Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘อี แจมยอง’ ปธน.เกาหลีใต้ ให้คำมั่น!! ช่วยแรงงานโสมขาว 300 ชีวิต ถูกจับในโรงงานฮุนไดสหรัฐฯ

(7 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง สั่งรัฐบาลเร่งช่วยเหลือพลเมืองกว่า 300 คนที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ของฮุนได ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งนับเป็นการกวาดล้างแรงงานต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ

นายโช ฮยอน (Cho Hyun) รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมเดินทางไปวอชิงตันหากจำเป็น พร้อมย้ำมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์นี้ โดยเกาหลีใต้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ไม่ให้กระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองที่ทำงานอย่างถูกต้องในโรงงาน

รายงานระบุว่า มีแรงงานรวมกว่า 475 คนถูกจับกุม โดยในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่กำลังถกเถียงกันเรื่องข้อตกลงการค้าและการลงทุนกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านฮุนได (Hyundai Motor Group) และแอลจี (LG Group) ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ระบุว่าจะตรวจสอบผู้รับเหมาและเร่งหาทางช่วยเหลือพนักงานที่ถูกควบคุมตัว ขณะที่นักการเมืองสหรัฐฯ หลายฝ่ายวิจารณ์การบุกจับครั้งนี้ว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรม แต่กลับบ่อนทำลายความเชื่อมั่นระหว่างประเทศและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นแทน

ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ กับ นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ ของดีที่ควรนำกลับมาใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำไมไม่ลองทำ?

(7 ก.ย. 68) หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีทั้งคณะ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป และเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ "เห็นชอบ" ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียง 311 ต่อ 152 เสียง งดออกเสียง 27 คะแนน จากผู้ลงคะแนนเสียง 490 คน

เกมส์การต่อรอง การเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 เชือดเฉือนกันอย่างเข้มข้น ระหว่างพรรคการเมือง แต่หลังจากได้นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ชุดใหม่ แล้ว คงจะใช้เวลาดีใจนานมากไม่ได้ เพราะปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย แทบจะไม่ต่างจากคนกำลังจะจมน้ำ ที่จะต้องรีบช่วยขึ้นฝั่งก่อนจะหมดแรง หมดลมหายใจ

รัฐบาลชุดใหม่ ตามข่าวจะดึงคนนอก มานั่งคุมกระทรวง 3 กระทรวงสำคัญ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกษแก้ว ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดูแลกระทรวงพลังงาน

ทีมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ที่มีข่าวก่อนหน้าว่าจะมีการทาบทาม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนปัจจุบัน (คนที่ 24) หรือ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนที่ 23 มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังนั้น ปรากฏว่าทั้ง 2 คนได้ปฏิเสธการนั่งตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากมองว่าการเข้ามานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังในช่วงเวลานี้ จะไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะระยะเวลาสั้นเกินไป

แต่สำหรับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประสบการณ์ทำงานก็ถือว่ามีความเชี่ยวชาญในสายการเงินการธนาคาร มาพอสมควร ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมธนารักษ์ และ ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb (ทีทีบี)

ในอดีตนั้น เคยเป็นรองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ขึ้นระดับอธิบดี ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.), ต่อมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพรกร, ตามด้วยอธิบดีกรมสรรพสามิต

งานกู้วิกฤติเศรษฐกิจของไทย ในระยะเวลาสั้นๆ เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านอาหาร กับ นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ ที่ใช้ได้ผลมาแล้ว ในช่วงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 เป็นนโยบายกู้เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) จนส่งผลให้เศรษฐกิจไทย สามารถประครองตัวได้ ไม่วิกฤตหนัก ซึ่งดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบแทบจะหนักหนาสาหัส กว่าจะฟื้นตัวได้

งานนี้ ไม่ต้องใช้คำว่า ลอกการบ้าน เพราะเครื่องมือแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจตัวไหนดี เคยประสบผลสำเร็จมาแล้วจากรัฐบาลชุดไหนก็ตาม จะนำปัดฝุ่นกลับมาใช้ แล้วประชาชนได้ประโยชน์ สถานะการเงินคลังของประเทศไม่มีความเสี่ยง นำกลับมาใช้เถอะครับ ประชาชนจะให้คำตอบเอง ในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ ‘สุดยอดซีอีโอไอที’ จับมือดันสหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI ด้วยเงินลงทุนหลายแสนล้าน

