Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

สตูล - ททท.สตูล เชิญผู้ว่า-คุณนาย โปรความหวานจัดกิจกรรม “ความรักข้ามกาลเวลา” ระหว่างวันที่12-14 กุมภาพันธ์ 2565

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ควงแขน นาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล แถมยังได้สวมใส่ชุดเสื้อผ้าทรงพื้นเมืองทางภาคใต้ สีชมพูหวาน ออกโปรโมทการท่องเที่ยว ในเดือนแห่งความรัก ภายใต้การควบคุมมาตรการป้องกันโควิด-19 สวมใส่แมสก์ถ่ายรูป จุดบริเวณ สะพานข้ามกาลเวลา ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอุทยานฯ ที่มีความเก่าแก่ของชั้นหินข้ามกาลเวลายุคโบราณ 450 ล้านปี และสถานที่แห่งนี้ได้ถูกยกระดับเป็นหนึ่งในอุทยานธรณีโลกสตูลด้วยโดยเฉพาะการมาเก็บความงดงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความรักที่ยังอยู่ในความทรงจำที่ดี ท่ามกลางสื่อมวลชนหลากหลายแขนง ที่ลงเก็บภาพความน่ารัก ที่ท่านผู้ว่าสตูล และคุณนายหยอกล้อกัน แบบสื่อมวลชนต้องเขินอายแทนเลย

ด้าน นายภาณุ วรมิตร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสตูล เปิดเผยว่า ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสตูลร่วมกับจังหวัดสตูลองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลและเทศมนตรีตำบลกำแพงจัดงานเทศกาล “ความรักข้ามกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้ าและบริการทางการท่องเที่ยว และยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล

โดยชูความสวยงามของธรรมชาติที่สรรค์สร้างได้อย่างลงตัวของอุทยานแห่งชาติเภตรา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอุทยานฯที่มีความเก่าแก่ของชั้น "หินข้ามกาลเวลายุคโบราณ 450 ล้านปี” และสถานที่แห่งนี้ได้ถูกยกระดับเป็นหนึ่งในอุทยานธรณีโลกสตูลด้วย โดยเฉพาะการมาเก็บความงดงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

‘RJ44’ พันธุ์ข้าวขาวพื้นนุ่มจาก ‘โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ ชนะเลิศประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์

‘นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รวมใจพัฒนาความรู้ จำกัด ภายใต้มูลนิธิรวมใจพัฒนา และประธานกรรมการ บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย รองเท้ายี่ห้อ 'แอโร่ซอฟ' ซึ่งถือเป็นอีกผู้ใหญ่ใจดีของสังคมไทย และเป็นบุคคลที่มักเข้ามาช่วยเหลือเรื่องใหญ่ๆ ในสังคมไทยแบบไม่ออกหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้บริจาคเงิน จำนวน 100 ล้านบาท พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ประกอบด้วย อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและตา (Face Shield) จำนวน 3,000 ชิ้น และเครื่องช่วยหายใจไฮโฟลว์ (Airvo 2) จำนวน 10 ชิ้น ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลศิริราช เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ใช้ในการรักษา

ขณะเดียวกัน ยังได้ดำเนินงานด้านงานวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อแก้ปัญหา พร้อมยกระดับวงการข้าวไทยครบวงจร โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี เป็นที่ยอมรับของเกษตรกร โรงสีข้าว และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สู่ความยั่งยืนด้านข้าวของประเทศไทย

โดยในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การจัดงานประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 1 (2564) ที่จัดโดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รัสเซีย-เบลารุส ซ้อมรบกระสุนจริง เร้าพลเมืองสหรัฐฯ ออกจากยูเครนด่วน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.พ.) เร่งเร้าพลเมืองอเมริกาให้เดินทางออกจากยูเครนในทันที ในขณะที่การซ้อมรบกระสุนจริงของรัสเซียและการระดมกำลังทหารตามแนวชายแดน โหมกระพือความกังวลว่ามอสโกจะยกพลรุกรานยูเครน

ความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันกับมอสโกพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเย็น ด้วยสหรัฐฯ ประมาณการว่า มีทหารรัสเซียราว 130,000 นาย ระดมกำลังกันอยู่ตามแนวชายแดนติดกับยูเครน

"พลเมืองอเมริกันควรเดินทางออกมาเดี๋ยวนี้เลย" ไบเดนกล่าวในการสัมภาษณ์ที่บันทึกเทปไว้ล่วงหน้ากับสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ "เรากำลังรับมือกับหนึ่งในกองทัพใหญ่ที่สุดในโลก มันเป็นสถานการณ์ที่ต่างออกไปอย่างมากและสิ่งต่างๆ อาจเข้าสู่ความบ้าคลั่งอย่างรวดเร็ว"

ไบเดน เน้นย้ำว่า ไม่มีกรณีแวดล้อมใดที่เขาจะส่งทหารเข้าไปยังยูเครน แม้กระทั่งในภารกิจช่วยหลือพลเมืองอเมริกันในกรณีที่รัสเซียเปิดฉากรุกราน "มันจะเป็นสงครามโลก เมื่ออเมริกาและรัสเซียเริ่มยิงเข้าใส่กัน เราจะอยู่ในโลกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง" เขากล่าว

คำพูดของไบเดนถูกเผยแพร่ออกมาหลายชั่วโมง หลังจากรัสเซียเคลื่อนรถถังข้ามชายแดนเข้าสู่เบลารุส เพื่อซ้อมรบกระสุนจริง ที่เรียกเสียงเตือนจากนาโต้ และกระตุ้นให้ตะวันตกต้องเร่งมือในความพยายามหลีกเลี่ยงเกิดสงครามในทวีปยุโรป

นาโต้ระบุว่า ความเคลื่อนไหวประจำการขีปนาวุธ ยานเกราะหนัก และกองทหารติดปืนกลของรัสเซีย ตอกย้ำถึง "ช่วงเวลาอันตราย" สำหรับทวีปยุโรป ราว 3 ทศวรรษหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

พวกผู้นำตะวันตกพยายามติดต่อไปมากับมอสโก ในความพยายามรักษาช่องทางการสื่อสารระหว่างสองฝ่ายเอาไว้ เปิดโอกาสให้รัสเซียระบายความคับข้องใจเกี่ยวกับการแผนขยายอิทธิพลของนาโต้เข้าสู่ยุโรปตะวันตกและบรรดาประเทศอดีตสหภาพโซเวียต

อย่างไรก็ตาม พวกเขาพยามหาทางแสดงออกถึงความแน่วแน่ในการเผชิญกับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าท่าทีของรัสเซียที่ซ้ำเติมสถานการณ์ความตึงเครียดที่หนักหน่วงอยู่ก่อนแล้ว "รัสเซียไม่ควรประเมินเราต่ำเกินไป ทั้งในแง่ความเป็นหนึ่งเดียวกันและความมุ่งมั่นของเราในฐานะพันธมิตรอียูและในฐานะพันธมิตรนาโต้" โอลาฟ์ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีระบุ

เพนตากอนเผยในวันพฤหัสบดี (10 ก.พ.) ว่า ในความพยายามลดโอกาสของการคำนวณพลาดระหว่างการซ้อมรบของรัสเซียกับเบลารุส บรรดาผู้บัญชาการด้านกลาโหมของสหรัฐฯ และเบลารุสได้พูดคุยทางโทรศัพท์กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่พบเห็นบ่อยครั้งนัก

รัสเซียยังได้ส่งเรือรบ 6 ลำ ล่องผ่านช่องแคบบอสพอรัส สำหรับซ้อมรบทางนาวีในทะเลดำ และทะเลอาซอฟที่อยู่ติดกัน

ประจวบคีรีขันธ์ - ‘หัวหิน’ เปิดเมือง! รับเทศกาลนักวิ่ง “ปั้นเทศกาลวิ่งหญิงไทย ให้ “ปัง” ระดับนานาชาติ” ครั้งแรก!!

