Friday, 19 June 2026
Politics

'สร้างอนาคตไทย' หนุน!! สูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 สอดคล้องเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่

(22 ก.ค. 65) นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และผู้อำนวยการพรรค กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ส่งสัญญาณสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบหาร 500 อาจไปต่อไม่ได้ เพราะจะมีปัญหาตามมาทีหลัง ว่า รัฐสภามีมติเห็นชอบการใช้สูตรหารด้วย 500 หากจะเปลี่ยนไปใช้สูตรหาร 100 ตอนนี้ไม่สามารถทำได้แล้ว ยกเว้นศาลรัฐธรรมนูญ หรือ กกต.ท้วงกลับมาที่รัฐสภา ซึ่งก็อยู่ที่รัฐสภาว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ส่วนตัวตนยังสนับสนุนให้ใช้สูตรหาร 100 เนื่องจากเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่

"ต้องรอดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญหรือ กกต.จะมีความคิดเห็นกลับมาอย่างไร เห็นว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือขอให้แก้ไข ส่วนกรณีที่นายสมศักดิ์ ออกมาแสดงความกังวลต่อเรื่องนี้ อาจจะมีนัยยะทางการเมืองสำคัญซ่อนอยู่" นายวิเชียร กล่าว

ซุบซิบเรื่องต่ำๆ กับ สภาฯ ไทย ในศึกซักฟอก 19-22 ก.ค.65

ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วันผ่านไปอย่างตั้งใจ ใจจดใจจ่อตามที่ฝ่ายค้านโหมโรง ชื่อ ยุทธการเด็ดหัวสอยนั่งร้าน ฟังแล้วตื่นเต้นดี พร้อมกับออกโปสเตอร์หนังมาสร้างวันก่อนทำศึก ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็คิดว่าเงียบ ๆ คอยเตรียมข้อมูลเพื่อตอบโต้ฝ่ายค้าน แต่คืนสุดท้ายก่อนเปิดอภิปราย ก็มีหมัดเด็ดมาเบา ๆ โปสเตอร์เจมส์ตู่ 008 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย หรือ NO TIME TO DIE ออกมาสู้พอเป็นสีสันโหมโรงกัน ฟังไปฟังมาทั้งสามวันมีแต่เรื่องเดิม ๆ ข้อมูลในเฟซบุ๊กที่ปั่นกันมา 3 ปี 8 ปี ไม่มีหลักฐานเด็ดอะไรเลย

แต่ที่สะดุดจริง ๆ ปรี๊ดขึ้นมาทำให้สภาร้อน ก็ตอน ส.ส.หญิง ผู้ทรงเกียรติ จากทางอีสานติดแม่น้ำโขง ลุกขึ้นอภิปราย รมว.ดีอีเอส เรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั่งฟังนึกว่าเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรี ผิดพลาด ลุแก่อำนาจ หรือทุจริต สัมปทานของกระทรวงดีอีเอส ฟังไปฟังมา เอ๊ย!! มันเรื่องส่วนตัวนี่นา พยายามฟังแล้ว น่าจะมีปัญหาเรื่องจริยธรรมของผู้อภิปรายคนนี้เองมากกว่า

ส.ส.คนนี้ไม่มีคนรู้จัก จากการดำรงตำแหน่ง ส.ส. มา 3 ปีกว่า การลุกขึ้นมาอภิปรายรอบนี้บางคนบอกว่าแจ้งเกิด หรือ แจ้งดับกันแน่ ชักสงสัย

การเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดในสภาครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เท่าที่จำได้ ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจ อดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา เรื่องสัญชาติไทย โจมตีว่าเป็นคนต่างด้าว  ลากเอาบรรพบุรุษ อากง อาม่า มาละเลงกันในสภาผู้แทนราษฎร แบบหยาบๆ คายๆ ทำให้ประชาชนเห็นใจอดีตนายกบรรหารขึ้นมาทันที หรือได้คะแนนสงสาร เพราะคนที่ดูการอภิปรายมองว่าบรรพบุรุษเขาไม่เกี่ยวจะขุดมาก่นด่ากันทำไมในสภา

