Friday, 19 June 2026
Politics

‘เพื่อไทย’ เตือนตู่ หยุดประเคน ‘กองทัพ’ ถลุงซื้ออาวุธ ชี้!! งบความมั่นคง 2 แสนลบ. ดูเกินความจำเป็น

‘พรรคเพื่อไทย’ เตือน ‘บิ๊กตู่’ หยุดประเคนงบฯ ความมั่นคง 2 แสนล้านบาทแก่กองทัพ หลังพบหลายส่วนงบประมาณเกินความจำเป็น ชี้ เวลานี้ชาวบ้านยังลำบาก ควรนำงบมาจัดสรรเพื่อดูแลประชาชนก่อน

นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กล่าวว่า “ขอเตือนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เงินงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินของประชาชน มีไว้เพื่อดูแลประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อซื้ออาวุธประเคนกองทัพ การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งเครื่องบินรบ เรือดำน้ำและรถหุ้มเกราะของกองทัพ มันไม่มีความจำเป็นในช่วงที่ประเทศและประชาชนกำลังยากลำบากจากวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตโรคระบาด ควรนำงบฯ ไปแก้วิกฤตและปัญหาให้ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า” 

นพพล กล่าวอีกว่า ในการจัดสรรงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น พบความพยายามจัดสรรเกินความจำเป็น ไม่ตรงกับวิกฤตปัญหา ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศ

ครม. เคาะ 1.4 หมื่นล้าน จ่ายค่าตอบแทน-ค่าเสี่ยงภัย ให้บุคลากรทางการแพทย์ - สาธารณสุข

ครม. อนุมัติงบ 14,510 ล้านบาท จ่ายค่าตอบแทน-ค่าเสี่ยงภัย ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 6 โครงการ 

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบกรอบวงเงิน 14,510.3059 ล้านบาท สำหรับชำระค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัย แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จากภารกิจที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการปรับกรอบวงเงินของโครงการให้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจนถึงเดือน มิ.ย. 2565 และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง จำแนกค่าใช้จ่ายตามประเภทบุคลากรทางการแพทย์ ระยะเวลาที่ค้างจ่ายเป็นรายเดือน ตลอดจนปรับแผนการดำเนินงาน แผนเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับกิจกรรมภายใต้โครงการในกลุ่มดังกล่าว

ก้าวไกล ติง ‘ทัพฟ้า’ ควรฟังเสียงประชาชน อย่าดึงดันซื้อบินรบ F-35A ในภาวะวิกฤติ

อดีตทหารอากาศ ‘พรรคก้าวไกล’ จวกกองทัพบก ของบซื้อเครื่องบินรบ ในขณะที่ประชาชนเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ

ธนเดช เพ็งสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตลาดพร้าว วังทองหลาง พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่พลอากาศตรี ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงผลกระทบกรณีการเลื่อนโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน หลังจาก กมธ. ตัดงบประมาณจัดซื้อ ‘F-35 A’ ว่า ปัจจุบันกองทัพอากาศมีเครื่องบินขับไล่โจมตี 5 ฝูงบิน โดยได้ปรับปรุงขีดความสามารถของอากาศยานที่มีอยู่ เพื่อให้ดำรงขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจเอาไว้

ธนเดช ระบุว่า ตนในฐานะอดีตทหารอากาศ ตระหนักและเข้าใจดีถึงความสำคัญของการจัดเตรียมกำลังให้มีขีดความสามารถและศักย์กำลังรบพร้อมรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นอยู่เสมอ การจัดซื้ออาวุธหรือฝูงบินรบที่ทันสมัยอย่าง F-35A  ที่กำลังเป็นข่าวก็เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ควรอยู่บนยุทธศาสตร์ที่มีการวางแผนอย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุดและสามารถตอบคำถามประชาชนได้ ไม่ใช่จัดซื้อเพราะได้ลดราคา

