Saturday, 6 June 2026
NewsFeed

'คิม จองอึน' ต้อนรับ 'ลูกาเชนโก' ประธานาธิบดีเบลารุสเยือนเกาหลีเหนือ พิธีต้อนรับจัดเต็มยิงสลุต 21 นัด แสดงความอบอุ่นอย่างเป็นทางการ 'ลูกาเชนโก' ขอบคุณผ่าน KCNA

'คิม จองอึน' ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธานในพิธีต้อนรับ 'อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก' ประธานาธิบดีแห่งเบลารุส ที่จัตุรัสคิม อิลซุง เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา การต้อนรับครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นทางการและมีพิธีกรรมครบครัน

พิธีประกอบด้วยการยิงสลุต 21 นัด การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และการบรรเลงเพลงชาติ นอกจากนี้ 'คิม จองอึน' ยังได้ต้อนรับ 'ลูกาเชนโก' พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเบลารุสอย่างอบอุ่น ตามรายงานของสำนักข่าว KCNA

ด้าน 'ลูกาเชนโก' แสดงความขอบคุณโดยกล่าวว่า "ความขอบคุณจากใจจริง" ต่อผู้นำและประชาชนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี สำหรับ "การต้อนรับอย่างจริงใจ" ตามรายงานของ KCNA

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเบลารุสที่แน่นแฟ้นมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคและโลก โดยการเยือนครั้งนี้อาจเปิดทางสำหรับความร่วมมือในระดับสูงกว่าเดิมในอนาคต

ที่มา : Sputnik

พร้อมคุมหงส์!! ‘ชาบี อลอนโซ่’ เปิดทางรับงานลิเวอร์พูล หากมีข้อเสนอจริงจังซัมเมอร์นี้ สถานการณ์ อาร์เนอ สล็อต น่าเป็นห่วง หลังแพ้ 10 นัดในพรีเมียร์ลีก

สื่อเยอรมันวารสาร "บิลด์" รายงานว่า 'ชาบี อลอนโซ' อดีตกุนซือ เรอัล มาดริด พร้อมรับงานผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล หากได้รับข้อเสนอชัดเจนในช่วงซัมเมอร์นี้

สถานการณ์ของ 'หงส์แดง' ภายใต้การคุมทีมของ 'อาร์เนอ สล็อต' กำลังถูกตั้งคำถามหนัก หลังล่าสุดบุกแพ้ ไบรท์ตัน 1-2 เป็นการแพ้นัดที่ 10 ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่งผลให้เก้าอี้กุนซือดัตช์สั่นคลอน

มีการคาดว่า 'อาร์เนอ สล็อต' อาจต้องออกจากตำแหน่งหลังจบซีซั่น แต่ยังอยู่ต่อได้จากผลงานคู่แข่งที่ผิดพลาดเช่นกัน 'อลอนโซ' ถูกมองว่าคือบุคคลเหมาะสมยกระดับทีม พร้อมพัฒนานักเตะ หลัง ลิเวอร์พูล ใช้งบร่วม 500 ล้านปอนด์เสริมทัพช่วงซัมเมอร์

รายงานเผยว่า 'อลอนโซ' พร้อมพิจารณารับงานทันที หากมีข้อเสนอชัดเจนและเขาจะมีบทบาทกำหนดทิศทางเสริมทัพและโครงสร้างทีมอย่างเต็มที่

หลังแยกทางกับ เรอัล มาดริด ตั้งแต่เดือนมกราคม ลิเวอร์พูลเดินหน้าเจรจาอย่างจริงจัง เชื่อว่าการดึงอดีตตำนานกองกลางกลับมาอาจเป็นกุญแจพาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่ระดับยุโรปอีกครั้ง

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1634432/

ไฟสงครามยังลาม!! สมรภูมิอิหร่านกดดันสหรัฐฯ หนัก เผยทหารเจ็บ 290 นาย กลับเข้าประจำการไม่ได้ 35 นาย จากปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่า ทหารสหรัฐฯ มีผู้บาดเจ็บรวมกว่า 290 รายนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยผ่านแถลงการณ์ว่า "ในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีทหาร 10 คนยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส" โดยทหารส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและกลับไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว ขณะที่อีก 35 คนยังไม่สามารถกลับเข้าประจำการได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 13 ราย จากความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่านที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ครั้งนี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงและความเสี่ยงที่ทหารสหรัฐฯ ต้องเผชิญในปฏิบัติการกับอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง

ที่มา : Xinhua

จากวันนั้นถึงวันนี้ ซาบซึ้งใจ ‘น้องมะลิ’ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้มอบโอกาส "แม่โบว์" โพสต์ข้อความซึ้ง ระลึกถึงความเมตตาตลอดมา

น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวของพระเอกผู้ล่วงลับ 'ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์' เข้าแสดงความขอบคุณต่อ 'คุณศุภชัย เจียรวนนท์' ผู้ที่ให้โอกาสด้านการศึกษาแก่เธออย่างต่อเนื่องที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย

'แม่โบว์-แวนดา สหวงษ์' โพสต์ภาพและข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเล่าถึงความประทับใจที่น้องมะลิได้พบกับคุณศุภชัยและคุณบุษดี เจียรวนนท์ โดยเธอกล่าวว่า "วันนี้มะลิได้มีโอกาสได้พบกับคุณศุภชัยและคุณบุษดี เจียรวนนท์ หลังจากถามแม่ว่าเมื่อไหร่หนูจะได้เจอ หนูอยากขอบคุณคุณศุภชัยและคุณบุษดี ที่มอบโอกาสทางการศึกษาและเอ็นดูหนูมาตลอดนะคะ วันนี้ตื่นเต้นทั้งแม่ทั้งลูกเลยค่ะ"

หลังจากสูญเสีย 'ปอ-ทฤษฎี' เมื่อสมัยน้องมะลิยังอายุเพียง 3 ขวบ 'คุณศุภชัย เจียรวนนท์' ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นมือช่วยมอบทุนการศึกษาให้แก่เธอเพื่ออนาคตที่สดใส

ปัจจุบันน้องมะลิกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติ Prep International Kindergarten โรงเรียนที่พ่อปอตั้งใจเลือกไว้เพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ซึ่งแม่โบว์ก็ได้สานเจตนารมณ์นี้อย่างเต็มที่จนเห็นความสามารถของลูกสาวในหลายด้านอย่างโดดเด่น

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9880362/

“น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ตอกย้ำเบอร์ 1 ปล่อยแคมเปญใหม่ มุ่งสู่ Flavor Enhancer ระดับโลก หลังครองแบรนด์ยอดนิยม 3 ปีซ้อน เร่งขยายตลาด ปั้นปลาร้าสู่รสชาติระดับโลก

“น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ตอกย้ำผู้นำตลาด เปิดแคมเปญ “มือ 1 ทุกครัว อร่อยชัวร์แม่บุญล้ำ” หลังคว้าอันดับ 1 The Most Admired Brand 3 ปีซ้อน พร้อมเดินหน้าสู่ Flavor Enhancer ระดับโลก

สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโลก พร้อมยกระดับ “น้ำปลาร้า” สู่บทบาท “Flavor Enhancer” ที่ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยในทุกเมนู

กรุงเทพฯ – “แม่บุญล้ำ” แบรนด์น้ำปลาร้าชั้นนำของไทย เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดเครื่องปรุง เปิดตัวแคมเปญใหม่ “มือ 1 ทุกครัว อร่อยชัวร์แม่บุญล้ำ” เพื่อตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะเครื่องปรุงที่ช่วยยกระดับรสชาติอาหารไทยให้ “อร่อยล้ำ” ได้ในทุกเมนู

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากแบรนด์ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากนิตยสาร BrandAge ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

คุณอ้อม พิไรรัตน์ ผู้บริหารแบรนด์แม่บุญล้ำ กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า

“การที่แม่บุญล้ำได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ไม่ใช่เพียงเครื่องยืนยันความสำเร็จ แต่เป็นความรับผิดชอบที่ทำให้เราต้องพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของคุณภาพ นวัตกรรม และการเข้าใจผู้บริโภคในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงรสชาติที่อร่อยล้ำที่เป็นจุดแข็งของแม่บุญล้ำ”

