Thursday, 4 June 2026
NewsFeed

ธปท.ลุยคุมกู้ Virtual Bank เร่งกำหนดเกณฑ์ควบคุมปี 69 เน้นปล่อยกู้สร้างอาชีพ 20% ใช้ e-KYC ป้องบัญชีม้าเข้มงวด เพิ่มโอกาสให้แรงงานและคนทั่วไปเข้าถึงบริการ

เตือน! ธปท. อุด 2 ช่องโหว่ คุมเกณฑ์ปล่อยกู้-ยืนยันตัวตน ‘Virtual Bank’ สกัด ‘หนี้เสีย - บัญชีม้า’ พุ่ง

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชง “ธปท.” เร่งออก 2 มาตรการ คุม “Virtual Bank” หลังจ่อเปิดบริการครั้งแรกปี 69 นี้ ระบุ “ต้องกำหนดสัดส่วนปล่อยกู้สร้างอาชีพ 20%” ป้องกันให้สินเชื่อเอื้อบริโภคเยอะเกินจนหนี้เสียพุ่ง อีกส่วนคือ “ผ่อนเกณฑ์ e-KYC ควบคู่เกณฑ์การประเมินตามความเสี่ยง” เพื่อสกัดบัญชีม้า พร้อมเปิดทางคนไทย – แรงงานข้ามชาติกว่า 10 ล้านคน เข้าระบบง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มการออม สร้างเม็ดเงินระดมทุนในธนาคาร

ศ. ดร.อาณัติ ลีมัคเดช หัวหน้าภาควิชาการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเร่งกำหนดมาตรการ 2 ส่วน สำหรับกำกับควบคุมธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2569 นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเป็นภาระหนี้เสียของประเทศในอนาคต ได้แก่ 1. การกำหนดให้ผู้ให้บริการ Virtual Bank จะต้องกำหนดการให้สินเชื่อกับกลุ่มที่ใช้เพื่อสร้างอาชีพ เช่น ภาคการเกษตร และภาคการผลิต ฯลฯ ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 10 - 20% ของจำนวนการปล่อยสินเชื่อทั้งหมด อันเป็นแนวคิดเดียวกับกำกับธนาคารพาณิชย์เพื่อป้องกันการปล่อยสินเชื่อที่กระจุก หรือเอื้อให้เกิดการก่อหนี้เกินความจำเป็นด้วยรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later)

ทั้งนี้ เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภคจะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะจากกลุ่มทุนพันธมิตรที่รวมกันเพื่อเปิด Virtual Bank และได้รับใบอนุญาตในการประกอบการธุรกิจ Virtual Bank จาก ธปท. เรียบร้อยแล้ว มีกลุ่มธุรกิจแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) อยู่ด้วย ซึ่งจะได้ประโยชน์อย่างมากจากการปล่อยสินเชื่อของ Virtual Bank ฉะนั้น ธปท. จึงควรมีการกำหนดสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเพื่อสร้างอาชีพด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อเพื่อบริโภคมากเกินจนเพิ่มความเสี่ยงในการก่อหนี้เสีย

“ประโยชน์ของ Virtual Bank จะแทบไม่มีประโยชน์เลย ถ้าการระดมเงินเข้ามาในระบบถูกนำไปใช้เพื่อการบริโภคอย่าเดียว และทุกคนก็รู้ดีว่าปลายทางจะจบลงอย่างไร และถ้าฝ่ายที่ทำหน้าที่กำกับควบคุม (ธปท.) ไม่ออกมาบังคับในเรื่องสัดส่วนการปล่อยกู้เพื่อสร้างอาชีพ ทางผู้ให้บริการ Virtual Bank ก็จะไม่พยายามทำด้วยตัวเอง แต่ถ้าบังคับจะเป็นการแข่งขันที่เป็นธรรม อยู่บนกติกาเดียวกัน และความรอบคอบด้วย” ศ. ดร.อาณัติ กล่าว

