Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

คดีทุจริต ‘เซเลนสกี’ หลังจับมือ ‘NABU–อัยการ’ ลุยเช็กการเงิน ยืนยันมีคลิปเสียงลับผู้นำยูเครน ออกคำสั่งพิเศษให้กระทำเรื่องบางอย่าง

(30 พ.ย. 68) วิกเตอร์ เมดเวดชุก (Viktor Medvedchuk) นักการเมืองฝ่ายค้านยูเครน และประธานขบวนการ Other Ukraine ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิก ระบุว่า คดีสอบสวนทุจริตครั้งใหญ่ที่พาดพิงคนใกล้ชิดประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ไม่ได้เกิดจากการทำงานเชิงรุกของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยูเครนเอง 

แต่เป็น “เรื่องที่สหรัฐเป็นฝ่ายสั่งการ” โดยอ้างว่าสหรัฐร่วมมือกับสำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติยูเครน (NABU) และสำนักงานอัยการคดีทุจริต (SAPO) ตรวจสอบเครือข่ายการเงินรอบตัวเซเลนสกีและตัวประธานาธิบดีมาเป็นเวลาราว 1 ปีครึ่ง และสถานการณ์ค่อย ๆ ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมดเวดชุกกล่าวเพิ่มเติมว่า ในหลักฐานคดีทุจริตด้านพลังงานที่ NABU เผยแพร่ออกมา มีไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาของบุคคลระดับสูง รวมทั้งมี “เสียงของเซเลนสกีเอง” ถูกบันทึกอยู่ด้วย พร้อมทั้งอ้างว่ามี “คำสั่งพิเศษ” จากประธานาธิบดียูเครนปรากฏในไฟล์เหล่านั้น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเนื้อหาเสียงและข้อกล่าวหายังไม่ถูกเปิดเผยครบถ้วนต่อสาธารณะ

แม้คำให้สัมภาษณ์ของเมดเวดชุกจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างมาก แต่ในขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาจากฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลยูเครน และยังไม่มีการยืนยันจากฝั่งสหรัฐหรือหน่วยงานสอบสวนของยูเครนต่อประเด็นที่ว่า วอชิงตันเป็นผู้ “สั่งการ” ให้เดินหน้าเปิดโปงคดีนี้โดยตรง ทำให้สังคมยังต้องจับตาว่าจะมีข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมถูกเปิดเผยออกมาอีกหรือไม่
 

พลังงานเป็นธรรม ถ้ารวมไทยสร้างชาติ ไม่เกาะ "พลังงาน" พรรคนี้ไม่มีวันดัง!!

‘พีระพันธุ์’ การันตี!!
ไฟฟ้าถูก–พลังงานเป็นธรรม
ปี 2568 เป็นปีแห่งการลดค่าไฟทั้งระบบ
ชูโซลาร์ราคาถูก 1 หมื่นชุด ช่วยคนตัวเล็ก
เดินหน้าออกกฎหมายคุมทุนพลังงาน–น้ำมัน–ก๊าซ

พีระพันธุ์ทำไฟฟ้าถูก – ถ้ารวมไทยสร้างชาติไม่เกาะ “พลังงาน” พรรคนี้ไม่มีวันดัง
 
ในวันที่พรรครวมไทยสร้างชาติยังหาพื้นที่ยืนในใจประชาชนไม่ชัดเจน  
“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กลับมี “ของจริง” อยู่ในมือชัดที่สุดเรื่องหนึ่งของการเมืองไทยยุคนี้:  

> ทำให้ค่าไฟ–พลังงาน “ถูกลงอย่างเป็นระบบ” ไม่ใช่แค่แจกครั้งคราว

บทความนี้จะรวบว่าเขาทำอะไรไว้แล้วบ้างในกระทรวงพลังงาน  
และทำไม พรรครวมไทยสร้างชาติควรเอา “ผลงานด้านพลังงานของพีระพันธุ์” มาเป็นจุดหาเสียงหลักเพียงจุดเดียว  
ย้ำมันซ้ำ ๆ จนคนไทยได้ยินปุ๊บ = นึกถึง “ไฟฟ้าถูก–พลังงานเป็นธรรม” โดยอัตโนมัติ
 
1. พีระพันธุ์ในฐานะ รมว.พลังงาน: คนที่กล้าลงไปแก้โครงสร้าง ไม่ใช่แค่กดราคาชั่วคราว

ผลงานที่จับต้องได้มีอย่างน้อย 4 แกนใหญ่ ๆ 👇  
 
1.1 ประกาศ “ปี 2568 คือปีแห่งการลดค่าไฟ”
 
พีระพันธุ์ประกาศกลางวงการพลังงานว่า ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการลดค่าไฟ พร้อมเดินหน้า “โครงสร้างพลังงานใหม่” เพื่อให้คนไทยจ่ายค่าไฟน้อยลง และใช้พลังงานใน “ราคาเป็นธรรม” ไม่ใช่ถูกบีบคอด้วยต้นทุนที่อธิบายไม่ได้อีกต่อไป  
 