แม่บุญล้ำวางกลยุทธ์แบรนด์บน 3 แกนหลัก ที่ขับเคลื่อนความเป็น มือ 1 ได้แก่

-Quality Leadership: ยกระดับภูมิปัญญาปลาร้าไทยสู่มาตรฐานโลก สร้างความมั่นใจด้านความสะอาดและความปลอดภัย

-Flavor Innovation: พัฒนาโปรดักต์ที่ช่วย “ยกระดับรสชาติ” อาหารให้มีมิติที่ล้ำขึ้น

-Consumer Insight Driven: เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก คุณภาพ และความหลากหลายในการทำอาหาร

แม่บุญล้ำวางวิสัยทัศน์ในการเป็นมากกว่าเครื่องปรุงพื้นบ้าน โดยมุ่งสู่การเป็น “Flavor Enhancer” ที่สามารถยกระดับอาหารในทุกวัฒนธรรม

“เรามองว่าปลาร้าไม่ใช่แค่ส่วนผสมของอาหารไทย แต่เป็น Flavor Enhancer ที่สามารถเข้าไปอยู่ในเมนูระดับโลกได้ เราจึงพัฒนาสินค้าและทำงานร่วมกับเชฟในแต่ละประเทศ เพื่อสร้างเมนู fusion ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการกินของแต่ละตลาด ช่วยให้แบรนด์สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศ และสร้าง positioning ใหม่ให้ปลาร้าไทยในระดับสากล” คุณพิไรรัตน์ บริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ภายใต้แบรนด์น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ กล่าว

แคมเปญ “มือ 1 ทุกครัว อร่อยชัวร์แม่บุญล้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญการตลาด แต่เป็นการสื่อสาร positioning ใหม่ของแบรนด์ คือ น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำต้องการเป็นตัวช่วยอันดับ 1 ของทุกครัว ไม่ว่าจะเป็นเชฟ แม่บ้าน หรือผู้ประกอบการ ให้สามารถสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย และยกระดับรสชาติให้อร่อยล้ำกว่าที่เคย

สำหรับทิศทางในอนาคต แบรนด์มุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก

-Retain & Grow Core Users: รักษาความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและรสชาติ

-Expand New Market: ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านเมนู fusion และพันธมิตรเชฟ

- Category Expansion: ขยายบทบาทปลาร้าให้มากกว่าเมนูดั้งเดิม สู่ everyday cooking ingredient

“จากวันนี้ไป น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำไม่ได้เป็นแค่น้ำปลาร้า แต่คือ Flavor Enhancer

ที่ช่วยให้ทุกจาน ‘อร่อยล้ำ’

และเรามุ่งสู่การเป็น ‘มือ 1 ของทุกครัว’ ทั้งในไทยและระดับโลก”

อย่าทิ้งใบเสร็จ!! “สวนนงนุชพัทยา” ช่วยลดค่าทริป แจกสิทธิ์ชมการแสดงฟรี สำหรับนักท่องเที่ยวไทยตลอดเดือนเมษายน แค่มีใบเสร็จเติมน้ำมัน

สวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง“อย่าทิ้งใบเสร็จ” รับสิทธิ์ชมการแสดงฟรี ตลอดเดือนเมษายน

สวนนงนุชพัทยา โดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อร่วมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย พร้อมส่งเสริมให้ครอบครัวได้เดินทางมาท่องเที่ยวในเดือนของปีใหม่ไทย หรือเทศกาลสงกรานต์  

โปรโมชั่นดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2569 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาแบบ Walk-in สามารถรับสิทธิ์ ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และการแสดงของน้องช้างแสนรู้ เพียงแสดง ใบเสร็จเติมน้ำมันภายในเดือนเมษายน สำหรับผู้ที่ซื้อ บัตรผ่านประตู (Package 2)

ทั้งนี้ ใบเสร็จ 1 ใบ ใช้ได้ 1 สิทธิ์ โดย

 • ไม่กำหนดมูลค่าในใบเสร็จ

 • ไม่กำหนดประเภทน้ำมันที่ใช้เติมรถยนต์

 • เฉพาะใบเสร็จที่เติมน้ำมันในเดือนเมษายน ปี 2569 เท่านั้น

 • สำหรับผู้ใช้รถพลังงานไฟฟ้า สามารถใช้ใบเสร็จจากสถานีชาร์จไฟฟ้าเป็นหลักฐานรับสิทธิ์ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมี โปรโมชั่นพิเศษอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับทุกกลุ่ม ได้แก่