2. การกำหนดให้ใช้ระบบยืนยันและพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ที่มีความยืดหยุ่น ร่วมกับเกณฑ์การประเมินตามความเสี่ยงในการเกิดเปิดบัญชี เพื่อเปิดให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นคนทั่วไปแต่ทำอาชีพอิสระ และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Virtual Bank ที่ต้องการใช้เพื่อการรับเงินเดือน หรือจับจ่ายใช้สอยในการบริโภคเท่านั้น เข้าสู่ระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันการเปิดบัญชีเพื่อกระทำผิดกฎหมายได้ เช่น การเปิดเป็นบัญชีม้า

อย่างไรก็ตาม ธปท. ต้องระวังไม่ให้การกำกับควบคุมมีความเข้มงวด จนสร้างต้นทุนให้กับผู้ให้บริการ virtual Bank มากเกินไปจนล้มเลิกไป เพราะการเกิดขึ้นของ Virtual Bank มีข้อดีในการช่วยเปิดโอกาสให้คนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน หรือเข้าถึงได้ไม่เต็มศักยภาพในระบบธนาคารพาณิชย์แบบเดิม เช่น คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเข้าถึงธนาคารพาณิชย์แบบเดิมได้ยาก และโดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีใบอนุญาตการทำงานถูกต้อง และสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ราว 5 ล้านคน หรือแม้แต่แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการทำงานอย่างถูกต้องที่เชื่อว่าน่าจะมีประมาณ 5 ล้านคนเช่นกัน

ศ. ดร.อาณัติ กล่าวต่อไปว่า การดึงคนไทยกลุ่มต่างๆ ที่เข้าไม่ถึงระบบธนาคารแบบเดิม รวมถึงแรงงานข้ามชาติจำนวนมากเข้าสู่ระบบธนาคารผ่าน Virtual Bank ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดการระดมเงินฝากเข้าสู่ระบบธนาคาร และนำไปสู่การมีเงินในระบบสำหรับปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มรายย่อยเหล่านี้ได้ โดยที่เกณฑ์การขอไม่ได้เข้มงวดมากนัก สามารถทำได้สะดวกผ่านระบบออนไลน์ และมีดอกเบี้ยต่ำกว่าการไปกู้นอกระบบ การกู้จากธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (Pico Finance) ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ (Nano Finance) หรือธุรกิจสินเชื่อสำหรับคนมีรถยนต์

นอกจากนี้ Virtual Bank ยังสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับทุกคนได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเงินผ่านระบบธนาคารได้เมื่อยามจำเป็น และลดการไปกู้เงินนอกระบบ แตกต่างจากธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ ที่มีการปล่อยสินเชื่อแบบกระจุกตัวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโรงงาน ซึ่งทำให้เกิดหนี้เสียค่อนข้างมาก อีกทั้งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้เท่าที่ควรด้วย

“แต่ก็แน่นอนการปล่อยเงินกู้ของ Virtual Bank ที่เข้าถึงง่ายขึ้น จากการระดมเงินฝากมาใช้ และไม่ต้องใช้เงินทุนตัวเองเหมือนธุรกิจสินเชื่อแบบเดิม และยิ่งมีการแข่งขันกันเองระหว่าง Virtual Bank ทำให้มีเงื่อนไขที่จะเอื้อให้คนกู้มากขึ้น ก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิดหนี้เสียมากขึ้น และอาจจะกลายเป็นระเบิดเวลาต่อระบบเศรษฐกิจหากผู้กู้ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ อีกด้านหนึ่งจึงเป็นความท้าทายของผู้ให้บริการ Virtual Bank เองด้วยที่จะต้องบริหารการระดมเงินฝากรายย่อยให้ครบ การปล่อยกู้รายย่อยโดยที่ไม่ไปสร้างหนี้เสียให้กับครัวเรือนมากเกินไป” ศ. ดร.อาณัติ กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ธปท. ก็ควรสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับครัวเรือนด้วย โดยต้องประกาศชัดว่าจะไม่มีนโยบายในการช่วยซื้อหนี้ หรือเครื่องมืออะไรต่างๆ ในการพักหนี้ให้กับครัวเรือนที่มีหนี้เสียเยอะเป็นอันขาด เพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้ครัวเรือน และบริหารจัดการในการสร้างหนี้อย่างเหมาะสม