นี่ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่ตามมาด้วยการคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศลดค่า Ft และทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยช่วงต้นปี 2568 อยู่แถว ๆ 4.15 บาทต่อหน่วย ลงจากงวดก่อนหน้าอย่างเป็นรูปธรรม  
 
1.2 ไอเดีย “Pool Gas” – ลดค่าไฟจากต้นทางก๊าซ
 
หัวใจสำคัญคือแนวคิด “พูลก๊าซ (Pool Gas)”  
เอาก๊าซจากหลายแหล่ง หลายราคา มารวมกันเป็น “ตะกร้าราคาเดียว” ใช้ผลิตไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่เอาแหล่งแพงสุดมาเป็นฐานคิดค่าไฟแล้วโยนภาระให้ประชาชน  
 
พูดง่าย ๆ คือ  
แทนที่จะเอาเงินภาษีไปโปะค่าไฟ เขาเลือกจะ “ผ่าต้นทุนจริง” ให้มันถูกลงตั้งแต่โรงไฟฟ้า

3. สรุปแบบฟันธง: ถ้ารวมไทยสร้างชาติไม่เล่น “การเมืองพลังงาน” อย่างสุดทาง ก็อย่าหวังคะแนน

สั้น ๆ คือ:
 
1. พีระพันธุ์ในกระทรวงพลังงานมีของจริงให้เล่า  
  - ปีแห่งการลดค่าไฟ 2568  
  - นโยบาย Pool Gas ลดค่าไฟจากต้นตอก๊าซ  
  - โซลาร์ราคาถูก 10,000 ชุด และโครงสร้างใหม่ให้คนติดโซลาร์รูฟได้ง่าย  
  - กฎหมายคุมธุรกิจน้ำมัน–ก๊าซ–พลังงานให้โปร่งใสแข่งขันเป็นธรรม  
 
2. คะแนนนิยมส่วนตัวเขายังไม่สูง แต่สนามยังว่าง  
  - นิด้าโพลชี้คนใต้ (ฐานสำคัญ) ส่วนใหญ่ “ยังไม่เห็นใครเหมาะเป็นนายกฯ” และพีระพันธุ์ได้เพียง 2.05%  
  - แปลว่ายังมีพื้นที่ให้สร้างตัวตนใหม่ ถ้าสื่อสารถูกจุด ถูกเรื่อง  
 
3. รวมไทยสร้างชาติไม่มีทางชนะด้วยการเป็น “พรรคทั่วไป” อีกพรรคหนึ่ง  
  - ถ้าพยายามพูดทุกเรื่อง = จะไม่เด่นสักเรื่อง  
  - แต่ถ้ากล้าตัดสินใจเกาะ “พลังงาน–ค่าไฟ–โซลาร์” เป็นแกนหลัก และย้ำมันจนคนไทยจำได้  
    นี่คือ ทางเดียว ที่พรรคจะได้คะแนนจริงจากคนธรรมดาที่ต้องจ่ายค่าไฟทุกเดือน  
 
ดังนั้น ถ้าจะพูดกันแบบแรง ๆ ในสไตล์คอลัมน์การเมืองได้เลยคือ:
 
“รวมไทยสร้างชาติ อยากรอด ต้องเลิกพูดกว้าง ๆ แล้วหันมาขาย ‘พลังงานของพีระพันธุ์’ จุดเดียวให้สุด  
ไม่งั้นก็เตรียมเป็นแค่พรรคประกอบฉากในทุกการเลือกตั้งต่อไป”

น้ำท่วมภาคใต้ 9,000 บาท เข้าใจตรงกันนะ!! รัฐจ่าย “ต่อครัวเรือน” ไม่ใช่ “ต่อคน” หยุดบอกต่อข้อมูลผิด ผู้นำชุมชน–ท้องถิ่นต้องสื่อสารให้ชัด

(1 ธ.ค. 68) นายเฉลียว คงตุก หรือ “นายหัวแมน” หรือที่รู้จักกันในนาม “นายหัวไทร” โพสต์เฟซบุ๊กว่าเข้าใจตรงกันนะ เงินเยียวยาน้ำท่วม “9000 บาท” เป็นอัตรา “ต่อครัวเรือน” ไม่ใช่ “ต่อคน”นะครับ

 

ช่วงนี้เป็นช่วงการลงทะเบี(1 ธ.ค.ยนเพื่อรับเงินเยียวยาจากเหตุน้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งอาจจะมีความสับสนอยู่บ้างว่า เงิน 9000 บาทได้รับทุกคน หรือครัวเรือนละ 9000 บาท

 