แต่ครั้งนี้หนักกว่า ลากภรรยา รูปภรรยา และคนที่โดนกล่าวหาว่าเป็นภรรยาใหม่ มาขึ้นจอในสภา ถ่ายทอดสดทั้งทีวี และโซเชียลมีเดีย พร้อมคนคอมเมนต์ มากล่าวหากันสนุกปาก สนุกนิ้วที่จิ้มคีย์บอร์ด  ทั้งๆ ที่ข้อมูลนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ แค่กล่าวหา กันในวง สส.แต่เอามาเผยแพร่สาธารณะ รัฐมนตรีดีอีเอส ก็ตอบแล้วว่าไม่เป็นความจริง แล้วคนกล่าวหาว่าไงล่ะ

ข้อสังเกตการณ์อภิปรายเรื่องนี้ ดูแล้วทะแม่ง ๆ
1. น่าจะเป็นครั้งแรกของสภาไทย ที่มาอภิปรายกล่าวหาเรื่องซุบซิบ แบบต่ำๆ กันอย่างออกนอกหน้า

2. ผู้อภิปรายเป็นเพศหญิง พรรคเพื่อไทย นี่แสดงว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีดาราระดับแถว 1 มาเป็น ส.ส.แล้วใช่มั้ย ทำไมมาตรฐานพรรคช่างตกต่ำ

3. น่าสงสัยว่าข้อมูลนี้เอามาจากไหน คนเอาข้อมูลนี้มาให้ หวังดีหรือประสงค์ร้าย กับ ส.ส.หญิงผู้อภิปราย ท่านนี้กันแน่ หรือคนวงในจริงๆ ส่งให้

'ส.ส. เพื่อไทย' งัดหลักฐานซัด 'รัฐบาล' ชี้!! โกหกซ้ำซาก เอาหมูตายมาขายประชาชน

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส. พะเยา พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ #เด็ดหัวสอยนั่งร้าน ชำแหละปัญหาหมูแพง เนื่องจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever: ASF) โชว์หลักฐานว่าที่รัฐบาลพยายามชี้แจงว่าควบคุมโรคระบาดในไทยได้สำเร็จนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะได้ติดตามและส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ 3 ครั้ง ติดเชื้อทั้ง 3 ครั้ง เรื่องนี้กระทบผู้บริโภคและเกษตรกรขนาดกลางและย่อยรุนแรง 

วิสุทธิ์เท้าความก่อนว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ติดตามประเด็นหมูในฟาร์มรายเล็กและรายย่อยของไทยติด ASF ตายเป็นเบือ ส่งผลให้ราคาหมูดีดตัวสูงขึ้นกระทบพ่อค้าแม่ขายและดันราคาอาหารพุ่งชนิดเท่าตัว และได้มีการอภิปรายเรื่องนี้ไปแล้วในการอภิปรายแบบไม่ลงมติ (ตามมาตรา 152) เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ครั้งนั้น รัฐบาลรับปากว่าจะแก้วิกฤตให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและแก้ปัญหาหมูแพง

ต่อมา ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลจัดโครงการเอาหมูมาขายราคาพิเศษ คือ 140 บาท / กิโลกรัม ขณะที่ราคาท้องตลาดอยู่ที่ราว 250 บาท วิสุทธิ์จึงได้ซื้อเนื้อหมูจากโครงการนั้นไปส่งตรวจ พบว่าตัวอย่างทั้งหมดติดเชื้อ 100% และเมื่อสุ่มตรวจอีกครั้งในเดือนเมษายน โดยครั้งนี้ไม่ได้ซื้อจากโครงการรัฐแต่ซื้อจากร้านค้าปลีกในท้องตลาดทั่วไป ก็ยังพบว่าติดเชื้ออยู่ถึง 75% 

11 พ.ค. 2565 เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย สรวิศ ธาโตนี อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ออกแถลงว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดจากโรค ASF กำจัดโรคในหมูอยู่หมัด เรื่องนี้วิสุทธิ์ทวงถามในสภาเสียงเครียดว่า “เอาอยู่ตรงไหน?” 

เมื่อเห็นประกาศเช่นนั้น วิสุทธิ์จึงไปหารือกับ ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ตรวจสอบและนำงบ กมธ. ไปตรวจสอบดูว่า ที่ รมว. เกษตรพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ และเมื่อตรวจแล้วก็ยังพบตัวอย่างหมูในประเทศติดเชื้ออยู่ถึง 40% 