ศ. ดร.อาณัติ กล่าวอีกว่า นอกจากประเด็นเหล่านี้แล้ว อีกส่วนที่ ธปท. ควรต้องระวังและควรการหาช่องทางในการกำกับควบคุมในกรณีกลุ่มทุนที่ร่วมเปิดให้บริการ Virtual Bank นำเงินที่ได้จากการระดมทุนรายย่อยจาก Virtual Bank มาปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทในเครือตัวเอง เพราะแม้จะเป็นเรื่องต้องห้ามตามกฎหมาย แต่อีกด้านหนึ่งคำว่าบริษัทในเครือก็ค่อนข้างมีความคลุมเครือ และอาจเป็นช่องให้มีการกระทำดังกล่าวได้ 

OECD ชี้เศรษฐกิจโลกชะลอ!! การเติบโตปี 2026 เหลือ 2.8% คาดฟื้นปี 2027 เป็น 3.1% ความขัดแย้งตะวันออกกลางกดดัน หวังสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยผ่อนคลาย

วันพุธ (3 มิ.ย.) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจฉบับล่าสุด โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลงจากร้อยละ 3.4 ในปี 2025 เหลือร้อยละ 2.8 ในปี 2026 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเป็นร้อยละ 3.1 ในปี 2027

รายงานระบุว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะเริ่มต้นปี 2026 ได้แข็งแกร่งกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ แต่ความขัด

แย้งในตะวันออกกลางกลับกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่กำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยแนวโน้มของความขัดแย้งยังคงไม่แน่นอน ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจยังคงส่งผลต่อไปอีกระยะ แม้หลังความขัดแย้งยุติลง

องค์การฯ ตระหนักถึงความไม่แน่นอนนี้ และได้วิเคราะห์โดยพิจารณาจาก 2 แนวทางที่เป็นไปได้ ได้แก่ สถานการณ์หยุดชะงักในระยะเวลาจำกัด ซึ่งผลกระทบต่างๆ จะคงอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ และสามารถคลี่คลายได้ค่อนข้างรวดเร็ว ส่วนอีกแนวทางคือสถานการณ์หยุดชะงักที่ยืดเยื้อ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบในวงกว้างและมีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า

ทั้งนี้ องค์การฯ คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกข้างต้น ภายใต้สถานการณ์พื้นฐานที่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มคืบหน้ามากขึ้น และราคาพลังงานเริ่มปรับตัวลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2026 เป็นต้นไป

ที่มา : Xinhua

ISTAF สอบ 15 รายทีมชาติไทย!! สหพันธ์ตะกร้อขอทุกฝ่ายอย่าฟันธง ปมไทยถอนตัวนัดชิง ต้องรอผลสอบตามหลักฐาน ย้ำให้ความเป็นธรรมก่อนลงดาบ

สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ออกแถลงการณ์ จ้งให้สมาคมสมาชิก นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้สนับสนุนกีฬาเซปักตะกร้อทุกฝ่ายทราบว่า คณะกรรมการบริหารของ ISTAF ได้จัดการประชุมพิเศษเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 เพื่อพิจารณาประเด็นที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันนัดที่ 69 หรือ รอบชิงชนะเลิศ ของศึกตะกร้อชิงแชมป์โลก รายการ ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026 ระหว่าง ทีมชาติไทย และทีมชาติมาเลเซีย ในประเภท ทีมชุด (Team Regu)

การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ทีมไทยได้ถอนตัวจากการแข่งขันระหว่างการแข่งขันทีมที่ 3 โดยคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาสถานการณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นำไปสู่การยุติการแข่งขัน จากรายงานของผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่เทคนิค และเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งส่งมายังสหพันธ์

หลังจากพิจารณาข้อมูลทั้งหมดแล้ว คณะกรรมการบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยัง คณะกรรมการวินัยของ ISTAF (ISTAF Disciplinary Committee) เพื่อดำเนินการตรวจสอบและวินิจฉัยอย่างเป็นอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ กฎ และระเบียบของสหพันธ์