ความสับสนน่าจะเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด หรือไม่เข้าใจ ผู้นำชุมชนแจ้งว่า “ได้ทุกคน” แต่ละครอบครัวจึงหอบหิ้วกันไปลงทะเบียนตามคำบอกกล่าวของผู้นำที่ไม่รู้ไปเอาข้อมูลมาจากไหน

 

“หยุดสร้างความสับสน…เงินเยียวยาน้ำท่วม “9000 บาท” เป็นอัตรา “ต่อครัวเรือน” ไม่ใช่ “ต่อคน”นะครับ

 

“เงื่อนไข + วิธี + เกณฑ์” ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) / รัฐ สำหรับเงิน “เยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท” ให้ชัด ๆ เผื่อคุณสนใจเช็กว่าสถานการณ์ของคุณเข้าเกณฑ์ไหม

 

ใครมีสิทธิ / ครัวเรือนแบบไหนได้รับ

-เงินถูกกำหนดเป็นอัตรา “ครัวเรือนละ 9,000 บาท” ไม่ใช่ “ต่อคน”

-สิทธินี้สำหรับ “บ้านที่อยู่อาศัยประจำ” (ที่ทะเบียนบ้าน ใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง) ที่อยู่ในพื้นที่ที่มี “ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย” หรือ “ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย” จากรัฐ/ปภ.

-ครัวเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ว่าจะน้ำท่วม “ขังไม่เกิน 7 วัน” (โดยมีทรัพย์สินเสียหาย) หรือ “น้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน” ก็มีสิทธิได้รับเงิน 9,000 บาท เหมือนกัน (เงื่อนไขรวมทั้ง 2 กรณี)

 

เอกสารที่ต้องใช้

-บ้านที่เป็นของตนเอง

สำเนาบัตรประชาชน + สำเนาทะเบียนบ้าน

-บ้านเช่า

สำเนาบัตรประชาชน + สัญญาเช่าบ้าน (หรือหนังสือรับรองการเช่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)

-ที่อยู่อาศัยแบบอื่น (เช่น บ้านพักชั่วคราว, บ้านจากโครงการ, จังหวัดประกาศพิเศษ ฯลฯ)

ให้ “ผู้นำชุมชน/กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” ตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วลงนามรับรองร่วม (2 ใน 3 คน) ว่าเป็นที่อยู่อาศัยจริงของผู้ขอรับสิทธิ

 

ช่องทางยื่นคำร้อง / ลงทะเบียน

-ยื่นด้วยตนเองที่ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / เทศบาล / อบต.” ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

-หรือสามารถลงทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบที่รัฐบาล/ปภ.จัดไว้ (ตามประกาศ) — หลังลงทะเบียนออนไลน์ บางกรณีอาจต้องไปยืนยันเอกสารจริงที่ท้องถิ่นอีกครั้ง

 

วิธีจ่าย & การโอนเงิน

-การจ่ายเงินเยียวยาเป็นการ “โอนเข้าบัญชี” ผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน (13 หลัก) เพื่อรับเงิน

-ถ้าบัญชีพร้อมเพย์ไม่ถูกต้อง / บัญชีถูกปิด / ไม่เคลื่อนไหว อาจทำให้ “โอนเงินไม่สำเร็จ” ต้องแก้ไขข้อมูลบัญชีให้ถูกต้องก่อน

 

พื้นที่ / จังหวัดที่ได้รับสิทธิ (ล่าสุด 2568)

-จำนวนรวม: รัฐบาลอนุมัติจ่ายเยียวยาให้ครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 685,554 ครัวเรือน ใน 65 จังหวัด ทั่วประเทศ ที่อยู่ในเขตประสบภัย

-ตัวอย่างจังหวัดที่เข้าข่าย: หลายจังหวัดทั่วประเทศ — ไม่จำกัดเฉพาะภาคใต้ เช่น มีทั้งจังหวัดในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ (ดูรายชื่อครบในประกาศของปภ.)

 

ประเด็นที่ควรระวัง / ข้อจำกัด

-เงินช่วยเหลือ 9,000 บาท เป็น “เหมาจ่ายอัตราเดียว” ไม่ได้คำนวณตามจำนวนสมาชิกในครัวเรือน ดังนั้น หากบ้านมีหลายคน ก็จะได้ 9,000 บาททั้งหมด ไม่ใช่ 9,000 × คน

-ถ้าที่อยู่อาศัยนั้นเป็น “บ้านเช่า” หรือ “ไม่ใช่บ้านตามทะเบียนบ้าน” อาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือรับรองจากท้องถิ่น เพื่อยืนยันว่าเป็นที่อยู่อาศัยจริง

-การลงทะเบียนและยื่นเอกสาร ถ้าไม่ครบตามเงื่อนไข (เอกสารไม่ครบ, ผูกพร้อมเพย์ไม่ถูกต้อง ฯลฯ) อาจทำให้ไม่มีสิทธิได้รับเงิน


เรื่อง : นายหัวไทร

 