ที่สำคัญคือตอนจะซื้อก็ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ กรณี F-35A นี้ ถ้าจำกันได้ ในเดือนมกราคมก็ผ่านเข้าครม. ทั้งที่ประชาชนกำลังอยู่ในช่วงข้าวยากมากแพง แถมยังโดนผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมัน ไฟฟ้า ปุ๋ย อาหารสัตว์แพงไปหมด ส่งผลให้ค่าครองชีพต่าง ๆ ก็แพงไปด้วย มีหลายครอบครัวครับที่ถึงกับต้องให้ลูกหลานออกจากโรงเรียนกลางคัน และมีการประเมินกันว่า ตัวเลขในปีนี้อาจมีเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากการศึกษาถึงล้านคน แทนที่ท่านจะเอาเงิน 7,400 ล้านบาทก้อนแรกที่ท่านจะใช้ ไปทำในสิ่งที่จำเป็นเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือเด็ก ๆ กองทัพควรตระหนักได้ว่าทรัพยากรมนุษย์นี่ล่ะ คือ ความมั่นคงในอนาคตของจริง แต่ท่านกลับเอาแต่งอแงเหมือนเห็นของเล่นใหม่ 

ภูมิธรรม ซัด!! ประยุทธ์ ถึงเวลามียางอาย คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน

23 สิงหาคม 2565 นี้ ‘ประยุทธ์’ จะครองอำนาจครบ 8 ปี จะได้รู้กันว่าใครสนับสนุนเป็นเนติบริกรคุ้มครองให้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยไม่รู้จักอายและไม่สนใจว่าจะ ย่ำยี หลักการรัฐธรรมนูญซ้ำ ๆ ครั้งที่เท่าไหร่
...ถึงเวลา มียางอาย คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน

ภูมิธรรม เวชยชัย 
ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
2 สิงหาคม 2565

ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความหัวข้อ ‘สิงหาคม 2565 ประยุทธ์ ครองอำนาจที่ยึดมาจากประชาชน และเป็นนายกฯ ต่อเนื่อง ครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ ได้เวลา มียางอาย คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน’ ระบุว่า 8 ปี ภายใต้ระบอบการเมืองแบบ ‘ประยุทธ์’ ซึ่งใช้อำนาจที่ยึดมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งบริหารประเทศ 4 ปีกว่า แล้วจัดแจงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับ ‘เผด็จการอุ้มสม’ โดยอาศัยฐานอำนาจของ 3 ป. ทั้งส่วนของกลุ่มทุน ทหาร ข้าราชการเกษียณ จัดการเลือกตั้งสร้างกลไก ส.ว. และ พรรคการเมืองบางส่วนที่ไร้อุดมการณ์กลับคำที่ให้ไว้กับประชาชน ยกมือยอมให้ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลที่ไม่เคยใส่ใจทุกข์ยากของประชาชนเข้ามาบริหารประเทศต่อเนื่อง

‘ประยุทธ์’ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่เคยฟังเสียงประชาชน ไม่เคยมีนโยบายที่สร้างความหวังให้ประชาชนและประเทศชาติ จะมีก็แต่มาตรการเจียดเงินมาจ่ายแจกทีละน้อย คิดแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบบ ‘ปัดปัญหาออกพ้นตัว’ มากกว่าการดำเนินนโยบายที่ส่งผลเชิงโครงสร้าง และภาพรวมของการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะปัญหาเหลื่อมล้ำซึ่งส่งผลในระยะยาว

การครองอำนาจยาวนานถึง 8 ปีภายใต้ฐานอำนาจ ฐานทุนที่จับมือร่วมกัน เป็นการบริหารที่สร้างผลประโยชน์ผูกขาดอย่างมหาศาลให้ประยุทธ์และพวกพ้อง เป็นการบริหารประเทศโดยผู้นำที่ขาดคุณสมบัติทุกประการ ทั้งความรู้ วิสัยทัศน์ มารยาท วุฒิภาวะทางอารมณ์ และความชอบธรรม

