Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

'นายกฯ' หารือ 'เอกอัครราชทูต EU' มุ่งสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-สหภาพยุโรปทุกมิติ พร้อมขยายร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเดวิด เดลี (H.E. Mr. David Daly) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ที่ได้เข้ารับตำแหน่ง เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ของเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ที่มีความความคุ้นเคยกับประเทศไทยจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสานต่อความร่วมมืออีกหลากหลายสาขาในอนาคต และช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหภาพยุโรปให้แน่นแฟ้มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งช่วยเปิดมุมมองใหม่ในสาขาที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่สหภาพยุโรปมีมติยอมรับเอกสารรับรอง Thailand Digital Health Pass บนระบบ ‘หมอพร้อม’ ให้ใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางในยุโรปได้เทียบเท่ากับกับ EU Digital COVID Certificate (EU DCC) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการฟื้นฟูการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างกัน

ด้านเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ยินดีที่ได้ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานมาตลอด โดยแสดงความชื่นชมการทำงานและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลไทย พร้อมเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามที่ตั้งไว้ได้ ซึ่งทางสหภาพยุโรปยินดีให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ยังได้แสดงความยินดีต่อการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2022 ของไทยซึ่งเป็นบทบาทของไทยในเวทีโลก เชื่อมั่นว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายความร่วมมือทางการค้าการลงทุนและสามารถต่อยอดไปถึงภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งนี้ ขอให้ไม่ลืมที่จะคำนึงถึงสหภาพยุโรปในทุกความร่วมมือ เพราะยุโรปมีศักยภาพทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอื่นๆ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ด้านยุทธศาสตร์เพื่อความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งไทยยินดีมีส่วนร่วมกับยุทธศาสตร์ฯ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ท้าทายในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทะเล การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่จะมีความร่วมมือกันได้ต่อไป ด้านความตกลงทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน

โดยได้หารือถึงกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement - PCA) ซึ่งมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายประสงค์ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งทางเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ มองว่า ไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาค ที่จะส่งผลประโยชน์ร่วมกันได้ด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำการให้ความสำคัญต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU โดยจะเร่งการเจรจาและกำหนดระดับเป้าหมายของ FTA ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 

ผบ.ทบ. ตรวจหน่วยยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ พร้อมชมอาคารซ่อมบำรุง ภายใต้กรอบความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ 

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางไปค่ายพนัสบดีศรีอุทัย อ. เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ตรวจเยี่ยมกองพลทหารราบที่ 11 และติดตามความคืบหน้าในการจัดตั้งกรมทหารราบยานเกราะเบา หรือกรมสไตรเกอร์ หลังจากกองทัพบกได้ปรับโครงสร้างจัดหน่วยกองพลทหารราบที่ 11 จากเดิมที่เป็นหน่วยสนับสนุนด้านการฝึกศึกษาให้กับกำลังพลสำรอง ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยกำลังรบ ในลักษณะหน่วยทหารราบยานเกราะเบาที่มีความสมบูรณ์ในตนเอง และใช้อัตรากำลังพลน้อยกว่าหน่วยทั่วไป สำหรับกรมทหารราบยานเกราะเบา

ปัจจุบันคือกรมทหารราบที่ 112 กองทัพบกได้ดำเนินการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 และได้นำยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์เข้าประจำการ ถือเป็นหน่วยระดับกรมที่มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย โดยเป็นหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งปัจจุบันจัดกำลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังป้องกันชายแดนด้านตะวันออก

นอกจากรับทราบผลการจัดตั้งหน่วยทหารราบยานเกราะเบา ผู้บัญชาการทหารบกยังได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของหน่วย โดยเฉพาะการปรนนิบัติบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ณ“อาคารสนับสนุนการซ่อมบำรุงยานเกราะสไตรเกอร์ (Maintenance Support Facility : MSF)” ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อการดูแลรักษายานเกราะล้อยางแบบสไตรเกอร์ ภายใต้กรอบความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐอเมริกา ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 สร้างเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2564  เป็นอาคารที่มีความทันสมัย ใช้เป็นสถานที่ในการปรนนิบัติบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ตามวงรอบ รวมถึงการฝึกศึกษาให้กำลังพลของหน่วยสามารถดำเนินการซ่อมบำรุงได้ด้วยตนเอง โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญทางการซ่อมบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์จาก

สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันกรมทหารราบที่ 112 เป็นหน่วยรับผิดชอบ ในโอกาสนี้ นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ร่วมในการตรวจเยี่ยมอาคารและดูการปฏิบัติของหน่วยทหารด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมากองทัพสหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือกองทัพบกในการเสริมสร้างความพร้อมรบของหน่วยยานเกราะสไตรเกอร์มาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะด้านการฝึกศึกษา ตลอดจนความร่วมมือล่าสุด คือการก่อสร้างอาคารซ่อมบำรุงยานเกราะสไตรเกอร์ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและกรอบความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคต่อไป

'รมว.เฮ้ง' ชวนแรงงานนอกระบบฝึกอาชีพเสริม พร้อมรับเครื่องมือทำกิน แก้ปัญหาความยากจน ตามนโยบายลุงตู่

กระทรวงแรงงาน จัดกิจกรรม เพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้ แก่ผู้ต้องการประกอบอาชีพอิสระและประชาชนทั่วไป จำนวน 2 พันคน แนะผู้สนใจติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดใกล้บ้าน 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน มีกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพอิสระ แก่ผู้ที่มีเวลาว่าง ผู้ว่างงาน หรือผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม ผ่านกิจกรรมเพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้ ที่มีการจัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2565 มีเป้าหมายทั้งปี 100 รุ่น รวมทั้งสิ้น 2,000 คน เพื่อเพิ่มโอกาสมีอาชีพ มีรายได้ มีงานทำในช่วงสถานการณ์โควิด -19  ซึ่งเมื่อจบหลักสูตรจะได้รับวัสดุอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมหรือต่อยอดพัฒนารูปแบบของสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่อไป

โดยอาชีพที่ได้รับความสนใจจากผู้อบรมได้แก่ การทำขนมไทย การทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม การทำหมูสวรรค์ การทำจักสานตะกร้าพลาสติก การทำเบเกอรี่ การทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การทำปาท่องโก๋ เค้กหน้านิ่ม และชิฟฟ่อน ซึ่งผลการดำเนินการปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมามีผู้ฝึกอบรม จำนวน 2,408 คน สร้างรายได้ 10,113,640 บาท

“พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ห่วงใยแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 แรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน  และผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมเพื่อนำไปใช้จ่ายในครัวเรือน ได้กำชับกระทรวงแรงงานดูแลแรงงานทั้งในระบบ และนอกระบบเท่าเทียม ทั่วถึง ให้มีทางเลือก มีโอกาสและช่องทางทำกิน  โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานมีภารกิจในการส่งเสริมและให้บริการแนะนำการประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงการจัดสาธิตและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ โดยมีการจัดวิทยากรให้ความรู้ด้านการประกอบการ อาทิ การบริหารจัดการ การทำบัญชีเบื้องต้น การตลาด การคิดต้นทุนการผลิต กำไรขาดทุน เป็นต้น

ระยอง - ผวจ.ระยอง เผยคราบน้ำมันจ่อประชิดฝั่งห่าง 5 กม. ยัน!เสียใจหลังน้ำมันรั่วรอบ 2 พร้อมตำหนิบริษัทต้นตอ ขาดความระมัดระวัง!! กรมเจ้าท่าแจ้งความดำเนินคดี 4 ข้อหา

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง ได้เดินทางมาตรวจและติดตาม การรับเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล บ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก. หรือ SPRC ที่หมู่บ้านสบาย สบาย รีสอร์ท หาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง ได้เปิดเผยถึง กรณีเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล รอบที่ 2 จำนวน 5,000 ลิตร ซึ่งเป็นจุดเดิมที่มีการรั่วไหลเมื่อครั้งที่แล้วว่า จุดที่พบคราบน้ำมันรั่วไหลอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 กม. ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจ ซึ่งทุกฝ่ายก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกันไป ทั้งนี้ บริษัท น่าจะทำได้ดีกว่านี้ น่าจะมีความระมัดระวังในการวางแผนเข้าดำเนินการตรวจสอบให้รอบคอบ ซึ่งการขอโทษไม่ได้ช่วยอะไร คิดว่าประชาชนคงรับไม่ได้ เบื้องต้นได้ตำหนิทาง บริษัทฯ ไปแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีแน่นอน โดยเฉพาะความรู้สึกของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่วนการปลดธงแดง และการลงเล่นน้ำทะเล ต้องขอประเมินสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเลอีกรอบ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง ในฐานะผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ไม้ฟ้า ปักเขตานัง ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด ดำเนินคดี 4 ข้อหา โดยแบ่งออกเป็น 4 ฐานความผิด คือ