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารยังมีมติให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการวินัย ISTAF

นักกีฬาทีมชุดทีมชาติไทยที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขัน ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026 ทั้ง 12 คน และเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทยจำนวน 3 คน

การส่งเรื่องดังกล่าวครอบคลุมถึงบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วม สนับสนุน มีอิทธิพล อำนวยความสะดวก ส่งเสริม หรือมีบทบาทใด ๆ ในเหตุการณ์และการตัดสินใจที่นำไปสู่การถอนตัวจากการแข่งขัน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในสนามแข่งขันหรือภายนอกสนาม

วัตถุประสงค์ของการส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยพิจารณา ก็เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง สถานการณ์ และความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างครอบคลุม เป็นธรรม และเป็นอิสระ โดยการส่งเรื่องดังกล่าว ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการตัดสินล่วงหน้าว่านักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่คนใดมีความผิดหรือมีความรับผิด

คณะกรรมการวินัยจะพิจารณาหลักฐาน เอกสารชี้แจง และคำให้การทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ก่อนตัดสินว่ามีการละเมิดรัฐธรรมนูญ กฎ ระเบียบ หรือจรรยาบรรณของสหพันธ์หรือไม่ และควรมีมาตรการทางวินัยใดหรือไม่

ตามหลักความยุติธรรมและความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณา บุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องจะได้รับโอกาสอย่างเต็มที่และเหมาะสมในการชี้แจง ส่งหลักฐานสนับสนุน หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ต้องการให้คณะกรรมการวินัยพิจารณา

คณะกรรมการบริหารตระหนักดีว่าประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากวงการเซปักตะกร้อนานาชาติ ดังนั้น ISTAF จึงขอให้ทุกฝ่ายเปิดโอกาสให้กระบวนการสอบสวนทางวินัยดำเนินไปอย่างอิสระ และหลีกเลี่ยงการคาดเดาหรือสรุปผลล่วงหน้า โดยข้อสรุปใด ๆ ควรตั้งอยู่บนหลักฐานและข้อค้นพบที่ได้รับการพิจารณาภายใต้กระบวนการทางวินัยของสหพันธ์เท่านั้น

ISTAF ยังคงยึดมั่นในการบริหารจัดการกีฬาเซปักตะกร้อด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นธรรม และความรับผิดชอบ พร้อมทั้งรับประกันว่าทุกประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อกีฬาจะได้รับการจัดการตามกระบวนการที่ถูกต้อง หลักธรรมาภิบาลที่ดี และการเคารพสิทธิของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ISTAF จะมีการประกาศความคืบหน้าเพิ่มเติมในเรื่องนี้ตามความเหมาะสม และเป็นไปตามกรอบการดำเนินงานด้านวินัยและข้อบังคับของสหพันธ์ต่อไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10269367

“บีโอไอ” ไฟเขียวเพียวไซเคิล!! ทุ่ม 8 พันล้านลงทุนรีไซเคิล สร้างฐานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ใช้เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ที่ระยอง มุ่งตลาดเอเชีย ขยายเศรษฐกิจสีเขียว

บีโอไอไฟเขียว “เพียวไซเคิล” ทุ่ม 8 พันล้าน สร้างฐานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลระดับโลกในไทย

บีโอไอหนุน “เพียวไซเคิล” ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกโพลีโพรพิลีนคุณภาพสูงจากสหรัฐอเมริกา เดินหน้าลงทุนกว่า 8,100 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง จ.ระยอง ยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลไทย สอดรับกระแสเศรษฐกิจสีเขียวที่กำลังเติบโตทั่วโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เพียวไซเคิล (ประเทศไทย) จำกัด (PureCycle) เพื่อลงทุนโครงการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิดโพลีโพรพิลีน มูลค่าเงินลงทุนกว่า 8,100 ล้านบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จังหวัดระยอง โครงการนี้ใช้เทคโนโลยี Dissolution Recycling จากสหรัฐฯ ซึ่ง “เพียวไซเคิล” เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสิทธิ์ใช้งานผลิตเชิงพาณิชย์ภายใต้สิทธิบัตรจากบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นกระบวนการรีไซเคิลที่ใช้ตัวทำละลายในการแยกสี กลิ่น และสิ่งปนเปื้อนออกจากพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่ผ่านการใช้งานแล้วในระดับโมเลกุล ทำให้สามารถผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงพลาสติกบริสุทธิ์ ภายใต้ชื่อ "PureFive™" ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นทรัพยากรที่หมุนเวียนได้อย่างยั่งยืน

