Saturday, 6 June 2026
NewsFeed

'พรรครักชาติ' ยื่น UN เรียกร้องสากลช่วยไทย กวาดล้างทุ่นระเบิดชายแดน พร้อมเครื่องมือและเงินทุน ลดความสูญเสียทหาร-ประชาชน

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง UN เรียกร้องสากล ช่วย ไทยเก็บกู้ วัตถุระเบิด ปกป้องชีวิตทหารและประชาชน

18 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. -ทีมพรรครักชาติ ประกอบด้วย นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค, นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค, นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค, นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค, นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค และนายภูมิ สวัสดี รองโฆษกพรรค เข้ายื่นหนังสือต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเรียกร้องช่วยเหลือประเทศไทยในการกวาดล้าง "ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล" ซึ่งเป็นภัยต่อทหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชนไทย ในพื้นที่ตามตะเข็บชายแดน

โดยนายฐิติพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อสื่อสารในระดับสากล ระบุว่า วิกฤตทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านได้อีกต่อไป เพราะมันคือความเป็นความตายของทั้งเจ้าหน้าที่ทหารที่ต้องลาดตระเวน และประชาชนตาดำ ๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง พรรครักชาติจึงได้เรียกร้องต่อ UN ว่า ประเทศไทยต้องการ "เครื่องมือที่ทันสมัย (Special equipment)" และ "เงินทุนสนับสนุนพิเศษ (Special funding)" จากนานาชาติ เพื่อนำมากู้ระเบิดและกำจัดทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้หมดไปอย่างเด็ดขาด

"พวกเราตัวแทนพรรครักชาติ ยื่นหนังสือขอความร่วมมือจากสหประชาชาติ ในการที่จะหาเครื่องมือที่ทันสมัย และเทคโนโลยีที่จะช่วยเราในการที่จะกู้ระเบิด เพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงของทหารไทย และชีวิตของประชาชนชาวไทย ที่อยู่ในตะเข็บชายแดน ที่ต้องพบกับปัญหาของระเบิดที่อยู่ในแผ่นดินไทย" นายฐิติพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรครักชาติ ยังย้ำถึงความตั้งใจที่ต้องการให้ UN เข้ามาช่วยลดจำนวนผู้สูญเสีย (Casualties) ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการทหาร หรือพลเรือน โดยมองว่าการแก้ปัญหานี้สเกลระดับประเทศอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องดึงความร่วมมือระดับสากลเข้ามาจัดการให้สิ้นซาก

"We want to ask for special equipment, special funding, to help Thailand to reduce our casualties. Whether it be our military or whether it be our people in our Nation"
(เราต้องการขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์พิเศษ เงินทุนพิเศษ เพื่อช่วยประเทศไทยในการลดจำนวนผู้สูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นทหารของเรา หรือประชาชนของเราที่อยู่ในชาติ" นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรครักชาติ กล่าวทิ้งท้าย

Sharara สะดุด!! ลิเบียเปลี่ยนเส้นทางน้ำมัน เพลิงไหม้ท่อส่งน้ำมันดิบ NOC เร่งเบนเส้นทาง-ประคองการผลิต คาดซ่อมแซมสองวันเสร็จ

(18 มี.ค. 69) บรรษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (National Oil Corporation) แจ้งว่าได้เปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงน้ำมันจากแหล่งชารารา (Sharara) ไปยังท่อส่งทางเลือกหลังเกิดเพลิงไหม้จากการรั่วไหลบนท่อส่งน้ำมันดิบเพื่อส่งออก โดยยืนยันว่าการผลิตยังดำเนินต่อไปและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ในแถลงการณ์ บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนเส้นทางครั้งนี้จะช่วย "ลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ" น้ำมันจะถูกส่งไปผ่านท่อส่งของแหล่งเอลฟีล (El Feel) ไปยังท่าเรือเมลลิตาห์ (Mellitah) และส่งต่อไปยังคลังเก็บน้ำมันในเมืองซาวิยา (Zawiya)

อย่างไรก็ตาม วิศวกรเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่าหลังเกิดเหตุระเบิด กำลังการผลิตถูกทยอยหยุดลง คาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 2 วันในการซ่อมบำรุงและประเมินความเสียหาย