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือแนวทางการผลักดันสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้ “AI Action Plan” ของรัฐบาล

ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต่างแสดงการสนับสนุน เช่น แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอ OpenAI กล่าวยกย่องนโยบายสนับสนุนธุรกิจและนวัตกรรมของรัฐบาล ขณะที่เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ AI และชื่นชมการที่รัฐบาลเลือก “ร่วมมือ” แทนที่จะ “ขัดแย้ง” กับภาคเอกชน

ผู้บริหารรายอื่น เช่น ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิล, สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอไมโครซอฟท์ และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอเมตา ต่างขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สร้างบรรยากาศเอื้อต่อการลงทุนมหาศาลในประเทศ โดยมีการยืนยันแผนลงทุนรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตขั้นสูงภายในสหรัฐฯ

ทรัมป์ย้ำว่า การพัฒนา AI ไม่เพียงเป็นเรื่องนวัตกรรม แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่จะทำให้สหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเร่งให้ประเทศก้าวขึ้นนำในสมรภูมิการแข่งขัน AI ระดับโลก

‘หมอเหรียญทอง’ เผย เตรียมเปิดศูนย์ผู้ป่วยต่างชาติ หลังคนไข้ต่างแดนแห่เข้ารักษามะเร็ง และโรคอื่นๆ ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ

(7 ก.ย. 68) พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยต่างชาติเดินทางมารักษามะเร็งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการบอกต่อเรื่องคุณภาพและค่ารักษาที่ถูก ทำให้มีการเข้ามารักษาโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและทันตกรรมเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลจึงเตรียมตั้ง “ศูนย์ผู้ป่วยต่างชาติ” (International Relation Center) ที่อาคาร 3 ชั้น 2 เพื่ออำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะถูกนำมาใช้ชดเชยปัญหาหนี้สูญจากการเบี้ยวหนี้และการจ่ายล่าช้าของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และประกันสังคม พร้อมวิจารณ์ว่า สปสช.ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมามีการบริหารงานที่เลวร้ายที่สุดเมื่อเทียบกับอดีต

แม้โรงพยาบาลยังคงให้บริการผู้ป่วยสิทธิบัตรทองและประกันสังคมเหมือนเดิม แต่มีแผนจะทยอยลดจำนวนผู้ป่วยในสองสิทธินี้ เนื่องจากไม่มั่นใจในความแน่นอนของการจ่ายหนี้ และยังมองว่าการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เป็นธรรมต่อโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

พลตรี เหรียญทองย้ำว่า โรงพยาบาลยังมีศักยภาพสูงและได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน เพื่อยกระดับเป็น “ศูนย์โรคมะเร็งนานาชาติในอาเซียน” พร้อมเปิดทางความเป็นไปได้ในการร่วมทุนกับกลุ่มทุนจีน แม้ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจเข้าร่วมทุนใดๆ ก็ตาม

สถานทูตจีนแสดงความยินดี ‘อนุทิน’ นายกฯ คนที่ 32 พร้อมผลักดันความร่วมมือ ‘จีน-ไทย’ ทุกมิติ

เมื่อวันที่ (7 ก.ย. 68) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย

ทางการจีนระบุว่า จีนและไทยเป็นมิตรประเทศและเพื่อนบ้านใกล้ชิด ความสัมพันธ์ภายใต้คำกล่าว “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ได้ยืนยาวและทวีความสำคัญมากขึ้น โดยปีนี้ครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองชาติ

จีนย้ำพร้อมเดินหน้าร่วมมือกับไทยต่อเนื่อง ทั้งการเสริมสร้างความไว้ใจเชิงยุทธศาสตร์ การขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และการผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อประโยชน์ด้านสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของภูมิภาค

‘เสธ.หิ’ แจงปมลาออกจาก รทสช. ร่วมงานกล้าธรรม เหตุมีปัญหาภายใน – ขอบคุณ ‘พีระพันธุ์’ ที่เข้าใจและอวยพร

(8 ก.ย.68) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าตามที่มีข่าวออกไปตามสื่อต่างๆ ว่าผมนั้นได้ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมงาน กับพรรคกล้าธรรม ผมขอเรียนให้ทราบว่า ผมได้ตัดสินใจ ที่จะลาออกจากผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ มาระยะหนึ่งแล้ว และได้นำเรียนการตัดสินใจให้ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ทราบ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ส.ค.68 หลังจากเรียนให้ท่านทราบแล้ว ผมก็เริ่มดำเนินการ แบ่งมอบงานที่รับผิดชอบ ให้กับผู้ช่วย ผอ.พรรคทั้งสองท่าน

สำหรับสาเหตุของการลาออกนั้น ได้นำเรียนให้ท่านทราบ ว่าการทำงานในตำแหน่ง ผอ.พรรค ที่ผ่านมา ผมมีปัญหาในการประสานงานและร่วมงานกับคีย์แมนท่านหนึ่งของพรรค ซึ่งคีย์แมนท่านนี้ เป็นบุคคลสำคัญในพรรคและท่านพีระพันธ์ฯ ให้ความไว้วางใจและเชื่อใจเป็นอย่างมาก ผมจึงได้กราบเรียนว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ผมมีความประสงค์ที่จะไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ผมจึงขอลาออก เพื่อให้คีย์แมนท่านนั้น ได้เตรียมหาคนมาร่วมงานใหม่

สำหรับการมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมนั้น เป็นไปตามสัญญาที่ผมเคยให้ไว้กับท่านธรรมนัสฯ ในตอนที่ผมต้องตามท่านผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณกับผม มาทำงานการเมืองที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ในปัจจุบันนี้ผู้มีพระคุณของผมท่านนี้ ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว และสถานการณ์ ทางการเมืองในปัจจุบัน ถือว่าเข้าสู่ช่วงเตรียมการเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมจะต้องกลับมาช่วยงานท่านธรรมนัสตามที่ได้รับปากไว้

การทำงานที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ได้กรุณาให้คำชี้แนะ ให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของผมตลอดมา ในการทำงานร่วมกันนั้น ผมได้เห็นความเป็นสุภาพบุรุษของท่านในหลายๆ ครั้ง ท่านไม่เคยกล่าวร้ายใคร หรือให้ร้ายใครลับหลัง แม้แต่ในช่วงหนึ่งที่มีเพื่อนสมาชิกบางส่วนได้แยกตัวออกไป ท่านก็บอกว่า มันเป็นสิทธิ์ของเขา เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ซึ่งเราก็ได้ความชัดเจนว่าเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งใหม่ กลุ่มดังกล่าวก็คงจะไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น พรรคเราก็จะได้เตรียมตัวหาผู้สมัครในเขตนั้น ถือว่าเป็นผลดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย หรือแม้แต่ในวันที่ผมไปกราบลาออกจาก ตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค ท่านก็เข้าใจในเหตุผล และกรุณาอวยพร ให้ผมประสบความสำเร็จในเส้นทางที่จะก้าวต่อไป 

ผมจึงกล่าวได้ว่า ท่านเป็นสุภาพบุรุษการเมือง ในสายตาของผม เป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมรักและเคารพ และจะยึดถือความเป็นสุภาพบุรุษของท่านตลอดจนคำสอนของท่านที่ให้คิดถึงผลประโยชน์ของประชาชนก่อนเรื่องอื่นเป็นแนวทางในการทำงานการเมืองต่อไป

อาคารรัฐบาลของยูเครน ถูกโจมตีด้วยโดรนเป็นครั้งแรก ‘เซเลนสกี’ ประณาม!! ชี้ชาติพันธมิตรต้องจริงจังคว่ำบาตร ‘รัสเซีย’

