Monday, 22 June 2026
NewsFeed

รัสเซียสั่งหยุดงานทั่วประเทศ ห้ามผู้สูงอายุออกจากบ้าน หลังป่วยโควิดพุ่งวันละ 3 หมื่น ยอดตายทุบสถิติ 

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย อนุมัติขอเสนอของคณะรัฐมนตรีให้มีคำสั่งหยุดงานทั่วประเทศเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. เป็นต้นไป

รัสเซียยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤต โดยวานนี้ (20 ต.ค.) รัสเซียมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในช่วง 24 ชั่วโมงถึง 1,028 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดในประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่กว่า 226,000 ซึ่งสูงสุดในยุโรป

โดยรัสเซียมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนแตะระดับ 1,000 คน เป็นครั้งแรกช่วงสุดสัปดาห์ และผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละมากกว่า 30,000 คน ต่อเนื่องมาเกือบสัปดาห์แล้ว

รัฐค้ำเงินกู้ช่วยธุรกิจทะลุ 2 แสนล้าน หนุนจ้างงาน 2 ล้านราย

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ ระหว่าง วันที่ 1 ม.ค. - 15 ต.ค.2564 ได้อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อทุกโครงการ รวมวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท และอนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 187,446 ฉบับ สร้างสถิติค้ำประกันสินเชื่อสูงสุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย. รอบ 30 ปี ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 215,237 ล้านบาท คิดเป็น 1.07 เท่า สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ 4.13 เท่าของวงเงินค้ำประกัน คิดเป็นมูลค่า 833,333 ล้านบาท 

ขณะเดียวกันยังก่อเกิดการจ้างงาน จำนวน 2,050,661 ราย แบ่งเป็น การรักษาการจ้างงาน จำนวน 1,667,657 ราย และการจ้างงานใหม่ จำนวน 383,004 ราย โดยมีภาระค้ำประกันสินเชื่อ (Outstanding) ณ ไตรมาส 3/2564 จำนวน 604,076 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของยอดคงค้างสินเชื่อ SMEs ในระบบ คิดเป็น 10% ของ มูลค่า GDP SMEs   

สำหรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ บสย. อนุมัติวงเงินค้ำ ได้แก่ 1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู เฟส 1-2 วงเงิน 103,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52% และ LG จำนวน 33,803 ฉบับ 2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs สร้างชาติ (PGS 9) วงเงิน 71,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35% และ LG จำนวน 16,878 ฉบับ 3.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro 4 วงเงิน 15,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7% และ LG จำนวน 130,699 ฉบับ 4.โครงการค้ำประกันสินเชื่ออื่นๆ วงเงิน 11,100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6% และ LG จำนวน 6,066 ฉบับ   

สุโขทัย-จัดโครงการวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ฟื้นฟูป่าชุมชนให้เติบโตแข็งแรง

จังหวัดสุโขทัยจัดโครงการวันรักต้นไม้ประจำปี ของชาติ พ.ศ.2564 กิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ ภายในบริเวณรอบโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองปลาหมอ พื้นที่อำเภอสวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันรักต้นไม้ประจำปี 


        
นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย ดำเนินการจัดขึ้น ณ บริเวณรอบโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองปลาหมอ ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมีหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเกิดประโยชน์ และความร่วมมือกันทุกภาคส่วน และบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช โรค แมลง และยังร่วมใจกันตัดแต่งกิ่งไม้ให้สวยงาม สร้างความร่มรื่น ร่มเย็น และรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ปลูกต้นไม้ 

สาวงาม  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2021 เก็บตัวทำกิจกรรมสู่รอบตัดสิน สวนนงนุชพัทยา

ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 เดินทางสู่สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี  เพื่อเข้าที่พักและร่วมทำกิจกรรม  สวนนงนุชพัทยา  ให้การต้อนรับสาวงามผู้เข้าประกวดอย่างอบอุ่น และเป็นตาม มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย  ที่สวนนงนุชพัทยา ได้รับเครื่องหมาย SHA Plus  

พร้อมกันนี้เหล่าสาวงามยังได้ทำกิจกรรมของกองประกวดและนั่งรถรางชมสวนในโซนต่าง ๆ ที่มีการจัดออกแบบอย่างสวยงาม ทั้ง สวนลอยฟ้า   เนริส์เซอรรี่ตะบองเพชร  โซนหุบเขาไดโนเสาร์ เป็นต้น  ก่อนที่สาวงามทั้ง 30 คน จะได้เข้าแข่งขันรอบพรีลิมมินารี  ในวันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม  2564  เวลา18.00น.-20.00 น  และรอบชิงชนะเลิศ  ในวันอาทิตย์  ที่ 24  ตุลาคม  2564  เวลา17.30น.-19.45น.  
 