8 ปีภายใต้การบริหารของ ‘ประยุทธ์’ เราได้เห็นการทำสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นถูก แบบหน้าไม่อาย ทำลายหลักนิติธรรม นิติรัฐ เพียงเพื่อให้ตัวเองและพวก ยังคงอยู่ในอำนาจต่อไปได้ พร้อมกับสกัดกั้นกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างในทุกรูปแบบ

วันนี้เราจึงได้เห็น วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อประชาชนและหลักการประชาธิปไตย กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ซ่อนเร้นอำนาจและผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ ซึ่ง ‘ประยุทธ์และพวก’ ร่วมกันออกแบบ แก้ไข เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจ โดยไม่คำนึงถึงหลักการใด ๆ ทั้งที่รัฐธรรมนูญในประเทศประชาธิปไตยทั่วไปเป็นกฎหมายสูงสุด ใช้เป็นหลักในการปกครองของทุกประเทศ โดยให้เกียรติให้คุณค่ากับประชาชน เห็นประชาชนเป็นใหญ่ และต้องออกแบบให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงเป็นเสมือนหลักยึด เพื่อให้เกิดระบบการเมืองที่สร้างสมดุลและคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพตลอดจนผลประโยชน์ของทุกคนในสังคม

แต่…สำหรับรัฐธรรมนูญประเทศไทย ภายใต้การนำของประยุทธ จันทร์โอชา ที่ยกมือยิ้มร่ายอมรับว่าเป็นผู้นำรัฐประหาร อย่างหน้าชื่นตาบาน นอกจากจะยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ยังสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะควบรวมครอบอำนาจกลับมาไว้ที่ตนเองทั้งหมด ไม่เคยตระหนักรู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกขมขื่นแค่ไหน ไม่เคยรู้ว่าสังคมโลกมองผู้นำประเทศไทยอย่างไร เพราะผู้นำคนนี้ ไร้สำนึกรู้ถึงความน่าละอายของการทำรัฐประหาร ที่เป็นต้นเหตุฉุดรั้งประเทศและคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่ม ให้ตกต่ำถึงขีดสุด

ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ จึงไม่ได้ทำเพราะผลประโยชน์ประชาชน แต่ใช้อำนาจ สั่งการแก้ไขเพื่อให้ตนและพวกพ้องอยู่ในอำนาจได้ยาวนานที่สุด ทำให้รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ขาดความน่าเชื่อถือ ไร้หลักการประชาธิปไตย

….ประเทศไทย รัฐบาลไทย รัฐสภาไทย เราเดินมาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร ?

คำตอบ คือ เพราะ 8 ปีของประยุทธ์นั้นกล้ากระทำการทุกเรื่องที่ผิดหลักการ ผิดกติกาได้เพราะถือดีว่า ‘พวกตนยึดกุมและควบรวมอำนาจการปกครองในประเทศ’ ไว้เพียงกลุ่มเดียว …ดังนั้น อยากทำอะไรก็ทำได้ไม่เกรงกลัวใคร เนื่องจากมีกลไก ส.ว. 250 คน ซึ่งล้วนเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาและพวกพ้อง กำหนดให้มีอำนาจล้นพ้น สามารถ ควบคุมกติกา กำหนดตัวนายกรัฐมนตรี และทำทุกอย่างตามใบสั่ง โดยไม่ได้ตระหนักและคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีของตำแหน่ง ส.ว. แต่ทำให้กลายสภาพจากที่ปรึกษาในสภาฯ มาเป็นลิ่วล้อหุ่นยนต์ ยกมือเพื่ออุ้ม ‘ประยุทธ์’ คนเดียว

‘ส.ส.ชนก’ เมิน พปชร.บุกหนองคาย บอกดี จะได้มาตอบคำถามปชช. นโยบายที่หาเสียงไว้เมื่อไหร่จะทำได้จริง