‘มาดามแป้ง’ อัดฉีด 1 ล้าน ช้างศึก ยู-17 ถล่ม คูเวต 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มเอเชีย 2026 เปิดทางสู่บอลโลก U17

(1 ธ.ค. 68) "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศอัดฉีดเงิน 1 ล้านบาทให้ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี หลังจากช้างศึก U17 ยิงถล่มคูเวต 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U17 ปี 2026 ที่สนามชลบุรี สเตเดียม

เกมนี้มีเงื่อนไขว่าไทยต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตูเพื่อการันตีแชมป์กลุ่ม ขณะที่คูเวตเพียงไม่แพ้ก็จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่ซาอุดีอาระเบีย โดยมาร์โค ก็อคเคิ่ล หัวหน้าผู้ฝึกสอนจัดทีมเน้นรุก และแม้กัปตันทีมบาดเจ็บ นักเตะโต้เกมรุกได้ทันที

ประตูแรกมาถึงในนาทีที่ 10 จากพลพิทักษ์ รุ่งเรืองจบจังหวะตอกส้นของพิชญะ ชัยวรางกูล ก่อนจะยิงประตูที่สองและสามจากการเล่นร่วมกันของอชิรวัตติ์ วาปีฝ้าย และพิชญะ วุฒิชัย พร้อมกันนั้นคูเวตต้องเหลือผู้เล่น 10 คนหลังผู้รักษาประตูถูกใบแดงในนาทีที่ 63

ชัยชนะ 3-0 ทำให้ไทยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายชิงแชมป์เอเชีย U17 เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และ "มาดามแป้ง" ก็ยืนยันเงินอัดฉีดตามสัญญาทันที พร้อมย้ำว่า "นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่สะท้อนถึงการให้คุณค่าเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของฟุตบอลไทย"

ความสำเร็จนี้ทำให้แฟนบอลไทยมีโอกาสได้ฝันไกลขึ้นกับการไปถึงฟุตบอลโลก U17 2026 ที่กาตาร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบฟุตบอลเยาวชนไทยที่ยืนระยะได้ในระดับเอเชียอย่างมั่นคง

 

 

 

“กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ผนึกกำลัง “4 กระทรวง” คิกออฟ “สกร.จิตอาสาฯ-สกร.ร่วมใจพัฒนา” 7 จว. ร่วมเร่งฟื้นฟู ‘เมืองหาดใหญ่’ หลังประสบอุทกภัย สะท้อน สกร. เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

เมื่อวานนี้ (30 พ.ย. 68) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมจัดกิจกรรม Kick Off การฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างเร่งด่วนและทั่วถึงซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อห่วงใยและนโยบายเร่งด่วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการการช่วยเหลือ พร้อมทั้งสอดคล้องกับ คำสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่กำชับให้สถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในทุกมิติ

ขณะที่ส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นำโดย นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ร่วมจัดกำลัง “สกร.จิตอาสาฯ-สกร.ร่วมใจพัฒนา” จาก 7 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี ระนอง และภูเก็ต รวมกว่า 300 คน ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ Big Cleaning ในเขตอำเภอหาดใหญ่ รวม 9 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนสำคัญ ได้แก่ ตำบลคอหงส์ ห้องสมุดประชาชนอำเภอหาดใหญ่ ชุมชนเพชรเกษม ชุมชนภาสว่าง ชุมชนมุสลิมบริเวณวงเวียนน้ำพุ วัดปรักริมสระน้ำ ท่าเคียน ชุมชนท่าเคียนใน-ท่าเคียนนอก ชุมชนหน้าควน-หมู่บ้านฟ้าใส ต.ควนลัง ตำบลคูเต่า ตำบลคลองแห รวมถึง โรงเรียนนานาชาติเซาท์เทิร์น หาดใหญ่ เพื่อเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาให้กลับมาเปิดเรียนได้โดยเร็ว โดยมีครู สกร. อำเภอหาดใหญ่ร่วมประสานงานอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่

นอกเหนือจากการปฏิบัติภารกิจ Big Cleaning ในวัน Kick Off แล้ว สกร. ยังได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 โดยสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคใต้ นำโดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้ร่วมกับ สกร.จังหวัดสงขลา จัดทำข้าวกล่องรวมจำนวน 11,621 กล่อง แจกจ่ายประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา

สถาบัน สกร. ภาคใต้ ยังได้เปิดสถานที่ให้บริการที่พักแก่ผู้ประสบภัยและทีมอาสาที่ลงมาช่วยเหลือจำนวนรวมกว่า 200 คน พร้อมทั้งจัดบริการน้ำใช้สำหรับประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ รวมกว่า 3,503,000 ลิตร คิดเป็นจำนวนกว่า 1,000 คันรถขนน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงวิกฤต

ขณะเดียวกัน สกร. จังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ก็ได้จัดตั้งโรงครัวช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง เช่น สกร.ภูเก็ต ที่ประกอบอาหารแจกจำนวน 200 กล่องต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน (28-30 พฤศจิกายน 2568) และจัดมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูในพื้นที่ประสบภัย

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจครั้งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการทำงานแบบบูรณาการของ 4 กระทรวง และสะท้อนความเข้มแข็งของเครือข่าย “ครอบครัว สกร.” ที่พร้อมยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

“ดิฉันรู้สึกทึ่งในพลังของ สกร. ทุกคน ทั้งจากพื้นที่สงขลาและจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งกำลังสนับสนุนอย่างรวดเร็ว ชื่นชมในน้ำใจและความสามัคคีของทุกฝ่าย ภารกิจวันนี้สะท้อนชัดเจนว่า สกร. จะก้าวข้ามทุกความท้าทายไปด้วยกัน และยังคงเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามเดือดร้อน” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์ กล่าวด้วยว่า ภารกิจ Big Cleaning และมาตรการช่วยเหลือที่ดำเนินการต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ เป็นการตอกย้ำบทบาทและความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาปลอดภัย พร้อมรองรับการดำเนินชีวิต การทำงาน และการเรียนรู้ของประชาชนโดยเร็วที่สุด


#THESTATESTIMES
#NewsFeed
#กรมส่งเสริมการเรียนรู้
#อุทกภัย
#น้ำท่วมภาคมใต้
#สงขลา
#หาดใหญ่

สนง.คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดตั้ง “ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center)” บริการซ่อมแซมทรัพย์สินและอุปกรณ์ไฟฟ้า ตั้งเป้า 50 ศูนย์ เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เมื่อวานนี้ (30 พ.ย. 68) นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดตั้ง "ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center)" เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 และให้บริการเวลา 08.00 - 18.00 น. โดยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้เปิดให้บริการแล้ว 6 ศูนย์ และอยู่ระหว่างเปิดอีก 44 ศูนย์ เพื่อให้ได้ 50 ศูนย์ตามเป้าหมายที่วางไว้ 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำระบบรายงานการให้บริการแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นระบบที่ให้แต่ละศูนย์รายงานการให้บริการ ทำให้สามารถตรวจสอบการให้บริการได้แบบทันท่วงที และจากการให้บริการที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการซ่อมแซมทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปแล้วรวม 632 รายการ แบ่งเป็นบริการซ่อมแล้วเสร็จ 583 รายการ (คิดเป็นร้อยละ 92.2) โดยประเภทการซ่อมที่มากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ 290 คัน เครื่องใช้ไฟฟ้า 251 ชิ้น เครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 40 ชิ้น และยานยนต์ 2 คัน ขณะที่รอดำเนินการซ่อม 49 รายการ ซึ่งประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ 12 คัน เครื่องใช้ไฟฟ้า 30 ชิ้น และเครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 7 ชิ้น

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สอศ.ได้ระดมกำลังจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ มีผู้บริหาร คณะครู บุคลากรอาชีวศึกษา และนักเรียน นักศึกษาอาสาปฏิบัติงานจำนวนกว่า 600 คน โดยศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix it Center กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอนาหม่อม อำเภอเมืองสงขลา อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอระโนด และอำเภอรัตภูมิ โดยมีวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่เป็นหน่วยงานประสานงานหลัก ร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาจากหลายจังหวัด ได้แก่ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดต่างๆ วิทยาลัยเทคนิค และวิทยาลัยการอาชีพในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง ที่เดินทางมาร่วมปฏิบัติภารกิจ พร้อมกันนี้ สอศ.ยังได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนในจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้คู่ขนานกันไปด้วย

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตามที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงความห่วงใยประชาชนทุกคนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของครูและนักเรียน สอศ.มีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จึงได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างในครั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 

นอกจากนี้ สอศ.เตรียมประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการเข้าช่วยเหลือโรงเรียนและสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้านการทำความสะอาด เคลียร์พื้นที่ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย และครุภัณฑ์การศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ สื่อโสตทัศนูปกรณ์ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายสมศักดิ์ ไชยโสดา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ โทร. 061-4951541, นายชริน รัตฉวี รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ โทร 082-6522225 และ นายสัญญา ขยายวงศ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ โทร 081-3674252
 

นามว่า ‘ลอรองต์ ซีมงส์’ คว้าปริญญาเอกฟิสิกส์ควอนตัม เร็วสุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ อัจฉริยะตัวน้อยที่โลกต้องตะลึง

(1 ธ.ค. 68) โลกมี “Little Einstein” ตัวจริงแล้วเมื่อ ลอรองต์ ซีมงส์ เด็กชายเบลเยียมวัย 15 ปี 9 เดือน เพิ่งป้องกันดุษฎีนิพนธ์สาขาฟิสิกส์ควอนตัมที่มหาวิทยาลัยแอนต์เวิร์ปสำเร็จ กลายเป็นหนึ่งในผู้รับปริญญาเอกฟิสิกส์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ (รองจาก Karl Witte ที่จบตอน 13 ในปี 1814 เท่านั้น!)