 • เด็กสูงไม่เกิน 140 ซม. เข้าฟรีทุกวัน (เมื่อมากับครอบครัว)

 • ผู้พิการ เข้าฟรีทุกวัน

 • ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันศุกร์

 • ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันตลอดปี

สวนนงนุชพัทยามีสวนสวยมากกว่า 60 สวน บนพื้นที่ 1700 ไร่ เปรียบเสมือนแหล่งรวมความยิ่งใหญ่ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้มากกว่า 18,000 ชนิด โดยหลายชนิดถือว่ามีจำนวนมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1ใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลก พร้อมตื่นตาตื่นใจกับเมืองพีระมิด และไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริงมากกว่า 1,800 ตัว  ภายในสวนยังคงพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดแสดงพันธุ์ไม้ใหม่ ๆ ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความงดงามที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน เรียกได้ว่ามาเที่ยวเพียงแห่งเดียวก็ครบทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ นักท่องเที่ยวสามารถชมการแสดง “นงนุชโชว์” ณ โรงละครสกาลา และการแสดงน้องช้างแสนรู้ วันละ 4 รอบ เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.nongnoochpattaya.com

ไทยรุกตลาดอาหารจีน “จิตรเทพ” นำทีมไทยร่วม China Food Trade Fair 2026 เร่งจับคู่ธุรกิจอาหาร ขยายตลาดจีน ชูศักยภาพไทยฐานผลิตอาหารคุณภาพ หนุนผู้ประกอบการไทยเชื่อมผู้ซื้อ-นักลงทุนทั่วโลก

“จิตรเทพ เนื่องจำนงค์” ร่วมเวทีระดับโลก China Food Trade Fair 2026 เชิญชวนนักลงทุนจีนจับคู่ธุรกิจอาหารไทย

คุณจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานที่ปรึกษา สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติในฐานะแขก VIP เข้าร่วมงาน China Food Trade Fair 2026 (The 14th Liang Zhi Long China Food Trade Fair) ณ เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 28–31 มีนาคม 2569 เพื่อร่วมบรรยายและเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนและจับคู่ธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารกับผู้ประกอบการไทย

งาน China Food Trade Fair ถือเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าและอุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยมีพื้นที่จัดงานกว่า 350,000 ตารางเมตร มีผู้แสดงสินค้ากว่า 6,000 บริษัทจากทั่วโลก และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 450,000 คน รวมถึงนักลงทุน ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้ซื้อรายสำคัญจากหลายประเทศ

การเข้าร่วมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทย และ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อผลักดันสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยเข้าสู่ตลาดจีน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การจับคู่ทางการค้า (Business Matching) และการขยายเครือข่ายการค้าในระดับนานาชาติ

คณะผู้แทนจากประเทศไทยนำโดย

ว่าที่ร้อยตรี กิตติพันธ์ มูลศรีชัย

นายกสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทย (Thai Exporter and Manufacturer Association)

พร้อมด้วยนายชนาธิป โอสถวาณิชย์

ที่ปรึกษาสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญรุ่งเรือง ฟาร์มา 168 จำกัด

รวมถึงผู้ประกอบการไทยจากหลากหลายอุตสาหกรรมกว่า 20 บริษัท ที่เข้าร่วมเดินทางมาเพื่อนำเสนอสินค้าและศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยต่อผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วโลก

ในการบรรยายครั้งนี้ คุณจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ได้กล่าวถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก โดยประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ คุณภาพการผลิต มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และนวัตกรรมด้านอาหาร ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกอาหารของภูมิภาคเอเชีย เราอยากเชิญชวนนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลกให้มาร่วมลงทุน จับคู่ธุรกิจ และร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ตลาดโลก” คุณจิตรเทพ กล่าว

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดอาหารที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายธุรกิจระดับนานาชาติ พร้อมขยายศักยภาพของสินค้าอาหารไทยสู่เวทีโลก

