Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘การบินพลเรือน’ เผยไทยผ่านตรวจ ICAO ทั้ง 8 ด้านหลัก ปักธงมาตรฐานความปลอดภัยการบินในระดับสากล

เผยผลตรวจสอบ ICAO USOAP ภายใต้การกำกับของ CAAT ได้คะแนน Preliminary 91.35% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 20% ก้าวสู่ผู้นำด้านความปลอดภัยการบินในระดับสากล

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) เปิดเผยผลการตรวจสอบระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินพลเรือน ภายใต้โครงการ USOAP CMA (Universal Safety Oversight Audit Programme – Continuous Monitoring Approach) ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) 

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 8 กันยายน 2568 โดยการตรวจสอบครอบคลุมทั้ง 8 ด้านหลัก ได้แก่ 
1. ด้านกฎหมาย (Primary Aviation Legislation and Civil Aviation Regulations: LEG)
2. ด้านองค์กรกำกับดูแล (Civil Aviation Organization: ORG)
3. ด้านมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ (Personnel Licensing: PEL)
4. ด้านมาตรฐานปฏิบัติการอากาศยาน (Aircraft Operations: OPS)
5. ด้านมาตรฐานความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน (Airworthiness of Aircraft: AIR)
6. ด้านมาตรฐานการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์อากาศยาน (Aircraft Accident and Incident Investigation: AIG)
7. ด้านมาตรฐานการบริการการเดินอากาศ (Air Navigation Services: ANS)
8. ด้านมาตรฐานสนามบินและเครื่องช่วยในการเดินอากาศ (Aerodromes and Ground Aids: AGA)

ผลการตรวจสอบเบื้องต้น (Preliminary Results) เฉพาะในด้านที่ CAAT รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่ กฎหมาย องค์กรกำกับดูแล การปฏิบัติการบิน ความสมควรเดินอากาศ การออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ การบริการการเดินอากาศ และสนามบิน มีคะแนน Preliminary สูงถึง 91.35% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 70.50% ถึง 20% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินของประเทศ

นอกจากนี้ ประเทศไทยสามารถทำคะแนน เต็ม 100% ได้ถึงสองด้าน ได้แก่ กฎหมายการบิน (LEG) และ องค์กรกำกับดูแล (ORG) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกกว่า 20–30% ถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่าประเทศไทยมีระบบกฎหมายการบินที่ทันสมัย ครอบคลุม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงมีองค์กรกำกับดูแลด้านการบินที่มีโครงสร้างและการดำเนินงานเข้มแข็ง ทัดเทียมกับประเทศผู้นำด้านการบินของโลก

การก้าวสู่ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นพัฒนาการสำคัญ หากย้อนกลับไปในปี 2558 ประเทศไทยเคยถูก ICAO ตรวจพบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ (SSC) ถึง 33 ข้อ ส่งผลให้ถูกติด 'ธงแดง' และมีคะแนน EI เพียง 33.53% แต่หลังจากการปฏิรูปองค์กรและการจัดตั้ง CAAT ประเทศไทยสามารถเร่งแก้ไขข้อบกพร่องจนสามารถปลดธงแดงได้ในปี 2560 และพัฒนาคะแนนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผล Preliminary ล่าสุดที่ 91.35% แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่เพียงแต่ก้าวพ้นวิกฤต แต่ยังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนมีระบบกำกับดูแลที่แข็งแรงและน่าเชื่อถือในสายตาสากล

ด้านพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผลการตรวจสอบ และคะแนน Preliminary ที่ออกมาในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความทุ่มเทของบุคลากรทุกฝ่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบินของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล การทำคะแนนได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 20% เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนถึงความก้าวหน้าของประเทศไทย ทั้งในด้านกฎหมาย องค์กร และระบบ oversight ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขณะนี้เรารอเพียงผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ (Final Results) ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านความปลอดภัยการบินของโลก 

CAAT จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาและยกระดับมาตรฐานนี้ และสิ่งสำคัญคือ ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจาก CAAT เพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมท่าอากาศยาน สถาบันการบินพลเรือน สายการบิน และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง ซึ่งร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนภารกิจนี้ให้สำเร็จ เราจึงมั่นใจว่า ประเทศไทยจะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงบนเส้นทางการเป็นศูนย์กลางการบินที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือของภูมิภาคและของโลก”

ผลการตรวจสอบครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ประชาคมการบินโลกมีต่อประเทศไทย แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว ทั้งในด้านการรองรับการเติบโตของสายการบิน การขยายเส้นทางบิน และการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร นักลงทุน และคู่ค้าระดับนานาชาติ โดยประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในภูมิภาคและในเวทีโลก

ทักษิณ ขอบคุณในพระมหากรุณาธิคุณ รับโทษจำคุก 1 ปี พร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง

วันที่ 9 กันยายน 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยลดโทษจำคุกแก่ผมคงเหลือเวลา 1 ปี นับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ต่อทั้งตัวผม และครอบครัว 

ผมขอน้อมรับและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษาในวันนี้

ตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2544 - 2549 ผมพยายามผลักดันทุกนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทย ให้พรรคการเมืองแข่งขันกันด้วยนโยบาย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้จากผลงานของรัฐบาลที่ทำได้จริง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดในฐานะนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน 

แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆ อันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผม 

ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ขอบคุณนักการเมือง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนมิตรทั้งหลายที่เคียงข้างกัน ทั้งในยามสุขและยามยาก ผมตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยอุดมการณ์และจิตวิญญาณที่เรามีร่วมกันมา จนกว่าจะถึงวันที่เราได้เดินร่วมทางกันอีกครั้ง 

จากวันนี้แม้ผมจะไร้อิสรภาพ แต่ยังมีเสรีภาพทางความคิดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ผมจะรักษาความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อใช้เวลาในชีวิตที่เหลืออยู่ รับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ แผ่นดินไทย และประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะในสถานะใดนับจากนี้ 
ขอบคุณครับ

‘ทรัมป์’ สั่ง ICE กวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย บีบบริษัทต่างชาติ!! ต้องเคารพกฎหมายสหรัฐฯ

(9 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสารถึงบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในสหรัฐฯ เรียกร้องให้ 'เคารพกฎหมายการย้ายถิ่นฐาน' หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) บุกจับแรงงานอพยพผิดกฎหมายกว่า 450 คนในโรงงานของ Hyundai รัฐจอร์เจีย พร้อมประกาศปฏิบัติการกวาดล้าง 'Operation Midway Blitz' ในรัฐอิลลินอยส์ มุ่งเป้าไปที่ผู้มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง

รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้ว่ามาตรการดังกล่าวมีความจำเป็น เพราะกฎหมายคุ้มครองผู้อพยพ (sanctuary laws) ของบางเมืองและรัฐ ทำให้ผู้ต้องหาคดีร้ายแรง เช่น สมาชิกแก๊ง ผู้ค้ายา และอาชญากรทางเพศ ถูกปล่อยตัวแทนที่จะถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยทรัมป์ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เจบี พริตซ์เกอร์ (Jay Robert "JB" Pritzker) ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ และแบรนดอน จอห์นสัน (Brennan Johnson) นายกเทศมนตรีเมืองชิคาโก วิจารณ์การเคลื่อนไหวของรัฐบาลกลางว่าเป็น “การแสดงทางการเมือง” ไม่ใช่การแก้ปัญหาอาชญากรรมจริง หลายชุมชนฮิสแปนิกในชิคาโกก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยระบุว่าการบุกจับกุมกระทบประชาชนทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้กระทำผิดร้ายแรง

ในมุมมองของไทย Jaroensook Limbanchongkit Pone โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ต่อสหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทต่างชาติคงต้องคิดให้หนักว่าจะลงทุนใน “ประเทศโง่เง่าเต่าตุ่นสุดบัดซบ” หรือไม่ หลังเห็นท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ต่อผู้อพยพ และการกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมายครั้งใหญ่

ชาวปาเลสไตน์ ตายเป็นเบือภายใน 1 วัน จากฝีมือ ‘อิสราเอล’ ยิงถล่ม 50 ตึก!! ทั่วฉนวนกาซา