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือกัน “ปั้นเทศกาลวิ่งหญิงไทย ให้ “ปัง” ระดับนานาชาติ” เปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวและความมั่นใจในการสร้างสนามวิ่งมาตรฐานเพื่อผู้หญิง ตอกย้ำความมั่นใจด้วยศักยภาพของนักวิ่งหญิงและเชิญชวนทุกคนแสดงพลังเสริมสร้างความแข็งแรง ผ่านการวิ่งเพื่อเสริมสร้างกิจกรรมทางกายกับงานวิ่ง “Hua Hin Women’s Half Marathon 2022 Friendship’s Race with Nagoya Women’s Marathon” ก้าวไปสู่สนามในฝันเพื่อการวิ่งของผู้หญิงทุกคน 

โดยภายในงานแถลงข่าวมีการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อ “หลักของการเดิน วิ่งสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะเพื่อผู้หญิง”รวมถึงการตอกย้ำถึงบทบาทของ สสส.ในการสร้างเสริมสุขภาวะ ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในทุกกลุ่มประชากร 

โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ความปลอดภัยในการเข้าร่วมงานวิ่งของผู้หญิงในมุมมองของวิทยากรที่หลากหลาย ทั้งคุณหมอ และนักวิ่งหญิง รวมถึงบทบาทผู้หญิงในการขับเคลื่อนสังคมผ่านสนามวิ่งผู้หญิงมาตรฐาน ความรู้จากคู่มือนักวิ่งสำหรับผู้หญิง และการบูรณาการงานกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกาย กีฬา ที่แสดงออกถึงความเท่าเทียมจะสร้างโอกาสความมั่นใจให้ผู้หญิงในสถานการณ์โควิด  

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ สสปน.กล่าวว่าสสปน.ในนามผู้สนับสนุนการสร้างงานวิ่ง “Hua Hin Women’s Half Marathon 2022 Friendship’s Race with Nagoya Women’s Marathon” ให้เป็นสนามวิ่งมาตรฐานสำหรับนักวิ่งผู้หญิงในประเทศไทย ตามพันธกิจหลักของ สสปน.ในการดึงสิทธิ์งานที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างงานวิ่ง NAGOYA WOMEN’S MARATHON มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสนามวิ่งมาตรฐานที่ปลอดภัยและสร้างมิติใหม่ของมาตรฐานงานวิ่งสำหรับผู้หญิงในประเทศไทยบนพื้นที่ริเวียร่าพื้นที่ท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลไทยซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงของประเทศไทยและเพื่อสร้างสรรค์ระบบนิเวศน์ของระบบเศรษฐกิจใหม่ 

ซึ่งหัวหินนับเป็นพื้นที่ที่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพนั้นได้เป็นอย่างดีในหลาย ๆ งานที่ผ่านมา นับว่าเป็นการดึงดูดมวลชนเข้ามาในพื้นที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ รวมทั้งได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักวิ่งให้เกิดความประทับใจ และกลับมาใช้เวลากับพื้นที่หัวหินนี้อีกครั้ง  

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่างานวิ่ง “Hua Hin Women’s Half Marathon 2022 Friendship’s Race with Nagoya Women’s Marathon” เป็นงานที่หลายหน่วยงานให้การสนับสนุนเพื่อย้ำชัดในการมุ่งมั่นในการเป็นสนามวิ่งมาตรฐานเพื่อผู้หญิงในระยะฮาล์ฟมาราธอน และเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง ชุมชน และผู้ประกอบการต่างๆ ให้กลับมาคึกคัก กระผมในฐานะตัวแทนของจังหวัดมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเปิดเมืองต้อนรับนักวิ่ง รวมถึงผู้ติดตามที่เข้าร่วมงานทุกท่าน ขอให้ท่านมั่นใจและวิ่งด้วยความสุขตลอดเส้นทาง