เส้นทางสุดโหดของลอรองต์
- อายุ 4 ขวบ → เข้าเรียนประถม
- อายุ 6 ขวบ → จบประถม
- อายุ 9 ขวบ → จบมัธยมปลาย (ด้วยคะแนนสูงสุด)
- อายุ 12 ขวบ → จบปริญญาโทฟิสิกส์ควอนตัม
- อายุ 15 ขวบ → จบปริญญาเอก เรื่อง “Bose polarons ใน superfluids และ supersolids” (หัวข้อที่นักฟิสิกส์ทั่วไปยังไม่กล้าแตะตอนอายุ 30)

IQ 145 (อยู่ใน 0.1% ของประชากรโลก) + ความจำถ่ายรูปได้ทุกหน้า อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่า “คุยกับลอรองต์เหมือนคุยกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่นักศึกษา”

จุดเริ่มต้นของไฟในตัวเขาเกิดตอนอายุ 11 ปี เมื่อคุณตาคุณยายเสียชีวิต ทำให้ลอรองต์ตั้งเป้าชีวิตว่า “จะถอดรหัสความลับของอายุยืน” เพื่อให้มนุษย์มีชีวิตยาวขึ้นแบบมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่เพื่อทุกคน

ตอนนี้บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ทั้งอเมริกาและจีนยื่นข้อเสนอเงินหลักร้อยล้านดอลลาร์ให้ครอบครัว แต่พ่อแม่ปฏิเสธหมด บอกว่า “ลูกต้องโตตามจังหวะของเขาเอง”

แผนต่อไปของลอรองต์? เขาจะเรียนปริญญาเอกใบที่สองสาขา Medical AI เพื่อคิดค้นเทคโนโลยี “ต่ออายุขัย” และฝันไกลถึงการสร้าง “superhumans” ที่ไม่ต้องตายจากโรคชรา

จากห้องเรียนอนุบาลสู่ดุษฎีนิพนธ์ (ป.เอก) ในเวลาแค่ 11 ปี ลอรองต์ ซีมงส์ ไม่ใช่แค่เด็กอัจฉริยะ แต่คือ “อนาคตของมนุษยชาติ” ที่เพิ่งเริ่มเดินทางเท่านั้น


ที่มา : คัดข่าว/หาดใหญ่ 

ผู้แทนจากพรรคเพื่อไทย คว้าตำแหน่ง ‘Vice Chairperson of AEPF’ เปิดประตูความร่วมมือเศรษฐกิจ นโยบาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 68 เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย รายงานว่า ดร.นลินี ทวีสิน ผู้แทนจากพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานผู้แทนการค้าไทย ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง Vice Chairperson of the AEPF ในการประชุมเวทีความร่วมมือทางการเมืองเอเชีย–ยุโรป หรือ Asia-Europe Political Forum (AEPF) ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 พฤศจิกายน 2568 ที่เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ได้สร้างหมุดหมายสำคัญให้กับประเทศไทย ท่ามกลางการเข้าร่วมของพรรคการเมืองกว่า 30 พรรค จากทั้งเอเชียและยุโรป

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศเดินทางเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเวที AEPF ในฐานะแพลตฟอร์มที่เน้นการเสริมสร้างสันติภาพ ความร่วมมือ และการลดความตึงเครียดระหว่างสองภูมิภาคที่กำลังเผชิญความผันผวนด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ

ดร.นลินี ในฐานะสมาชิกคณะกรรมการบริหาร ICAPP และประธาน ICAPP Business Council ได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้แทนทั้งสองทวีป ด้วยบทบาทที่โดดเด่นในการเป็น “สะพานเชื่อม” มุมมองทางการเมืองระหว่างเอเชียและยุโรป พร้อมแนวคิดที่เน้นการเสริมสร้างความไว้วางใจ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความยืดหยุ่นของประชาธิปไตยในยุคที่โลกกำลังเผชิญการแบ่งขั้วที่รุนแรงขึ้น

ดร.นลินี กล่าวภายหลังการรับตำแหน่งว่า นี่ไม่ใช่เพียงความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นโอกาสของประเทศไทยในการมีบทบาทนำในการสร้างสันติภาพและความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ พรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานกับทุกประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญร่วมกันระหว่างเอเชียและยุโรป

ด้านผู้สังเกตการณ์ระบุว่า การได้ตำแหน่ง Vice Chairperson ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญสำหรับประเทศไทย โดยจะช่วยเพิ่มน้ำหนักทางการทูตของไทยในเวทีพรรคการเมืองระหว่างภูมิภาค และเปิดประตูสู่การร่วมมือด้านเศรษฐกิจ นโยบาย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านประชาธิปไตยระหว่างสองทวีป