(9 ก.ย. 68) ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 50 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลทั่วฉนวนกาซาเมื่อวันอาทิตย์ ตามรายงานของสำนักข่าว WAFA ขณะที่โฆษกกู้ภัยกาซากล่าวว่ามีอาคารถูกทำลายกว่า 50 หลัง และเสียหายอีก 100 หลัง ทำให้หลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย พร้อมย้ำว่านี่คือ “หนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดของสงคราม”

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าการโจมตีอาคารสูงในกาซ่าซิตี้ มีเป้าหมายที่ศูนย์ข่าวกรองของฮามาส แต่ไม่ได้แสดงหลักฐาน ขณะที่ฮามาสปฏิเสธทันทีว่าเป็นคำ ‘โกหก’ และยืนยันว่าอาคารเหล่านั้นเป็นเพียงที่พักอาศัย การโจมตีต่อเนื่องยังทำให้ชาวกาซาต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างสิ้นหวัง

ด้านฮามาสออกแถลงการณ์พร้อมหารือการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด หากอิสราเอลยุติสงคราม ถอนกำลังออกจากกาซา และอนุญาตให้มีการจัดตั้งคณะบริหารปาเลสไตน์อิสระ กลุ่มยังเผยว่าได้รับข้อเสนอหยุดยิงผ่านคนกลางสหรัฐฯ และยินดีต่อทุกความพยายามที่นำไปสู่การยุติการสู้รบ แต่เตือนว่าข้อตกลงต้องมีความชัดเจนเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต

OpenAI ร่วม Broadcom พัฒนาชิป AI รุ่นแรก เน้นใช้งานภายในองค์กร-ลดพึ่งพา Nvidia คาดเสร็จปี 2026

(9 ก.ย. 68) OpenAI เตรียมเปิดตัวชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นแรกในปี 2026 ร่วมกับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ รายใหญ่ Broadcom ตามรายงานของ Financial Times โดยแหล่งข่าวระบุว่าชิปดังกล่าวจะใช้งานภายในองค์กรเป็นหลัก ไม่ได้วางขายให้ลูกค้าภายนอก

การพัฒนาชิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ OpenAI ในการลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้ OpenAI เคยร่วมมือกับ Broadcom และ TSMC รวมถึงการใช้งานชิปของ AMD ควบคู่กับ Nvidia เพื่อฝึกและรันระบบ AI ของตนเอง

ฮ็อค แทน (Hock Tan) ซีอีโอของ Broadcom ระบุว่าบริษัทคาดว่ารายได้จาก AI ในปีงบประมาณ 2026 จะเติบโตสูงขึ้น หลังจากได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 10 พันล้านดอลลาร์ จากลูกค้ารายใหม่ พร้อมเผยว่ามีลูกค้าใหม่หลายรายกำลังร่วมพัฒนาชิปเฉพาะของตนเอง

ความเคลื่อนไหวของ OpenAI สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ เช่น Google, Amazon และ Meta ที่สร้างชิปเฉพาะสำหรับงาน AI เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลและการฝึกโมเดล AI ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

ประชาธิปัตย์ประกาศทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่พร้อมลุยปราบคอรัปชั่น “อลงกรณ์”ชี้จุดเสี่ยงจุดตายรัฐบาลคือคดีฮั้วเลือกสว.-เขากระโดง เตือนนายกฯ.อย่าแทรกแซงเด็ดขาด

(8 ก.ย. 68) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านวันนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบรัฐบาลภายใต้ระบบรัฐสภาอย่างเต็มที่โดยจะร่วมมือและทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ นอกจากนี้จะเดินหน้าตรวจสอบปราบปรามการคอร์รัปชั่นอย่างเข้มข้นตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อถามเรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเดินหน้าอย่างไร อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ตอบว่า รัฐบาลใหม่มีเสียง ส.ส.รัฐบาลไม่ถึงกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายค้านถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ไร้เสถียรภาพมากที่สุด วันใดที่พรรคประชาชนไม่สนับสนุนก็ไปไม่รอด นายกรัฐมนตรีต้องลาออกหรือยุบสภา โดยเฉพาะจุดเสี่ยงจุดตายของรัฐบาลคือคดีฮั้วเลือกสว.และคดีเขากระโดงซึ่งเกี่ยวโยงโดยตรงกับพรรคแกนนำรัฐบาล 

