Monday, 22 June 2026
NewsFeed

"กรมการทหารช่าง" ส่ง กำลังพล-ยุทโธปกรณ์ ช่วยประชาชน ขนย้านสิ่งของหนีน้ำท่วม พร้อมรับซื่อสินค้าเกษตร

กรมการทหารช่าง โดย กองพลทหารช่าง (ช.11 พัน.602) จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จว.ราชบุรี 

โดยการช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นการช่วยขนย้ายประชาชนและสิ่งของ ออกจากพื้นที่น้ำท่วม และสะพานขาด ถนนไม่สามารถใช้สัญจรได้  

 

“ผบ.ทบ. “ เยี่ยมศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 2 จ.สกลนคร แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พร้อมตรวจชายแดนริมโขง ดูสถานการณ์ยาเสพติดพื้นที่ กกล.สุรศักดิ์มนตรี 

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมหน่วยทหารในพื้นที่ภาคอีสานเป็นวันที่ 2 โดยในวันนี้เข้าเยี่ยมชม ศูนย์จิตอาสาภาค 2 ตั้งอยู่ภายในค่ายกฤษณ์สีวะรา อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรม เพื่อเตรียมจิตอาสาต้นแบบ และขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา สร้างความรักความสามัคคี  โดยมีการดำเนินโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยองค์ความรู้กสิกรรมธรรมชาติ ส่งเสริมให้ประชาชนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

จากนั้นเยี่ยมให้กำลังใจทหารกองประจำการผลัดที่ 2/2564  ณ หน่วยฝึกทหารใหม่  กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 3 ซึ่งอยู่ในห้วงกักตัวก่อนเข้ารับการฝึก ภายใต้มาตรการป้องกันโควิดแบบครอบจักรวาล และมาตรการจำกัดพื้นที่และไม่สัมผัสสิ่งแวดล้อมภายนอกแบบระบบปิด ในการนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้พูดคุยกับทหารกองประจำการ และครูฝึกด้วยระบบออนไลน์ สร้างความมั่นใจเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ทหารใหม่ทุกนาย เพื่อร่างกายที่แข็งแรงพร้อมสำหรับการฝึกต่อไป 

ในช่วงบ่ายผู้บัญชาการทหารบกเดินทางเข้าพื้นที่แนวชายแดนไทย–ลาว ด้าน อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ในพื้นที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งเป็นกองกำลังป้องกันชายแดนที่สกัดกั้นและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ด้านยาเสพติด และการลักลอบ ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ติดตามข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดและการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ ชมการสาธิตระบบเฝ้าตรวจชายแดน ตรวจสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล มอบสิ่งของบำรุงขวัญ พร้อมมอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิบัติภารกิจร่วมกับเหล่าทหาร ให้กับหน่วยเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน การตรวจเยี่ยมในวันนี้ผู้บัญชาการทหารบกยังได้พบปะและมอบเครื่องกันหนาวให้กับประชาชนใน ต.หนองเดิ่น  อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เพื่อใช้ในช่วงฤดูหนาว  

สำหรับพื้นที่ชายแดนด้าน จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ อยู่ในความรับผิดชอบของ กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มีความยาวเขตแดนริมโขงรวม 340 กิโลเมตร ภารกิจสำคัญคือสามารถสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม  โดยในปีงบประมาณ 2564 จับกุมทั้งสิ้น 568 ครั้ง ผู้กระทำผิด 700 คน ยึดของกลาง ได้แก่ ยาบ้า 72,010,615 เม็ด, กัญชา 9,141 กิโลกรัม, ไอซ์ 5,296 กิโลกรัม และเฮโรอีน 140 กิโลกรัม เป็นต้น  เมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมในปีงบประมาณ 2563 กับ 2564 สามารถจับกุมยาบ้าเพิ่มขึ้น 5 เท่า รวม 57,664,013 เม็ด 

 

'ก้าวไกล’ แนะรัฐหนุน ‘แรงงานข้ามชาติ’ เข้าระบบ ชี้!! ยิ่งจับ ยิ่งส่งเสริม ‘ค้ามนุษย์’ เฟื่องฟู

เปิดประเทศสุดลักลั่น สวนความต้องการภาคเศรษฐกิจ ‘สุเทพ’ ชี้ ‘แรงงานข้ามชาติ’ ยิ่งเน้นจับ ยิ่งส่งเสริมขบวนการ ‘ค้ามนุษย์’ เฟื่องฟู