โครงการนี้ มีกำลังผลิตประมาณ 59,000 ตันต่อปี โดยใช้เศษพลาสติกในประเทศเป็นวัตถุดิบ 100% คิดเป็นปริมาณราว 65,600 ตันต่อปี หรือมูลค่ากว่า 1,150 ล้านบาท จุดเด่นของโครงการนี้ คือ การนำเศษพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย กลับมาเพิ่มมูลค่าผ่านเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง ซึ่งไทยมีทั้งปริมาณวัตถุดิบและห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่พร้อมรองรับธุรกิจรีไซเคิลยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ PureCycle เลือกประเทศไทยเป็น "ฐานการผลิตหลัก" ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะจำหน่ายในประเทศร้อยละ 50 ให้กับ P&G และลอรีอัล (ประเทศไทย) ส่วนที่เหลือจะส่งออกไปยังตลาดเอเชีย เช่น ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ในปัจจุบัน ความต้องการพลาสติกรีไซเคิลในตลาดโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะแตะ 132,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2576 หรือเติบโตเฉลี่ยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกฎระเบียบ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดเป้าหมายด้านความสามารถในการรีไซเคิลและการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ รวมถึงพันธสัญญาด้าน ESG และเป้าหมาย Net Zero ของแบรนด์สินค้าชั้นนำอย่าง Coca-Cola, P&G, Unilever และ Nestlé ส่งผลให้ความต้องการเม็ดพลาสติกรีไซเคิลโพลีโพรพิลีนความบริสุทธิ์สูง (Ultra-Pure Recycled Polypropylene: UPRP) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“การที่ PureCycle ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกระดับโมเลกุลจากสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิตหลักเพื่อให้บริการตลาดเอเชีย คือ สิ่งที่พิสูจน์ว่าไทยมีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่รองรับธุรกิจรีไซเคิลยุคใหม่ได้ โครงการนี้ถือเป็นการลงทุนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคได้” นายนฤตม์ กล่าว

“เบตเตอร์ เวิลด์” แจง!! ชี้แจง น้ำดำห้วยตะเข้ รับมือร่วมกับภาครัฐตรวจสอบ กรมควบคุมมลพิษยังไม่ฟันผิด เน้นหลักฐานวิทยาศาสตร์ก่อนสรุป

คำแถลงการณ์บริษัท.

ตามที่ปรากฏข่าวสารและการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมีสีดำและมีกลิ่นเน่าเหม็นบริเวณห้วยตะเข้ (โรงเรียนสวนกุหลาบ) ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีการเชื่อมโยงและพาดพิงถึงการดำเนินงานของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) นั้น

บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนว่า เมื่อได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจ และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการเข้าตรวจสอบพื้นที่และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งจากกรมควบคุมมลพิษ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ เก็บตัวอย่างน้ำ ตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบรวบรวมและจัดการน้ำฝนภายในพื้นที่ ตลอดจนระบบเก็บกักน้ำที่อาจมีโอกาสปนเปื้อน รวมถึงข้อมูลประกอบการตรวจสอบต่าง ๆ โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ

บริษัทฯ ขอเรียนว่า ปัจจุบันกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ โดยจากการแถลงข่าวของกรมควบคุมมลพิษ นำโดย         ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ระบุอย่างชัดเจนจากการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง และยังไม่สามารถระบุแหล่งกำเนิดหรือผู้กระทำความผิดได้ เนื่องจากจำเป็นต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม การเปรียบเทียบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และการตรวจสอบย้อนกลับจากหลายแหล่งกำเนิดที่อาจเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังได้ให้ข้อมูลต่อสาธารณชนว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความซับซ้อน และอาจมีแหล่งกำเนิดที่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำได้จากหลายสาเหตุ โดยยังไม่สามารถสรุปหรือพุ่งเป้าไปยังผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งได้ในขณะนี้ รวมทั้งได้ระบุว่า ปรากฏการณ์น้ำดำอาจเกิดขึ้นได้จากหลายแหล่งกำเนิด มิได้หมายความว่าจะต้องเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว

บริษัทฯ จึงเห็นว่าการสรุปหรือเชื่อมโยงว่าบริษัทฯ เป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในขณะนี้ ยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณชนได้

 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินกิจการภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด โดยมีระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การควบคุมและบำบัดน้ำ การจัดการน้ำฝน และการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการและการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อชุมชนโดยรอบพื้นที่ดำเนินงานมาโดยตลอด

ในส่วนของประเด็นที่เป็นกระแสความสนใจของสังคม บริษัทฯ เคารพต่อกระบวนการตรวจสอบของภาครัฐ และเห็นว่าการพิจารณาข้อเท็จจริงควรตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเชิงประจักษ์ และผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน  แม้ปัจจุบันจะยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทฯ เป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงดำเนินการทบทวนและประเมินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในทุกมิติ   เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บริษัทฯ ขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วนที่ให้ความสนใจต่อประเด็นดังกล่าว และขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม    โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่จนกว่าการตรวจสอบจะได้ข้อยุติตามข้อเท็จจริงและหลักวิชาการ

หากมีผลการตรวจสอบหรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากหน่วยงานภาครัฐ บริษัทฯ จะสื่อสารข้อมูลและมาตรการที่เกี่ยวข้องให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง

“ตุรกี” ลุยรถไฟเชื่อมซาอุฯ !! ถกเส้นทางรถไฟฮิญาซเก่า ขยายเส้นทางถึงโอมานเลี่ยงฮอร์มุซ เชื่อมชายแดนตุรกี-อาเลปโป-ดามัสกัส สร้างทางเลือกใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

(Sputnik) — ทางการตุรกีกำลังหารือกับซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟสายหนึ่ง ซึ่งโดยหลักแล้วจะเดินตามแนวทางรถไฟฮิญาซเดิม โดยมีแผนว่าเส้นทางใหม่นี้อาจขยายต่อไปถึงโอมาน และทำหน้าที่เป็นทางเลือกแทนช่องแคบฮอร์มุซ นายอับดุลกาดีร์ อูราโลกลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของตุรกี กล่าวเมื่อวันพุธ

“ในระยะแรก จำเป็นต้องสร้างเส้นทางจากชายแดนตุรกีไปยังเมืองอาเลปโปในซีเรีย จากตรงนั้นไปยังดามัสกัสมีช่วงเส้นทางที่สร้างไว้แล้ว ... แต่ช่วงจากชายแดนจอร์แดนไปยังซาอุดีอาระเบียยังไม่มีทางรถไฟ ขณะนี้เรากำลังหารือกับฝ่ายซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับเส้นทางว่า จะให้เส้นทางเบนไปยังกรุงริยาด หรือจะนำไปยังภูมิภาคฮิญาซ โดยเป้าหมายสุดท้ายคือการสร้างเส้นทางไปถึงโอมาน โดยแท้จริงแล้ว เรากำลังพูดถึงการเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ” อูราโลกลูกล่าวกับสำนักข่าว Anadolu

ภูมิภาคฮิญาซทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบียมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างนครเมกกะและนครเมดินาอยู่แล้ว

เมื่อเดือนมีนาคม อูราโลกลูระบุว่า อังการากำลังหารือกับดามัสกัสเกี่ยวกับการฟื้นฟูช่วงหนึ่งของทางรถไฟฮิญาซ ซึ่งในอดีตเคยเชื่อมต่อทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน

ทางรถไฟฮิญาซถูกสร้างขึ้นโดยจักรวรรดิออตโตมันในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับการเดินทางของผู้แสวงบุญไปยังนครเมกกะและนครเมดินา ปัจจุบันเหลือเพียงบางช่วงของเส้นทางที่ยังเปิดใช้งานอยู่ในจอร์แดนและซาอุดีอาระเบีย

