Monday, 22 June 2026
NewsFeed

บก.ตม.1 - บก.ตม.3 - ตม.จว.ปทุมธานี ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ลงพื้นที่นำถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้าน จว.ปทุมธานี บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

“บก.ตม.1 - บก.ตม.3 - ตม.จว.ปทุมธานี ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ลงพื้นที่นำถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้าน จว.ปทุมธานี บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม” 

(21 ต.ค. 64) พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะโฆษก บก.ตม.1 สตม.และหัวหน้าคณะประชาสัมพันธ์ บก.ตม.1 เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 20 ต.ค.64 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 และกองบังคับการตรวจคนเข้ามือง 3 (ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดปทุมธานี) นำโดย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี นำข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในสังกัด จัดกิจกรรมร่วมกับภาคประชาชนจิตอาสาฯ ในพื้นที่ เพื่อมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 500 ชุด  ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ของ จว.ปทุมธานี และพร้อมกันนี้ ตม.จว.ปทุมธานี ได้มอบสิ่งของใช้ที่จำเป็นแก่วัดโบสถ์เพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะด้วยอีกส่วนหนึ่ง ณ  วัดโบสถ์ (หลวงปู่เทียน) อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ตม.จว.เลย ลุยกวาดล้างเข้มต่อเนื่อง จับกุมแรงงานเถื่อนชาวลาวหลบหนีเข้าเมือง นายจ้างคนไทย และหนุ่มเขมร อยู่เกินหลบในไทยถึง 354 วัน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

(21 ต.ค.64)​ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์  ผกก.ตม.จว.เลย แถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดย ผกก.ตม.จว.เลย สั่งการให้พ.ต.ท.สุทธิรักษ์  นามวงษ์ รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.รอง ผกก.ตม.จว.เลย และ  พ.ต.ท.หญิง สุนิสา  ธรรมโชติ สว.ตม.จว.เลย โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.เลย ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ออกตรวจพื้นที่ตามมาตรการป้องกันปราบปรามการกระทำผิด เพื่อป้องกันผู้ที่กระทำผิดกฎหมายก่อเหตุอันตราย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเมื่อวันที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย ดังนี้... 

1. ท้าวจีด แสงจัน สัญชาติลาว โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต (หลบหนีเข้าเมือง) จับกุมได้ที่บริเวณ ชายป่าริมแม่น้ำโขง ด้านข้างโรงเรียนบ้านคกงิ้ว ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ควบคุมตัว ส่ง พงส.สภ.เชียงคาน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

2. นายแล่ จันทะวง สัญชาติลาว  โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร   โดยไม่ได้รับอนุญาต (หลบหนีเข้าเมือง) และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ฝ่าฝืนมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.ก.บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๖๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๑ จับกุมได้ที่บริเวณ ร้านหลังเขาเซ็นเตอร์ เลขที่ ๓๖ หมู่ ๔ ต.โนนปอแดง อ.ผาขาว จ.เลย ควบคุมตัว 

3. นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) โดยกล่าวหาว่า “เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” จับกุมได้ที่บริเวณร้านหลังเขา เซ็นเตอร์ เลขที่ ๓๖ หมู่ ๔ ต.โนนปอแดง อ.ผาขาว จ.เลย 

4. MR.CHUON CHHENGKEU สัญชาติกัมพูชา โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY) จำนวน ๓๕๔ วัน” จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนหน้าวัดไชยศรียาราม หมู่ ๔ ต.โนนปอแดง อ.ผาขาว จ.เลย ผู้ต้องหา ที่ 2-4 ควบคุมตัวทั้งหมด ส่ง พงส.สภ.ผาขาว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รวบ!! 'เครือข่ายค้ามนุษย์' หลอกคนไทยทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชา พร้อมจับกุมสมาชิกเครือข่ายค้าแรงงานข้ามชาติเมื่อปี 2558

