Monday, 22 June 2026
NewsFeed

ปทุมธานี - ‘บิ๊กแจ๊ส’ ห่วงใยผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่ง ‘เลขาบาย’ มอบยาวัดคีรีวงศ์เสริมภูมิกันโควิด-19 ก่อนฤดูหนาว

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11:30 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้ นายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายก อบจ.ปทุมธานี และ นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ (น้องบาย)  เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี มอบยาสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันวัดคีรีวงศ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เรือนจำจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี ตำบลคลองห้า อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

โดยเรือนจำจังหวัดปทุมธานีมียอดผู้ต้องขังชาย จำนวน 1,321 คน และผู้ต้องขังหญิง จำนวน 98 คน รวมจำนวน 1,419 คน ส่วนทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) มียอดผู้ต้องขังหญิง จำนวน 692 คน ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ห่วงใยผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่พึ่งจะกลับมาสู่สภาวะปกติและจังหวัดปทุมธานีได้เปิดจังหวัด เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำได้อีก ในขณะที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลงมักจะป่วยเป็นไข้หวัดจึงต้องมีการรักษามาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดในเรือนจำ ได้มอบยาสมุนไพรเสริมภูมคุ้มกันจากวัดคีรีวงศ์ จ.ชุมพร ให้เรือนจำจังหวัดปทุมธานี (สามโคก) และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า)

นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เลขานุการนายก อบจ ปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้มอบหมายให้นำยาสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน จากวัดคีรีวงศ์ จ.ชุมพร มอบให้กับเรือนจำจังหวัดปทุมธานี (สามโคก) จำนวน 1,500 ซอง ซองละ 28 แคปซูล และ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ธัญบุรี (คลองห้า) จำนวน 1,500 ซอง เพื่อที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ต้องขังที่อยู่ภายในเรือนจำ เพราะว่าใกล้จะถึงฤดูหนาว ท่านนายก อบจ. เป็นห่วงต้องการให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

 

ครม.เคาะร่างสัญญาร่วมลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. รับทราบผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนของโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือเอฟ ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เห็นชอบแล้ว ตามมติของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง กลุ่มกิจการร่วมค้าจีพีซี ซึ่งได้เสนอผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินของรัฐเป็นค่าสัมปทานคงที่ คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันที่ 29,050 ล้านบาท และค่าสัมปทานผันแปรที่อัตรา 100 บาทต่อทีอียู (ตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต) โดยมีระยะเวลาร่วมลงทุน 35 ปี

สำหรับกลุ่มกิจการร่วมค้าจีพีซี เป็นเอกชนผู้ยื่นข้อเสนอรายเดียวที่ผ่านการประเมิน หากดำเนินการคัดเลือกใหม่อาจส่งผลให้การเปิดดำเนินการท่าเทียบเรือเอฟ ล่าช้าประมาณ 2 ปี และก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การที่ปริมาณตู้สินค้าจะเกินขีดความสามารถในการรองรับในปี 68 

ธ.ก.ส.จัดเงินกู้หนุนเกษตรกรมีเงินทุนปลูก “กัญชง กัญชา กระท่อม”

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลผลักดันโครงการเงินทุนสนับสนุนการเพาะปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ผ่านสินเชื่อ ธ.ก.ส “ธุรกิจชุมชนสร้างไทย” กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก 0.01% ต่อปี มีเงื่อนไขในการขอสินเชื่อเบื้องต้น คือ 1. ต้องเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 2. มีการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ในการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลระหว่างผู้ขอกู้กับหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันอุดมศึกษา ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือให้บริการทางการแพทย์  และ 3. ต้องได้รับใบอนุญาตให้ผลิตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ล่าสุด ธ.ก.ส. ได้อนุมัติสินเชื่อวิสาหกิจชุมชนไปแล้วกว่า 10 ราย จาก 157 ราย

“นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการเกษตรไทยโดยเฉพาะค้นหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ๆ ตามนโยบายส่งเสริมเกษตร BCG  ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้มีนโยบายเร่งด่วนผลักดันให้กัญชาและกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จนนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายและออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 โดยปัจจุบันพืช 3 ก. อันได้แก่ กัญชง กัญชา กระท่อม เป็นพืชที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถยกระดับกลายเป็นอาชีพทางเลือก”

ขอนแก่น - กำนัน - ผู้ใหญ่ เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่า ให้ดำเนินการกลุ่มบุคคล 'เหยียดชาวอีสาน' ให้ถึงที่สุด!!

ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้รับหนังสือจากนายฉัตรชัย โลหะมาตย์ กำนันตำบลหนองกุง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัด พร้อมด้วยตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกอำเภอของจังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับกลุ่มบุคลที่เหยียดชาวอีสานในโชเชียลกลุ่มคลับเฮ้าส์ TOXIC ตนเองในนามตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดขอนแก่น ได้มีการพูดคุยหารือกันเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นการปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของพี่น้องชาวภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด เราจะได้ยื่นหนังสือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ถึงจุดประสงค์ และมีความต้องว่าอยากให้กลุ่มบุคคลที่พูดพาดพิงให้คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่าไม่สมควร ซึ่งเราจะอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันไม่อยากให้สร้างความแตกแยก ให้มีความรักสามัคคีกัน และอยากทราบข้อเท็จจริงของกลุ่มนี้ต้องการสิ่งใด

โดยหลังจากที่ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ท่านได้กำชับให้ทำความเข้าใจและชี้แจงให้ทราบว่าเป็นเพียงกลุ่มบุคคล ที่คอยสร้างความแตกแยก ซึ่งอย่าให้พี่น้องประชาชนอย่าได้สั่นคลอนกับเรื่องดังกล่าว แต่อย่างใดก็ตามทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดขอนแก่น หลังจากได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า

ในการออกมาครั้งนี้เป็นเพียงบางส่วน แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดจึงได้มีเพียงตัวแทน ซึ่งทางพวกเราเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวออกมารับผิดดชอบคำพูดของตนเองที่ทำการหมิ่น ด้อยค่าของคนอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำเหยียดด่าถึงบุพการี และบรรพบุรุษ ทางเรานั้นรับไม่ได้ และอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการอย่างหนึ่งย่างใดให้ถึงที่สุด

 

 

สระบุรี - อบจ.จังหวัดสระบุรี มอบครุภัณฑ์การแพทย์เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กับจังหวัดเพื่อส่งมอบให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา13.30 น. ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีในระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2564 เป็นต้นมาพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)รายใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้แนวโน้มจะดีขึ้น แต่การติดเชื้อรายใหม่เป็นการระบาดแบบกลุ่มก้อน ซึ่งทำให้ระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอยู่เดิมในระบบโรงพยาบาล ครุภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลรักษามีไม่เพียงพอ ประกอบกับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระบุรี ได้ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีจัดหาครุภัณฑ์การแพทย์ ในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เพื่อใช้ในการวินิจฉัย และรักษาพยาบาล

สำหรับจุดตรวจคัดกรองในหรือนอกหน่วยบริการ โรงพยาบาลสนาม หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ Cohort ward ศูนย์แยกกักในชุมชน (Community Isolation :CI)และการแยกกักตัวที่บ้าน(Home Isolation :HI) หรืออื่น ๆ ตามความจำเป็นเหมาะสม โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ดำเนินการจัดหาครุภัณฑ์ฯ ดังนี้

เครื่องเอกชเรย์เคลื่อนที่ขนาด 100 ma. พร้อมแผ่นรับภาพติจิตอล จำนวน 5 เครื่อง เครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง (High flow oxygen Therapy) จำนวน 20 เครื่อง เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 สิตร จำนวน 100 เครื่องโดยมี นายเอกพร จุ้ยสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี รับมอบครุภัณฑ์การแพทย์ ดังกล่าว จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี

 

เท่าพิภพ จี้!! ผู้ว่าฯ อัศวินรับผิดชอบ หลังน้ำท่วมชุมชนรอบแม่น้ำเจ้าพระยา 

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. เขตคลองสาน พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่น้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนเข้าประชุมสภาฯ โดยพบว่าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำทะเลหนุนขึ้นสูงและไม่มีการแจ้งเตือนจากกรุงเทพมหานคร ทำให้ทรัพย์สินในบ้านได้รับความเสียหาย จากการสอบถามจากประชาชนที่น้ำท่วมเล่าว่าไม่มีการแจ้งเตือนเลย สำนักระบายน้ำ ก็บอกว่าคิดว่าจะขึ้นแค่ 1 เซนติเมตร แต่ที่จริงขึ้น 34 เซนติเมตร ทำให้ชาวบ้านขนของไม่ทัน เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย 

โดยเท่าพิภพระบุว่า แม้เหตุการณ์น้ำทะเลหนุนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งแต่อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานคร ก็ควรมีการจัดทำระบบแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้สามารถเตรียมตัวและรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ได้ 