ที่มา : Sputnik

‘เปเรซ’ ยืนยัน ‘มูรินโญ’ คุมมาดริด!! โชเซ มูรินโญ ได้รับการยืนยันเป็นกุนซือ หากฟลอเรนติโน เปเรซ ชนะเลือกตั้ง สนามชี้ชะตา 7 มิ.ย.นี้ ราชันชุดขาว อิบราฮิมา โคนาเต่ กลายเป็นเป้าหมาย

เปเรซ ยืนยัน มูรินโญ เป็นกุนซือคนใหม่ เรอัล มาดริด หากชนะเลือกตั้งประธานสโมสร

กีฬา

ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ยืนยันว่า โชเซ มูรินโญ จะเป็นกุนซือคนใหม่ของ “ราชันชุดขาว” หากเจ้าตัวชนะการเลือกตั้งอีกสมัย

โดย มูรินโญ ตกเป็นข่าวว่า บรรลุข้อตกลงในการเข้ามาทำหน้าที่เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ของ เรอัล มาดริด อีกหนทว่ายังไม่มีการประกาศทางการจากสโมสร

อย่างไรก็ตามล่าสุด เปเรซ ประธานสโมสรคนปัจจุบันยืนยันว่า มูรินโญ่ จะเป็นกุนซือคนต่อไปของ เรอัล มาดริด หากเขาชนะการเลือกตั้งประธานสโมสรที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย.นี้

ถึงกระนั้น เอ็นริเก ริเคลเม ผู้ท้าชิงประธาน “ราชันชุดขาว” เผยว่า หากเจ้าตัวชนะการเลือกตั้งกุนซือคนใหม่ของทีมจะไม่ใช่ มูรินโญ

ขณะที่ “ดิ แอธเลติก” เผยเพิ่มเติมว่า เปเรซ เตรียมประกาศคว้า อิบราฮิมา โคนาเต กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล แบบไม่มีค่าตัวมาเป็นแข้งใหม่รายแรกของ เรอัล มาดริด ช่วงซัมเมอร์นี้ในวันที่ 4 มิ.ย.

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10269437

“อิสราเอล” หยุดยิง!! อิสราเอลและเลบานอนตกลงหยุดยิง ภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ ยุติการยิงและถอนกำลังฮิซบอลเลาะห์ เดินหน้าควบคุมพื้นที่โดยทหารเลบานอน

อิสราเอลและเลบานอนตกลงหยุดยิง ภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ — กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงที่จะดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง หลังการเจรจาที่นำโดยสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2–3 มิถุนายน

ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวขึ้นอยู่กับการยุติการยิงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และการถอนกำลังนักรบฮิซบอลเลาะห์ออกจากพื้นที่เซาท์ลิตานี

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเดินหน้าจัดตั้งพื้นที่นำร่อง ซึ่งกองทัพเลบานอนจะเข้าควบคุมพื้นที่แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ให้มีกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

คาดว่าการหารือทางการเมืองและความมั่นคงจะกลับมาดำเนินต่อในสัปดาห์ของวันที่ 22 มิถุนายน

ที่มา : Sputnik

จีนโรงเหล็กที่ขาดทุนยับ!! มหาอำนาจตะวันตกเพิกเฉย จีนแสดงความจริงใจช่วยแก้ปัญหาเซอร์เบีย 'วูชิช' ชมความกตัญญูของจีน สะท้อนความสัมพันธ์ยั่งยืนในวิกฤต

"มิตรแท้ในยามยาก"บทเรียนจากเซอร์เบียถึงไทย!