จากกรณีปรากฏข่าวทางสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อโทรทัศน์ต่าง ๆ ว่ามีคนไทยถูกหลอกลวงและบังคับให้ทำงานผิดกฎหมายในเมืองพระสีหนุ ประเทศกัมพูชา และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการไทยให้ช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทย ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ตามที่ทราบแล้วนั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการให้การช่วยเหลือเหยื่อคนไทยให้ได้กลับประเทศเป็นการเร่งด่วน และทำการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันยคนร้ายหรืออาชญากรได้ถือโอกาสที่คนได้รับผลกระทบจากปัญหาในช่วงไวรัสโควิด-19 สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยการหลอกลวงให้ไปใช้แรงงาน ทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นภัยต่อประเทศ ในการนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) จึงได้ทำหน้าที่สืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิสมัย หัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน พร้อมพวก ทำการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในกรณีดังกล่าว จนสามารถออกหมายจับเครือข่ายผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 10 ราย ประกอบด้วยผู้ต้องหาชาวจีนจำนวน 4 ราย, ผู้ต้องหาชาวกัมพูชาจำนวน 4 ราย และผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 2 ราย

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ชุดปฏิบัติการสืบสวน ศพดส.ตร. ได้ทำการจับกุม สองผู้ต้องหาชาวไทยที่ได้ถูกออกหมายจับจากกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย

1) น.ส.อุบลรัตน์ พุฒิไพรสกุล อายุ 22 ปี

    ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1701/2564 ลงวันที่ 19 ต.ค.64

2) น.ส.เทียนฟ่ง แซ่หลี่ อายุ 28 ปี

    ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1702/2564 ลงวันที่ 19 ต.ค.64

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้ในพื้นที่ สภ.ฝาง และสภ.เวียงแหง จว.เชียงใหม่ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศพดส.ตร. ได้ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศกัมพูชา เพื่อให้ความช่วยเหลือเหยื่อคนไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทางเอกสารเพื่อขอรับตัวเหยื่อคนไทยกลับประเทศไทยต่อไป

นอกจากนี้ ได้มีกรณีที่ทางการมาเลเซีย โดยสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ได้มีคำร้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ร้องขอให้ทางการไทยส่งตัวบุคคลสัญชาติไทยจำนวน ๙ รายเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนย้ายแรงงานโดยผิดกฎหมายในประเทศมาเลเซีย ต่อมา พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดของไทย ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับบุคคลทั้ง ๙ รายตามคำร้องขอของทางการมาเลเซีย เพื่อดำเนินการจับกุมและส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศมาเลเซียต่อไปนั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ให้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ดังกล่าว

'ทรัมป์' ปั้น 'Truth Social'​ โซเชียลมีเดียของตัวเอง หลังโดนปิดกั้นหนัก เอาใจเหล่าสาวกเดนตาย

หลังจากที่อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเสียบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว ที่มียอดผู้ติดตามสูงถึง 88.7 ล้านคน และยังถูกปิดกั้นการเข้าถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ทั้ง Facebook รวมถึง YouTube ที่เคยใช้ ซึ่งล้วนมียอดผู้ติดตามมหาศาล อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ การบุกรุกอาคาร 'เดอะ แคปปิตอล'​ ของกลุ่มผู้สนับสนุน ที่ต้องการขัดขวางกระบวนการรับรองคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2021 ที่เชื่อว่าเกิดจากข้อความปลุกระดมในโซเชียลมีเดียของทรัมป์

ทั้งนี้​ การปิดกั้นช่องทางสื่อสารทางโซเชียล มีผลกับอดีตประธานาธิบดี ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักสร้างกระแสคนดังที่สุดแห่งยุคอย่างมาก เพราะทรัมป์ชื่นชอบ การสื่อสารผ่านทางทวิตเตอร์มาก ที่มักจะโพสต์ข้อความถึงกลุ่มฐานเสียงทุกวันอย่างสม่ำเสมอ 

อย่างไรก็ตาม​ เมื่อปิดกั้นกันนัก ท่านเสี่ยทรัมป์ก็เลยควักกระเป๋า เปิดช่องโซเชียลมีเดียเป็นของตัวเองซะเลย โดยใช้ชื่อว่า Truth Social ที่เตรียมจะเปิดตัวในขั้นทดสอบและรับสมาชิกในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ

ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 9 คน พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 67 กก. เฮโรอีน 7 กก. ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ตามนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามและอาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมได้สร้างผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติเป็นอย่างมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.รอย  อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./หน.ศอปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้ทุก บช. เร่งรัดติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง ตามแผนปฏิบัติการ ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาตอนในของประเทศ ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น


     
กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงค์ คำลือ ผบก.บก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ. พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.เชียงแสน, สภ.เมืองเชียงราย, สภ.แม่สรวย, สภ.แม่ลาว, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 13.30 น. ได้มีการแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ดังนี้ 

คดีที่ 1  จับกุมผู้ต้องหา 5 คน ยาบ้า 310,000 เม็ด ไอซ์ 58 กก., เฮโรอีน 20 แท่ง ประมาณ 7 กก. 
1.นายสงกรานต์ หรือบ่าว เดชฤทัยภักดี อายุ 22 ปี 
2.นายเรวัต หรือวัฒน์ รุ่งกระจ่าง อายุ 37 ปี 
3.นายธีรวัฒน์ หรือเก็ต หลวงแก้ว อายุ 23 ปี 
4.น.ส.รุ่งทิวา หรือน้ำ ชูวงศ์ประทาน อายุ 34 ปี 
5.น.ส.นารีรัตน์ หรือเก๋ ก๋าแก้ว อายุ 25 ปี 

พฤติการณ์   
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตำรวจภูธรภาค 5  ได้สืบสวนจากแหล่งข่าวพบว่านายเรวัต รุ่งกระจ่าง ผู้ต้องหาตามจับคดียาเสพติด ของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับพวกลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย เข้าสู่พื้นที่ จว.นครปฐม - กาญจนบุรี จึงสืบสวนจากแหล่งข่าวพบว่า นายเรวัต รุ่งกระจ่าง ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว เลขทะเบียน 1ขฬ 7383 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะ ขับวนไปในพื้นที่แนวชายแดน อ.แม่สาย - เชียงแสน โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน สีแดง ก 4369 เชียงใหม่ ขับติดตามมา เชื่อว่าจะลำเลียงยาเสพติด จึงสะกดรอยติดตาม 

จนกระทั่งวันที่ 20 ต.ค.2564 เวลาประมาณ  04:00 น. พบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ติดป้ายทะเบียน สีแดง ก 4369 เชียงใหม่ ขับนำ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว เลขทะเบียน 1ขฬ 7383 กทม. จากแนวชายแดนทางด้าน อ.เชียงแสน มุ่งหน้า อ.เมืองเชียงราย ในลักษณะขับนำ ขับตาม จึงได้สะกดรอยติดตามไป พร้อมทั้งประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจเรียกตรวจค้น 

จนกระทั่งรถยนต์ทั้งสองคัน ขับผ่าน อ.แม่ลาว จว.เชียงราย  ได้เลี้ยวขวา มุ่งหน้าไป จว.เชียงใหม่  จึงได้ประสานด่านตรวจท่าก้อ สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย  ให้เรียกตรวจค้น เมื่อรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน สีแดง ก 4369 เชียงใหม่ เข้าด่านตรวจท่าก๊อ จึงเรียกตรวจค้น พบผู้ต้องหาที่ 2 - 5 คือ  นายเรวัต หรือวัต รุ่งกระจ่าง อายุ 37 ภูมิลำเนา ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จว.กาญจนบุรี เป็นคนขับรถ, นายธีรวัฒน์ หรือเก๊ต หลวงแก้ว ภูมิลำเนา ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง  จว.เชียงใหม่, น.ส.รุ่งทิวา หรือน้ำ ชูวงศ์ประทาน อายุ 34 ปี ภูมิลำเนา  ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จว.เชียงใหม่  และ น.ส.นารีรัตน์ หรือเก๋ ก๋าแก้ว ภูมิลำเนา ต.บ้านแป้น อ.เมืองลำพูน จว.ลำพูน นั่งโดยสารมาด้วย 