สวนนงนุชพัทยา ปรับสู่ยุคพลังงานสะอาดน้ำมันแพง สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ รองรับลานจอดรถขนาดใหญ่กว่า 20ไร่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก . สวนนงนุชพัทยา ภายใต้การบริหารของ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เดินหน้าก่อสร้างระบบผลิตไฟฟ้าจากพลั

สวนนงนุชพัทยา ปรับสู่ยุคพลังงานสะอาดน้ำมันแพง สร้างสถานีชาร์จ EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ รองรับลานจอดรถขนาดใหญ่กว่า 20ไร่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สวนนงนุชพัทยา ภายใต้การบริหารของ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เดินหน้าก่อสร้างระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ขนาด 3.5 กิโลวัตต์ พร้อมติดตั้ง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) 

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเติบโตของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสวนนงนุชพัทยามุ่งเน้นการให้บริการ สำหรับที่จอดรถในที่ร่ม  ที่ทันสมัยและตอบโจทย์การเดินทางของนักท่องเที่ยวในยุคพลังงานสะอาดและค่าน้ำมันแพง

“เราต้องการให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเดินทางมาสวนนงนุชได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมมีจุดบริการชาร์จไฟรองรับ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม ความมั่นคงทางพลังงานทางเลือก  และสนับสนุนแนวคิด การท่องเที่ยวสีเขียว ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” นายกัมพลกล่าว

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างระบบโซลาร์เซลล์และสถานีชาร์จรถไฟฟ้าดังกล่าว ดำเนินการก่อสร้างมาแล้ว 3เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมให้บริการภายใน 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสวนนงนุชพัทยาในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัย ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สหรัฐฯ สะเทือน!! เครื่องบิน AWACS ถูกยิงลับ เสียหายร้ายแรงในซาอุดิอาระเบีย ‘เควียตคอฟสกี’ ชี้สูญเสียกระทบใหญ่ อิหร่านยังคงขีดความสามารถรบสูง

เครื่องบินเตือนภัย AWACS ของสหรัฐฯ ถูกทำลายในซาอุดิอาระเบียโดยขีปนาวุธอิหร่าน เป็นความเสียหายสำคัญต่อกองทัพตามคำวิเคราะห์ของ ‘คาเรน เควียตคอฟสกี’ อดีตนักวิเคราะห์กระทรวงสงครามสหรัฐฯ

‘เควียตคอฟสกี’ ระบุว่าเครื่อง E-3 จำนวนจำกัดและอายุมาก ทำให้การสูญเสียแม้ลำเดียวเพิ่มภาระมากขึ้นต่อเครื่องที่เหลือ ส่งผลกระทบต่อลูกเรือและระบบข้อมูลข่าวสาร เธอกล่าวผ่าน Sputnik ว่า "เพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองขีดความสามารถด้านการเฝ้าระวังและการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร"

นอกจากนี้เครื่อง E-3 ที่เหลือต้องให้ความสำคัญการป้องกันมากขึ้นซึ่งลดประสิทธิภาพเรดาร์และการสนับสนุนกองกำลังในภูมิภาค ภาระงานหนักขึ้นจากระบบเรดาร์ระยะไกลที่ถูกโจมตีด้วย ขีดจำกัดนี้บีบพื้นที่ข้อมูลข่าวสารของกองกำลังสหรัฐฯและอิสราเอล

‘เควียตคอฟสกี’ ชี้ว่า ภาพการทำลาย AWACS นี้ทำให้สหรัฐฯกังวลและไม่ใช่ชัยชนะ และเตือนว่าการประเมินว่าขีดความสามารถรบของอิหร่านลดลงนั้นอาจเร็วเกินไป เธอกล่าวว่า "แผนปฏิบัติการ 4 วันอันรัดกุม" เผยวิกฤตปฏิบัติการและลดทางเลือกยุทธวิธีของกองกำลังในสมรภูมิ

ที่มา : Sputnik

ตม.เตือนภัยบัตรเครดิต!! กว่า 80 คดีทุจริตบัตรบนเครื่องบิน มูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท เคทีซีแนะนำ 4 วิธีป้องกัน เน้นใช้แอปคุมความเสี่ยงเดินทาง

ตม. เตือนภัยโจรกรรมบัตรเครดิตช่วงเดินทาง พุ่ง 80 เคส เสียหายกว่า 8 ล้านบาท
เคทีซีแนะเก็บบัตรไว้กับตัว พร้อมใช้ฟีเจอร์ควบคุมผ่านแอปลดความเสี่ยง