และขอฝากข้อความไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีว่าอย่าเข้าไปแทรกแซงคดีดังกล่าวเด็ดขาดทั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีคนอื่นๆ ส่วนประเด็นการยื่นถอดถอนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทยนั้น นายอลงกรณ์กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นถอดถอนทั้ง2ท่านให้พ้นสมาชิกภาพ สส. จากปม MOAถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตนไม่มีความเห็นและไม่ก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นายอลงกรณ์ตอบว่า เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ ขณะนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่เสร็จ น่าจะหารือในวิปฝ่ายค้านภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและรัฐบาลทำงานไประยะหนึ่งก่อน.

2 นักข่าวกัมพูชาคอตก!! ถูกจับยัดซังเต ข้อหา ‘กบฏชาติ’ ฐานถ่ายภาพติดทุ่นระเบิด PMN-2 บนปราสาทตาควาย

(9 ก.ย. 68) นักข่าวออนไลน์ชาวกัมพูชา 2 คนถูกตั้งข้อหา 'กบฏต่อชาติ' หลังจากขึ้นไปถ่ายภาพบนปราสาทตาควายในจังหวัดอุดรมีชัย เพื่อรายงานว่ากัมพูชายึดพื้นที่ไว้ได้ตามข้อตกลงหยุดยิง แต่ภาพที่เผยแพร่กลับเห็นทุ่นระเบิด PMN-2 จนถูกทางการจับกุมและกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

รายงานจาก RFI Khmer และแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชน Licadho ระบุว่า พร โสเพียบ (Porn Sopheap) และ เพียบ เพียรา (Pheap Pheara) ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ TSP 68 TV Online ถูกจับกุมตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลแก่รัฐต่างประเทศซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประเทศ และขณะนี้ทั้งสองถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดเสียมราฐ

ทั้งนี้ ข้อหากบฏต่อชาติมีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ถึง 15 ปี ทำให้คดีของนักข่าวทั้งสองเป็นที่จับตามองจากองค์กรสิทธิมนุษยชนที่กังวลว่า กัมพูชาอาจใช้กฎหมายความมั่นคงเพื่อจำกัดเสรีภาพสื่อ จากการรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา

ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบ เรียกคืน และตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระสุนขนาด 9 มม. ใช้ทดสอบยิงแล้วเกิดความเสียหายต่ออาวุธปืนของทางราชการ  

(8 ก.ย.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏภาพในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ VENOM เกิดการระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน ทำให้อาวุธปืนที่ใช้ยิงเกิดความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะการฝึกยิงปืนตามโครงการฝึกทักษะยิงปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร ในสถานีตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีการสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าคุณลักษณะเฉพาะของกระสุนมีความเหมาะสมต่อการใช้งานกับอาวุธปืนของทางราชการหรือไม่ และกระสุนที่ส่งมอบดังกล่าวมีการผลิตได้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานอาวุธปืน หรือไม่

ทั้งนี้ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า กระสุนขนาด 9 มม. ที่มีภาพปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นกระสุนยี่ห้อ VENOM ที่จัดหาโดยสำนักงานส่งกำลังบำรุง ในปี พ.ศ.2567 ตามสัญญาเลขที่ สพ.3/2567 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ส่งมอบครบถ้วนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยกองสรรพาวุธได้แจกจ่ายกระสุนปืนดังกล่าวให้หน่วยต่างๆ ในสังกัด รับไว้ใช้ในราชการแล้ว 