1.ฐานความผิดตามมาตรา 119 ทวิแห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่ 14) พ.ศ.2535 กรณีก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นคดีที่ต่างกรรมต่างวาระ กับการกระทำผิด ซึ่งได้ร้องทุกข์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2565

เลย - หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จัดกิจกรรมโครงการ ทำดีเพื่อน้อง ทาสีเครื่องเล่นสนามโรงเรียนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน

โรงเรียนชุมชนบ้านปากห้วย อ.ท่าลี่ จ.เลย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย พันเอก อุทัย นิลเนตร ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 และคุณสิริกัญญา นิลเนตร ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมทหารพรานที่ 21 จับมือกับคณะหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 นำกำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 2102 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมคณะแม่บ้านจิตอาสาของหน่วย จัดกิจกรรมโครงการ ทำดีเพื่อน้อง       

           

โดยกิจกรรมทาสีเครื่องเล่นสนามโรงเรียนชุมชนบ้านปากห้วย อ.ท่าลี่ จ.เลย ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาขนาดกลาง มีอาณาเขตติดกับแขวงไชยบุรี สปป.ลาว เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล 2- มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนนักเรียนรวมทั้งสิ้น 282 คน เป็นกิจกรรมทาสีเครื่องเล่นสนาม เพื่อช่วยซ่อมแซมเครื่องเล่นสนามของเด็ก ๆ ให้สวยงาม สร้างบรรยากาศในการเล่นและการเรียนรู้ให้เครื่องเล่นสนามของเด็ก ๆ มีความสวยงามและน่าเล่น ทำให้เด็ก ๆ ได้มีความสุขในการเล่น เป็นการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยมี นางสาวศิริภรณ์  เยาวพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น ซึ่งในการดำเนินกิจกรรมครั้งต่อไป

'หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด' แนะ สิ่งที่เราต้องทำ คือ 'พลิกโฉมประเทศไทย'

นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "นี่คือ พลิกโฉมประเทศไทย" มีเนื้อหาดังนี้…

อนาคตของชาติไม่ควรแขวนอยู่กับนโยบายกะปริดกะปรอย ยุทธศาสตร์เลื่อนลอย การบริหารบนผลประโยชน์ธุรกิจการเมือง การเมืองแบบเก่าที่ไม่เข้าใจความต้องการของโลกสมัยใหม่

ความใหม่ คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ย้อมขายเพื่อหวังกระแสและคะแนนเสียง ความใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ แรงบันดาลใจ และอุดมการณ์อันแข็งแกร่งของนักการเมืองรุ่นใหม่ เพื่อที่จะมาเป็นรัฐบาลที่พลิกโฉมประเทศไทย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูป แต่ต้อง “พลิกโฉม”

แต่ความเป็นจริงคือ นักการเมืองรุ่นใหม่และรุ่นเก่า (ที่ต้องการทางเลือกใหม่) ต้องจับมือกัน รุ่นใหม่ต้องการรุ่นเก่าเพราะการสู้รบกับ เสือ สิง กระทิง แรด ในสภาและแต่ละหน่วยงาน ต้องอาศัยชั้นเชิงและความช่ำชองที่มาจากประสบการณ์ รุ่นเก่าต้องการรุ่นใหม่ มิฉะนั้นก็จะตกอยู่ในวังวนของความเหมือนเดิม

รุ่นใหม่คือตัวยิง รุ่นเก่าคือตัวส่งลูก รวมกันเราพลิกโฉม หากแยกกันการเมืองอุปถัมภ์คงเอาไปรับประทานอย่างแน่นอน

นี่คือ 5 นโยบายที่ไม่ใหม่ เพราะประเทศอื่นทำมาหมดแล้ว บางนโยบายพรรคอื่นได้พูดถึงบ้างแล้ว และเป็นนโยบายฉบับย่อ เพราะรายละเอียดมีอีกเยอะ

