Monday, 8 June 2026
NewsFeed

‘ผบ.ทบ.’ ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ท.บุญสิน’ อดีตแม่ทัพภาค 2 นั่งเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคง มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 68

เมื่อวานนี้ (2 ต.ค. 68)กองทัพบกเปิดเผยว่า พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 1519/68 แต่งตั้ง พล.ท. บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารนอกราชการ เป็นที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบกด้านความมั่นคง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

หน้าที่หลักของ พล.ท. บุญสิน คือการให้คำแนะนำเชิงยุทธศาสตร์ในด้านการบริหาร ความมั่นคง การป้องกันประเทศ และกิจการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปฏิบัติงานเฉพาะเรื่องที่ผู้บัญชาการทหารบกมอบหมาย เพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของกองทัพบกอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมห้องทำงานของที่ปรึกษาไว้ที่ชั้น 6 อาคารกองบัญชาการกองทัพบก ใกล้กับห้องทำงาน ผบ.ทบ. เพื่อความสะดวกในการประสานงาน การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของกองทัพบกในการดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงกลับมามีบทบาท เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงของประเทศ

‘คิม จอง อึน’ เชิญ ‘ทองลุน’ ผู้นำลาวเยือนเกาหลีเหนือ เพื่อกระชับสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ฉลอง 50 ปีการทูต

เมื่อวันที่ (2 ต.ค. 68) สื่อลาวรายงานว่า นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 7–8 ตุลาคม 2568 ตามคำเชิญของ คิม จอง อึน เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี โดยครั้งนี้ประธานประเทศลาวจะนำคณะผู้แทนระดับสูงของพรรคและรัฐบาลเดินทางร่วมด้วย

การเยือนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ กระชับความสัมพันธ์มิตรภาพและความร่วมมือ ที่ยาวนานระหว่างลาวกับเกาหลีเหนือ รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสองพรรคการเมือง สองรัฐบาล และประชาชนของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การเยือนยังถือเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญ ได้แก่ ครบรอบ 60 ปี การพบปะสุดยอดครั้งแรกระหว่างประธานไกสอน พมวิหาน กับประธานคิม อิล ซุง ที่กรุงเวียงจันทน์ในปี 1965, ครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งพรรคแรงงานเกาหลีในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 และครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างลาวกับเกาหลีเหนือ

ศาลสั่งจำคุก ‘วินัย เทพธานี’ 1 ปี คดีล้มมวย ‘หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา’ เตรียมฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน

(3 ต.ค. 68) ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ให้จำคุก นายวินัย เทพธานี อดีตนักมวยชื่อดังและอดีตเทรนเนอร์ค่ายสิงห์อาชา เป็นเวลา 2 ปี ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 มาตรา 48 และ 59 กรณีจ้างนักมวยล้มมวย แต่ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ล่าสุดเจ้าตัวไม่ประสงค์อุทธรณ์ และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดนครปฐมเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเริ่มรับโทษทันที

นายชวินทร์วุฒิ ก้องธรนินทร์ หรือ 'วิน สิงห์อาชา' หัวหน้าค่ายสิงห์อาชา ผู้ร้องทุกข์ในคดี เปิดเผยว่า คำพิพากษาครั้งนี้ไม่ใช่ชัยชนะของตนเอง แต่คือชัยชนะของกระบวนการยุติธรรมและวงการมวยไทย เพราะช่วยรักษาศักดิ์ศรีแม่ไม้มวยไทยและยืนยันว่ากติกาต้องมาก่อนทุกสิ่ง ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่จะยับยั้งไม่ให้ใครกล้ามาทำลายคุณค่าของมวยไทยอีก

นอกจากนี้ 'วิน สิงห์อาชา' ยังยืนยันว่าจะดำเนินคดีแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย 5 ล้านบาท โดยตั้งใจจะนำเงินทั้งหมดไปบริจาคเพื่อการกุศล เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและเป็นคุณูปการต่อวงการมวยไทยต่อไป

อดีต สส.อรอนงค์ โพสต์เฟซบุ๊กดีใจ ได้คัมแบ็ก ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อีกครั้ง

(3 ต.ค. 68) น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อยากตะโกนดังๆ ดีใจโว๊ยยย! ได้กลับบ้านแล้ว” พร้อมภาพยืนถือใบสมัครที่หน้าป้ายพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคไปตั้งแต่ปลายปี 2566

โดย น.ส.อรอนงค์ ลาออกจากพรรคเพียง 2 วันหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากสมาชิกพรรค ขณะที่การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการกลับเข้าสู่พรรคเดิมเพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจและการทำงานของพรรคอีกครั้ง

ด้าน น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ อดีต สส. ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดีต่อการกลับมาของอดีต สส. และอดีตรัฐมนตรี พร้อมเชิญชวนผู้มีคุณสมบัติสมัครเป็นสมาชิกพรรคและโหวตเตอร์ เพื่อร่วมเป็นพลังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ และร่วมผลักดันพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเป็นพลังต่อบ้านเมือง

