Monday, 22 June 2026
NewsFeed

ตร. เตือน ระวังหลอกให้ ‘รัก โลภ หลง’ ภัยออนไลน์ 3 รูปแบบ ย้ำ! ใครก็ตกเป็นเหยื่อได้

วันที่ 20 ต.ค. 2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้มี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

การสร้างความสัมพันธ์ หลอกลวงเหยื่อในลักษณะฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นให้เกิดความรัก มีทั้ง หลอกรักออนไลน์ (Romance Scam) , หลอกรักชวนลงทุน(Hybrid Scam) ,การข่มขู่กรรโชกทางเพศ(Sex Tortion) ซึ่งมักใช้วิธีการนำภาพผู้อื่นมาสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ด้วยข้อมูลเท็จ ทำทีเข้ามาสร้างความสัมพันธ์ หลอกล่อด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมาย ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ไปจนถึงความรัก จนเหยื่อยอมมอบทรัพย์สินให้ หรือยอมถ่ายคลิปลับของตนส่งไปให้คนร้าย และท้ายที่สุดคนร้ายก็จะตัดขาดการติดต่อจากผู้เสียหาย หรือนำคลิปลับมาข่มขู่เรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่ายังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากยังคงตกเป็นเหยื่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมาย้ำเตือนพี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทัน ถึงการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

1.) “หลอกให้เกิดความรัก” ใช้ภาพของบุคคลที่หน้าตาดี หล่อ สวย สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูน่าเชื่อถือ จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว หลอกให้เกิดความรัก ขอทรัพย์สินเป็นของขวัญ หรืออ้างว่าตนเองหรือบุคคลในครอบครัวต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีเงินเพียงพอ จนเหยื่อหลงเชื่อ มอบทรัพย์สินให้เป็นจำนวนมาก

2.) “หลอกให้เกิดความโลภ” ใช้ภาพของบุคคลที่น่าเชื่อถือ สร้างโปรไฟล์ปลอมให้ดูเหมือนเป็นนักลงทุน มีทรัพย์สินจำนวนมาก จากนั้นส่งข้อความถึงเป้าหมาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ หลอกให้เกิดความโลภ อ้างว่ามีช่องทางการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง โดยใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ลงทุนปลอม หลอกให้เหยื่อสมัครลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง หรือได้รับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น ไม่เปิดเผยต่อคนภายนอก หรืออ้างว่ามีทรัพย์สินของตนจำนวนมาก ติดอยู่ที่ศุลกากร จำเป็นต้องจ่ายภาษี จึงขอให้ผู้เสียหายชำระเงินภาษีให้ โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาไม่มีอยู่จริง จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อ มอบทรัพย์สินให้คนร้าย

รัฐบาลอินโดฯ บินด่วนเจรจา Merck ตั้งโรงงานผลิตยา Molnupiravir

สื่อท้องถิ่นอินโดนีเซียรายงานว่ารัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเจรจากับบริษัท Merck ของสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิต Molnupiravir (โมลนูพิราเวียร์) ยารักษาโควิด-19 เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตยาดังกล่าวในอินโดนีเซีย

ลูฮัต บินซาร์ ปันด์ไจตัน (Luhut Binsar Pandjaitan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซีย เผยว่า วันนี้ (20 ต.ค.) ตนพร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาในประเด็นดังกล่าว

พร้อมเสริมว่า อินโดนีเซียต้องการเป็นมากกว่าผู้ซื้อ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการลงทุนและตั้งโรงงานผลิตยา Molnupiravir ในอินโดนีเซียในอนาคต

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมวงเสวนา ASEAN Sustainable Energy Week 2021 ชู 4 ปัจจัยหลักสอดคล้อง Smart Eco สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงการเข้าร่วมการประชุมและนิทรรศการนานาชาติด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อมนานาชาติ หรือ ASEAN Sustainable Energy Week 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเสวนาในหัวข้อ “นวัตกรรมรากฐานพัฒนายั่งยืนสู่ไทยก้าวไกลระดับโลก” ภายใต้หัวข้อ “Smart Eco Industrial อุตสาหกรรมยั่งยืน” โดยระบุตอนหนึ่งว่า แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยที่ กนอ.มุ่งส่งเสริมเพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรากฐานในการจัดทำแผนแม่บทในอนาคต ที่ กนอ.ดำเนินงานอย่างเข้มงวด ขณะนี้มี 4 แนวทาง คือ...