วันที่ 9 พ.ย. 64 นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนแรงงาน พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร สะท้อนทัศนะต่อสถานการณ์แรงงานในขณะนี้ว่า เมื่อรัฐบาลต้องการเปิดประเทศ สิ่งที่ตามมาทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความต้องการแรงงานเพื่อขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่ยังจำเป็นอย่างมากในหลายภาคส่วน ไม่ว่าภาคประมง ภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว หรือภาคอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือ ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเกี่ยวพันซ้อนทับกับปัญหาหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากขบวนการค้ามนุษย์ ต้นทุนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงทางสาธารณสุขที่อาจเกิดการระบาดของโควิด-19 ซ้ำรอยกรณีคลัสเตอร์แรงงานต่างชาติจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อกลางเดือนธ.ค. ปีก่อน สิ่งที่น่ากังวลก็คือ เริ่มปรากฏสัญญาณหลายอย่างที่ส่อไปในทางนั้น ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ไม่เคยมีการถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นเลย

“กรณีคลัสเตอร์สมุทรสาคร เกิดขึ้นหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 จากคำสั่งปิดเมืองระลอกแรก ทำให้มีความต้องการแรงงานข้ามชาติสูงในภาคการผลิต แต่ภาครัฐก็ยังดำเนินนโยบายปิดชายแดนอย่างเข้มงวด ไม่ปรับตัวตามสถานการณ์จริงเพื่อทำให้การเข้ามาของแรงงานต่างชาติเป็นไปอย่างถูกกฎหมายภายใต้มาตรการสาธารณสุข ทั้งที่เรื่องนี้สามารถทำได้ ผลที่ตามมาคือ เกิดขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจสีเทาที่จะเกิดไม่ได้เลย หากไม่มีความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตกินสินบาทคาดสินบน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าเจ้าหน้าที่ส่วนไหนมีหน้าที่ในการดูแลชายแดน แต่กลับปล่อยปละละเลยจนเกิดการทะลักเข้ามาของแรงงานเถื่อนได้มหาศาล สุดท้ายจึงเกิดเป็นคลัสเตอร์จังหวัดสมุทรสาครขึ้น นำไปสู่มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอีกครั้ง สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกัน รัฐบาลกลับไม่สามารถหาตัวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในความบกพร่องเหล่านี้มารับผิดได้เลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก”

สุเทพ กล่าวต่อไปว่า เมื่อไม่มีการถอดบทเรียนจนมาถึงการเปิดเมืองในครั้งนี้ จึงยังเห็นนโยบายที่เน้นการปิดชายแดนอย่างเข้มงวดหรือทำให้เป็นเรื่องยากแบบเดิม และสวนทางกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจเหมือนเดิม ช่วงที่ผ่านมาจึงเห็นสัญญาณการลักลอบนำเข้าแรงงานข้ามชาติอย่างผิดกฎหมายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งในส่วนที่จับกุมได้ เช่น ที่จังหวัดกาญจนบุรี วันเดียว 260 คน พบว่ามีการจ่ายกันถึงรายละ 18,000 - 23,000 บาทต่อคน ขณะเดียวกัน ส่วนที่จับกุมไม่ได้ก็มี ดังกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำและถูกเอาไปทิ้งไว้ข้างทางกว่า 20 คน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3 คน ในจำนวนนี้ยังพบผู้ติดเชื้อโควิด- 19 ด้วย   

“สัญญาณเหล่านี้ชัดมากว่ากำลังมีขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานระลอกใหญ่ เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น หากรัฐบาลและกระทรวงแรงงานมีวิสัยทัศน์ในการมองแรงงานเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส หันมาส่งเสริมสนับสนุนสวัสดิการและการคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อจูงใจให้แรงงานต้องการอยู่ในระบบ เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ทั้งแรงงานในประเทศหรือแรงงานข้ามชาติล้วนเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งที่ขาดไม่ได้ทั้งสิ้น ในทางกลับกัน หากบริหารจัดการไม่ดี ปัญหาก็จะวนลูปกลับไปเหมือนกรณีคลัสเตอร์สมุทรสาคร”  