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ออกประกาศเตือนนักเดินทาง หลังพบแนวโน้มการโจรกรรมบัตรเครดิตบนเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่วนใหญ่เกิดในเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะสั้นไม่เกิน 3 ชั่วโมง จากข้อมูล18 สถาบันการเงินพบความเสียหายมากกว่า 80 กรณี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท ด้านบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ชี้ธุรกรรมยุคดิจิทัลทำให้ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น และเริ่มพบเคสทุจริตในลักษณะออฟไลน์เพิ่มขึ้น แนะผู้ถือบัตรใช้แอปป้องกันความเสี่ยงระหว่างเดินทาง

.พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และโฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า ตม. ได้เตรียมดำเนินมาตรการตามแนวคิด “สามเหลี่ยมอาชญากรรม” ซึ่งประกอบด้วย เหยื่อ–โอกาส–คนร้าย โดยมุ่งลด “โอกาส” ที่จะเกิดเหตุ ผ่านการประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งช่องทางออนไลน์และภายในสนามบิน พร้อมประสานสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและสายการบิน เพื่อเพิ่มบทบาทลูกเรือในการแจ้งเตือนผู้โดยสาร และเฝ้าระวังพฤติกรรมต้องสงสัยระหว่างการเดินทาง

ทั้งนี้ขอให้ผู้โดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเก็บทรัพย์สินมีค่า และตรวจสอบสัมภาระอย่างสม่ำเสมอระหว่างการเดินทาง

นายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิต และผู้บริหารสูงสุดสายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้า “เคทีซี” กล่าวว่า รูปแบบการก่อเหตุที่พบมากคือ มิจฉาชีพอาศัยจังหวะที่ผู้โดยสารเผลอหรือนอนหลับ แอบเปิดกระเป๋าสัมภาระที่วางบนช่องเหนือศีรษะ ซึ่งมักไม่อยู่ในตำแหน่งตรงกับที่นั่งของเจ้าของ ก่อนนำบัตรไปใช้ทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือทันทีหลังลงจากเครื่อง

“กรณีดังกล่าวมักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ‘บัตรหาย’ เนื่องจากบัตรไม่ได้อยู่ในความครอบครองของลูกค้าในช่วงเกิดรายการ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการชำระเงินที่รวดเร็ว แม้ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภค ก็อาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสได้เช่นกัน ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงจึงต้องเกิดขึ้นทั้งจากพฤติกรรมของผู้ใช้และเครื่องมือทางการเงินควบคู่กัน” นายไรวินทร์กล่าว

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของสังคมไร้เงินสด (cashless society) ที่ทำให้การใช้จ่ายสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยง หากผู้ถือบัตรขาดความระมัดระวัง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สามารถดูแลทรัพย์สินได้อย่างใกล้ชิด เช่น ระหว่างการเดินทาง

เคทีซีแนะ 4 วิธีลดความเสี่ยงโจรกรรมบัตรระหว่างเดินทางเพื่อช่วยลดความเสี่ยง

เคทีซีแนะนำแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ถือบัตร ดังนี้

1.เก็บบัตรไว้กับตัวตลอดเวลา
หลีกเลี่ยงการเก็บบัตรในกระเป๋าที่วางบนช่องสัมภาระเหนือศีรษะ ซึ่งอยู่นอกสายตา

2.ใช้ฟีเจอร์ควบคุมบัตรผ่านแอปพลิเคชัน
เช่น การบล็อกบัตรชั่วคราว (Temporary Block) และการกำหนดวงเงินการใช้จ่าย (Spending Control) เพื่อจำกัดความเสี่ยง

3.เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมแบบเรียลไทม์
เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชี และรับรู้ความผิดปกติได้ทันที

4.แจ้งแผนการเดินทางล่วงหน้า
เพื่อช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เคทีซีเน้นย้ำว่า การป้องกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการผสานระหว่าง “ความระมัดระวังของผู้ใช้” และ “การใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเหมาะสม” เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและไร้กังวล     

ออกข่าวในนาม :   สื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร บมจ.บัตรกรุงไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top