ด้าน น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่าเทศบาลเมืองหัวหินมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ก้าวสู่การจัดงานจริงในพื้นที่ เพื่อย้ำชัดในความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง โดยเทศบาลเมืองหัวหินได้ให้การสนับสนุนทั้งด้านความปลอดภัยของเส้นทางวิ่ง การจราจร การอำนวยการด้านต่าง ๆ เป็นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ เพื่อต้อนรับการมาเยือนของนักวิ่งและผู้ติดตาม

“รองโฆษกรัฐบาล” เผย รัฐจัดสินเชื่อดอกเบี้ยตำ่ ช่วยผู้ประกอบการ ใช้ประโยชน์จากสมาชิกRCEP ผลักดันส่งออก หลังยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าไทย  3.9 หมื่นรายการ 

นางรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนให้ภาคเอกชน ใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือ RCEP ที่มี15 ประเทศสมาชิก ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา 

โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการในหลายด้าน คือ สร้างความเข้าใจกฎเกณฑ์ทางการค้าต่างแก่ผู้ประกอบการ ช่วยวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ชี้แนะแนวทางพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด RCEP ส่วนกระทรวงการคลัง ได้ออกมาตรการช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน

ทั้งนี้ประเทศไทย จะได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม จากการช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โอกาสส่งออกสินค้าและบริการ เกษตรกรไทยมีโอกาสขายสินค้าเกษตรได้เพิ่มขึ้น ด้านผู้บริโภคจะมีทางเลือกซื้อสินค้าและบริการที่หลากหลาย นอกจากนั้นส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะห่วงโซ่การผลิตที่สำคัญของภูมิภาค โดยประเทศสมาชิก จะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย จำนวน 39,366 รายการ ลดภาษีเหลือ 0% ทันที จำนวน 29,891 รายการ

อาทิ ผลไม้สดและแปรรูป สินค้าประมง น้ำผลไม้ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์และส่วนประกอบ พลาสติก เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ส่วนประกอบ เพิ่มโอกาสทางการส่งออกให้กับสินค้าไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้วัตถุดิบของประเทศสมาชิก สินค้าไทยที่จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น อาทิ อาหารปรุงแต่ง อาหารสัตว์เลี้ยง รองเท้า เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก ปลาทูน่ากระป๋อง ที่ไทยนำเข้าวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากแหล่งนอกภูมิภาค สามารถผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิดและได้รับสิทธิ์การลดภาษีนำเข้าได้ง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับความตกลง FTA อื่นๆ ก่อนหน้า

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ประกอบธุรกิจส่งออกหรืออยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ที่เกี่ยวข้องในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม  ที่เน้นส่งออกไปยังประเทศสมาชิกRCEP หากต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (EXIM BANK )ออกบริการ “สินเชื่อเอ็กซิมลุยตลาด RCEP” คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 2.75% ในปีแรก วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท โดยสามารถใช้หนังสือค้ำประกันบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมกับบุคคล นิติบุคคลค้ำประกัน เป็นหลักประกันร่วมได้กรณีกู้เงินไม่เกิน 5 ล้านบาท แถมวงเงิน Forward Contract สูงสุด 1 เท่าของวงเงินสินเชื่อ เป้าหมายวงเงินสนับสนุนรวม 3,000 ล้านบาท  ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่บัดนี้ถึง 29 ก.ค.นี้ 