เมื่อรถยนต์เก๋งคันแรกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจค้น  รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว เลขทะเบียน 1ขฬ 7383 กรุงเทพมหานคร ขณะขับมาก่อนจะถึงด่านตรวจท่าก๊อ  ได้เลี้ยวกลับรถมุ่งหน้าไปทาง อ.แม่สรวย จึงได้ขับรถไล่ติดตามไป จนกระทั่งมาถึง โรงแรม บริเวณถนนทางขึ้นดอยวาวี ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย  ได้จอดรถแล้ววิ่งหลบหนี  จึงได้วิ่งไล่ติดตามไปและควบคุมตัวคนขับรถ คือ  นายสงกรานต์ หรือบ่าว เดชฤทัยภักดี อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ มาตรวจค้นภายในรถ  พบยาเสพติดของกลาง บรรจุอยู่ในกระสอบฟางสีรุ้ง รวมจำนวน 5 กระสอบ โดยวางอยู่บนเบาะที่นั่งภายในห้องโดยสารและอยู่ในช่องเก็บสัมภาระท้ายรถยนต์  

จากการซักถามขยายผล ผู้ต้องหาที่ 1-5 รับว่าร่วมกับลำเลียงยาเสพติด จากแนวชายแดน อ.เชียงแสน จว.เชียงราย ไปส่งให้กลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ จว.นครปฐม โดยรถยนต์คันแรกมีหน้าที่ขับนำ สำรวจเส้นทาง ให้กับรถยนต์คันที่ 2 ที่บรรทุกยาเสพติด  จึงจับกุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

"นายกชาย" พร้อม “คณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทน” ลงพื้นที่เกาะสี่ เกาะห้า จังหวัดพัทลุง ตรวจสอบการขโมยรังนก และทำลายพันธุ์นกอีแอ่น

นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง ได้มอบหมายคณะกรรมาธิการและคณะทำงาน ลงพื้นที่เกาะสี่ เกาะห้า หมูที่ 3 ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ตรวจสอบกรณีมีการขโมยรังนกและทำลายพันธุ์นกอีแอ่นในพื้นที่จังหวัดพัทลุง 

นำโดย ส.ส.สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ , ส.ส.อารี  ไกรนรา รองประธานคณะกรรมาธิการ,ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง รองประธานคณะกรรมาธิการ , ส.ส.กวินนาถ ตาคีย์ กรรมาธิการ และคณะทำงาน ส.ส.สุรินทร์ปาลาเร่ ,ส.ส.นริศ ขำนุรักษ์, ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

“โฆษกรัฐบาล” เผย ยอดฉีดวัคซีนสะสม 70 ล้านโดส ลั่น พร้อมรับนทท.ต่างชาติ “บิ๊กตู่” ย้ำ ปชช.เข้มมาตรการป้องติดเชื้อ มีส่วนพลิกโฉมประเทศ 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีน เพื่อเตรียมพร้อมรับเปิดประเทศ ตามนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลด้านสาธารณสุขของประชาชนไทย ว่า ยอดการฉีดวัคซีนสะสมของไทยกว่า 70 ล้านโดส เข็มที่ 1 สะสม 39,836,306 โดส คิดเป็น 55.28 เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทยทั่วประเทศ เข็มที่ 2 สะสม 28,293,679 โดส คิดเป็น 39.26 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรไทยทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 56.59 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มเป้าหมายประมาณ 50 ล้านคน หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทยทั่วประเทศ เข็มที่ 3 สะสม 2,072,629 โดส และเข็มที่ 4 สะสม 1,631 โดส รวม 70,204,245 โดส 

ส่วนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียนอายุ 12 ขึ้นไป นักเรียนชั้น ป.6,ม.1นักศึกษา ปวช. 1-3,ปวส. 1-2 ฉีดสะสมแล้วจำนวน 2,032,794 คน คิดเป็น 53.78 เปอร์เซ็นต์ (จากจำนวนที่ประสงค์ฉีดวัคซีน 3,779,871 คน) เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ในรูปแบบในที่ตั้ง 

นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าฉีดวัคซีนตามแผน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงต่อเนื่อง  และเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม  โดยเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิต ที่ต่ำกว่า 100 ราย มากว่าครึ่งเดือนแล้ว โดยวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 9,742 ราย และหายป่วยกลับบ้าน 10,182 รายยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564 จำนวน 1,812,268 ราย และยอดหายป่วยสะสม 1,693,203 ราย  ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มีจำนวนลดลงต่ำกว่าหมื่นราย ติดต่อกันหลายวันแล้ว ส่วนยอดผู้ป่วยหายกลับบ้านมีจำนวนเพิ่มขึ้น ยอดผู้เสียชีวิตลดลง สะท้อนความบริหารสถานการณ์โควิด -19 ของรัฐบาลและความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดี

“โฆษกรัฐบาล” ชวน “โชเฟอร์แท็กซี่-วินจยย.” อายุเกิน65 ปี ในพื้นที่ 29 จ. ลงทะเบียนจองคิวรับเงินเยียวยาในระบบ ผ่าน “แอพฯDLT Smart Queue -เว็บไซต์ https:// gecc.dlt.go.th” ลดแออัด ก่อนยืนยันตัวตนที่ขนส่ง 25 พ.ย.นี้

นายธนกรนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มีอายุเกิน 65 ปี ที่ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 และมาตรา 40 ที่ขับรถอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด โดย ผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ใน 13 จังหวัด จะได้รับเงินช่วยเหลือ 10,000 บาทต่อคน ส่วน 16 จังหวัด จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อคน ว่า

ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกเปิดให้ผู้ขับรถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ที่เข้าเงื่อนไข มีรายชื่อในฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก แบ่งเป็นผู้ขับรถยนต์รับจ้าง(แท็กซี่)ประมาณ12,000 คน และผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (วินมอเตอร์ไซค์) ประมาณ 3,000 คน สามารถลงทะเบียนจองคิวรับบริการตั้งแต่วันที่18 ต.ค.-วันที่ 5 พ.ย.นี้ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th มีผู้จองคิวผ่านระบบแล้วประมาณ 7,000 คน ถือเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกและลดความแออัดตามมาตรการด้านสาธารณสุข ก่อนจะเปิดให้เดินทางมาลงทะเบียนด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบเอกสารในวันที่  25 ต.ค. นี้

นายธนกร กล่าวว่า หลังจากจองสิทธิ์ในระบบแล้ว ผู้ขับรถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ต้องเดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเองเป็นการยืนยันศักยภาพในการขับรถสาธารณะ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ระหว่างวันที่ 25 ต.ค – 5 พ.ย.นี้ ที่อาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก กลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-4 และกลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยเตรียมเอกสาร ได้แก่ ใบคำขอเพื่อรับสิทธิช่วยเหลือ ที่จุดลงทะเบียน ,บัตรประจำตัวประชาชน ,ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ,บัตรประจำตัวผู้ขับรถสาธารณะ กรณีรถเช่า ต้องมีข้อมูลทะเบียนรถที่เช่าขับและผู้ให้เช่ารถได้ โดยกรมการขนส่งทางบกจะทำการตรวจสอบข้อมูลจากผู้ให้เช่าก่อนรับสิทธิ รถที่ใช้ประกอบอาชีพต้องชำระภาษีครบถ้วน 

สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือจะจ่ายผ่านบัญชีพร้อมเพย์ เฉพาะการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน แบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย.2564 สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย. 2564 สำหรับรถแท็กซี่ที่เช่าขับ 

“โฆษกรัฐบาล” แจง แบงค์ชาติจับมือสมาคมธนาคาร หามาตรการเข้มป้องสวมรอยธุรกรรมการเงิน หลัง “นายก”สั่ง ดูแลปชช.จากการตัดเงินบัตรเครดิต-เดบิต ผิดปกติ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานความคืบหน้ากรณีมิจฉาชีพสวมรอยทำธุรกรรมการเงิน โดยตัดเงินผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตธนาคาร จำนวน 10,700 ใบ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 130 ล้านบาท  โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการยกระดับป้องกันการทำธุรกรรมการเงิน ผ่านช่องทางระบบออนไลน์และบัตรเครคิต รวมทั้งขอให้สถาบันการเงินช่วยดูแลประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งธนาคารรายงานว่า ได้คืนเงินให้ลูกค้าบัตรเดบิตที่ได้รับความเสียหายครบทุกรายแล้ว ส่วนบัตรเครดิตได้เร่งตรวจสอบและยกเลิกรายการ โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็วที่สุดต่อไปด้วย