กระสุนยี่ห้อ VENOM ดังกล่าว ผลิตโดย บริษัท MEDEF DEFENCE สาธารณรัฐทูร์เคีย(ตุรกี) เป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน นาโต้ สแตนดาร์ด (NATO Standard) มีผลิตและส่งออกไปหลายประเทศ เช่น ตุรกี อเมริกา และในยุโรป ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนดใน TOR ได้แก่ การสุ่มตรวจคุณภาพกระสุน จากจำนวนกระสุนทั้งหมด โดยยิงทดสอบความคงทนของปลอกกระสุนจะไม่แตกหรือร้าว ยิงทดสอบขนาดของกลุ่มกระสุนที่ระยะ 25 หลา ยิงทดสอบเพื่อดูความเร็วต้นด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ความเร็วที่วัดได้ค่าเฉลี่ย 383 เมตรต่อวินาที น้ำหนักหัวกระสุน 124 เกรน และตรวจสอบความถาวรของดินส่งกระสุน กระสุนเคลือบด้วยสารกันน้ำทั้งนัด ทั้งนี้ ในขั้นตอนการตรวจรับไม่พบว่ามีกระสุนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบแต่อย่างใด ขั้นตอนการจัดหา มีความโปร่งใส การตรวจรับพัสดุเป็นไปตามระเบียบสามารถตรวจสอบได้มีการบันทึกภาพ และคลิปวิดีโอ ไว้ทุกขั้นตอน 

แนวทางการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองสรรพาวุธได้มีหนังสือแจ้งให้ทุกหน่วยระงับการใช้งานกระสุนตามสัญญาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวและให้นำกระสุนที่มีปัญหาดังกล่าวทั้งหมดกลับมาเพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ ตามสัญญาบริษัทผู้ขายจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของกระสุน และรับผิดชอบอาวุธปืนที่ได้รับความเสียหายจากการใช้กระสุนดังกล่าว พร้อมทั้งจะตรวจสอบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว หากพบว่าสาเหตุเกิดจากกระสุนปืนตามสัญญาดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบโดยการเปลี่ยนให้สามารถใช้ได้ดีดังเดิม

สำนักงานส่งกำลังบำรุง ยืนยันว่า ได้ดำเนินการจัดหากระสุนตามระเบียบของทางราชการ และมุ่งมั่นที่จะจัดหากระสุนที่มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมีความปลอดภัย เชื่อมั่นและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

สว.'โวย' รัฐบาลเพื่อไทยบริหารประเทศ 2 ปี  เลือกเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปก ไม่มียุทธศาสตร์ใหม่พัฒนา ทำงานไม่ตรงกับมิติ ศอ.บต.พัฒนา สร้างความเป็นธรรม แย่งชิงมวลชน 

ฝากรัฐบาล 'อนุทิน' เอาคนมานั่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากปกครอง ทำงานกับผู้ว่าฯนายอำเภอ

จากกรณีที่เลขาธิการ ศอ.บต. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรัตน์ ย้ายเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน รัฐบาลต้องรีบแต่งตั้ง เลขาธิการคนใหม่มาทำหน้าที่บริหารเพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาแทรกซ้อนมากมาย

(9 ก.ย.68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)กล่าวว่าโยกย้ายเลขาธิการ ศอ.บต.ไปทำหน้าที่ปลัดกระทรวงแรงงานฯที่ผ่านมา ศอ.บต.มีความบิดเบี้ยวหลายประการ ถูกวิพากวิจารณ์ว่าให้ผู้ทำงานเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปกไม่ตรงกับงานทำหน้าที่ ตนเรีกยอย่างนี้ว่า ศอ.บต.เป็นหน่วยงานที่มีมิติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดูแลในการสร้างงาน การลงทุน การพัฒนา เพื่อให้ชายแดนภาคใต้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น ต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของคนใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ดีขึ้น

“เราไม่ต้องการเห็นคนว่างงาน เดินทางไปทำงานในต่างภูมิภาค เดินทางไปทำงานในต่างประเทศมาเลเซีย เราไม่ต้องการเห็นนักเรียนที่จบมาใหม่ตกงาน เพราะเราไม่มีอุตสาหกรรมอะไรรองรับ เพราะนักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในชายแดนภาคใต้ เพราะไม่มีความปลอดภัย”

