Friday, 19 June 2026
Politics

'อดีตบิ๊กศรภ.' ถาม "ทำไมต้องไล่ลุงตู่" ฟันเปรี้ยงยิ่งโหมยิ่งบ่งชี้ถึงความ ‘กลัว’

(9 สิงหาคม 2565) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ผ่านทางเฟซบุ๊ก “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” มีเนื้อหาดังนี้....

ทำไมต้องไล่ลุงตู่

ปัจจุบันไม่มีใครรู้อนาคตว่าเลือกตั้งครั้งใหม่นั้น ลุงตู่ จะกลับมาเป็นนายกฯได้อีกหรือเปล่า เพราะถ้าวิเคราะห์ตามคำทำนายของทั้งสื่อ ทั้งกลุ่มพลังต่าง ๆ รวมถึงโพลนิด้าเอง ก็ว่า ลุงตู่ ตกยุคไปแล้ว ประชาชนหมดความนิยมไปแล้ว 3ป. ก็แตกแยกกัน พรรค พปชร.ก็แตก ออกหลายส่วน

ดังนั้น ตามคำทำนายต่าง ๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่า ลุงตู่ ไปไม่รอดแน่ ดังนั้นจะไปกลัวอะไรกับ ลุงตู่ อีก

นอกจากนั้นในแนวทางการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ถ้า ลุงตู่ มีสิทธิที่จะไปต่อไป ก็ต้องให้แกลงสมัครแข่งขัน เป็น ส.ส. ต่อไป (คราวนี้ลุงตู่ลงสมัครรับเลือกตั้งแน่นอน)

จะไปขัดขวางไม่ได้ นอกจากนั้น กระแสข่าวที่ทุ่มเทกันออกมา ชี้ให้เห็นว่าประชาชนไม่เอา ลุงตู่ แล้ว แล้วจะไปกีดขวาง ขู่เข็ญ ลุงตู่ ให้เสียชื่อไปทำไม

การออกมาไล่ ลุงตู่ มากขึ้น ๆ แบบนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายยังกลัว ลุงตู่ อยู่ จึงเท่ากับไปหาเสียงให้ ลุงตู่ ในทางอ้อม

ทำอย่างนี้เมื่อไร ลุงตู่ จะได้ไปอยู่บ้านเฉย ๆ ละครับ

ส่วนเรื่อง 8 ปีของ ลุงตู่ นับถึงวันไหนนั้น ผมยกข้อเขียนของคุณ สมชาย แสวงการ มาลงไว้ให้อ่านกัน เพื่อจะได้หาวิธีเคลื่อนไหวไล่ ลุงตู่ ให้เข้าตา “ศาลรัฐธรรมนูญ” บ้าง

คุณสมชาย ว่า ความเห็นทางกฎหมายเป็นได้แค่ 2 ทาง คือ

1.) แบบที่1 คือนายกลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ หัวหน้าคสช.ที่มาจากรัฐประหารและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐถาธิปัตย์ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เมื่อ (24 ส.ค. 2557) ไม่อาจนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาตามกรอบมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญ2560 ได้ เพราะไม่ได้มาจาการเลือกกันในรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

แต่หากยังต้องนำบทเฉพาะกาล มาตรา 264 มานับวันที่ให้ ครม. ที่บริหารราชการแผ่นดินก่อนรัฐธรรมนูญ2560 ทำหน้าที่เป็น ครม.ได้ต่อไป ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ด้วย ดังนั้นการนับครบ8ปีแบบนี้จึงต้องนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ2560 ใช้บังคับคือ 6 เม.ย. 2560 และนับตามบทเฉพาะกาลมาตรา264

'ส.ส.ลพบุรี' ลั่น!! ไม่หนุนนโยบายปลูกกัญชา โว เลือกตั้งครั้งหน้าพท. กวาดส.ส.ทุกเขตแน่

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม) มีนักการเมืองพรรคหนึ่งได้ไปกล่าวปราศรัยที่จังหวัดลพบุรีว่าจะส่งเสริมให้ชาวลพบุรีปลูกกัญชา ตนในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ไม่มีนโยบายให้ประชาชนเสพยาเสพติด หรือยุยงส่งเสริมคนลพบุรี เพราะตนรู้ว่าคนลพบุรีฉลาดพอ คนลพบุรีตัดสินใจได้ว่าจะเลือกผู้แทนของเขาแบบมีคุณภาพ ท่านบอกจะเหมาหมดทั้งลพบุรี ท่านถามคนลพบุรีส่วนใหญ่หรือยัง 