นายธนกร กล่าวว่า ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ประสานกับสมาคมธนาคารไทย ยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนแล้ว ได้แก่ 1.ตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้ครอบคลุมธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำและที่มีความถี่สูง 2. ติดตามเฝ้าระวังรายการธุรกรรมจากต่างประเทศเป็นพิเศษ 3.แจ้งเตือนลูกค้าในการทำธุรกรรมทุกรายการตั้งแต่รายการแรก และ4. ประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกันความเสี่ยง เช่น การปรับวงเงินในบัตรให้เหมาะสมกับการใช้จ่าย หลีกเลี่ยงการผูกบัตรกับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่ไม่น่าไว้ใจ 

นายธนกร กล่าวว่า นอกจากนี้  ธปท. และสมาคมธนาคารไทย จะผลักดันให้ผู้ให้บริการบัตรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการบังคับใช้การยืนยันตัวตนก่อนทำรายการชำระเงินกับบัตรเดบิตสำหรับทุกร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะร้านค้าในต่างประเทศ เช่น การใช้เลข OTP ยืนยันตัวตนก่อนร้านค้าทำการตัดบัญชี รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามทางการเงินในรูปแบบใหม่ ทั้งนี้นายกฯ เตือนประชาชน ถึงภัยออนไลน์โดยเฉพาะภัยจากธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ เนื่องจาก ปัจจุบันระบบการเงินของไทยมีการก้าวหน้ามาก

“เรืองไกร”เตรียมร้องกกต.26 ต.ค.นี้ ชี้ คลิปสนทนา ”เกรียง-ทักษิณ” เข้าข่ายฝืนพรป.พรรคการเมือง ม.28 เป็นเหตุส่อยุบพรรคหรือไม่ 

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  เปิดเผยว่า ตนถอดคำพูดจากภาพและเสียงระหว่างนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิดีโอคอลกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พบว่ามีเหตุที่ต้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคลิป ดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนพรป. พรรคการเมือง มาตรา28 "ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม" หรือไม่ โดยประกอบกับการพิจารณาเพิ่มเติมจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา45 คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 ข้อบังคับพรรคเพื่อไทย คำวินิจฉัยและหนังสือกกต. ต่างๆและมาตรฐานทางจริยธรรม

นายเรืองไกร กล่าวว่า ข้อความในคลิปที่นายเกรียง ถามนายทักษิณ เช่น เรื่องหัวหน้าพรรคคนใหม่ “นายเกรียง บอกว่าสิ้นเดือนจะไปพบเจ้านาย ส่วนอดีตนายกฯบอกว่า ผมมีหลายแนวทางอยู่ รับรองว่าแต่ละแนวทางส.ส.ที่คิดจะออก เพราะรับตังค์เขามาแล้ว ต้องเอาตังค์ไปคืน และที่บอกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราที่ยังอยู่กว่าร้อยสามสิบหกคน แข็งแรงทุกคน แล้วสามารถขยายเส้น ขยายเขต ในจังหวัดใกล้เคียงกันได้อีก” ล้วนแต่เป็นการสนทนาที่มีนัยทางการเมือง 

นายเรืองไกร กล่าวว่า นายเกรียง ยอมรับข้อเท็จจริงต่อสื่อไปแล้ว จึงอาจจะมีลักษณะในทางที่เข้าข่ายเป็นการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต่อมายังนำลายมือชื่อที่สื่อระบุว่าเป็นของนายทักษิณ ที่เขียนคำว่า “พรรคเพื่อไทย” หรือคำว่า “พรุ่งนี้เพื่อไทย” มาใช้ในเฟซบุ๊กของพรรคและเฟซบุ๊กของสมาชิกพรรค ซึ่งข้อความน่าจะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมของพรรคการเมือง รวมทั้งน่าจะยังมีการนำลายมือดังกล่าวไปใช้ในการประชุมพรรคเพื่อไทย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 ต.ค.นี้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top