‘โจ-มณฑานี’ โพสต์!! สามกีบสายแยกแยะ ถูกลากไปให้ทัวร์ยำ หลังให้ค่าซิโนแวค

ไม่นานมานี้ คุณโจ-มณฑานี ตันติสุข นักเขียนและวิทยากรการเงิน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ‘Jo Montanee’ ระบุว่า…

พี่โจเคยลงคลิป “สามกีบ” (เค้าเรียกตัวเองแบบนี้) ที่รักพระเจ้าอยู่หัว…

แล้วไลฟ์ตำหนิสามกีบด้วยกันที่ทำการหยามหมิ่นสถาบันฯ

วันนี้ขอลงชมเชยน้องคนรุ่นใหม่ หลังได้ทวิตฯ ขอบคุณ ‘ซิโนแวค’ แล้วโดนเพจสามนิ้วลากไปแขวนให้ทัวร์มาลงน้อง

พี่โจเลยอยากให้กำลังใจน้องว่า…

น้องเค้าจิตใจน่ารักจังเลยค่ะ

"ดร.ซก" ที่ปรึกษาฮุนเซน เข้าหารือ "สุริยะ" ไทย - กัมพูชา พร้อมร่วมมือ!! ด้านพลังงาน - อุตสาหกรรมดิจิทัล - การท่องเที่ยว หลังจากโควิดผ่านไป

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ได้ทำหน้าที่ประสานและนำ ดร.ซก ซกกรัดทะยา  (Dr.Sok Sokrethya) ที่ปรึกษาส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ผู้แทนรัฐบาลกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าพบนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้องรับรอง 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลของสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่ของกัมพูชากับของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเกิดโควิดและหลังจากสถานการณ์โควิดผ่านไปแล้ว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กล่าวขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงท่องเที่ยวของกัมพูชาว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านได้มาเยือนกระทรวงอุตสาหกรรมในวันนี้ ทางไทยได้ทราบว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการแปรรูปการเกษตรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมยานยนต์และประเทศกัมพูชากำลังอยู่ในกระบวนการสร้างอุตสาหกรรมดิจิตัล ท่านจึงมีความเชื่อมั่นว่าไทยและกัมพูชาสามารถจะทำงานร่วมกันได้

นอกจากนี้ นายสุริยะ ได้เสริมว่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ท่านจึงมีความปรารถนาที่จะเห็นการค้าชายแดนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งท่านยังไข้ขอให้รัฐบาลกัมพูชาจะให้การสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยมีโอกาสจับคู่กับนักธุรกิจกัมพูชาเพื่อให้ความสัมพันธ์ด้านการค้าของสองประเทศมีความมั่นคงยิ่งขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ ยังได้ ฝากความขอบคุณและความปรารถนาดีไปถึงนายกฮุนเชนผู้นำกัมพูชาในโอกาสนี้ด้วย

ทางด้าน ดร.ซก ซกกรัดทะยา รัฐมนตรีช่วยการท่องเที่ยวกัมพูชากล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชาสมเด็จฮุนเซน ได้ฝากความปรารถนาดีอย่างสูงสุดมายังรัฐบาลไทย ว่า ท่านปรารถนาที่จะเห็นนักการเมือง ข้าราชการ และประชาชนของกัมพูชาและไทยช่วยเหลือกัน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดฉันท์ประเทศบ้านพี่เมืองน้อง  

อย่างไรก็ดีในสถานการณ์โควิดท่านนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ได้มีนโยบายเร่งให้สร้างถนนและระบบการขนส่งอย่างกว้างขวางเพื่อเป็นการตระเตรียมรองรับการท่องเที่ยวที่จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในเร็ววันนี้  ซึ่งไทยแบะกัมพูชาพร้อมจับมือกับพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก คาด!! 20 ปี เขาน้ำแข็งในแอฟริกาละลายเกลี้ยง 118 ล้านคน เจอผลกระทบหนักรอบด้าน

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) หน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขณะนี้กำลังจะทำให้ภูเขาน้ำแข็ง 3 แห่งสุดท้ายในแอฟริกาละลายหายไปภายใน 20 ปีข้างหน้า

