนี้ได้ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อติดตามความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ 'พายุโนรู' รวมถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้หารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องเร่งจัดการ ตั้งแต่การให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง หน่วยแพทย์ พยาบาล เข้าถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับผลกระทบจากพายุและน้ำท่วมขัง โดยหากที่พักอาศัยของครอบครัวใดประสบเหตุจากน้ำท่วมหนัก ก็จะมีหน่วยงานเข้าดูแลและเร่งพาไปศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้ ได้กำชับให้เตรียมน้ำ อาหาร ยารักษาโรค ห้องน้ำเคลื่อนที่ 

ขณะเดียวกัน ก็เร่งให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน หากพื้นที่ใดประสบเหตุน้ำท่วมหนัก ก็จะเร่งการเปิดทางระบายน้ำท่วมขังโดยทันที ทั้งนี้หากสถานการณ์คลี่คลายเเล้ว ทางรัฐบาลได้มีการเตรียม มาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ให้เร็วที่สุดด้วย พร้อมกับฝากประชาชนว่า รัฐบาลทำงานต่อขอให้มั่นใจใน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าท่านตั้งใจช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และขอร้องกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ว่า ขอให้เห็นใจ ประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ขอให้รัฐบาลได้ทำงานเต็มที่ ในการรับมือน้ำท่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจะดีกว่าการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะที่กฎหมายเลือกตั้งยังไม่เสร็จ 

พท.ออกแถลงการณ์ ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้ ตัดสินให้ ‘บิ๊กตู่’ อยู่ต่อ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

พท.ออกแถลงการณ์ลั่นไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาล รธน. โวยมีปัญหาความชอบด้วย รธน. ห่วงการตีความที่ไร้หน่วยตรวจสอบได้ ปลุกทุกฝ่ายหาทางออก

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคพท.อ่านแถลงการณ์พรรค พท.กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่สิ้นสุดลงว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยตามคำร้องที่ประธานสภาฯ ได้ขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งมาครบ 8 ปีในวันที่ 24 ส.ค. 65 โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่สิ้นสุดลง โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลใช้บังคับนั้น จะเห็นได้ว่าภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าว เชื่อได้ว่าจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักวิชาการและประชาชนในวงกว้าง ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ซึ่งพรรคพท.เคารพในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและผลผูกพันแห่งคำวินิจฉัย แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในเหตุผลแห่งคำวินิจฉัย 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญของประเทศไทยเป็นรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร การตีความต้องยึดตามบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษร และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญประกอบกัน เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 264 บัญญัติห้ามการดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี และให้ถือว่าคณะรัฐมนตรีที่มีอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ด้วย ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์แม้จะดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ แต่เมื่อถือเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ด้วย ข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ลงวันที่ 24 ส.ค. 57 ก็ยังคงมีผลใช้อยู่ต่อเนื่องมาภายหลังวันที่ 6 เม.ย. 60 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ การตัดตอนเอาวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ เป็นวันเริ่มดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ไม่อาจหาตรรกะใดมาอธิบายได้ อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏชัดในบันทึกของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนวันรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับรวมด้วย อันถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ประชาชนก็รับรู้เป็นการทั่วไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งมาแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 57 ซึ่งครบ 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค. 65

'บิ๊กตู่' สั่งการทุกเหล่าทัพ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมเข้าฟื้นฟูหลายพื้นที่ หลังพายุโนรูอ่อนกำลัง

พลเอกคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ำสั่งการทุกเหล่าทัพ ให้คงการสนับสนุนรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่ต่อเนื่องกันไป หลังสถานการณ์พายุโนรูอ่อนกำลัง โดยยังให้ร่วมเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ที่ฝนยังตกหนักสะสมต่อเนื่อง และให้ช่วยเหลือเร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ชุมชนลงลำน้ำสายหลักให้เร็วขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกัน ให้เตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ทันที เมื่อสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top