1.) กนอ.จะนำแนวคิด BCG Economy ของรัฐบาลมาเป็นแกนหลักในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ตลอดจนปรับใช้ในการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่สอดคล้อง ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งการประสานงานเข้าด้วยกันจะก่อให้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม 

2.) การดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้โครงการ Eco Efficiency ของ กนอ. โดยในปี 2563 สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 1.2 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5 แสนกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) อาทิ การติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในสำนักงาน การจัดทำโครงการลดของเสียในหน่วยงาน เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปี 2564 และคาดว่าจะลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างน้อย 7 แสนกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e)

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ 'ไพบูลย์' ไม่หลุดส.ส. ปมยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ซบ พปชร.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ต.ค. 64 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของ ส.ส.จำนวน 60 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(10) ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ จากกรณีที่ นายไพบูลย์ หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป และส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนปฏิรูป ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังจากที่พรรคประชาชนปฏิรูป สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) ทั้งที่ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปอยู่จนกว่าการชำระบัญชีจะแล้วเสร็จ และมิได้เป็นผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนปิดการรับสมัครเลือกตั้ง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงหรือไม่

รมว.สุชาติ ห่วงเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตรองเท้า ย่านกิ่งแก้ว หวั่นตกงานกว่า 200 ชีวิต เร่งสั่งการอธิบดีกรมการจัดหางานเตรียมตำแหน่งงานรองรับ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ห่วงใยลูกจ้าง พนักงานโรงงานผลิตรองเท้า บริษัท วัฒนา ฟูตแวร์ จำกัด ในซอยกิ่งแก้ว 9 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานจนตัวอาคาร เครื่องจักรและทรัพย์สินเสียหายเกือบทั้งหมด และยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงานลูกจ้างหรือไม่ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานติดตามดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมการจัดหางาน  และกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานลงพื้นที่พูดคุยกับตัวแทนโรงงานและพนักงาน ลูกจ้างที่ประสบเหตุ เพื่อหาทางออกและแนวทางช่วยเหลือให้ได้รับค่าชดเชยหรือหากถูกเลิกจ้าง ก็ให้กรมการจัดหางานเตรียมตำแหน่งงานในพื้นที่ใกล้เคียงรองรับ

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางงาน กล่าวว่า ได้มอบหมายนายธนภูมิ ชัยฤกษ์ จัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ดูแลแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อน เบื้องต้นทราบว่าบริษัท วัฒนาฟุตแวร์ จำกัด มีพนักงาน จำนวน 261 คน ซึ่งขณะนี้มีการหารือร่วมกันระหว่างกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน ตัวแทนโรงงาน และตัวแทนพนักงานซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ
 

‘บิ๊กโจ๊ก’ ลั่น!! ต้องจับกุมคนบงการขโมยรังนกให้ได้ และย้ำ! จะไม่ให้มีการขโมยังนกในจังหวัดพัทลุงอีกต่อไป พร้อมแถลงจับกุมผู้ต้องหาขโมยรังนก 17 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.วันที่ 20 ต.ค. 64 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค9 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.๙,พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.๙., พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง 

ร่วมแถลงข่าวจากกรณี บริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานรังนกอีแอ่นบริเวณ หมู่เกาะสี่เกาะห้าอ.ปากพะยูน จว.พัทลุง ร้องเรียนว่าหลังจากเข้ารับมอบพื้นที่สัมปทานเก็บรังนก เชื่อต้นเดือน กันยายน 2564 แล้วพบว่ามีการลักลอบเข้าไปเก็บรังนกบริเวณดังกล่าว ทำให้ลูกนกตายจำนวนมากสร้างความเสียหายต่อบริษัทผู้รับสัมปทานเป็น จำนวนเงินมูลค่าหลายพันล้านบาท และมีการสืบสวนสอบสวนจนทราบข้อมูลเครือข่ายขโมยรังนกทั้งหมด และได้ส่งสำนวนขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด17 คน 

ซึ่งศาลจังหวัดพัทลุงได้อนุมัติหมายแล้วทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มผู้เก็บรังนก 6 รายแรก ได้แก่ นายสมพงศ์ พูลแก้ว / นายวีระ ล่ำไล่ / นายประชนภัย ล่ำไล่ / นายอรุณ (อดีต อส.รุณ) ธรรมศรี  