แต่สิ่งที่ใหม่คือ เหตุผลและจุดประสงค์ของนโยบาย เพราะถ้าเหตุผลคลุมเครือ จุดประสงค์บิดเบี้ยว ผลลัพธ์ก็เข้าแต่กระเป๋าการเมืองเก่า และเมื่อทำสำเร็จแล้ว ความใหม่คือโฉมหน้าประเทศไทย

>> คาสิโนเสรี ไม่ใช่เพราะบ้าการพนัน แต่มันคือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ในพื้นที่ของธุรกิจการเมือง แต่ทำในพื้นที่ยากจนที่สุด อยู่ท้ายแถวของความเหลื่อมล้ำ แต่ก่อนทำจะต้องมีประชามติ คนในพื้นที่ต้องเห็นด้วย ซึ่งการทำอุตสาหกรรมคาสิโนนั้น มีจุดประสงค์เพื่อต่อยอดในธุรกิจอื่น ยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับคมนาคม ภาษีรายได้เอาไปลงกับการศึกษาและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างมีอยู่แล้ว Indian Reservations เคยเป็นพื้นที่ยากจนที่สุดในอเมริกา แต่ในพื้นที่ที่ได้ทำคาสิโนถูกกฎหมาย ผลต่อยอดมหาศาลและทั่วถึง นี่คือการกระจายศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเข้าไปในแต่ละภูมิภาค และพัฒนาทั้งประเทศ ไม่ใช่กระจุกอยู่แต่ในกรุงเทพ รถในกรุงเทพก็จะติดน้อยลงโดยปริยาย เพราะประชากรระบายออกไปหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า นี่คือการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจที่กระจุก นี่คือการพลิกโฉมประเทศไทย

กาฬสินธุ์ - เปิดงานนมัสการพระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก กระตุ้นท่องเที่ยว!!

อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงานบุญใหญ่นมัสการองค์พระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก โดยมีขบวนฟ้อนนางรำที่สวยงามในชุดการแสดงศรีโคตรบูรณ์ บูชาองค์พระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก พร้อมการแสดงแสง สี เสียง กล่าวขานตำนานพระธาตุพนม งานบุญกุ้มข้าวใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด

ที่ลานพระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก วัดธรรมพิทักษ์ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีฉลองสมโภชและเปิดงานนมัสการพระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก โดยมีนายธวัธชัย  รอดงาม รองผวจ.กาฬสินธุ์ นายชานุวัฒน์ วรามิตร นายก อบจ.กาฬสินธุ์ พระมหามีชัย กิจฺจสาโร ดร. เจ้าคณะอำเภอห้วยเม็ก เจ้าอาวาสวัดธรรมพิทักษ์ นายสุเทพ ชัยวัฒน์ นายอำเภอห้วยเม็ก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนทุกสารทิศร่วมงาน ในงานพิธีมีการกล่าวคำบูชาองค์พระธาตุพนมจำลอง พร้อมด้วยการรำถวายบวงสรวงในชุดการแสดง ศรีโคตรบูรณ์ถวายเป็นพุทธบูชาองค์พระธาตุ และการแสดง แสง สี เสียง เล่าขานตำนานพระธาตุพนม

นอกจากนี้ประชาชนในพื้นที่อำเภอห้วยเม็ก ยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม เพื่อสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี มีการจัดปฏิบัติธรรมบวชชี-พราหมณ์ ประเพณีบุญคูณลาน หรือบุญกุ้มข้าวใหญ่ การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้า OTOP และสินค้าด้านการเกษตร เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน จัดทำทะเลธุง สำหรับงานนมัสการพระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 6 - 15 กุมภาพันธ์ 2565

พระธาตุพนมจำลองห้วยเม็ก ตั้งอยู่ที่วัดธรรมพิทักษ์ ในเขตเทศบาลอำเภอห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ การก่อสร้างเริ่มต้นจากการประชุมของคณะสงฆ์ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2520 โดยมีพระเทพโมลี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารในขณะนั้นเป็นประธาน ที่ประชุมได้หารือกันว่าชิ้นส่วนและวัตถุมงคลของพระธาตุพนมองค์เดิมสมควรจะนำไปไว้ในพื้นที่ใด ในที่สุดที่ประชุมคณะสงฆ์ได้ใช้วิธีการเสี่ยงทาย ผลการเสี่ยงทายปรากฏว่า วัดธรรมพิทักษ์ อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับอนุญาตให้นำชิ้นส่วนและวัตถุมงคลของพระธาตุพนมองค์เดิมมาประดิษฐานไว้เพียงแห่งเดียว