การประชุม AEPF ครั้งนี้ยังมีการจัดทำร่าง “Budapest Statement” ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสันติภาพ ความร่วมมือทางการเมือง และการลดความตึงเครียดที่เกิดจากการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยคาดว่าจะเป็นกรอบการทำงานที่สำคัญสำหรับการประสานความร่วมมือในปีต่อไป

การได้รับเลือกของ ดร.นลินี ทวีสิน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศต่อบทบาทของไทยในเวทีโลก และถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทยในฐานะกำลังหลักของประชาธิปไตยไทยบนเวทีสากล


 

ทางการแพทย์ให้ รพ.เทพา จ.สงขลา ช่วยเสริมศักยภาพการรักษา ผู้ป่วยและฟื้นฟูระบบสาธารณสุข หลังวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่

(1 ธ.ค. 68) บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย ส่งมอบออกซิเจนทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเสริมศักยภาพการรักษาผู้ป่วยและฟื้นฟูระบบสาธารณสุขหลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและพัทลุงอย่างรุนแรง

นางอรลา เจริญลาภ Chief Finance Officer บีไอจี กล่าวว่า “บีไอจีตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาพยาบาลในภาวะวิกฤติที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญอย่างออกซิเจนทางการแพทย์ เราได้ระดมกำลังและดำเนินการอย่างเต็มที่ในการจัดส่งออกซิเจนให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) อย่างเร่งด่วน เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลอื่น ๆ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะโรงพยาบาลเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและเสริมความพร้อมของระบบสาธารณสุข”

การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบีไอจีในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในยามวิกฤต พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย โดยจะประสานงานกับบุคลากรของโรงพยาบาลเพื่อให้การจัดส่งออกซิเจนเป็นไปอย่างราบรื่นและทันต่อความต้องการ และให้การสนับสนุนเพิ่มเติมตามความจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้โดยเร็วที่สุด
 

‘ดร.เอ้’ เสนอแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ทั้งมาตรการเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว ช่วยพี่น้องชาวใต้ไม่ให้เจออุทกภัยซ้ำ

(1 ธ.ค. 68) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เสนอแก้น้ำท่วมหาดใหญ่เป็น 2 ชั้นใหญ่ ๆ 1. มาตรการเร่งด่วน – เจาะเปิดถนนลพบุรีราเมศวร์ชั่วคราว ระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด 2. มาตรการระยะยาว – สร้าง “อุโมงค์ระบายน้ำลอดใต้เมืองหาดใหญ่” + ปฏิรูปผังเมือง/ผังน้ำ ใช้พันธบัตรโครงสร้างพื้นฐานระดมทุน

1. มุมมองสาเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ (ตามที่ ดร.สุชัชชวีร์อธิบาย)

สาเหตุสำคัญด้านวิศวกรรมคือ ถนนลพบุรีราเมศวร์ สร้าง “ขวางทางน้ำ” จากเมืองหาดใหญ่ลงสู่ ทะเลสาบสงขลา

ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่า มวลน้ำขาดตอนตรงแนวถนน ทำให้ถนนทำหน้าที่เหมือน “คันกั้นน้ำ/เขื่อนยักษ์” น้ำเลยค้างอยู่ฝั่งเมืองหาดใหญ่ ระบายออกไม่ทัน จนน้ำสูง 3–4 เมตรในบางจุด 

หาดใหญ่เองเดิมมีคลองและทางน้ำธรรมชาติหลายสาย แต่ถูกบุกรุก/กลายเป็นชุมชน ทำให้ แทบไม่มีทางระบายน้ำธรรมชาติในเมืองเหลืออยู่ แล้ว 

2. แนวทาง “เร่งด่วน” แก้น้ำท่วมหาดใหญ่

2.1 เจาะเปิดคันถนนลพบุรีราเมศวร์ชั่วคราว

ดร.สุชัชชวีร์เสนอว่า ถ้าจะให้น้ำลดเร็วสุด ต้อง เปิดทางให้น้ำไหลจากเมืองหาดใหญ่ลงทะเลสาบสงขลาให้ไวที่สุด โดย

1. “เจาะเปิดคันถนน” ลพบุรีราเมศวร์หลายจุด

เปิดเป็นช่องระบายน้ำขนาดพอเหมาะ หลายตำแหน่ง

ให้มวลน้ำที่ค้างในเมืองไหลผ่านถนนไปยังพื้นที่รับน้ำและต่อเนื่องสู่ทะเลสาบสงขลาได้เร็วขึ้น
 