ในข้อหา "ร่วมกันเก็บรังนกที่มีอยู่ตามธรรมชาติบนเกาะหรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการ, ร่วมกันเข้าไปกระทำการใด ๆ บนเกาะ หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่มีรังนกอยู่ตามธรรมชาติ อันเป็นหรืออาจเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่นหรือรังนก หรืออาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะหรือที่สาธารณสมบัติแผ่นดินดังกล่าว (ตาม พ.ร.บ.รังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง , 25 , 28 ) , ร่วมกัน เก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าคุ้มครอง, ล่าสัตว์ป่า หรือเก็บ หรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่านั้น ในพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2562 มาตรา 14 วรรคสอง , 67 (1)" 

ส่วนอีกสองรายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ นายนุภูล ย้อยแสง และนายสวัสดิ์ เพิ่มเดช ข้อหา "เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ (ตาม ป.อาญา มาตรา 149 และ 157 ) ซึ่งทั้ง 6 รายเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ทั้งหมดแล้ว  

ส่วนอีก 11 คนนั้น เป็นจากการสืบสวนสอบสวนจนทราบตัวคนร้าย อีกจำนวนทั้งสิ้น 11 ราย จนมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีผู้กระทำความผิด โดยขออนุมัติศาลจังหวัดพัทลุง ออกหมายจับผู้ต้องหาในชุดที่สอง  ซึ่งศาลจังหวัดพัทลุงได้อนุมัติหมายจับแล้ว ได้แก่  

1.นายศราวุธ ชูชื่น อายุ 57 ปี 

2.นายนิคม จาริยะ อาย 54 ปี 

3.นายประวิทย์ ชูเกื้อ อายุ 60 ปี  

4.นายประจวบ หีตฤทธิ์ อายุ 50 ปี 5.นายประจิม หีตฤทธิ์ อายุ 52 ปี  

6.นายหร่อหมาน ไหลหมัด อายุ 51 ปี 

7.นายทัศกร รอดรวยรื่น อายุ 28 ปี 

8.นายสนธยา หีตฤทธิ์ อายุ 28 ปี 

9.นายจินกร อัจฉราทิพย์ อายุ 46 ปี  

10.นายร่อหาม หลับสะ อายุ 46 ปี 

11.นายนายสุธรรม ขุนล่ำ อายุ 48  ปี 

รวมคนร้ายทั้งหมด 17 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ สามารุติดตามจับกุมมาได้แล้ว 16 ราย เหลือเพียง นายสุธรรม ขุนล่ำ ที่ยังหลบหนี   

ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีการสืบสวนสอบคดีขโมยรังนกนั้น สืบเนื่องเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 9 ได้จับกุม น.ส.วรัญศยา หรืออินทร์ จองนุ้ย อายุ 25 ปี / น.ส.อัจฉรา หรือเฟิร์น ทองสม อายุ 21 ปี ในข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยการฝ่าฝืนการเก็บรังนกที่มีอยู่ตามธรรมชาติบนเกาะหรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการ” (ตาม พ.ร.บ.รังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 มาตรา (14,26,31) ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองคนได้มีการโพสขายรังนกในโซเชียว และบริษัทเจ้าของสัมปทานได้มีการเข้าร้องเรียน ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมคนร้ายทั้งสองคนได้ และเป็นที่มาของการตรวจสอบรังนกในหมู่เกาะของจังหัวดพัทลุงทั้งหมด 

 