ประเด็นต่อมาคือ นโยบายของพรรคเพื่อไทยยืนยันมาเสมอว่า น้ำคือชีวิต เราจะวางแผนบูรณาการน้ำทั้ง 2 ลุ่มน้ำ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดปี นอกจากนี้ จังหวัดลพบุรีพื้นที่ส่วนใหญ่ทำนา ทำไร่ ตนในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย เราได้เสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรทั้งระบบที่ทำมาหากินอยู่โดยได้ยื่นญัตติต่อสภา โดยสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด

'อนุสรณ์' ชี้!! 8 ปีผ่านมามีแต่ความล้มเหลว แนะ!! 'ประยุทธ์' อย่าดิ้นรนอยู่ในอำนาจต่อ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงถี่ในช่วงปลายอายุรัฐบาล ว่า พรรคเพื่อไทยทยอยลงพื้นที่เปิดนโยบาย เปิดตัวผู้สมัคร ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน 

สวนทางกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่แยกกันเดิน แยกกันขึ้นเวที แยกกันลงพื้นที่ เพื่อแก้ตัวกับประชาชน กลบความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพใน 8 ปีของระบอบสืบทอดอำนาจ 

นิด้าโพลสะท้อนชัดประชาชน 64.25 เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรประกาศอยู่ในตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ไม่เกิน 24 ส.ค. นี้ ขณะที่ 55.18% เชื่อหลังเลือกตั้งสมัยหน้า 3 ป. จะไม่มีบทบาทจัดตั้งรัฐบาล จะให้ประชาชนไว้วางใจ 3 ป.ได้อย่างไร ในเมื่ออยู่มา 8 ปี 3 ป.ยังไม่ไว้วางใจกันเองเลย

'ทิพานัน' โต้ 'เพื่อไทย' ปี 64/65 ไม่มีการประกาศภัยแล้ง ชี้!! 'บิ๊กป้อม' เดินหน้าแก้สำเร็จ พร้อมดันเป็นโมเดลระยะยาว

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการ พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องเข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศ ทำให้ประชาชนยากจนลง รวยเฉพาะกลุ่มเจ้าสัวและกลุ่มที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ นั้น เป็นการกล่าวหาแบบไร้หลักคิดที่น่าเชื่อถือ เพราะไม่ได้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฎ ซึ่งในภาวะวิกฤตโควิดและสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการลงทุน อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเราชนะ คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกันที่ครองใจประชาชน ที่สำคัญ ยังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาคามยากจนแบบสั่งตัด เพื่อความยั่งยืน และไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนไปแล้วมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท  ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจแก้ปัญหาพัฒนาทุกมิติ

ส่วนที่มีการหยิบยกประเด็นการลงพื้นที่ทำกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐ จ.หนองคาย ที่ระบุถึง การปราศรัยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นการพูดที่ขัดกับความเป็นจริง นั้น น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลโดย พล.อ.ประวิตร ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในเชิงป้องกันล่วงหน้า มีการกำหนดมาตรการรับรองสถานการณ์ขาดแคลนน้ำและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง เพื่อแจ้งเตือนทำความเข้าใจกับประชาชน ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนโดยจัดลำดับความสำคัญที่ประชาชนต้องไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคก่อน และนำข้อมูลมาประเมินความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำในกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคการเกษตร เพื่อออกมาตรการให้ความช่วยเหลือรายพื้นที่หรือบรรเทาผลกระทบให้เกิดน้อยที่สุด ทำให้ปี 64/65 ไม่มีการประกาศให้เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

'บิ๊กตู่' อยู่ยาว 'สุพจน์' ออกโรงแจงย้ำบันทึกการประชุม กรธ.เป็นแค่ข้อหารือไม่ใช่มติทางการ บอกต้องดูหลายมาตรา ยกความเห็น 'ชูชาติ ศรีแสง' ที่ให้อยู่ยาวถึงปี 2570 เขียนชัดดี