เมื่อมหาอำนาจตะวันตกเลือกผลประโยชน์ มากกว่าความเป็นเพื่อน

​ในวันที่ประเทศเผชิญวิกฤตจนถึงขีดสุด เราถึงจะได้เห็นธาตุแท้ของ "มิตรแท้"

ประธานาธิบดีเซอร์เบีย อเล็กซานดาร์ วูชิช ได้เปิดเผยถึงความจริงใจของจีนผ่านกรณีโรงถลุงเหล็กที่เซอร์เบีย ซึ่งเคยขาดทุนย่อยยับเดือนละ 12 ล้านดอลลาร์ โดยที่มหาอำนาจตะวันตก แม้จะมีเม็ดเงินลงทุนในเซอร์เบียสูงมากกลับนิ่งเฉยและปล่อยให้โรงงานต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

​ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คือผู้นำเพียงคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาจัดการปัญหาให้ถึงที่ และให้คำมั่นสัญญาว่าจีนจะไม่ทอดทิ้งเซอร์เบีย วูชิชกล่าวประโยคที่กินใจคนทั้งโลกไว้ว่า "ในทางการเมืองความกตัญญูอาจมีอายุสั้น แต่สำหรับเซอร์เบีย จีนคือผู้ที่ช่วยเราไว้ในวันที่มืดมนที่สุด"

ทำไมตะวันตกที่เข้ามาลงทุนในเซอร์เบียมากมายถึงไม่ช่วย?

คำตอบคือ นักลงทุนตะวันตกมองเซอร์เบียผ่าน "กลไกตลาดเสรี" และ "ผลกำไรสูงสุด" เท่านั้น เมื่อธุรกิจไปต่อไม่ได้ พวกเขาก็พร้อมจะถอนตัวทันทีโดยไม่สนใจว่าคนงานจะเดือดร้อนเพียงใด การลงทุนของตะวันตกมักมาพร้อมกับเงื่อนไขที่รัดกุมและการกดดันให้ปรับโครงสร้างที่ทำร้ายวิถีชีวิตผู้คน ในขณะที่จีนมองต่างออกไป จีนเลือก "ลงทุนเชิงยุทธศาสตร์" เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่ยั่งยืน การที่จีนยอมรับภาระที่ไม่มีใครเอาในตอนนั้น คือการพิสูจน์ว่าจีนมองเซอร์เบียเป็น "เพื่อน" ไม่ใช่เพียง "ฐานผลิตเพื่อตักตวงกำไร"

​ภาพสะท้อนนี้ชัดเจนมากเมื่อย้อนกลับมาดูประเทศไทยในช่วง วิกฤตโควิด-19

ในวันที่ทั่วโลกขาดแคลนทรัพยากร ประเทศตะวันตกเลือกกักตุนวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อตนเอง หรือหยิบยื่นให้โดยมีเงื่อนไขผูกมัดทางนโยบาย แต่ในทางตรงกันข้าม

​จีนคือมิตรที่ก้าวเข้ามาในวันที่เราวิกฤตที่สุด โดยเป็นแหล่งสำคัญที่จัดหา วัคซีนซิโนแวค (Sinovac) และอุปกรณ์ป้องกัน (PPE) มาให้ไทยอย่างรวดเร็ว ในราคาที่เป็นธรรมและไม่มีการกดดันทางการเมืองหรือพยายามแทรกแซงอธิปไตยของเราเหมือนที่กลุ่มประเทศตะวันตกพยายามบงการ

​ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องของ "เจ้านายกับทาส" ตามที่หลายประเทศในยุโรปและอเมริกาพยายามสร้างมาตรฐานกดทับประเทศกำลังพัฒนา แต่การที่จีนเลือกหยิบยื่นทรัพยากรในยามที่ไทยลำบากที่สุด คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจีนให้เกียรติและมองไทยในฐานะ "หุ้นส่วนและเพื่อน" ที่แท้จริง

​เราต้องยอมรับว่า มิตรแท้ไม่ได้วัดกันที่คำพูดสวยหรูหรือสัญญาทางการค้าที่เน้นเอาเปรียบ แต่การกระทำในยามที่ฝ่ายอื่นหันหลังให้ คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด ว่าใครกันแน่ที่มองเราเป็น "มิตรแท้"

source:CGTNสัมภาษณ์ประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูชิช,ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างไทย-จีน ในสถานการณ์โควิด-19

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1313102124311478/?rdid=zz9iZ6UDiGyoyzpO#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top