ไฟเขียว! ฉีดไฟเซอร์เข็ม 2 ในเด็กผู้ชายอายุ 12-16 ปี ย้ำ สมัครใจ วอน หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เหตุ ทั่วโลกพบติดเชื้อแล้วเสียชีวิตสูงขึ้น 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เด็กชายอายุ 12 – 16 ปี สามารถฉีดวัคซีน ไฟเซอร์ + ไฟเซอร์ ได้ หลังคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีมติให้สามารถฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 ในเด็กชายอายุ 12 – 16 ปี โดยเป็นไปตามความสมัครใจและความประสงค์ของผู้ปกครองและเด็กนักเรียน ทั่วโลกมีการฉีดให้เด็กแล้วกว่า 100 ล้านโดส ส่วนข้อกังวลเรื่องอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น ทางคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ชี้แจงว่า เกิดขึ้นได้น้อยมาก และรักษาหายได้เร็ว โดยมีข้อสรุป 3R ได้แก่ 1. Real กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเกิดขึ้นจริง ส่วนมากเกิดในเข็มที่ 2 ในเด็กผู้ชายอายุ 12 - 16 ปี 2. Rare เกิดขึ้นได้น้อยมาก ในระดับไม่กี่รายต่อล้านคน พบมากสุดประมาณ 6 ในแสนคน ซึ่งน้อยกว่าโรคโควิด-19 ในเด็กที่ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย (MIS-C) รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 3. Recovery ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง มีจำนวนน้อยรายที่อาการรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล และทั่วโลกรายงานพบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวกับวัคซีน 1 ราย ขณะที่มีการฟื้นตัวรวดเร็วมากถึง 90%

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข จะติดตามอาการหลังฉีดอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจะมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเข้าใจแก่เด็ก และผู้ปกครอง โดยปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่เข็มที่ 1 ให้กับเด็กนักเรียนอายุ 12 – 18 ปี แล้ว จำนวน 1,325,527 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2564) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ในรูปแบบ On-Site

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเร่งเดินหน้าระดมฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ในสถานพยาบาลของรัฐในพื้นที่ต่าง ๆ หรือคลินิกฝากครรภ์เพื่ออำนวยความสะดวก ปัจจุบันมีหญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนเพียง 75,000 ราย จากเป้าหมาย 300,000 ราย ตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 95% ไม่ได้รับวัคซีน เป็นสาเหตุทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต

 

โคราชอ่วม!! ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 24 อำเภอ ตัวเมือง จมบาดาลแล้ว 12 ชุมชน

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดนครราชสีมา สรุปสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมรวม 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอคง อำเภอเมืองยาง อำเภอประทาย อำเภอสีคิ้ว อำเภอพิมาย อำเภอด่านขุนทด อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ อำเภอปักธงชัย อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอโนนไทย รวม 58 ตำบล 280 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร 12 ชุมชน 7,403 ครัวเรือน ประกอบด้วย

+ อำเภอโนนสูง มีพื้นที่ประสบภัย รวม 9 ตำบล 38 หมู่บ้าน 519 ครัวเรือน
+ อำเภอคง รวม 7 ตำบล 27 หมู่บ้าน 114 ครัวเรือน
+ อำเภอเมืองยาง รวม 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน 9 ครัวเรือน
+ อำเภอประทาย รวม 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน 22 ครัวเรือน
+ อำเภอสีคิ้ว รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน 2 ครัวเรือน
+ อำเภอพิมาย รวม 7 ตำบล 84 หมู่บ้าน 259 ครัวเรือน
+ อำเภอด่านขุนทด รวม 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน 176 ครัวเรือน
+ อำเภอโนนไทย รวม 4 ตำบล 18 หมู่บ้าน 634 ครัวเรือน
+ อำเภอสูงเนิน รวม 8 ตำบล 47 หมู่บ้าน 1,638 ครัวเรือน
+ อำเภอขามทะเลสอ รวม 1 ตำบล 4 หมู่บ้าน 36 ครัวเรือน
+ อำเภอปักธงชัย รวม 4 ตำบล 4 หมู่บ้าน 22 ครัวเรือน
+ อำเภอเมือง รวม 10 ตำบล 36 หมู่บ้าน 1,714 ครัวเรือน

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา รวม 1 เทศบาลนคร 12 ชุมชน 2,259 ครัวเรือน ถนน 4 สาย สถานที่ราชการ 10 แห่ง วัด 2 แห่ง ประกอบด้วย ชุมชนมิตรภาพ ซ.4 388 ครัวเรือน, ชุมชนสำโรงจันทร์ 140 ครัวเรือน, ชุมชนหลังวัดสามัคคี 105 ครัวเรือน, หมู่บ้านวีไอพี, ชุมชนท่าตะโกพัฒนา 275 ครัวเรือน, ชุมชนตะคองเก่า 221 ครัวเรือน, ชุมชนหลัง รพ. 207 ครัวเรือน, ชุมชนเซ็นแมรี่, ชุมชนประปาพัฒนา 94 ครัวเรือน, ชุมชนมหาชัย-อุดมพร 310 ครัวเรือน, ชุมชนเกษตรสามัคคี 1 จำนวน 123 ครัวเรือน, ชุมชนเกษตรสามัคคี 2 จำนวน 180 ครัวเรือน และชุมชนบุมะค่า 217 ครัวเรือน