‘กองทัพเรือ’ ย้ายนายทหารเอี่ยวทุจริตน้ำมัน ออกนอกพื้นที่ จ.ตราด ยันสอบเข้ม!! ไม่ละเว้นแม้ระดับสูง

(3 ต.ค. 68) กองทัพเรือมีคำสั่งโยกย้ายนายทหารที่ถูกกล่าวหาพัวพันการลักลอบนำน้ำมันออกจากหน่วยและการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างในจังหวัดตราด หลังคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยข้อมูลว่ามีการเบิกน้ำมันครั้งละ 1,000 ลิตร เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง และย้ำว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิดไม่ว่าระดับใดก็ตาม

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า ประเด็นการใช้พลทหารไปทำงานนอกภารกิจนั้นได้มีการตรวจสอบและลงโทษทางวินัยผู้เกี่ยวข้องแล้ว ส่วนกรณีการลักลอบนำน้ำมันและการแสวงหาประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้าง ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมสั่งย้ายผู้ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส หากพบว่ามีความผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ด้านนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี และนายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.ทหาร ระบุว่าขณะนี้มีข้อสงสัยถึง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การส่งพลทหารไปทำงานให้เอกชน การเบิกน้ำมันผิดปกติครั้งละ 1,000 ลิตร และการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเข้าข่ายใช้ใบเสร็จเท็จ โดยยืนยันว่าต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกียรติภูมิของกองทัพและผลประโยชน์ของชาติ

‘คิวบา-เวเนซุเอลา’ ประณามสหรัฐฯ จี้เคารพน่านฟ้า-หยุดสร้างความตึงเครียด

(3 ต.ค. 68) รัฐบาลคิวบาออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ หลังเครื่องบินรบสหรัฐฯ ล้ำเข้าน่านฟ้าเวเนซุเอลา โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และถือเป็นภัยต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคลาตินอเมริกาแคริบเบียน พร้อมย้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวควรเป็น “เขตแห่งสันติภาพ”

ด้าน พล.อ.วลาดิมีร์ ปาดริโน โลเปซ (Vladimir Padrino Lopez) รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลา เปิดเผยว่ากองทัพตรวจพบเครื่องบินขับไล่จำนวน 5 ลำ คาดว่าเป็นรุ่น F-35 ของสหรัฐฯ บินเข้ามาในน่านฟ้าเวเนซุเอลา โดยยังมีนักบินสายการบินพาณิชย์ยืนยันการพบเห็นเครื่องบินดังกล่าวบริเวณชายฝั่งทะเลแคริบเบียน ซึ่งถือเป็นการยั่วยุและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ขณะที่สื่อ Semafor รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า วอชิงตันยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายบางแห่งในเวเนซุเอลา ภายใต้ภารกิจต่อต้านแก๊งค้ายาเสพติด ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

เชียงใหม่- พิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการ กองบิน 41 

กองบิน 41 จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการ กองบิน 41 “สืบสานภารกิจพิทักษ์น่านฟ้าและช่วยเหลือประชาชน”

(3 ต.ค. 68) กองบิน 41 ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการกองบิน 41 อย่างสมเกียรติ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 โดย นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 ท่านเดิม ได้ส่งมอบภารกิจการบังคับบัญชาให้แก่ นาวาอากาศเอก ธีระยุทธ เกื้อสกุล ผู้บังคับการกองบิน 41 ท่านใหม่

พิธีดังกล่าวได้จัดให้มีการบินผ่านของอากาศยานและการเดินสวนสนามของทหารกองเกียรติยศ เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้บังคับบัญชาท่านเดิม และต้อนรับผู้บังคับบัญชาท่านใหม่ ซึ่งพร้อมสานต่อภารกิจสำคัญของกองทัพอากาศต่อไป

ลำปาง-มทบ.32 จัดพิธีรับ-ส่ง ผบ.มทบ.32 ประกาศเจตนารมณ์ “กองทัพของประชาชน”

(3 ต.ค. 68) เวลา 09.09 น. มณฑลทหารบกที่ 32 จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 โดย พลตรี วิชาญ ศรีภัทรางกูร  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ท่านเดิม ส่งมอบการบังคับบัญชาให้กับ พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ท่านใหม่ 

ทั้งนี้ได้มีพิธีสักการะศาลเจ้าพ่อดวงทิพย์ , ศาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ต่อจากนั้นเป็นพิธีสักการะ อนุสาวรีย์จอมพลมหามหาเอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี โดยการวางพวงมาลัยดอกไม้สด จุดธูปเทียนสักการะเครื่องทองน้อย เพื่อความเป็นสิริมงคล สร้างขวัญกำลังใจต่อผู้บังคับ หน่วยทหารและกำลังพล, พิธีลงนามเอกสาร และพิธีรับ - ส่งหน้าที่ มอบธงประจำหน่วยอันเป็นการรับมอบการบังคับบัญชาโดยสมบูรณ์ 