10 ส.ค. 2565 นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องปมปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการตีความการนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า เรื่องดังกล่าวไม่อยากแสดงความเห็น เพราะควรเป็นเรื่องที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดีที่สุด หากพูดไปก็จะต่อความยาวสาวความยืด เพราะตอนนี้ก็วางมือไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีมีการเผยแพร่บันทึกการประชุมของ กรธ.ที่มีการแสดงความเห็นของนายสุพจน์ระบุตอนหนึ่งในช่วงการยกร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 154 เรื่องการนับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่บอกไว้ว่า การนับดังกล่าวให้นับรวมถึงการเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วย นายสุพจน์กล่าวทันทีว่า บันทึกการประชุมดังกล่าวเป็นเอกสารเปิดเผยไม่ใช่บันทึกลับอะไร มีการเก็บไว้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่นห้องสมุดรัฐสภา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความเห็นดังกล่าวของตนก็เป็นแค่การพูดคุยปรึกษาหารือแบบไม่เป็นทางการของ กรธ.ตอนนั้น และในความเป็นจริงมีการพูดกันหลายคน แต่มีคนไปจับประเด็นที่บางกลุ่มต้องการ มีการไปดึงโค้ดคำพูดที่เขาต้องการให้มาประเด็นในตอนนี้เท่านั้นเอง ขอย้ำว่าบันทึกดังกล่าวไม่ใช่มติ เป็นการหารือทั่วไปของ กรธ. และไม่ได้คุยกันแค่สองคน ระหว่างตนเองกับประธาน กรธ. แต่คุยประเด็นนี้กันหลายคนในกรธ. 21 คน เป็นลักษณะการคุยกันทั่วไป แต่ที่มีการบันทึกไว้ในรายงานเป็นเอกสารดังกล่าว ก็เพราะตำแหน่งของตนเองเป็นรองประธาน กับประธานเท่านั้นเอง ซึ่งตอนที่คุย ก็มีความเห็นกันหลากหลายและตอนนี้ อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว อยากให้เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดจะดีกว่า

ถามย้ำว่า ความเห็นดังกล่าวมีผลผูกพันจนนำมาเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายสุพจน์ย้ำว่า ไม่ใช่มติ กรธ. เป็นแค่การหารือ เราต้องดูบริบทอื่น ๆ ด้วย ต้องดูหลายวรรค หลายตอนประกอบกัน ตอนที่ กรธ.คุยกันในมาตราอื่นด้วยที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่เอาข้อความเดียวแล้วยกมาพูดถึง แต่ต้องดูมาตราอื่นด้วย ต้องดูหลายอย่าง

"คุณต้องไปดูความเห็นที่ท่านชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาที่ออกมาโพสต์เรื่องการตีความการนับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผู้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านให้ความเห็นดีมากเลย" นายสุพจน์ระบุ

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการเผยแพร่บันทึกการประชุมดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นที่นายสุพจน์ บอกว่า ให้นับระยะเวลาการเป็นนายกฯ ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ด้วย นายสุพจน์ตอบว่า ตนเองไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ และ กรธ.ก็มีถึง 21 คน และที่ปรึกษา กรธ.อีกจำนวนมาก ตรงนั้นแค่ความเห็นของตนเอง ไม่ใช่มติอย่างเป็นทางการของ กรธ. มติมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันนี้มันเป็นความเห็น คุยกันทั่วไป โดยตอนนั้นไม่ได้มีบริบทอื่นเลย

"ตอนนั้นมันเป็นการคุยกันเรื่องกรอบการยกร่างมาตรา 158 (บุคคลจะเป็นนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปีไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นติดต่อกันหรือไม่) ที่ตอนนั้นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ไปเขียนบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญเลย แล้วก็ยังไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีก ขอย้ำว่าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญคุยกันตอนนั้นที่ปรากฏในเอกสาร มันแค่ขั้นตอนแรก ๆ ของการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง เราก็คุยกันทั่วไป เพราะหลังจากวันนั้น ก็ยังมีการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราหลายขั้นตอน แต่มีบางคนไปจับประเด็น เอาแค่ตรงนั้นที่ผมพูด เพื่อให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาในตอนนี้ ทั้งที่สิ่งที่คุยกัน ไม่ใช่มติของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ การจะตีความเรื่องนี้ ขอบอกว่า จะต้องพิจารณารัฐธรรมนูญหลายมาตรา หลายวรรค หลายตอนในรัฐธรรมนูญมาประกอบกันด้วย ไม่ใช่มาดูกันแค่วรรคเดียวของบางมาตราในรัฐธรรมนูญแล้วนำมาพูดกัน แต่ต้องดูหลายมาตราประกอบ"นายสุพจน์ อดีตรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญระบุ

อนึ่ง เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2565 นายชูชาติ ศรีแสง โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน โดยมีการระบุตอนท้ายว่า การนับอายุการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ให้นับหลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกฯ รอบสอง หลังเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม ที่เข้าไปเป็นนายกฯ เมื่อ 9 มิถุนายน 2562 โดยมีข้อความ บางส่วนดังนี้

‘ก้าวไกล’ ย้ำ!! ไม่รับมาตราเกี่ยวข้องสูตรหาร 500 อัด 2 ลุงตัวปัญหา กลับไปมาเพื่อประโยชน์ตัวเอง

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาวันนี้จะเป็นการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ที่เหลืออีกไม่กี่มาตรา จากนั้นจะเป็นการพิจารณา ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อเนื่องจากที่ประชุมรัฐสภาครั้งก่อนที่ได้มีมติแก้ไข มาตรา 23 เรื่องสูตรการคำนวน ส.ส.เป็นหาร 500 จนเกิดเรื่อง ส.ส.พึงมีขึ้นมา และวันนี้ก็จะมีการพิจารณาต่อเนื่องจากที่ กมธ.ได้เอาไปแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตราที่ 24/1 หรือ มาตรา 26 เป็นต้น ซึ่งพรรคก้าวไกลเราจะทำหน้าที่ของเรา โดยการเข้าประชุมและจะแสดงจุดยืนว่า เราไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับมาตราที่เกี่ยวข้องกับที่มีการแก้ไข มาตรา 23 เป็นแบบหาร 500 โดยจะร่วมลงมติไม่เห็นด้วยกับใน 2 มาตราที่เกี่ยวเนื่องดังกล่าว และจะอยู่ร่วมพิจารณาต่อเนื่องในมาตราอื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้เราเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เปิดโอกาสให้คำนวนแบบหาร 500 ได้ ดังนั้น มาตราที่เกี่ยวข้องเราก็คงไม่เห็นด้วย ส่วนบางมาตราก็จะเป็นการงดออกเสียงไป

"กรณีเรื่องสูตรการคำนวนนั้น สังคมให้ความสนใจกันมากและตั้งคำถามเยอะมาก ซึ่งผมอยากชวนคิดว่า ทั้งหมดของปัญหานี้ก็เกิดมาจาก 2 ลุง คือ ลุงตู่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และลุงป้อม ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตอนแรกจะเอาหาร 100 แล้วก็มาเปลี่ยนใจกลับในสิ่งซึ่งเป็นร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอเสียเอง มาเป็นหาร 500 แล้วพอถึงวันนี้ ก็จะกลับไปเอาหาร100 อีกแล้ว ทั้งหมดเป็นสมการทางการเมืองที่ต้องคำถามว่าประชาชนอยู่ตรงไหน แทนที่เราจะแก้ไขระบบเลือกตั้งเพื่อให้เป็นการแก้โจทย์การเมืองของประเทศ หรือเพื่อแก้ไขระบบเลือกตั้งเพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.ในสภาที่สะท้อนเสียงของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุด กลับไม่เป็นแบบนั้น กลับเป็นการแก้เพื่อให้ตนเองได้อยู่ในอำนาจ เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะได้เปรียบทางการเมือง

'อนุสรณ์' ปัด ฮั้วพปชร. ใช้สูตรหาร 100 ย้ำ!! ใช้สูตรไหนก็ได้ พท.พร้อมแข่งทุกกติกา

(10 ส.ค. 65) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุ มีการฮั้วกัน ใช้สูตรหาร 100 แลก นายกฯ คนนอก ว่า การกล่าวหาพรรคการเมืองอื่นให้เสียหายโดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว ตอนได้ดั่งใจสมประโยชน์กับสูตรหาร 500 บอกว่าเป็นเรื่องของสภา พอทำท่าจะเสียประโยชน์กลับบอกว่ามีการฮั้วกัน พรรคเพื่อไทยทำงานการเมืองตรงไปตรงมาตามกติกาประชาธิปไตย ไม่ทรยศหักหลังประชาชน ไม่มีความจำเป็นต้องฮั้วกับใคร และยืนยันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะใช้สูตรหาร 100 หรือหาร 500 ก็พร้อมลงแข่งทุกกติกา