สุเทพ กล่าวต่อไปว่า หากพิจารณาจากความต้องการของภาคเศรษฐกิจขณะนี้ คาดว่า ไทยยังมีความต้องการแรงงานต่างชาติไม่น้อยกว่า 5 แสนคน เพราะแรงงานกลุ่มเดิมที่กลับภูมิลำเนาไปยังไม่สามารถกลับเข้ามาได้หรือกลับมาได้ยาก เนื่องจากการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายมีต้นทุนสูง มีต้นทุนจากการตรวจคัดกรองตามระบบสาธารณสุขเพิ่มเข้ามา ขณะเดียวกันระบบราชการที่ล่าช้าก็เป็นอีกช่องว่างหนึ่งที่ภาคธุรกิจรอไม่ได้ ส่วนแรงงานข้ามชาติที่ตกค้างในประเทศน่าจะอยู่ประมาณหนึ่งล้านคน บางส่วนเมื่อหมดอายุลง การขึ้นทะเบียนใหม่ก็มีภาระต้นทุนแพงกว่าการใช้แรงงานผิดกฎหมาย 

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี แถลงข่าว ’กวาดล้างการแข่งรถ’!! จับกุม รถจยย.แต่งซิ่ง 136 คัน

เมื่อวันที่ 9 พฤจิกายน 2564 เวลา 13:00 น. พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี แถลงข่าวผลการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทางมหรือขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น การรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนำไปสู่การแข่งรถในทาง อันเป็นการก่อความเดือดร้อน รำคาญและเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม 

ซึ่งในปัจจุบันยังปรากฎภาพข่าวหรือเหตุการณ์การแข่งรถในทาง การขับรถในลักษณะผิดปกติวิสัยของการขับรถธรรมดา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นเพื่อให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลภ.จว.ปทุมธานีได้ออกแนวทางการปฏิบัติและกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ใน ภ.จว.ปทุมธานี จากการระดมกวาดล้างดังกล่าวมีผลการปฏิบัติ 

ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 136 คัน 

2.ตรวจยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตราฐาน 52 อัน 

3.ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน 1 คดี 

4.เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดระเบียบไว้และใช้รถนั้น 42 คดี 

5.ใช้รถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ 65 คดี 

6.ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต 245 คดี 

7.ใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน 7 คดี 

8.แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คดี 

9. ทิ้ง วาง หรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ 7 คดี 

10.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น 1 คดี 

“อลงกรณ์” ระดมทีม! ‘กรมชลประทาน และจังหวัดเพชรบุรี’ เร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่โครงการชลประทานเขื่อนเพชรหลังจากฝนตกหนักที่เพชรบุรีเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วมกับนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพลรองอธิบดีกรมชลประทาน ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าเพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี นายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี ตัวแทนเทศบาลเมืองเพชรบุรีรักษาการผอ.สำนักชลประทานที่ 14 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยนายอลงกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่าจากสถานการณ์ฝนตกหนักเหนืออ่างเก็บน้ำและใต้อ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง คือ แก่งกระจาน แม่ประจันต์และห้วยผากเมื่อวานนี้ทำให้มีมวลน้ำจากลุ่มน้ำทั้ง3ไหลลงมาที่เชี่ยนเพชรจำนวนมาก ที่ประชุมจึงกำหนดแผนการระบายน้ำในคลองชลประทานหลัก4สายและแม่น้ำเพชรบุรีอย่างเป็นระบบให้มีผลกระทบต่อประชาชนและขุมชน2ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีน้อยที่สุดพร้อมกับแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำและในพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูงระมัดระวังเรื่องไฟฟ้าและย้ายสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ปลอดภัยพร้อมกับให้ท้องถิ่นเสริมแนวตลิ่งที่ต่ำป้องกันน้ำล้นฝั่ง 

ในส่วนกรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องจักรกลช่วยเหลือจังหวัดเพชรบุรีอย่างเต็มที่ตามข้อสั่งการของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯและนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน

นอกจากนี้ยังได้ประสานพลเรือเอก ดร.สมัย ใจอินทร์ขอการสนับสนุนเครื่องดันน้ำจากกองทัพเรือซึ่งส่งมาช่วยเพชรบุรีทุกครั้งที่ประสบภัยน้ำท่วม และขอการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกล จากพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยเพื่อช่วยป้องกันน้ำท่วมและช่วยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ขุมชนเมืองและพื้นที่เกษตร

“น้ำท่วมครั้งนี้เป็นการท่วมแบบล้นตลิ่ง และท่วมที่ลุ่มต่ำเฉพาะบางพื้นที่ในระยะสั้น ไม่ได้ท่วมทั้งจังหวัดจึงไม่มีผลกระทบต่อการค้าธุรกิจ และการท่องเที่ยวในวงกว้างแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการดูแลช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการโดยเร็วต่อไป”