แหล่งน้ำมันชาราราเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของลิเบีย มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 320,000 บาร์เรลต่อวัน และประสบเหตุหยุดชะงักหลายครั้งตั้งแต่การลุกฮือที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโตในปี 2011 ซึ่งนำไปสู่การโค่นอำนาจของ 'มูอัมมาร์ กัดดาฟี'

ที่มา : Sputnik

ตำนานเพลงไทย!! ‘ป๊อด Moderndog’ คว้ารางวัล Best Music Video of the Year ตอกย้ำตำนานเพลงไทยไร้กาลเวลา เพลง 'บุษบา' ยังฮิตคลาสสิก เจนใหม่ร้องได้เต็มเสียง

"ป๊อด Moderndog" ศิลปินระดับตำนานของวงการเพลงไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ด้วยการคว้ารางวัล Best Music Video of the Year จากงาน TOTY AWARDS SHINING FORWARD THAI MUSIC 2025 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ผลงานมิวสิกวิดีโอที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง "เพื่อนสนิท" กลับมาอีกครั้ง พร้อมเรียกเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงทุกเจนเนอเรชัน

"วันนี้ได้มารับรางวัล Best Music Video of the year จาก Toty Music Award ก็ดีใจมากครับ เพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจมาก ทั้งตัวเพลงเอง และทางผู้กำกับกับครีเอทีฟ คือคุณพีท ทสร" ป๊อดกล่าวในงาน พร้อมเล่าถึงการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงในโลกโซเชียล

ป๊อดเผยว่าเพลงของ Moderndog เป็นเพลิงไร้กาลเวลาที่เด็กๆ เจนใหม่ยังร้องได้ เช่น เพลง "บุษบา" ที่เจนใหม่ร้องได้หมดจนเขาถึงขั้นบันทึกภาพเป็นที่ระลึก รวมถึงเตรียมปล่อยมิวสิกวิดีโอตัวใหม่ "The Oath" ที่ร่วมกับ 'บอย โกสิยพงษ์' ในรูปแบบแอนิเมชัน พร้อมเตรียมคอนเสิร์ตใหญ่ในเดือนพฤษภาคมนี้

"รู้สึกดีครับที่เพลงเรามัน Timeless (ไร้กาลเวลา)...เราจะทำมันให้เหมือนเป็นครั้งแรก เพื่อให้เขาได้ฟังอย่างมีความสุขครับ" ป๊อดกล่าวเสริมถึงความตั้งใจดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อพร้อมถ่ายทอดความสุขในคอนเสิร์ตที่จะถึง

จากความสำเร็จและพลังดนตรีที่ยังคงสดใหม่ ป๊อด Moderndog ยืนยันว่าเขายังคงเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้แฟนเพลงทุกวัยอย่างต่อเนื่องในปี 2026 นี้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10175510

จีนดันนโยบายเด็ก!! คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปจีน ออกแนวปฏิบัติส่งเสริมสวัสดิภาพเด็ก ผสานนโยบายสังคมและบริการสาธารณะ เน้นคุ้มครองสิทธิและสร้างสภาพแวดล้อมดี

(18 มี.ค. 69) เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค. คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ร่วมกับสำนักงานคณะทำงานแห่งชาติด้านเด็กและสตรี ภายใต้คณะรัฐมนตรีจีน ประกาศแนวปฏิบัติใหม่เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรกับเด็กทั่วประเทศ เป้าหมายหลักเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้เยาว์ตามกฎหมาย พร้อมสนับสนุนการเติบโตที่สมบูรณ์และสุขภาวะของเด็กอย่างรอบด้าน

แนวปฏิบัติดังกล่าวอาศัยประสบการณ์จากโครงการนำร่องในเมืองต่างๆ ที่เน้นการเป็นมิตรกับเด็ก โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการทุกด้าน ทั้งในสังคม การให้บริการสาธารณะ การคุ้มครองสิทธิ รวมถึงพื้นที่และสภาพแวดล้อมการพัฒนาของเด็ก