นายไชยยงค์ ฯกล่าว มิติในการทำหน้าที่ของ ศอ.บต.คือมิติของการพัฒนา มิติสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น มิติการแย่งชิงมวลชน มิติทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้เป็นคนของรัฐ ให้หันมาสนับสนุนนโยบายของรัฐ แต่ที่ผ่านมาหลายเรื่องเราไม่ทำ  โดยเฉพาะ 2 ปีที่ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล งานด้านการพัฒนาของจังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นเรื่องใหม่ๆยุทธศาสตร์ใหม่ๆ พึ่งจะเห็นใน 2 เดือนสุดท้ายมีการระดมใช้นโยบายวาระน้ำกระท่อมพืชกระท่อม ต้มน้ำกระท่อมขายอย่างจริงจัง ทำได้อย่างจริงจังแค่ 2 เดือน เลขาธิการ ศอ.บต.ย้าย เปลี่ยนรัฐบาล การต่อสู้กับยาเสพติดในระดับล่างคือพืชกระท่อม เข้าใจว่าคงยุติแค่นี้

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า ปัญหาของ ศอ.บต.ที่ผ่านมาเหมือนกับเราไม่รู้ว่า ศอ.บต.ทำงานกับใคร ศอ.บต.ทำงานกับฝ่ายปกครอง ฉะนั้นคนที่จะมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากฝ่ายปกครองมาจากผู้ว่าฯมาจากอธิบดีฝ่ายปกครอง เพราะอะไร เพราะเลขาธิการ ศอ.บต.และหน่วยงาน ศอ.บต.ต้องทำงานกับผู้ว่าฯทั้ง 5 จังหวัด นายอำเภอ

“แต่เมื่อเรามาไล่ดูวันนี้เลขาธิการ ศอ.บต.มาจากระทรวงยุติธรรม รองเลขาธิการคนแรกมาจาก ปปส. รองคนที่สองมาจากดีเอสไอ. รองคนที่สามว่างงาน เพราะไม่มีคนใช้งาน เพราะฉะนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ศอ.บต.ตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผิดฝาผิดตัวมา วันนี้ถือว่าที่ผ่านแล้วผ่านไป รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบบริหารประเทศไทย จะต้องส่งคนที่มีความรู้ความสามารถและคัดเลือก” บุคลากรมาจากฝ่ายฝ่ายปกครอง มาทำหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.เพื่อที่จะได้แก้ปัญหา ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเรื่องอื่นๆ เพราะ ศอ.บต.อีกขาที่ไปหนุนเสริม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องเดินคู่กัน ต้องมีการทำหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมๆกัน เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี”

นายไชยยงค์ฯ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นแรกเลขาธิการ ศอ.บต.จะต้องมาจากฝ่ายปกครอง ในอดีตที่แรกเริ่มก่อตั้งดำรงตำแหน่ง ผอ. ศอ.บต.เป็นคนของฝ่ายปกครอง เอารองปลัดกระทรวงคนหนึ่งคนใดมาทำหน้าที่ ผอ.ศอ.บต.ในการทำงานเป็นเนื้อเดียวกันผู้ว่าฯเพราะตำแหน่งรองปลัดกระทรงมหาดไทยไปจากผู้ว่าฯ การบริหารจึงเป็นเนื้อเดียวกัน

นายไชยยงค์ฯ กล่าวอีกว่า ระยะหลังๆเอาคนจากคนอื่นๆมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.เชื่อไหม คำสั่งเชิญผู้ว่าฯไปประชุมที่ ศอ.บต.บางจังหวัดไม่ให้ความสำคัญ บางจังหวัดส่งปลัดไป ตนเป็นที่ปรึกษามานานมาก ตนเห็นปรากฎการณ์ความเสื่อมถอยของ ศอ.บต.ที่เราได้เลขาธิการไม่ตรงกับการทำหน้าที่ ต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมขององค์กระทรวงมหาดไทยเขาจะฟังคนที่มาจากมหาดไทยเป็นหลัก เมื่อเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากตำรวจ ทหาร มาจากกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถทำงานประสานกับฝ่ายปกครองได้เนื้อเดียวกัน ฝากไว้ให้พิจารณา

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.68) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม อันเนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและระบบระบายน้ำไม่ทัน

ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน (พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย.) กำลังพลจากเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ และเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ร่วมปฏิบัติภารกิจบรรจุถุงทรายและวางแนวป้องกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อ เพื่อสนับสนุนในการดำเนินการอพยพประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และสนับสนุนภารกิจอื่นๆตามที่ร้องขอต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top