 

'ก้อง ห้วยไร่' ลั่น ภูมิใจที่เกิดเป็นคนอีสาน ย้ำชัด คนทุกเชื้อชาติเสมอภาคเท่าเทียม

จากกรณี #คลับเฮ้าส์toxic ที่มีชาวเน็ตออกมาพูดเหยียดคนอีสาน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

ล่าสุด ก้อง ห้วยไร่ ศิลปินเลือดอีสาน ได้ออกแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวเกี่ยวกับคนอีสาน โดยระบุว่า
#ชีวิตที่ถูกเลือกให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม

เป็นกระแสมากันสักพักนะครับ สำหรับการดูถูกเชื้อชาติ ดูถูกถิ่นกำเนิด และเป็นสิ่งที่ผมได้เคยพูดไว้ก่อนที่จะมีเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้น เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ วันนี้มีการติดต่อมาจากรายการหนึ่งเพื่อให้พูดถึงเรื่องนี้ ด้วยความที่ผมเป็นคนอีสาน (ลาว) จริง ๆ ผมชอบสองคำนะครับจะเรียกผมว่าเป็นคนอีสานหรือคนลาวก็ได้

มันยากเหลือเกินที่ใครสักคนนึงจะมีความคิดเหมือนเรา รักเหมือนเรา หวงแหนเหมือนเรา มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเรา ซึ่งแม้แต่พระพุทธเจ้าเองท่านยังทำไม่ได้ทั้งหมด หรือใครก็ตามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับใครคนไหนก็ตามก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน มันจึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราจะต้องพบเจอได้อยู่ตลอด ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เลย ที่พูดมานี้ไม่ได้หมายความว่าให้ทุกท่านทำใจกับคำดูถูกเหยียดหยามนะครับ แต่กลับกลายเป็นว่าเราต้องกลับไปถามใจตัวเองดีกว่า ว่าเราได้เป็นอย่างนั้นจริงไหม ถ้าอันไหนไม่จริงก็ไม่ต้องรับมันไว้ให้รกสมอง รกหัวใจ แต่ถ้าอันไหนมันจริงก็ปรับเปลี่ยนเพื่อเป็นการใช้ชีวิตในสังคมอย่างบุคคลทั่วไปพึงควรมี ควรปฏิบัติในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น แค่นั้นเอง

‘บิ๊กตู่’ สั่ง ครม. ชงของบฯก้อนใหญ่ ต้องส่งเอกสารล่วงหน้า 2 สัปดาห์ พร้อม ขอพรรครบ.รักษาองค์ประชุม ประกาศิตนายกฯ กฎหมายสำคัญต้องผ่าน!  ‘ดอน’ โอ่ ไทยมีสิทธิเสรีภาพมากสุดอาเซียน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ย้ำกับที่ประชุม ครม.ถึง 2 ครั้งในเรื่องการส่งเอกสารวาระ ครม.ให้กับรัฐมนตรีทุกคน ว่า จากนี้หากเป็นวาระที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมากให้ส่งล่วงหน้า 2 สัปดาห์ เพื่อที่จะให้รัฐมนตรีได้มีเวลาศึกษาก่อน ไม่เช่นนั้นหากมาเสนอกระชั้นชิดเกินไปจะทำให้การพิจารณาน้อย ยกเว้นเป็นเรื่องที่ด่วนจริงๆ หรือเป็นเรื่องการแต่งตั้ง หากอย่างนั้นไม่เป็นไร สามารถนำเสนอเป็นวาระจรได้

ส่วนนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้แจ้งต่อที่ประชุม ครม.ว่า ต่อไปรัฐมนตรีทุกคนจะต้องไปตอบกระทู้ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้ง หากติดภารกิจและไม่สะดวกที่จะไปตอบได้ด้วยตัวเอง ให้ส่งเอกสารมาให้ตนและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ไปตอบแทน นอกจากนี้ นายอนุชายังขอให้นายกฯ ช่วยประสานไปยังพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเพื่อรักษาองค์ประชุม รวมถึงแต่ละกรรมาธิการด้วย พล.อ.ประยุทธ์จึงได้ขอความร่วมมือกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคว่า ให้ช่วยกันในเรื่องกฎหมายต่างๆ โดยย้ำว่ากฎหมายสำคัญต้องผ่าน