“นายกฯ” เร่ง เบิกจ่ายงบประมาณ สั่ง รมต.ติดตามให้ตรงเป้า ลดปัญหาเบิกจ่ายพลาด 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบ ตามที่สำนักงบประมาณ รายงานภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2565 ไตรมาสที่1 เดือนต.ค.-ธ.ค.2564 พบว่างบประมาณรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน มีการเบิกจ่าย ก่อหนี้ผูกพันสูงกว่าเป้าหมาย โดยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19ส่งผลให้หลายหน่วยงานต้องปรับแผนการปฏิบัติงาน การใช้จ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทำให้บางส่วนเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ประมาณเป็นไปตามเป้าหมาย 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกฯกำชับให้แต่ละกระทรวง หรือหน่วยงาน พิจารณาแนวทางดำเนินงาน กำหนดโครงการที่สอดคล้องกับปริบทใหม่ โดยให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงบประมาณ คือ เร่งรัดการดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง งบลงทุนรายการปีเดียว ให้ก่อหนี้ผูกพันให้เสร็จภายในไตรมาสที่2ของปีงบประมาณ เดือนม.ค.-มี.ค.2565 และให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัด รัฐมนตรีที่กำกับดูแล หรือรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมาย กำกับหน่วยรับงบประมาณ ดูแล เร่งรัด ติดตามและประเมินการปฏิบัติงานการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งสำนักงบประมาณนำผลการเบิกจ่ายที่เกิดขึ้นมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณางบประมาณปี 2566 

“เทพไท" หนุนรัฐเปิดคนละครึ่งเฟส 5 ให้วงเงิน 5 พันบาท กระตุ้นศก. ช่วยเหลือปชช.จากโควิดที่อาจเกิดรอบใหม่ได้ เผยเข้าร่วมสิทธ์เช่นกัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากการที่รัฐบาลได้เปิดให้มีการลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่งเฟส 4 รับวงเงินใช้จ่ายคนละ 1,200 บาท ที่เว็บไซต์ คนละครึ่ง และแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ครบ 1 ล้านสิทธิ์แล้ว เมื่อเวลา 15.55 น.ของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 นั้น นับว่าเป็นความสำเร็จที่การใช้สิทธิ์ลงทะเบียนของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ครบตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้ คือ 29 ล้านคน (จากยอดผู้ที่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งเฟส 3 จำนวน 27.98 ล้านคน) แสดงให้เห็นว่าโครงการคนละครึ่ง ยังเป็นที่นิยมของพี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมาก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชน มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทั้งผู้ซื้อสินค้า และกลุ่มแม่ค้า ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเป็นจำนวนมาก 

“ส่วนตัวก็ได้ใช้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ด้วย เพราะตอนเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ยังขาดจำนวนผู้ใช้สิทธิ์อยู่ประมาณ 2 ล้านคนอยู่หลายวัน จึงได้ทดลองใช้สิทธิ์ ในโครงการคนละครึ่งในเฟส 3 ด้วย แต่ได้ใช้สิทธิ์ไม่ครบตามวงเงิน4,500บาท และตอนนี้ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ เพื่อเข้าร่วมโครงการ ผ่านแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" รับวงเงินใช้จ่าย 1,200 บาท แล้ว ได้ใช้สิทธิ์คนละครึ่งกับร้านค้าขายกล้วยปิ้ง ร้านขนมหวาน อยู่เป็นประจำ”นายเทพไท ระบุ

“โฆษกรัฐบาล” โว “บิ๊กตู่” ปลื้มปชช.แห่ใช้คนละครึ่ง เฟส 4 เผย ลงทะเบียนเต็ม 29 ล้านสิทธิ ใช้จ่าย 10 วัน 2.3 หมื่นล้านบาท 

นายธนกร  วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีที่มีกระแสตอบรับจากประชาชน พอใจและชื่นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 ของรัฐบาล  3 โครงการ หลังเปิดให้ใช้จ่ายเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าการใช้จ่ายถึงวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิสะสม  34.42 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 23,032.55 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 22.23 ล้านคน

ยอดใช้จ่ายสะสม 20,612.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 10,433.8 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 10,178.5 ล้านบาท 2.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 11.32 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 2,248.45 ล้านบาท และ 3. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 0.87 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 171.80 ล้านบาท

นายธนกร กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ที่เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ลงทะเบียนครบแล้วจำนวน 29 ล้านสิทธิ ซึ่งประชาชนทั่วไปฯที่ลงทะเบียนโครงการฯ ระยะที่ 4 สำเร็จ จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.-30เม.ย. ส่วนประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 สามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 4 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้ต่อเนื่อง และต้องเริ่มใช้สิทธิ ภายในวันที่ 28 ก.พ.เวลา 22.59 น. หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ

"บิ๊กตู่" ชวน คนไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม "เอเปค 2022" กำชับ หน่วยงานขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ตลอดปี 2565 ของไทย (APEC 2022)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ว่าการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยเริ่มต้นแล้ว โดยให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่เจ้าภาพ ร่วมมือกันขับเคลื่อนผลประชุมให้เป็นรูปธรรม และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือ และความตั้งใจจะทำให้การเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยประสบความสำเร็จและบรรลุผลลัพธ์ดังที่มุ่งหวังไว้

นายธนกร กล่าวว่า การประชุมเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง มีหัวข้อหลักของการประชุม คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หรือ “Open. Connect. Balance.” ประเด็นสำคัญ คือ ทำให้เอเปคเปิดกว้างสู่ทุกโอกาส เชื่อมโยงในทุกมิติ สร้างสมดุลในทุกด้าน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความไม่สมดุลที่เห็นเด่นชัดขึ้นจากวิกฤติโรคระบาด และการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy เน้นการค้าการลงทุนแบบเสรี และ การกระชับความร่วมมือในการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูความเชื่อมโยงในภูมิภาค อย่างปลอดภัย ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการทำงานในทุกมิติ 

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯเชื่อมั่นว่าความร่วมมือ บูรณาการการทำงานเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม จะส่งผลให้การดำเนินงานมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมจากคณะอนุกรรมการทุกด้าน และในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย ผลักดันและส่งเสริมผลประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนคนไทย ทั้งด้านการค้าการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยีและดิจิทัล การพัฒนาชุมชน สตรี สิ่งแวดล้อม

“ธนกร” ซัด "เพื่อไทย" มโน รัฐบาลอยู่ไม่ถึงจัด ”เอเปค” ยัน “นายกฯ” ไม่คิดยุบสภาฯ ชี้ ทำเสียเงินจัดลต.อื้อ เย้ย ฝ่ายค้านงัดข้อมูลตัดแปะ-ซักฟอกไร้นำ้หนัก

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะอยู่ถึงเป็นเจ้าภาพจัดประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC 2022)ต้อนรับผู้นำนานาชาติสู่ไทยในเดือนพ.ย.นี้ เพราะเจอทั้งศึกในและศึกนอก ว่า การที่พรรคการเมือง มีหลายกลุ่ม หลายก๊วน และแยกตัวออกไปอยู่กับพรรคอื่น ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง

เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยน่าจะเข้าใจดีที่สุด เพราะสมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย ก็มีหลายกลุ่มหลายก๊วน จนต้องแยกแกนนำพรรคแต่ละคนไปคุมแต่ละก๊วน เกิดปัญหามากกว่าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่อยากให้นายประเสริฐ รีบมโนว่าพรรคพปชร. จะต้องเป็นเหมือนพรรคเพื่อไทย เพราะอุดมการณ์ทางการเมือง ความเด็ดขาดกับการทุจริตคอรัปชั่น ไม่เหมือนกับพรรคเพื่อไทย ที่มีอดีตรัฐมนตรีถูกตัดสินจำคุก อย่างแน่นอน

นายธนกร กล่าวว่า ยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังทำหน้าที่นายกฯบริหารประเทศเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยุบสภาฯเพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชน มีแต่จะเสียงบประมาณจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของพรรคการเมืองบางพรรค คนบางกลุ่ม ที่แอบหวังว่าจะมีโอกาสได้เข้ามาบริหารประเทศบ้าง ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล ยังเหนียวแน่น มีแต่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่พยายามยุยงรายวัน หวังจะให้เกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองให้ได้ ทั้วที่รู้อยู่เต็มอกว่า เป็นแค่ความฝัน แต่ก็ขอให้ได้ฝัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top