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งปี 2544 เป็นต้นมา พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาเป็นพรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคายได้ส.ส.ยกจังหวัดมาโดยตลอด พรรคเพื่อไทยครองใจพี่น้องประชาชนคนจังหวัดหนองคายตลอดมามากกว่า 20 ปี เพราะนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียงลงมือทำได้จริง แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ตรงตามความต้องการ  ไม่ว่าจะเป็น 30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง, หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP), หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน, หนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน,หวยบนดิน, ครัวไทยสู่ครัวโลก, ประกาศสงครามกับยาเสพติด และอีกหลายนโยบาย ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบ เป็นนโยบายที่ทำให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ส.ส.จังหวัดหนองคายจากพรรคเพื่อไทยไม่มีบ้านใหญ่ ไม่มีนายทุน และการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็ได้คะแนนแบบถล่มทลาย

น.ส.ชนก กล่าวอีกว่า หลังการรัฐประหาร และการครองอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมีข้อเปรียบเทียบจากการบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่ชัดเจน ตนรู้สึกดีใจเสียด้วยซ้ำที่ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐมาเยือนจังหวัดหนองคายในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ เพราะท่านจะได้มาตอบคำถามที่พี่น้องประชาชนที่รอคอยมาตลอดจากนโยบายที่หาเสียงไว้เมื่อปี 2562 ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน, ข้าวเจ้า 12,000 บาท/ตัน, ยางพารา 65 บาท/ตัน, นโยบายมารดาประชารัฐ, ค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท, เบี้ยเลี้ยงชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท/เดือน เมื่อไรจะเกิดขึ้นจริง และยิ่งตอนนี้ต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ค่าครองชีพ เพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ปุ๋ยแพงยันเกลือแพง พรรคพลังประชารัฐในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะได้มาตอบคำถามพี่น้องประชาชน

'โทนี่' เดือด!! โยนเผือกร้อนให้ 'ลูกสาว' กลับไทยปีไหน กลับอย่างไร ไปถามดู

'ทักษิณ' ยังเพ้อไม่หยุด โยนเผือกร้อนให้ลูกสาวเป็นคนพูดว่าจะกลับไทยปีไหน กลับอย่างไร ลั่นไม่ให้ความสำคัญกับคนที่ท้าทาย ชีวิตจะเป็นคนกำหนดเอง

(3 ส.ค. 65) เฟซบุ๊กแฟนเพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย เผยแพร่คำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวใน CARE ClubHouse หัวข้อ 'คุยสุดตาซ วาดอนาคตคน Gen Z .' เมื่อค่ำวันอังคาร ตอนหนึ่งว่า...

“กลับแน่นอน อยากรู้รายละเอียดให้ไปถามลูกสาวผม”

มีคนถามว่า 'พี่โทนี่จะกลับไทยเมื่อไหร่เพราะมีคนท้าในสภา'

'แรมโบ้' หอบดอกไม้ร่วมยินดี 'รวมไทยสร้างชาติ' ลั่น!! ตั้งพรรค 'เทิดไท' หนุน 'ประยุทธ์' เหมือนเดิม

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้มามอบดอกไม้แสดงความยินดีพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมกล่าวว่า ถึงเวลานี้หากจะถามว่าสนับสนุนชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตนขอบอกว่าในอดีตที่ได้ร่วมเป็นผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาตินั้นสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แต่ในวันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติจะเสนอชื่อใครคงต้องแล้วแต่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ตนมาในวันนี้เพียงมาแสดงความยินดี เมื่อได้ขุดหลุมสร้างตอม่อสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติมาแล้ว แต่ก็ได้ลาออกแล้ว จากนี้ก็ยกภารกิจให้นายพีระพันธุ์และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ไปสานต่อ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ตนเคยบอกว่าหัวหน้าพรรค ๆ นี้คือบิ๊ก 'ต' นั่นคือบิ๊กตุ๋ย นายพีระพันธุ์ ตนภูมิใจที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้ขับเคลื่อนเพื่อทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในอนาคต จึงขอร่วมแสดงความยินดี และโดยส่วนตัวไม่ว่าตนจะทำงานที่ไหนพรรคใดยังคงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป 

‘บิ๊กตู่’ เตรียมลงพื้นที่กาญจนบุรี 4 ส.ค.นี้ ติดตามแก้ปัญหาน้ำแล้ง – ดูแผนฟื้นฟูท่องเที่ยว