2. ใช้ สะพานเหล็กเคลื่อนที่ของกรมทหารช่าง/กองทัพภาคที่ 4

นำสะพานเหล็กแบบทหาร (ใช้ลำเลียงรถถัง/ยุทโธปกรณ์) มาวาง “คร่อม” จุดที่เจาะถนน

ทำได้เร็วในระดับ “ไม่กี่นาที” ต่อจุด (ตามศักยภาพที่เคยไปดูที่กรมทหารช่าง ราชบุรี)

รถยังสัญจรได้ ขณะเดียวกันก็เปิดช่องระบายน้ำด้านล่างด้วย 

3. อพยพ/ดูแลพื้นที่ปลายน้ำอย่างเป็นธรรม

พื้นที่ที่เป็นทางผ่านของน้ำหลังเจาะถนน แม้จะมีบ้านเรือนน้อยกว่าในเมือง ก็ต้องมีการอพยพ ชดเชย และจัดการอย่างยุติธรรม ไม่ให้คนปลายน้ำเดือดร้อนแบบไร้การดูแล 

ดร.เอ้ย้ำว่า ถ้าไม่กล้าตัดสินใจ “เปิดคันถนน” ตอนนี้ น้ำก็จะลงช้าและความเสียหายจะยืดเยื้อไปอีก อยู่ที่ “ความกล้าหาญของผู้นำ” ว่าจะกล้าทำหรือไม่ 

3. แนวทาง “ระยะยาว/ถาวร” ที่เสนอ

3.1 สร้าง “อุโมงค์ระบายน้ำลอดใต้เมืองหาดใหญ่”

เสนอให้สร้าง อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ดิน ลอดใต้เมืองหาดใหญ่ เพื่อพาน้ำจากลุ่มน้ำในเมืองออกสู่คลองหลัก/ทะเลสาบสงขลา
 

ข้อดีที่ยกตัวอย่าง:

ไม่ต้องเวนคืนที่ดินยาว ๆ เหมือนการขุดคลองเปิดโล่งกลางเมือง (ซึ่งช้าและแพงมาก) เป็นวิธีที่ หลายเมืองใหญ่ เช่น ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ ใช้แก้น้ำท่วมเมืองแล้วได้ผล งานวิศวกรรมซับซ้อนน้อยกว่าอุโมงค์รถไฟ/รถยนต์ใต้ดินด้วยซ้ำ 

มองว่าถ้าขับเคลื่อนจริงจัง อุโมงค์นี้ อาจเห็นเป็นรูปธรรมได้ใน 2–3 ปี หลังเริ่มสร้าง 

3.2 ปฏิรูป “ผังเมือง + ผังน้ำ” หาดใหญ่

หาดใหญ่เคยมีการพูดเรื่องผังน้ำ/อุโมงค์มาตั้งแต่หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2553 แต่ไม่เกิดการปฏิรูปจริงจัง 

ดร.สุชัชชวีร์เสนอให้จัดทำ ผังเมืองที่สอดคล้องกับทางน้ำ:

กันพื้นที่รับน้ำ/พื้นที่ลุ่มต่ำไว้ ไม่ให้ถูกถมเป็นที่อยู่อาศัย-เชิงพาณิชย์

ปกป้องคลอง/ทางน้ำที่เหลืออยู่ไม่ให้ถูกบุกรุก

วางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ (ถนน สะพาน ฯลฯ) ให้ “ไปกับน้ำ” ไม่ใช่ “ขวางน้ำ” เช่นกรณีถนนลพบุรีราเมศวร์ 

3.3 วิธีหาเงินสร้าง ไม่เพิ่มภาระงบประมาณ

เสนอให้ระดมทุนด้วย “พันธบัตรโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure Bond) ภาครัฐออกพันธบัตร เพื่อให้ประชาชน/เอกชนซื้อ แทนเอาเงินไปฝากธนาคารดอกเบี้ยต่ำ รัฐให้ดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยฝากประจำ เพื่อจูงใจให้ลงทุน

ทำให้ ไม่ต้องดึงงบประมาณภาษีปีต่อปีมาสร้างทั้งหมด และไม่ต้องกู้เพิ่มมาก 

4. สรุปให้สั้นที่สุด

ถ้าเอาคำตอบแบบสั้นมาก ๆ ตามแนวคิดของ ดร.สุชัชชวีร์ คือ

1. ตอนนี้ (เร่งด่วน)

เจาะเปิดถนนลพบุรีราเมศวร์หลายจุด

ใช้สะพานเหล็กทหารวางคร่อม เพื่อให้น้ำไหลผ่านไปทะเลสาบสงขลาได้เร็วสุด

2. อนาคต (ระยะยาว/ถาวร)

สร้าง “อุโมงค์ระบายน้ำใต้เมืองหาดใหญ่” เหมือนเมืองใหญ่ต่างประเทศ

ปรับผังเมือง–ผังน้ำใหม่ทั้งระบบ

ใช้ “พันธบัตรโครงสร้างพื้นฐาน” หาเงิน ไม่ต้องพึ่งแต่งบประมาณแผ่นดิน
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top