"มูลนิธิออทิสติกไทย" ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ "ศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง" ยกระดับการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษ และคนพิการ

ณ มูลนิธิออทิสติกไทย แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร "นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย" ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม "บันทึกข้อตกลง" (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพคนพิการ ระหว่าง "ศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง" สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  กับ "มูลนิธิออทิสติกไทย"

โดย ผอ.ชูศักดิ์ ศิริเชียงพิณ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง ลงนามกับ อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย 

โดยสาระสำคัญ "บันทึกข้อตกลง" ข้อ 1.วัตถุประสงค์  1.เพื่อให้คนพิการได้รับโอกาสในการเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูด้วยวิธีการทางการศึกษา อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม  2.เพื่อให้คนพิการที่เข้ารับบริการในศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง หน่วยบริการบางกอกน้อยได้รับการบำบัดฟื้นฟูด้วยวิธีการทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับสภาพความพิการ และความต้องการจำเป็นเฉพาะบุคคล  3.เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง หน่วยบริการบางกอกน้อยให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง 4. เพื่อสร้างเครือข่ายทางวิชาการระหว่างศูนย์การศึกษาการศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง กับ มูลนิธิออทิสติกไทย ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น 5.เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการจัดหา และสนับสนุนทรัพยากร เช่นบุคลากร งบประมาณ สื่ออุปกรณ์ต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือคนพิการ

ข้อ 2. ข้อตกลงและขอบเขตการร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพคนพิการศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลางหน่วยบริการบางกอกน้อยโดยมีขอบเขตความร่วมมือ ดังนี้ 1.ร่วมดำเนินการจัดระบบการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม การเตรียมความพร้อม การส่งเสริมพัฒนาการการจัดการศึกษานอกระบบ การส่งเสริมอาชีพ สำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 2.ส่งเสริมด้านวิชาการงานวิจัยอ้างอิงเพื่อมาบูรณาการการพัฒนาสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 3. ร่วมมือในการจัดการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่สำหรับบุคคลออทิสติกและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 4. ร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรของ มูลนิธิออทิสติกไทย และ ศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง 5. ร่วมมือในการบริหารจัดการงบประมาณ หรือบุคลากรในการจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.ร่วมมือด้านการจัดหลักสูตร และการบริหารทางวิชาการที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 7. ความร่วมมือทางวิชาการด้านอื่นๆ

‘ผัดไทย’ ขึ้นแท่นอาหารฮิต ติดอันดับ 2 เมนูจานด่วน ที่คนมะกันสั่งเดลิเวอรี่มากที่สุด

เพจ กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand โพสต์ข้อความระบุว่า 2021 Uber Eats Cravings Report จัดอันดับให้ผัดไทยอยู่ในลำดับที่ 2 ของอาหารจานด่วนที่ถูกสั่งมาทานที่บ้านมากที่สุด (the most ordered items) ในสหรัฐอเมริกา โดยอันดับหนึ่งคือ มันฝรั่งทอด (fries)

'หมอวรงค์' จับตาคดีชี้ชะตา 3 แกนนำม็อบสามนิ้ว ชี้! จะเป็นบรรทัดฐานล้มล้างการปกครองหรือไม่

'หมอวรงค์' ฟันธง คดีนี้ใหญ่มาก! จับตาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นบรรทัดฐานว่าการที่ม็อบเรียกร้องเรื่อง ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์จะเข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

10 พ.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า #คดีนี้ใหญ่มาก

การที่ม็อบราษฎร มีการเคลื่อนไหวเรียกร้อง "ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์" ซึ่งมีสาระใหญ่ ๆ เช่นยกเลิกมาตรา 112 ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ (ผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องพระมหากษัตริย์มิได้) รวมทั้งข้อเรียกร้องอื่น ๆ รวม 10 ข้อ

ต่อมา อ.ณฐพร โตประยูร ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตามกระแสข่าว มีหลักฐานการรับเงินจาก NGO ต่างประเทศด้วย ไปยื่นร้องแกนนำม็อบ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่า

"บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้"

ตม.จว.ภูเก็ต - บก.ตม.6 และ บก.สส.สตม. ร่วมกันจับกุม! ผู้ต้องหา ‘สวมสิทธิขอสัญชาติไทย’