โอกาสนี้ พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้กล่าวรับมอบการบังคับบัญชา พร้อมแสดงเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของมณฑลทหารบกที่ 32 ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้อง ชอบธรรม บนพื้นฐานแห่งคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปฏิบัติงานเพื่อสรรสร้างความมั่นคง ความสงบสุข และความรักความสามัคคี ตลอดไป 

นอกจากพิธีรับส่งหน้าที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 แล้ว ด้านของการรับ-ส่งหน้าที่ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 32 ก็ได้ดำเนินการในคราวเดียวกันอีกด้วย

สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา เสนอแนวทาง Quick Big Win การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

รัฐบาลต้องผ่อนปรนเงื่อนไขเครดิตบูโร เพื่อแก้หนี้ของประชาชนที่มีรายได้น้อยและ SME ที่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมแก้กฎหมายล้มละลาย ให้คนรายได้น้อยมีโอกาส ไม่เอาเครดิตบูโรมาเป็นนัยยะสำคัญในการกู้ การผ่อนชำระเงินกู้ต้องตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย จากการแถลงนโยบายรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 29-30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา 

สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ได้เสนอแนะแนวทาง Quick Big Win ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน นอกเหนือจากนโยบายคนละครึ่ง ที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินไปแจกจ่าย เพื่อประชานิยมของรัฐบาล คือการผ่อนปรนเครดิตบูโร กับทั้ง ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME 

เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเข้าขั้นวิกฤต โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลชุดเดิมๆ ออกมา ไม่ได้แก้ปัญหาจริง เพราะสร้างเงื่อนไขจนกลายเป็นกับดักหนี้ ในขณะที่วันนี้นายกรัฐมนตรี ยังคงแถลงนโยบายใช้มาตการเดิม ถือว่ายังคงเป็นการสร้างกับดักหนี้ให้ประชาชน และไม่ได้แก้ปัญหาโดยเฉพาะประชาชนระดับล่างที่รายได้น้อย

รายได้ไม่สม่ำเสมอ และยังไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ตามเงื่อนไขเครดิตบูโร รวมทั้ง ผู้ประกอบการรายย่อย  SME หมดโอกาส หนทางลืมตาอ้าปาก เช่นนั้นแล้วรัฐบาลต้องหันกลับมาให้โอกาสคนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันมีเพียง 25 % เท่านั้นที่มีโอกาสขอสินเชื่อได้ รัฐบาลสามารถทำได้ทันที โดยการผ่อนปรนเงื่อนไขเครดิตบูโร อย่างน้อย 1-2 ปี เริ่มจากธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน

ขณะเดียวกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีการอภิปรายเพื่อพิจารณารับร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2483 โดย สว.ดร.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ ได้อภิปรายต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนให้มีการแก้ไข ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายนี้ เนื่องจาก กฎหมายต้องสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ที่เปลี่ยนไป อีกทั้งกฎหมายต้องใช้แก้ปัญหาให้กับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนจนที่เป็นหนี้ ที่ไม่เคยได้รับสิทธิในการแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง การแก้กฎหมายครั้งนี้ต้องไม่แก้แบบครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่ผ่าน ท้ายสุดได้ฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญชุดที่วุฒิสภาจะได้ตั้งขึ้นว่า ให้แก้กฎหมายการชำระหนี้เพื่อตัดวงจรหนี้โดยต้องตัดเงินต้นก่อน  ค่อยไปตัดดอกเบี้ย ไม่เช่นนั้นจะเป็นหนี้ไม่มีที่สิ้นสุด

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เร่งยกระดับมาตรการความปลอดภัย เตรียมพร้อมรับการตรวจประเมินจาก ICAO ปลายปีนี้


    
เมื่อวันที่ (2 ต.ค. 68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำโดยนายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมด้านกายภาพสนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสาร โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่ใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล    

การตรวจติดตามดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อาทิ การปิดกั้นพื้นที่หลังเคาน์เตอร์เช็กอิน การเสริมความสูงของแนวรั้วเขตการบิน และการปรับปรุงพื้นที่เฉลียงทางเดิน (Corridor) เพื่อลดการปะปนระหว่างผู้โดยสารขาเข้าและขาออก ซึ่งทั้งหมดเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการตรวจประเมินด้านการรักษาความปลอดภัยการบินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ภายใต้โครงการ Universal Security Audit Programme – Continuous Monitoring Approach (USAP-CMA) ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–15 พฤศจิกายน 2568

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย รองรับเที่ยวบินตรงสู่กว่า 30 จุดหมายปลายทางใน 12 ประเทศ มีเที่ยวบินเฉลี่ย 180 เที่ยวต่อวัน และมีผู้โดยสารกว่า 25,000 คนต่อวัน โดยตลอดที่ผ่านมาได้ดำเนินงานตามมาตรฐานของ ICAO และ กพท. อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมมือกับสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และกระบวนการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น แม้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการในระยะสั้น แต่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เตรียมมาตรการรองรับเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่ การตรวจประเมินจาก ICAO ในครั้งนี้ นับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นต่อระบบการรักษาความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย และจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และสถานะของประเทศในอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top