ในแง่การปฏิบัติจริง แนวปฏิบัตินี้สนับสนุนการปรับปรุงบริการสาธารณะและนโยบายเด็กให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมาตรการในด้านการศึกษา การแพทย์ การเดินทาง กีฬา และกิจกรรมนันทนาการ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ยังเน้นการเสริมสร้างความปลอดภัยของเด็กโดยประสานงานระหว่างครอบครัว โรงเรียน สังคม อินเทอร์เน็ต ภาครัฐ และระบบยุติธรรม พร้อมขยายกลไกป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างลึกซึ้ง นายกฯจีนกล่าวว่า "อย่ามองยอดใช้เหนือความปลอดภัย" ซึ่งเป็นแนวทางในการดูแลเด็กอย่างรัดกุม

คณะกรรมการฯ และสำนักงานคณะทำงานแห่งชาติเหล่านี้จะยกระดับการประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อบูรณาการนโยบาย งบประมาณ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างครอบคลุม ทั้งนี้ เพื่อสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาด้านนี้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ที่มา : Xinhua

DIPROM ดัน New Creator กระหึ่มกิจกรรมสร้างนักการตลาดยุคใหม่ ส่งเสริมครีเอเตอร์ก้าวสู่มืออาชีพ เน้นเทรนด์ TikTok Shop ปี 2026 จับมือธุรกิจต่อยอดรายได้จริง

จากครีเอเตอร์สู่เจ้าของธุรกิจ! DIPROM เปิดเวทีปั้น New Creator พร้อมเชื่อมโอกาสทางธุรกิจ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรม “สร้างนักการตลาดยุคใหม่ (DIPROM New Creator)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 และ 14–15 มีนาคม 2569 ณ C asean Ratchada

กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจด้านการสร้างคอนเทนต์เข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาครีเอเตอร์ให้ก้าวสู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ สามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพ ต่อยอดสู่การสร้างรายได้ และเติบโตไปเป็นผู้ประกอบการที่สามารถจดจัดตั้งธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายในโครงการ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและแพลตฟอร์มชั้นนำ ครอบคลุมเนื้อหาเข้มข้น ทั้งการอัปเดตเทรนด์ TikTok Shop ปี 2026 และการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด การเจาะลึกเทคนิคการทำโฆษณา (Ads) และกลยุทธ์ Social Commerce ตลอดจนการวางรากฐานด้านธุรกิจ การเงิน และภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้

นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมยังมีการประกวดการสร้างสรรค์คลิปวิดีโอ โดยครีเอเตอร์ที่มีผลงานโดดเด่นและได้รับโล่รางวัล จะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม Matching กับผู้ประกอบการ ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) ในลำดับถัดไป เพื่อเปิดโอกาสในการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่สะท้อนว่า กิจกรรมครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการทำตลาดออนไลน์ และสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง ทั้งในด้านการสร้างคอนเทนต์ การบริหารต้นทุน และการขยายช่องทางการขาย

การจัดกิจกรรม “DIPROM New Creator” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการสร้าง “ครีเอเตอร์คุณภาพ” ที่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตของ SMEs ไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

โอกาสทองของไทย อย่าตกขบวน แม้ไทยเคยเป็นเพียงตลาดของทีมขาย แต่การมาของ Cloud Region และ Data Center อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่การสร้างงานเทคมูลค่าสูงในประเทศ ไทยพร้อมหรือยังที่จะสร้างคนรองรับ

"บิ๊กเทค" รายใหญ่ เช่น Microsoft, Amazon Web Services และ Google Cloud

ประกาศเปิด Data Center หรือ Cloud Region ในประเทศไทย ช่วงปี 2024-2026 ทำให้ตลาดเทคโนโลยีไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คนสายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่เคยถูกจำกัดให้ทำงานด้านขาย เริ่มมีโอกาสทำงานด้านเทคนิคและพัฒนาระบบจริงในประเทศมากขึ้น

"นี่คือโอกาสทองที่มาพร้อมกับความท้าทาย" กล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญที่เคยเผชิญประสบการณ์ตรงของวิศวกรเทคโนโลยีในไทย พร้อมเน้นว่าการมี Cloud Region ในไทยไม่ใช่แค่สำนักงานขาย แต่หมายถึงต้องมีทีมเทคนิคดูแล Data Center 24 ชั่วโมง รวมทั้งงานด้านสถาปัตยกรรมความปลอดภัยข้อมูลและการอพยพระบบ ที่ต้องการความชำนาญภาษาท้องถิ่นและความเข้าใจกฎหมาย PDPA