‘จิรายุ’ อัด ‘บิ๊กตู่’ ปมน้ำมัน-ไฟฟ้าแพง เหตุรัฐบาลบริหารห่วย ไม่เกี่ยวสงคราม

(22 ก.ค. 65) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่ 4 ภายใต้ยุทธการ ‘เด็ดหัว สอยนั่งร้าน’ ซึ่งเป็นการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า วันนี้ตนจะมาฉายมหากาพย์การปล้นชาติกินเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากนายก ฯเพิกเฉยหมายความว่า นายกฯ ทุจริตไปด้วย แต่รัฐบาลพยายามบอกว่านายกฯ เป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่อง ซึ่งนายกฯ รองนายกฯ ปลัดกระทรวง และอธิบดี สวาปามกินทั้งดิน ทั้งน้ำ ทั้งลม และทั้งไฟ โดยนายกฯ ปล่อยให้พวกพ้อง บุคคลแวดล้อมทุจริตประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง

นายจิรายุ กล่าวว่า เริ่มจากกองทุนทรัพยากรน้ำบาดาล ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดทำน้ำขวดบาดาลแจกจ่ายประชาชน หลังจากตนได้อภิปรายเมื่อต้นปี 65 ได้ยกเลิกโครงการไปแล้ว 2 ครั้ง แต่กลับแอบเดินหน้าโครงการต่อ โดยให้กรมทรัพยากรน้ำ 12 เขต จัดซื้อจัดจ้างขวดน้ำ เฉพาะ จ.สุพรรรณบุรี ได้งบประมาณ 4.4 ล้านบาท จัดซื้อขวดน้ำจำนวน 4.8 ขวด ที่มีฉ้อฉลว่าราคาขวดน้ำเปล่าที่กรมทรัพยากรน้ำซื้อมีราคาที่ต่างจากราคาท้องตลาดทั่วไป พร้อมทั้งข้อสังเกตงบประมาณปี 2566 ของกรมทรัพยากรน้ำดาล 10 โครงการ 1,800 ล้านบาท เหตุใดรีบเสนอโครงการทั้งๆ ที่สภายังอยู่ในระหว่างการพิจารณาวาระ 2-3

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องพลังงานที่มีราคาแพงไม่ได้เกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามยูเครนรัสเซีย แต่เป็นเพราะรัฐบาลห่วยแตกโหลยโท่ย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องโทษโน้นโทษนี่ ซึ่งมาตรการรอบใหม่ลดค่าครอบชีพช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลทั้ง 8 ข้อนั้น โดยเฉพาะขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน วันนี้ตนขอหยิบวิธีประหยัดพลังงานที่นายกฯ บอกประชาชน คือ เตาเศรษฐีใช้แล้วดีมีแล้วรวย ที่มีสัญลักษณ์ เบอร์ 5 ที่สนับสนุนโดยกระทรวงพลังงาน กรณีที่จะขอลดค่ากลั่นและจะใช้เป็นตัวเลือกสุดท้ายนั้น ก็ยังหลอกประชาชน เพราะไม่ได้เจรจาจริง ทำให้น้ำมันแพงขึ้นทุกวันๆ และยังไม่ลดค่าการตลาดลงอยู่ที่ 1.40 สตางค์ แต่พบว่าค่าการตลาดอยู่ที่ 1.76-4.75 สตางค์ ขณะที่บริษัทไทยออยล์เพิ่มกำลังการผลิต จากเดิม 2.8 แสน บาร์เรลต่อวัน แล้วเพิ่มอีก 1.2 แสนบาร์เรลต่อวัน เพื่อการส่งออกแต่ไม่ได้ขายในประเทศเพราะได้กำไรดีกว่า

‘พิธา’ อัด 3 แกนประยุทธ์ สุดกลวง!! แท้จริงมีแต่การทำลายประเทศ-ประชาชน

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ 8 ปี รัฐบาลประยุทธ์ทำคนไทยมืด 8 ด้าน  อัด ‘เศรษฐกิจ 3 แกน’ คือ ความกลวงปลอมเปลือก แท้ที่จริงคือ 
1.ทำลายศักยภาพในประเทศสร้าง-ซุกหนี้สารพัด 
2.ทำลายศักยภาพในต่างประเทศ เสี่ยงโดนกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ และ 3.ทำลายศักยภาพประชาชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ-หลักนิติรัฐอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมเผยตัวเลขน่าตกใจ โรคระบาดในไทยที่มีคนตายมากกว่าโควิด