‘บิ๊กตู่’ เตรียมลงพื้นที่กาญจนบุรี 4 ส.ค.นี้ ติตตามข้อสั่งการแก้ปัญหาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค-เกษตร และการปรับภูมิทัศน์สองฝั่งแม่น้ำแคว แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชาวกาญจน์ พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่        

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 4 สิงหาคม 2565 เพื่อติตตามการดำเนินงานตามข้อสั่งการ และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีกำหนดการ ดังนี้ โดยช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะติดตามการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็น พื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและมีภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบเชิงเขา และเป็นพื้นที่เขตเงาฝน ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน รวมทั้งขาดแคลนระบบชลประทาน ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับ “โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง”15 โครงการ ครอบคลุม 11 จังหวัด ไว้เป็น “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากภาวะวิกฤตภัยแล้ง 

ศาลรับฟ้อง คดีหมิ่นประมาท 'กัลฟ์' นัดสอบคำให้การครั้งแรก 10 ต.ค.

(3 ส.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีดำที่ อ1659/2564 ที่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดย นายเนติพงศ์ โฆมานะสิน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ยื่นฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

นัดฟังคำสั่งวันนี้ ผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์ มาศาล ส่วน จำเลยไม่มา

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์มีนายเนติพงศ์ โฆมานะสิน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ มาเบิกความพร้อมแสดงพยานหลักฐานเป็นเอกสารและวัตถุ พยาน ได้ความว่า จำเลยได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 16 เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 64 โดยกล่าวพาดพิงโจทก์ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงอนุญาโตตุลาการ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ บริษัทไทยคมซึ่งมีคดีพิพาทอยู่กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โจทก์เป็นนายทุน ที่มาฮุบและกินรวบกิจการดาวเทียมของรัฐมาเป็นของตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ จ่ายสินบนให้แก่ ข้าราชการ ศาล ทหาร และหน่วยงานอื่น ๆ ผ่านช่องทางการถ่ายทอดสดของ สถานีโทรทัศน์รัฐสภา เพจเฟชบุ๊ก ช่องยูทูป ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปดูการอภิปรายดังกล่าวได้

‘ทิพานัน’ ติง เพื่อไทยโยงมั่วรัฐบาลสกัดม็อบ เอะใจ!! เหมือนรู้ล่วงหน้าม็อบจะเคลื่อนไหว

(3 ส.ค. 65) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาแสดงความเห็นเชื่อมโยงกรณีรัฐบาลประกาศขยายพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อีก 2 เดือน เพื่อสกัดกั้นม็อบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีว่า เป็นจินตนาการทางการเมือง เชื่อมโยงคนละเรื่อง เพื่อหวังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเคลื่อนไหวโจมตีทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เรื่องนี้ได้มีการประกาศไปนานแล้ว แต่เพิ่งลงเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา ไม่ใช่เพิ่งออกมาเพื่อควบคุมการชุมนุมเคลื่อนไหวในห้วงเวลานี้ แต่พรรคเพื่อไทยก็พยายามนำประเด็นดังกล่าว มาสร้างกระแสเรียกร้องความสนใจจากพี่น้องประชาชน

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่าต่อ พรรคเพื่อไทยมีนักกฎหมายอยู่หลายคน ย่อมต้องเข้าใจหลักการของกฎหมายรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ที่ว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้” นั้นจะต้องหมายถึงที่มาของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 นี้ด้วย ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจากวิถีระบอบประชาธิปไตย มาจากการเป็นแคนดิเดตของพรรคพลังประชารัฐที่เป็นพรรคที่ประชาชนลงคะแนนเสียงให้มากที่สุดในการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมา และมาจากเสียงข้างมากของรัฐสภา ที่เสียงโหวตของ ส.ส. มากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฏรและเสียงโหวตของ ส.ว. ก็มากกว่ากึ่งหนึ่งของวุฒิสภาด้วยเช่นกัน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top