รายงานจาก WMO ชี้ว่าการหดตัวอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็งแห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งคาดว่าจะละลายหายไปในอนาคตอันใกล้นี้ เป็นสัญญาณของภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกที่ไม่อาจย้อนกลับได้

นอกจากนี้ยังคาดว่าภายในปี 2030 จะมีผู้คนมากถึง 118 ล้านคนต้องเผชิญกับน้ำท่วม ภัยแล้ง หรืออุณหภูมิที่ร้อนระอุมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจของทวีปหดตัวลงถึง 3% ตลอดจนเผชิญกับความยากไร้หากไม่มีมาตรการรับมือที่เพียงพอ

'วิโรจน์' ค้านตั้ง ศบค.ส่วนหน้า คุมโควิดชายแดนใต้ แนะใช้ความไว้วางใจคลี่คลาย ไม่ใช่ความมั่นคง

ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้า เพื่อเข้าไปจัดการสถานการณ์โควิด-19 ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัด นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า จากการหารือกับคณะทำงานของพรรคก้าวไกลในพื้นที่ ทำให้รับทราบว่าอุปสรรคสำคัญในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ขณะนี้ หลักๆ มีอยู่ 2 ปัจจัยด้วยกัน

ปัจจัยแรก คือ การที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยินยอมฉีดวัคซีน ซึ่งในประเด็นนี้ รัฐบาลไม่ควรมองปัญหาอย่างผิวเผิน และด่วนสรุปว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ หากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าที่จะถามตัวเองว่า “เหตุใดประชาชนถึงไม่ให้ความร่วมมือในการฉีดวัคซีน” ก็จะหาคำตอบได้ไม่ยาก นั่นก็คือ “ประชาชนไม่มีความไว้วางใจในรัฐบาล จากกรณีข่าวการซ้อมทรมาน และการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน ที่ปรากฏตามหน้าสื่ออยู่เป็นระยะๆ” พอประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็เป็นการยากมากๆ ที่ประชาชนจะเต็มใจปฏิบัติตามคำแนะนำจากรัฐบาลในการควบคุมการระบาดของโรค 

ยิ่งการฉีดวัคซีน เป็นการนำเอาสารชีววัตถุที่เป็นของใหม่ ที่การเข้าถึงข้อมูลยังคงอยู่ในระดับที่จำกัด ยิ่งทำให้ประชาชนที่ไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่เป็นทุนเดิม มีความระแวงที่จะฉีด ปัญหานี้จะแก้ด้วยการใช้อำนาจบังคับแบบตรงๆ ไม่ได้ ต้องอาศัยความเข้าใจผ่านผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นกลไกในการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่มาเข้ารับการฉีดวัคซีน

"การจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้า แล้วใช้อำนาจบังคับแบบทันทีทันใด เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น สมมติหากมีการใช้อำนาจบังคับ หรือกึ่งบังคับ ให้ประชาชนในพื้นที่ฉีดวัคซีน จริงอยู่ที่ในระยะสั้นอาจจะบังคับเกณฑ์ประชาชนมาฉีดวัคซีนได้เป็นจำนวนมากได้ แต่ต้องยอมรับว่าการฉีดวัคซีนนั้น แม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่ไม่มากนัก แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับประโยชน์ในการปกป้องชีวิตของทั้งตัวเอง และคนในครอบครัวจากโรคระบาด ก็ยังถือว่าการฉีดวัคซีนนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น และมีความคุ้มค่าที่จะฉีด ถ้าหากประชาชนที่ถูกเกณฑ์มาฉีดไม่เข้าใจในประเด็นนี้ และเมื่อมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับผลข้างเคียง หรือมีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากที่ฉีดวัคซีน ความไม่เข้าใจที่ถูกรัฐบังคับ ก็จะกลายเป็นความโกรธแค้น และจะทำให้ความขัดแย้ง และความไม่ไว้วางใจในรัฐบาลของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ขยายตัวเพิ่มขึ้น"

กาฬสินธุ์จัดกิจกรรม “วันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2564” ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าต้านโรคโควิด พร้อมมอบโล่รางวัลให้กำลังใจพยาบาลดีเด่น และผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าต้านโรคโควิด

โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์” ประจำปี 2564 พร้อมมอบโล่รางวัลและช่อดอกไม้ ให้กำลังใจพยาบาลดีเด่น เสริมพลังกาย พลังใจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้ารักษาพยาบาลผู้ป่วยและต่อต้านโรคติดเชื้อโควิด-19