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช้ศัตรูแต่ถือเป็นคู่แข่งทางการเมืองต่างขั้ว เหมือนปลาคนละน้ำ คนละอุดมการณ์ จุดยืน มุมมองต่อระบอบประชาธิปไตย วัฒนธรรมการเมือง และความเชื่อแตกต่างกันมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปฮั้วกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งปี 2562 ในขณะที่พรรคเพื่อไทยมีรายชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ถึง 3 คน ในเมื่อเรามีแคนดิเดตนายกฯ คนในที่ผ่านด่านคัดกรองตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จะไปฮั้วเพื่อให้เกิดนายกฯ คนนอกจากพรรคการเมืองที่อยู่คนละขั้ว ให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในสังคมเพื่ออะไร พรรคเพื่อไทยได้เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้าทั้งนโยบายและบุคลากร ถ้าประชาชนคนไทยทั้งประเทศเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศชาติได้ ไม่ว่าจะสูตรการเลือกตั้งแบบใด ประชาชนก็พร้อมเลือก

‘เพื่อไทย’ เมินแฉดีลลับจับมือ พปชร. ยันไม่ร่วมสังฆกรรม หาร 500 แต่ต้น

“เพื่อไทย” ย้ำ ไม่ร่วมสังฆกรรม กม.ลูกเลือกตั้ง หาร 500 เมินแฉดีลลับจับมือ พปชร. ดัน “บิ๊กป้อม” นั่งนายกฯ ซัด คนแฉหวังผลทางการเมือง ดิสเครดิตพท.

(10 ส.ค. 65) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงท่าทีของพรรค พท.ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่…) พ.ศ…. ในวันนี้ว่า พรรค พท.ประกาศมาแต่ต้น และแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนกฎหมายหาร 500 ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกระบวนการวิธีการทุกอย่าง โดยมีบุคคลภายนอกใช้อำนาจบริหารมาก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติ ทั้งนี้ขอย้ำว่าเรามีเจตนายับยั้งกฎหมายฉบับนี้ด้วยกลไกทุกวิธีการ ทั้งการไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม การวอล์กเอ๊าท์ หรือการไม่ร่วมสังฆกรรมซึ่งแนวทางนี้ถือเป็นแนวทางสุดท้ายที่เรามีอยู่

‘เต้’ ล่าชื่อยื่นศาลรธน.ตีความ ‘นายก8ปี’ ลั่นพ้นเที่ยงคืน 23 ส.ค. หมดเวลา ‘บิ๊กตู่’

‘เต้ มงคลกิตติ์’ ลั่นพ้นเที่ยงคืน 23 ส.ค. หมดเวลา8ปี ‘บิ๊กตู่’ เซ็นอะไรไม่ได้อีก ชี้ ‘บิ๊กป้อม’ นั่งรักษาการนายกฯโดยตำแหน่ง เหน็บถ้าอยากให้ เป็นต่อ ให้แก้ รธน.เขียนไว้ว่า ‘เป็นจนตาย และตายแล้วให้ใครเป็นต่อ’

10 สิงหาคม 2565 ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า ตนได้ร่างหนังสือเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องนี้ โดยมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นที่ปรึกษาและช่วยดูรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังขาดรายชื่ออีก 47 รายชื่อ โดยตนได้ปรึกษา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะช่วยรวบรวมส.ส.มาช่วยกันเซ็นชื่อ

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้ดูบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานได้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญไว้ว่า การตีความ 8 ปี ให้นับรวมนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ หมายความว่าถ้าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรค 4 และมาตรา 264 เขียนครอบคลุมไว้หมดแล้ว โดยไม่ได้ละเว้นคนใดคนหนึ่ง แม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบก็กลับมาเป็นได้แค่สั้น ๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 สมัย

'โฆษกรัฐบาล' เผย 'บิ๊กตู่' น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน. ติง!! 'เหล่ากูรู' อย่าตีความสร้างประเด็นบิดเบือน

เมื่อวันที่ (10 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 61 อ้างความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ต่อประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีว่า มองว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่ม ต้องการกดดันหวังสร้างประเด็นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม โดยหยิบเอาบางช่วงบางตอนของเอกสาร ที่เป็นความเห็นของกรรมการเพียงไม่กี่คนมานำเสนอจนเกิดความสับสน

ทั้งที่เอกสารฉบับนี้ เป็นแค่บันทึกการประชุมหรือบันทึกการแสดงความเห็นของกรรมการ แต่ไม่ใช่มติ โดยหน้าปกเอกสารก็ระบุชัดเจนว่ากรธ.ยังไม่ได้รับรอง จึงไม่ควรนำมาใช้อ้างอิง และการประชุมในวันนั้น เกิดขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ไปแล้ว เพื่อจัดทำเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในขั้นตอนถัดมา ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่ได้ระบุไว้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top