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมอภิปรายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยเป็นผู้สรุปการอภิปรายว่า 8 ปีนับตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจมาถึงวันนี้ทำคนไทยมืด 8 ด้าน ไม่มีความหวัง ไม่มีความฝัน ไม่มีอนาคต ซึ่งกลยุทธ์ 3 แกนสร้างอนาคต เมื่อไปดูในรายละเอียดก็พบว่ากลวง เป็นของปลอมที่มีแต่เพียงเปลือก อย่างแกนที่ 1.โครงสร้างพื้นฐานก็ช้าและมีแต่จะเจ๊ง แกนที่ 2.อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าก็เริ่มต้นช้าตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน ความหวังเป็นศูนย์กลางแทบไม่มีทางเป็นไปได้ และ แกนที่ 3.การเงินการธนาคารที่จะให้คน 30 ล้านเข้าถึงขนาดมีอำนาจเต็มยังทำไม่ได้ อีกทั้งแผนการเงินที่พูดมาก็เป็นสิ่งที่ตัวเองไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ และขนาดที่ผู้บริหารธนาคารระดับประเทศเองก็บอกว่างงเป็นไก่ตาแตกกับแผนนี้

“เรื่องที่ไว้วางใจไม่ได้มากที่สุดคือนายกรัฐมนตรีไม่รู้จักประชาชน ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ประชาชนนอนไม่หลับคือไม่มีความหวัง ท่านต้องเข้าใจว่าตอนนี้เงินเฟ้อทั้งปีจะสูงที่สุดในรอบ 24 ปี เงินบาทอ่อนที่สุดในรอบ 16 ปี หนี้สาธารณะสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ปุ๋ยแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ราคาอาหารสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ในเวลาแบบนี้ประชาชนต้องการให้นายกเป็นผู้นำที่จะสร้างความหวังกลับมาให้ประเทศ ไม่ใช่ให้ สมช. คิดแผน แล้วก็ไปตั้งคณะกรรมการ เดี๋ยวก็ตั้งคณะอนุกรรมการ และอนุกรรมการก็ไปตั้งที่ปรึกษา ไม่ได้มีแก่นสาร ไม่ได้มีสาระอะไรที่จะทำให้ประเทศไทยออกจากวิกฤติได้เลย” พิธา กล่าว

พิธา กล่าวอีกว่า สำหรับ 3 แกนที่แท้จริงของประยุทธ์ คือ 3 ทำลาย ได้แก่ 1.ทำลายศักยภาพในประเทศ ผ่านการบริหารที่ผิดพลาดล้มเหลว ทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะมีแต่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีหนี้นโยบายและหนี้กองทุนน้ำมันที่ซุกไว้อีกด้วย 
2. ทำลายศักพยภาพของไทยในต่างประเทศ เพราะเป็นรัฐบาลที่ไม่ทันโลก ไม่เจนจัดสนามการเมืองโลก ขาดลูกล่อลูกชน และโดยหลักการคือควรวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาสมดุลระหว่างประเทศกลับไม่ทำ อย่างกรณีเครื่องบินรบเมียนมา MIG-29 รุกล้ำน่านฟ้าไทยเข้ามายิงคนในประเทศตัวเอง ก็เสี่ยงที่จะทำให้ไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยลากขึ้นศาลได้ ขณะที่การตั้งผู้แทนพิเศษด้านเมียนมา ก็ดันไปเอาบุคคลที่มีมลทินเคย มีความผิดเกี่ยวกับความเป็นล็อบบี้ยีสต์มาดำรงตำแหน่ง 
และ 3.ทำลายศักยภาพประชาชน ซึ่งก็คือการทำลายเสรีภาพของคนไทยทุกคน ละเมิดสิทธิประชาชนด้วยคดีความที่เป็นการทำลายนิติรัฐ ทำลายกติกาของการอยู่ร่วมกันของสังคมไทย เพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตัวเอง โดยเฉพาะที่สำคัญคือการแอบอ้างเรื่องสถาบัน ที่ทำให้มีคนจำนวนมากถูกดำเนินคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
.
 

รัฐสภา หรือ ตลาด?

เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ใยมีแต่คนเห็นเป็นเรื่องเล่น ๆ หรือขอแค่ให้ได้เสียดสี ไม่มีแก่นสารก็ไม่แคร์

ปังมาก!! พีเค-พรรคกล้า จัดงาน “การเมืองสร้างสรรค์” สลายขั้วการเมือง คนแห่ร่วมงานเพียบ

พีเค-พรรคกล้า ลุยเปิด “ตลาดนัดสร้างสรรค์” ให้พื้นที่คนรุ่นใหม่ ครีเอทสินค้า มาวางจำหน่าย เริ่มต้นเดือนหน้าก่อนขยายผลทั่วประเทศ พร้อมต่อยอดเปิดย่านวัฒนธรรมไทยแห่งแรกที่ เยอรมัน ส่งออกศิลปะ วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก

เมื่อวันที่ (23 กรกฎาคม 2565) ที่ผ่านมา พีเค- นายพัสกร วรรณศิริกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พรรคกล้า เป็นเจ้าภาพจัด แคมเปญ 'Creative Politics For Creative Thailand' เป็นครั้งแรก โดยคนจากหลายวงการ อาทิ  นักการเมือง นักธุรกิจ นักศึกษา คนในวงการบันเทิง ฯลฯ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และผลักดันการเมืองไทยไปสู่การเมืองสร้างสรรค์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายพัสกร กล่าวว่า  การเมืองสร้างสรรค์ถืออีกก้าวของการเดินทาง สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย  และในฐานะที่ตนเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ก็อยากเห็นประเทศไทยลดความตึงเครียดจากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะการเมืองสร้างสรรค์เป็นทฤษฎีที่พยายามจะต่อสู้ความคิดแบบขาวดำเป็นอยู่ทุกวันนี้

“การเมืองสร้างสรรค์ในความคิดของผมก็คือ เรามาเลิกวัดกันได้แล้ว ว่าคนจะใส่เสื้อสีอะไร มาจากพรรคอะไร หรือ เขาถือธงอะไร เรามาวัดที่บุคคลดีกว่าว่าความคิดของเขาเป็นอย่างไร แล้วการกระทำของเขาสะท้อนอะไร พวกเราในฐานะ ส.ส. หรือผู้แทนของประชาชน ถ้ายังทะเลาะกันอยู่ เราจะคาดหวังให้ประชาชนที่เราเป็นตัวแทนอยู่ร่วมมือกันได้อย่างไร เชื่อว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคคือผู้แทนของคนกลุ่มหนึ่ง ถ้าเกิดว่าเรามองแค่พรรคเดียวมันจะต่างอะไรกับเผด็จการ ทุกพรรคการเมืองมีหน้าที่ไม่เหมือนกันและเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางความคิดของคนไทย บางพรรคขับเคลื่อนเรื่องรัฐสวัสดิการ บางพรรคต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม บางพรรคเน้นเรื่องศาสนา บางพรรคทำเรื่องเศรษกิจ แต่ละพรรคมีความคิดเห็นและมุมมองต่างกันในการจัดลำดับ ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การคิดต่างไม่ได้แปลว่าเขาผิดหรือเลวร้าย เพียงแต่เขาอาจแค่คิดว่าบางอย่างควรรอและบางอย่างควรมาก่อนแค่นั้น” หัวหน้าทีมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พรรคกล้า กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายวงการ ทั้งจากพรรคการเมือง นักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ คนในวงการบันเทิง ศิลปะ นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมครอบครัว รวมถึงคนที่เดินผ่านมา ก็เข้าร่วมแบบหน้างาน เนื่องจากเห็นว่าเป็นแคมเปญที่น่าสนใจ จากนั้นทุกคนได้ประชุมแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น จากประสบการณ์ส่วนตัว โดยสิ่งคนส่วนใหญ่อยากเห็นคือ ความเปลี่ยนแปลง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และมีพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และปลดล็อคการทำธุรกิจสร้างสรรค์ ศิลปะ วัฒนธรรมร่วมสมัย

‘ทิพานัน’ แนะเพื่อไทย ‘มูฟออน’ ได้แล้ว อย่าทำตัวเป็น ‘วัสสการพราหมณ์ยุยง’

‘ทิพานัน’ ย้อนแสบเพื่อไทย ‘มูฟออน’ จากศึกซักฟอกได้แล้ว อย่าทำตัวเป็น ‘วัสสการพราหมณ์ยุยง’ ยุให้พรรคพลังประชารัฐแตกแยก ยันสภาฯ ไว้วางใจ ‘บิ๊กป๊อก’ ทำงานต่อ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนพ.ชลน่าน ศรีแห้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความเห็นกรณีส.ส.พรรคประชารัฐโหวตคะแนนไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 6 เสียงเป็นการส่งสัญญาณเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า... 

การอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านพ้นไปแล้ว โดยที่ไม่สามารถล้มรัฐบาลและไม่ได้มีประเด็นใดที่หวือหวาอย่างที่โฆษณาชวนเชื่อ ในขณะที่รัฐบาลยังมีเสถียรภาพมั่นคง เดินหน้าพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อไป จึงไม่ควรมโน หรือสร้างประเด็นยุยงให้เกิดแรงกระเพื่อมในรัฐบาล และในพรรคพลังประชารัฐ เพราะผลคะแนนโหวตไว้วางใจของ พล.อ.อนุพงษ์ เกินกึ่งหนึ่ง ถือว่าสอบผ่าน ได้รับฉันทามติจากสภาฯ ถือว่าได้รับความไว้วางใจจากตัวแทนพี่น้องประชาชนให้ทำงานต่อ

‘พิธา’ ร้อง ‘รัฐ-ยูเอ็น’ กดดันเผด็จการทหาร หลังตัดสินประหารนักเคลื่อนไหวในเมียนมา

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงการณ์กรณีการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ระบุว่า…

ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผมรู้สึกตกใจและเศร้าเสียใจอย่างยิ่งต่อการกระทำอันโหดร้ายของศาลทหารของเผด็จการทหารเมียนมาในการประหารชีวิตผู้นำ NLD และนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย เช่น พโย เซยา จ่อ และ ก่อ หมิ่น ยู ผมขอร่วมกับประชาคมโลกในการประณามการกระทำนี้อย่างรุนแรงที่สุด

สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรมโดยตุลาการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอันชอบธรรม เป็นอิสระ และเป็นกลาง เป็นหนึ่งในหลักการอันล่วงละเมิดมิได้ที่บัญญัติไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR การทำลายสิทธิดังกล่าวถือเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามจิตสำนึกร่วมที่ดีของประชาคมโลก

เผด็จการทหารเมียนมาล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยุติความรุนแรงต่อพลเรือนโดยทันที ดังนั้นผมขอสนับสนุนให้อาเซียนทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้กับเมียนมา พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยส่งสัญญาณที่เข้มแข็งและชัดเจนต่อเผด็จการทหารเมียนมาว่า การเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้เหตุผลเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเรียกร้องให้คืนอำนาจกลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็วผ่านการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เนื่องจากเมียนมาที่เป็นประชาธิปไตยและมั่งคั่ง เป็นประโยชน์ไม่เพียงต่อประเทศไทยแต่ต่อประชาคมโลกในภาพรวมด้วย

'อนุสรณ์' ชี้ แจกกล้วยช่วยให้รอด ทำการเมืองถอยหลัง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงควันหลงหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า รัฐบาลพังแค่ไหนในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนรับรู้และสัมผัสได้ชัด รัฐบาลจะใช้ผลโพลสำนักไหนมากลบเกลื่อนความล้มเหลวหรือใช้ไอโอรูปแบบใดมาแก้เขินก็ไม่เป็นผล เวลาที่เหลืออยู่ไม่ถึง 8 เดือน รัฐบาลก็ต้องพ้นไป ผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นผลโพลที่สะท้อนความต้องการของประชาชนได้ถูกต้องแม่นยำที่สุด พรรคไหนยังกอดรัฐบาล 3ป. แน่น เป็นนั่งร้านให้รัฐบาลสืบทอดอำนาจ ประชาชนจำได้แม่นและพร้อมจะสั่งสอนในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างแน่นอน 

รัฐบาลย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าที่รอดมาได้เพราะฝีมือของตัวเอง หรือเพราะแจกกล้วยเลยช่วยให้รอด ประชาชนถึงบางอ้อ ที่แกนนำพรรครัฐบาลเคยบอกรัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อพวกเรา หมายถึง การได้ประโยชน์จากการออกแบบการเมืองให้ถอยหลังย้อนยุค สร้างบรรทัดฐานการเมืองใหม่ว่าการจ่ายเงินแลกโหวตเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ และเชื่อมโยงได้ว่าที่พลิกลิ้นไปใช้สูตรหาร 500 ก็เพื่อให้การเมืองแจกกล้วยดำรงอยู่เพื่อทำลายระบบพรรคการเมือง ทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อย ทำการเมืองไร้เสถียรภาพ โหวตแต่ละครั้งต้องแจกกล้วยแลกโหวต รัฐธรรมนูญเขียนโดยคนกลุ่มใด ใครได้ประโยชน์สูงสุด ประชาชนรู้ รัฐธรรมนูญเขียนห้ามเป็นนายกรัฐมนตรีรวมเกิน 8 ปี แต่พอใกล้ครบเวลาห้าม ยังพยายามหาช่องเพื่อจะสืบทอดอำนาจต่อไปให้ยาวนานที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top