สถานที่ราชการประกอบด้วย โรงเรียนอนุบาลเมืองนครราชสีมา, วิทยาลัยอาชีวศึกษา, โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา, โรงเรียนสุรนารีวิทยา, โรงเรียนอัสสัมชัญ, โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ), สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2, วัดโคกไผ่, สำนักงานทางหลวงนครราชสีมา 1-2 , มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และวัดศาลาลอย

ถนนที่ถูกน้ำท่วม 4 สาย ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 204 ทางเลี่ยงเมืองตอนสามแยกปักธงชัย-จอหอ น้ำท่วมผิวทางการจราจรสูง 20-30 ซม. ระยะทางประมาณ 1 กม., ถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 กม. 148+500+149+400, ถนนสุระ 2 (นม.1120), ถนนสิริราชธานี (ทางเข้าประโดก-โคกไผ่) - ถนนทางเผือกทางเข้า รพ.มหาราชนครราชสีมา สถานการณ์น้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“ประวิตร” สั่งหน่วยมั่นคง กวาดล้างใหญ่ขบวนการค้ามนุษย์ และจับตาเจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยว เพิกเฉย รับส่วย สั่งปลดออก สอบวินัยดำเนินคดีตามกม.ถึงที่สุด

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ ยังไม่พอใจการขับเคลื่อนแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ที่ผ่านมา โดยพบรายงานการทุจริตและการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์  รวมทั้งมีแรงงานภาคบังคับอยู่ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในหลายอุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะแรงงานประมง ซึ่งไม่ระบุแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน  อันเป็นอุปสรรคต่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่สำคัญ 

โดย พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำสั่งการไปยังหน่วยงานข่าว ให้ติดตามเชิงลึกความเชื่อมโยงขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้าไทยกับขบวนการค้ามนุษย์และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยให้รายงานให้ทราบในทุกสัปดาห์  พร้อมทั้งขอให้ กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงแรงงานฯ ประสานกับ ตำรวจและทหาร เปิดรับแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชน เข้าพิสูจน์ทราบและเปิดปฏิบัติการกวาดล้างใหญ่ขบวนการเครือข่ายค้ามนุษย์ ทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในต่อเนื่องกันไป โดยให้ขยายผลสู่การบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทุกรายไม่มียกเว้น  ทั้งนี้ หากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง รับประโยชน์ ละเลย และเพิกเฉย ให้สอบสวนเอาผิดทั้งวินัยและอาญา ยึดทรัพย์และปลดออกจากราชการทุกราย 

ระยอง - ทัพเรือภาคที่ 1 เช็คความพร้อม!! นำคณะตรวจความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยรับมืออุทกภัย และภัยพิบัติทุกรูปแบบ

ณ สถานีการบิน กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อ.บ้านฉาง จว.ระยอง พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ.ศบภ.ทรภ.1) กองทัพเรือ นำคณะตรวจความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ ในการช่วยเหลือประชาชน ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ ประชาชน ได้แก่ กำลังพลจาก กองบัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ฐานทัพเรือสัตหีบ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการต่อสู้ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง เมืองพัทยา และอำเภอสัตหีบ เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ภัยพิบัติทุกรูปแบบ และพร้อมปฏิบัติงาน ได้อย่างทันท่วงที เมื่อรับคำสั่งจากกองทัพเรือ

พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล กล่าวว่า ตามที่กองทัพเรือ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ อนุมัติให้ ทัพเรือภาคที่ 1 จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 ขึ้น มีหน้าที่รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ประกอบกับปัจจุบันอยู่ในห้วงฤดูมรสุม คลื่นลมแรง รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยนไปของภูมิภาค มีแนวโน้มที่อาจเกิดภัยพิบัติขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อให้การเตรียมความพร้อม ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เป็นไปอย่างทันท่วงที และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

จึงได้จัดให้มีพิธีตรวจความพร้อมขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า "เรามีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที" อย่างไรก็ตามขอให้ทุกหน่วยจัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมสูงสุด พร้อมที่จะปฏิบัติงานในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top