ภาครัฐไทยส่งสัญญาณสนับสนุนด้วยมาตรการยกเว้นภาษีนิติบุคคลและการลงทุนพลังงานสีเขียวเพื่อดึงดูดธุรกิจ Data Center ช่วยสร้างระบบนิเวศน์เทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง และโครงการสนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากรพร้อมหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าปัญหาขาดแคลนทักษะทางด้านเทคนิคและภาษาอังกฤษในไทยยังเป็นอุปสรรคใหญ่ โดยเฉพาะการเข้าใจเอกสารและการสื่อสารในระดับสากล ที่จำเป็นสำหรับการสร้างทีมเทคโนโลยีระดับโลกในประเทศ

"โอกาสจะเกิดขึ้นจริงเมื่อเราพัฒนาทักษะทั้งเทคนิคและภาษาอังกฤษควบคู่กัน" พร้อมแนะให้นักศึกษาและบุคลากรที่สนใจ เริ่มเรียนรู้และทำงานกับคลาวด์จริง รวมทั้งสร้างพอร์ตโฟลิโอ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับตลาดแรงงานเทคโนโลยีแห่งอนาคตในประเทศไทย

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=OdHnxGOdNm0

จบคดีหมิ่นประมาท!! ‘ณวัฒน์’ ขอโทษ “อนุทิน” หลังพาดพิงไลฟ์สดปี 64 “อนุทิน” ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท หลัง “ณวัฒน์” โพสต์ขออภัยอย่างเป็นทางการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้ดำเนินคดีหมิ่นประมาท ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 64 ซึ่งด่าทอและตั้งข้อกล่าวหาว่าเขาเสนอพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดให้บุคลากรสาธารณสุขเพื่อปกป้องตนเองและพวกในการจัดการโรคโควิด-19

คดีนี้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2029/2564 และหมายเลขแดงที่ อ.207/2566 โดยศาลอาญาได้ไกล่เกลี่ยและตกลงกันได้ว่าเป็นความผิดอันยอมความได้

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ยอมรับว่าตนได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ 'อนุทิน' และได้โพสต์ข้อความขอโทษในเฟซบุ๊กว่า "ขออภัยในสิ่งที่พูดพาดพิงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล" และหลังจากนั้น 'อนุทิน' ก็รับทราบและเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น จึงได้ถอนฟ้องคดีกับผู้ถูกกล่าวหาในวันนี้

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความระมัดระวังในการแสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์และผลทางกฎหมายที่อาจเกิดตามมาในกรณีของการนำเสนอข้อมูลหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับบุคคลสาธารณะอย่างไม่เหมาะสม

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1501229301365478&id=100044352672988&rdid=2EHDEaYnsXWTLYG2#

“ทรัมป์” เตือนอิหร่าน!! หากกาตาร์ถูกโจมตีซ้ำ สหรัฐฯ พร้อมถล่ม South Pars ทั้งหมด หยุดโจมตีกาตาร์ ก่อนสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มหนัก ย้ำการตอบโต้จะรุนแรงในระดับที่อิหร่านไม่เคยเผชิญมาก่อน

อิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีอย่างรุนแรงต่อแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในอิหร่าน โดยทำความเสียหายเพียงบางส่วนของพื้นที่ทั้งหมด สหรัฐอเมริกาไม่ได้รับรู้ล่วงหน้าหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีดังกล่าว และประเทศกาตาร์ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มาก่อน

ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ เจ. ทรัมป์' ระบุว่า อิหร่านไม่ทราบหรือมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการโจมตีนี้ และได้โจมตีสถานีก๊าซ LNG ของกาตาร์อย่างไม่เป็นธรรม "จะไม่มีการโจมตีใดจากอิสราเอลต่อแหล่ง South Pars อีก เว้นแต่อิหร่านจะโจมตีประเทศที่บริสุทธิ์อย่างกาตาร์ ซึ่งหากเกิดขึ้น สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการทำลายแหล่งก๊าซ South Pars อย่างรุนแรง" เขากล่าว