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัย เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย หรือลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. แถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้ 

นายโอมจี อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 284/2564 ลง 7 ตุลาคม 2564 และ 288/2564 ลง 8 ตุลาคม 2564 ข้อหา “เป็นผู้ยื่นคำขอมีบัตรประชาชนโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่, เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำหรือใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎร์อื่นโดยมิชอบ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการที่มีบัตรประจำตัวประชาชน, แจ้งความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับให้เป็นพยานหลักฐานโดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา 267 ในประการที่น่าจะให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

สืบเนื่องจาก ตม.จว.ภูเก็ต ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนต่างด้าวมีพฤติกรรมทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ของ  ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จว.ภูเก็ต จึงได้ดำเนินการตรวจสอบสืบสวนจนพบข้อมูลต้องสงสัยน่าเชื่อว่า นายโอมจี อายุ 49 ปี เดิมเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งอาจเป็นผู้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยโดยไม่ถูกต้อง จากนั้น จึงได้ตรวจสอบไปยังกรมการปกครองและได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากกรมการปกครองกลับมาว่า บุคคลดังกล่าว ( นายโอมจี ) มีภาพใบหน้าลักษณะคล้ายชาวอินเดียไม่น่าจะเป็นพี่น้องกับบุคคลในทะเบียนประวัติราษฎร อีกทั้ง ทะเบียนประวัติมีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานดังกล่าวในฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร ประกอบกับการการทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยครั้งแรกนั้นได้ดำเนินการหลังระยะเวลาที่ได้จัดทำทะเบียนประวัติเป็นเวลานาน 

ตม.จว.ภูเก็ต จึงได้ประสานข้อมูลให้ บก.สส.สตม. ช่วยสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงสอบสวนปากคำพยานซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวที่นายโอมจีเข้าไปสวมสิทธิ เจ้าหน้าที่สืบสวนได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนน่าเชื่อว่า นายโอมจีฯ มีพฤติกรรมสวมสิทธิของบุคคลอื่น เพื่อขอมีสัญชาติไทย ขอมีบัตรประชาชนและเพิ่มข้อมูลในทะเบียนราษฎร์โดยทุจริต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำรายงานสืบสวนเสนอผู้บังคับบัญชา และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง และ สภ.ถลาง เพื่อดำเนินคดีและออกหมายจับผู้ต้องหาในเวลาต่อมา

“นายกฯ” ขอบคุณ ทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อน “โคก หนอง นา โมเดล” สู่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ดำเนินการแล้ว 73 จังหวัด 566 อำเภอ 22,773 หมู่บ้าน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ที่ได้ประยุกต์การใช้ศาสตร์พระราชา ตามหลักทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด  จากทฤษฎีใหม่สู่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ  ภายใต้การออกแบบพื้นที่เพื่อทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เน้นแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร เพื่อให้เกิดสมดุลของระบบนิเวศ 

นายธนกร กล่าวว่า ตลอดจนการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ เป็นหลักประกันในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ขณะเดียวกัน ช่วยรองรับกลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 73 จังหวัด 575 อำเภอ 3,246 ตำบล 25,179 ครัวเรือน วงเงินกว่า 4,780 ล้านบาท  ปัจจุบันได้มีการดำเนินการแล้วใน 73 จังหวัด 566 อำเภอ 22,773 หมู่บ้าน  โดยได้มีการเบิกจ่ายไปแล้วจำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.20 

นายธนกร กล่าวว่า โครงการ โคก หนอง นา โมเดล ครอบคลุม 7 กิจกรรม ได้แก่ 1) การฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะสั้นการพัฒนากสิกรรม 2) ปรับปรุงพื้นที่ การสร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ 3) การสร้างงานสร้างรายได้รายเดือนให้แก่เกษตรกร แรงงาน และบัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน 4) การกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน 5) การบูรณาการร่วมพัฒนาพื้นที่ระดับตำบล 6) การพัฒนาสร้างมาตรฐานผลผลิต การแปรรูป และการตลาด ตามมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย และ 7) การพัฒนาระบบดิจิทัลรองรับ Local Economy ด้วยการสร้างระบบโปรแกรมและระบบฐานข้อมูลที่สามารถใช้ต่อยอดในประโยชน์ด้านต่าง ๆ ในอนาคต 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top