คลัง เปิดมาตรการรัฐ 10 วัน กระตุ้นใช้จ่าย 2.3 หมื่นล้าน

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 รวม 10 วัน ตั้งแต่ 1 - 10 ก.พ. 2565 มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 34.42 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 23,032.55 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ คือ

1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 11.32 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 2,248.45 ล้านบาท

2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 8.7 แสนราย มียอดการใช้จ่ายรวม 171.80 ล้านบาท 

3. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 22.23 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 20,612.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 10,433.8 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 10,178.5 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 7,742.1 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 3,967.5 ล้านบาท ร้าน OTOP 978.6 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 7,535.8 ล้านบาท ร้านบริการ 357.7 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 30.6 ล้านบาท 

'ศรีสุวรรณ' จี้ ผู้ว่าฯ อยุธยา ปลดนายกอบต.บ้านซุ้ง หลังปปช. ชี้มูลความผิดฐานทุจริตนานแล้ว

'ศรีสุวรรณ' ทวงถามผู้ว่าฯ อยุธยาทำไมไม่ปลดนายก อบต.บ้านซุ้ง ทั้งๆ ป.ป.ช. ชี้มูลผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่มานานแล้ว เตือนหากประวิงเวลาอีกต้องร้อง รมว.มหาดไทย เพื่อสอบเอาผิดผู้ว่าฯต่อไป

11 ก.พ. 65 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทวงถามการใช้อำนาจสั่งให้นายก อบต.บ้านซุ้ง อ.นครพลวง พ้นจากหน้าที่ หลังจากที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่มานานแล้ว แต่จังหวัดกลับประวิงเวลาอย่างมีพิรุธ กลายเป็นที่ครหาของประชาชนนั้น

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน ต.บ้านซุ้ง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านซุ้ง ได้กระทำการทุจริตเงินโครงการคนดีศรีบ้านซุ้งต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด 2556 เป็นเหตุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทำการไต่สวนและสอบสวน และได้ทำการชี้มูลความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ พร้อมได้สรุปสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครหลวง นายอำเภอนครหลวง และหรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

‘เอ้ สุชัชวีร์’ หอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินตัวเองและภรรยา 

เอ้ สุชัชวีร์’ หอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินตัวเองและภรรยา เชื่อถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง 

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีถูกร้องเรียนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ โดยระบุว่า

ชีวิตเปิดเผย โปร่งใส 

คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ของสภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้ข่าวว่ามีผู้ร้องเรียนว่า ผมมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ผมจึงจำเป็นต้องแสวงหาความจริงจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่ดูแลเรื่องดังกล่าวนี้ เพื่อเป็นการรักษาเกียรติยศและชื่อเสียงของผม ของครอบครัวผม และวงศ์ตระกูลของผม 

วันนี้ผมมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้กรุณาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผม ว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ และตรวจสอบว่าผมมีพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบในขณะที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังหรือไม่ เนื่องจากมีการนำเสนอข้อมูลหลายครั้ง ทั้งทางสื่อออนไลน์และนอกสื่อออนไลน์ ชี้นำสังคมว่ามีข้อมูลมากมายทำให้สงสัยได้ว่าผมอาจมีพฤติกรรมทุจริตและประพฤติมิชอบและยังอาจร่ำรวยผิดปกติ 

ผมหวังว่าทาง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้ตรวจสอบว่า ผมร่ำรวยผิดปกติหรือไม่โดยด่วน เพื่อให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริงและไม่ถูกนำเรื่องนี้ไปใช้เป็นประเด็นการเมือง 

ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องและเพื่อนๆ ที่รักทั้งหลายที่เป็นห่วงผม ทั้งส่งข้อความและโทรศัพท์มาให้กำลังใจ ว่าเพิ่งเข้าสู่วงการการเมืองก็ถูกรังแกเสียแล้ว ก็อยากจะขอกำลังใจ และอยากจะบอกว่า เมื่อผมตัดสินใจเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนก็เตรียมใจไว้อยู่แล้วครับ และหวังจะได้เห็นการเมืองแบบใหม่ ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นการหวังลมๆ แล้งๆ หรือเปล่า 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top