ครม.เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมเจรจาจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา เปิดประตูการค้าอเมริกาเหนือ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ว่า ครม.เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) อาเซียน-แคนาดา พร้อมทั้งเห็นชอบกรอบการเจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา ของไทย และร่างเอกสารขอบเขตสาระที่จะเจรจาในการจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา ซึ่งจะมีการเจรจาจัดทำ FTA อาเซียน - แคนาดา ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน - แคนาดา ครั้งที่ 10 ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ การเจรจาในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยเปิดเสรีทางการค้าผ่านการลดอุปสรรคทางการค้าทางภาษีและที่มิใช่ภาษีในสินค้าทั้งหมดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งเสริมการค้าบริการในสาขาที่สำคัญ และขยายโอกาสด้านการลงทุน ซึ่งการเจรจาในชั้นนี้ยังไม่มีผลผูกผันทางกฎหมาย สำหรับสาระสำคัญของเอกสารทั้ง 2 ฉบับ มีดังนี้

1.ร่างกรอบการเจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา ของไทย มีสาระสำคัญเป็นการ วางกรอบแนวทางการเจรจาของไทย เพื่อขยายโอกาสการค้าการลงทุน เพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วนในประเทศ เพื่อเจรจาให้ได้ประโยชน์ในภาพรวมสูงสุดกับประเทศ โดยคำนึงถึงความพร้อมระดับการพัฒนาและภูมิคุ้มกันของประเทศ ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 

2.ร่างเอกสารขอบเขตสาระที่จะเจรจาในการจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา เป็นการสร้างพื้นฐานความเข้าใจร่วมกันระหว่างอาเซียนและแคนาดา ถึงขอบเขตประเด็นที่จะเจรจาประกอบด้วย หลักการทั่วไป วัตถุประสงค์ของการเจรจา ตลอดจนหัวข้อสำคัญในการเจรจา ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ การค้าสินค้า มาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้า กฎว่าด้วยถิ่นกาเนิดสินค้า พิธีการศุลกากรและการอานวยความสะดวกทางการค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า แนวทางปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบการค้าและบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ทรัพย์สินทางปัญญา แรงงาน สิ่งแวดล้อม พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นโยบายแข่งขันทางการค้า วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ความร่วมมือด้านเทคนิคและเศรษฐกิจ การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ความโปร่งใส การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ กลไกการจัดการเชิงสถาบัน วัฒนธรรม และเรื่องอื่นๆ ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นการผูกมัดผลการเจรจาที่จะเกิดขึ้น

ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับการเจรจาจัดทำ FTA อาเซียน-แคนนาดา อาทิ 1.GDP ของไทยจะเพิ่มขึ้น ประมาณการได้ตั้งแต่ 7,968 – 254,953 ล้านบาท ตามสมมติฐานที่แตกต่างกัน  2.FTA ช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของไทยไปยังภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งไทยยังไม่เคยมี  FTA ด้วยมาก่อน 3.กลุ่มสินค้าที่คาดว่าไทยจะส่งออกไปแคนาดาเพิ่มขึ้น อาทิ (1)สินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ผักและผลไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ปรุงรส (2)ผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือยาง (3)เครื่องมือและเครื่องจักร เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ส่วนกลุ่มสินค้าที่คาดว่าไทยจะนำเข้าจากแคนาดามากขึ้น อาทิ (1)ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อหมูและเครื่องใน เนื้อปลาแช่แข็ง (2)ธัญพืช เช่นข้าวสาลี (3)ไม้แปรรูป เช่น แผ่นชิ้นไม้อัดเรียงแถว เฟอร์นิเจอร์ไม้ 

ประเมินน้ำท่วมสูญ 1.6 ล้านไร่ เสียหาย 5,400 ล้าน

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯ ประเมินผลผลิตข้าวที่เสียหายจริงหลังจากได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านไร่ คิดเป็นเพียง 2.3% ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งประเทศ และคิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 5,400 ล้านบาท โดยผลผลิตข้าวที่ได้รับเสียหายส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา นครสวรรค์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ และพิจิตร เนื่องจากมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

สำหรับผลกระทบจากอุทกภัยในปี 2564 ส่งผลเสียหายน้อยเมื่อเทียบกับมหาอุทกภัยในปี 2554 และปัญหาภัยแล้งในปี 2558 โดยอุทกภัยปี 2554 มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ได้รับความเสียหายจริงอยู่ที่ 11.2 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมถึง 43,600 พันล้านบาท ขณะที่ภัยแล้งในปี 2558 มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ได้รับความเสียหายจริงอยู่ที่  2.9 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 10,500 ล้านบาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top