'ทรัมป์' ยังเน้นว่าเขาไม่ต้องการเห็นความรุนแรงที่มีผลกระทบระยะยาวกับอิหร่าน แต่จะไม่ลังเลหากกาตาร์ถูกโจมตีอีกครั้ง เหตุการณ์นี้บ่งบอกถึงความตึงเครียดในการเมืองตะวันออกกลาง และสะท้อนบทบาทของสหรัฐฯ ที่เตรียมรับมือสถานการณ์อย่างเข้มข้นในภูมิภาคนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2304149276759498&set=gm.1250081733946851&idorvanity=849053944049634

รัสเซียเตรียมคุ้มกันเรือ!! พิจารณาหน่วยอาวุธเคลื่อนที่รับผิดชอบ เสริมมาตรการความปลอดภัยทางทะเล ติดตามและตรวจตราเรือเข้มงวด เพิ่มอุปกรณ์ป้องกันและส่งเรือกองทัพร่วมคุ้มครอง

นิโคไล ปาตรูเชฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียและประธานคณะกรรมการทางทะเล เปิดเผยว่ารัสเซียกำลังพิจารณาแนวทางใหม่ในการคุ้มกันเรือที่ติดธงรัสเซีย โดยการร้องขอให้เรือเหล่านี้ได้รับการคุ้มกันจากหน่วยติดอาวุธเคลื่อนที่ที่ประสานงานผ่านกัปตันหรือเจ้าหน้าที่ในท่าเรือ

ปาตรูเชฟกล่าวในแถลงการณ์ว่า "แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล" ซึ่งประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นต่อเส้นทางเดินเรือเชิงพาณิชย์ รวมถึงความเสี่ยงจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายและก่อวินาศกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรือรัสเซีย

นอกจากนี้ รัสเซียยังได้เสริมแกร่งการเฝ้าระวังและควบคุมกิจกรรมทางทะเลอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบเรือเข้ามาอย่างละเอียดและการติดตามเรือพาณิชย์แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันเหตุโจมตีที่อาจเกิดขึ้นกับท่าเรือและเส้นทางเดินเรือ

ในส่วนของความปลอดภัยเพิ่มเติมนั้น ปาตรูเชฟยังระบุว่ากำลังพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันพิเศษบนเรือ รวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งเรือของกองทัพเรือไปร่วมคุ้มกันกองเรือพาณิชย์ด้วย

ที่มา : Xinhua

เปิดตัวเปิดมูลนิธิ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ผนึก UNFPA และ HiSoParty สร้างมาตรฐานใหม่กีฬาไทย เหล่าเซเลบริตี้ร่วมใจสมทบ

คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และ HiSoParty

เปิดตัว "มูลนิธิคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยทางกีฬาในประเทศไทย" ณ บ้านอุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เพื่อยกระดับสวัสดิภาพ และสร้างระบบ "Safe Sport" ในวงการกีฬาไทยอย่างเป็นรูปธรรม

งานเปิดตัวได้รับเกียรติจาก ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะผู้ก่อตั้งมูลนิธิเป็นประธาน พร้อมด้วย คุณศิริลักษณ์ เชียงว่อง จาก UNFPA และ คุณปรียามล ธนวิสุทธิ์ จาก HiSoParty โดยมี คุณอุษณีย์ มหากิจศิริ เป็นผู้สนับสนุนสถานที่และอาหาร

บรรยากาศงานคึกคัก เหล่านักธุรกิจ ดารา และเซเลบริตี้ชื่อดังเข้าร่วม อาทิ คุณคริสติน่า อากีล่าร์ และคุณเมทินี กิ่งโพยม พร้อมคุณสุริยน ศรีอรทัยกุล ที่นำการประมูลของรักจากนักกีฬาตำนานโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ทั้งนี้มีการจัดกิจกรรม Luncheon และ High Tea กับนักเทนนิสระดับโลก คุณดนัย อุดมโชค เพื่อระดมทุนสมทบร่างกายและจิตใจนักกีฬาไทย

ดร.สุวรรณา กล่าวผ่านงานเปิดตัวว่า "ความสำเร็จของนักกีฬาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับธรรมาภิบาลของวงการกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากล

การเปิดมูลนิธิครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตนักกีฬาไทย เพื่อให้วงการกีฬาไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและสง่างาม

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10176796


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top