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2564 ที่ห้องประชุมเปรื่อง อนุชวานิช ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2564 โดยมีนายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นางสาวกรรณิการ์ อุดรพิมพ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พยาบาล และสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร่วมพิธี ทั้งนี้ การจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19

นางสาวกรรณิการ์ อุดรพิมพ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า และเป็นวันพยาบาลแห่งชาติ  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ซึ่งพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาชีพพยาบาล และได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในการพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชน เป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและด้านสาธารณสุข กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จึงได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์” ประจำปี 2564 ขึ้น

นางสาวกรรณิการ์กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์” ประจำปี 2564 นี้ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า และเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ได้ตระหนักในหน้าที่ มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และก้าวเดินตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน

“โดยกิจกรรมมีพิธีทำบุญตักบาตรและถวายปิ่นโตพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป พิธีอาศิรวาทราชสดุดีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมอบโล่เชิดชูเกียรติ มอบช่อดอกไม้ แก่พยาบาลผู้อุทิศตนเพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่วิชาชีพ จำนวน 1 คน พยาบาลดีเด่นประจำปี 2564 จำนวน 20 คน และบุคลากรดีเด่นของกลุ่มงานทันตกรรม จำนวน 3 คน พร้อมออกเยี่ยมให้กำลังใจพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสนามวัคซีนโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์” นางสาวกรรณิการ์กล่าว

“อลงกรณ์” มอบ “กรกอ.” ภาคเหนือเดินหน้ากลยุทธ์โลจิสติกส์ใหม่ ใช้ด่านรถไฟโมฮ่าน - โลว์คอสต์แอร์คาร์โก้ “เชื่อมเหนือ-เชื่อมโลก” เปิดตลาดจีนทุกมณฑล – เอเชียกลาง - ยุโรปภายในสิ้นปีนี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กรกอ.)เปิดเผยวันนี้(21ต.ค.)หลังจากเข้าร่วมการประชุมทางไกลพร้อมมอบนโยบายให้แก่คณะอนุกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภาคเหนือ(กรกอ.ภาคเหนือ)ซึ่งมีนายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภาคเหนือเป็นประธาน

โดยมีคณะกรรมการทั้งภาครัฐภาคเอกชนภาควิชาการศูนย์ AIC ละภาคเกษตรกรเช่นดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นายพิศณุ ไชยนิเวศน์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ นายสุพจน์ ป้อมชัย ผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-2-12 และหน่วยงานกระทรวงเกษตร ในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมประชุมกว่า 50 คน เพื่อบูรณาการทำงานเชิงรุกขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ๆ ได้แก่

1.โครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 ปี 2564-2566 ในสินค้าเป้าหมาย 15 ชนิด: ปาล์มน้ำมัน และยางพารา อ้อยโรงงาน ข้าวโพดหวาน และมะเขือเทศ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างระบบเกษตรแปลงใหญ่(Big Farm)ที่กระทรวงเกษตรฯสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่ม และบริหารจัดการแผนการผลิตและจำหน่ายจับคู่กับบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่(Big Brothers)ตามความต้องการของอุตสาหกรรมทั้งด้านปริมาณ คุณภาพและช่วงเวลาการรับซื้อ พร้อมพัฒนากระบวนการจัดการเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิต โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ

2.โครงการ1กลุ่มจังหวัด 1นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร

3.โครงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกของกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก) เช่นโครงการศูนย์พัฒนาผลไม้สดเพื่อการส่งออก ประกอบด้วยโครงการโรงอบไอน้ำและคัดบรรจุมะม่วง 2.โครงการโรงงานแปรรูปแช่แข็งบรรจุมะม่วง วงเงินงบประมาณ 150 ล้าน

4.โครงการพื้นที่เศรษฐกิจนวัตกรรมอาหารภาคเหนือ (Northern Thailand Food Valley : NTFV)ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทย

5.การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตามแนวคิดใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 ว่าด้วยทิศทางการพัฒนาภาคเหนือ ปี 2566 - 2570 ซึ่งเน้น“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สานสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ สุขภาวะดี วิถีชีวิตยั่งยืน” บนทิศทางการพัฒนาบน “4C” ได้แก่

1.Creative : พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง

2.Connect : สร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศ และอนุภูมิภาค

3. Clean : พัฒนาตามแนววิถีใหม่ (New Normal) บนฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานสะอาด

4.Care : ที่ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส

ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปในอาเซียนยุทธศาสตร์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top