(8 ก.ย. 68) รัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดสงคราม ส่งโดรนกว่า 805 ลำ และขีปนาวุธ 13 ลูก ถล่มหลายเมืองในยูเครนของเมื่อคืนวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่อาคารคณะรัฐมนตรียูเครนในกรุงเคียฟ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อาคารรัฐบาลหลักถูกโจมตีโดยตรง

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่าสามารถสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธได้เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีบางส่วนตกลงสู่พื้นที่พลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นทารกและหญิงสาวที่พักอยู่ในอาคารอาศัยสูง 9 ชั้น ขณะเดียวกันยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบราย จากการโจมตีในเมืองซาโปริชเชีย ครีวีย์ริก และโอเดสซา

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประณามการโจมตีว่าเป็น “จงใจก่ออาชญากรรมโดยเจตนา” ที่ทำให้สงครามยืดเยื้อ พร้อมเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเพิ่มแรงกดดันและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างจริงจัง เพื่อหยุดการโจมตีพลเรือนยูเครน

ด้านรัสเซียอ้างว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและอุตสาหกรรมอาวุธของยูเครน โดยการที่อาคารรัฐบาลกลางถูกไฟไหม้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อชาวเคียฟ เนื่องจากย่านดังกล่าวเคยเป็นเขตที่ได้รับการป้องกันเข้มงวดมาตั้งแต่เริ่มสงคราม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ว่ารัสเซียยังเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

‘รัสเซีย’ พัฒนาวัคซีนต้านมะเร็งสำเร็จ FMBA ชี้ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเพิ่มอัตรารอดชีวิต

(8 ก.ย. 68) รัสเซียประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญด้านการแพทย์ หลังสำนักงานการแพทย์และชีววิทยาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (FMBA) เผยว่าวัคซีนต้านมะเร็งที่พัฒนาขึ้นได้ผ่านการทดสอบก่อนการทดลองทางคลินิกแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างรอกระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้ใช้ในผู้ป่วยจริง

เวโรนิกา สคฟอร์ทโซวา (Veronika Skvortsova) อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข และหัวหน้า FMBA ระบุว่าวัคซีนดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ว่ามีความปลอดภัย สามารถใช้ซ้ำได้ และมีประสิทธิภาพในการลดขนาดเนื้องอก รวมถึงชะลอการเจริญเติบโตได้มากถึง 60–80%

โดยผลการวิจัยยังชี้ว่าผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพของวัคซีนต้านมะเร็งรุ่นใหม่นี้ และนับเป็นความหวังใหม่สำหรับการรักษาโรคที่คร่าชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลก

ทั้งนี้ FMBA ระบุว่าจะเริ่มนำวัคซีนไปใช้กับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นกลุ่มแรก ขณะเดียวกันก็กำลังพัฒนาวัคซีนสำหรับเนื้องอกสมองชนิดร้ายแรง และมะเร็งผิวหนังชนิดรุนแรง เพื่อขยายแนวทางการรักษาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในอนาคต

SCB EIC เปิดผลสำรวจ ผู้บริโภคไทยกว่า 80% สนใจติดตั้ง!! ‘โซลาร์รูฟท็อป’ เพราะคุ้มค่า-ช่วยประหยัดไฟ

(8 ก.ย. 68) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดผลสำรวจพบว่า คนไทยกว่า 80% สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แต่ยังไม่ลงมือทำจริง โดยมีเพียง 9% ที่ติดตั้งแล้ว และ 3% อยู่ระหว่างการติดตั้ง สาเหตุหลักมาจากอุปสรรค 4 ด้าน ได้แก่ ขาดความเชื่อมั่นผู้ให้บริการ ความซับซ้อนของเทคโนโลยี ขั้นตอนขออนุญาตที่ยังยุ่งยาก และปัญหาการเงินที่ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เกินไป

แม้การลงทุนโซลาร์รูฟท็อปจะคุ้มค่า เนื่องจากต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพียง 3 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าค่าไฟเฉลี่ยที่ราว 4 บาทต่อหน่วย และยังมีนโยบายภาครัฐที่เริ่มเอื้ออำนวย เช่น การหักลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายติดตั้ง 200,000 บาทแรก แต่ประชาชนยังมองว่าข้อจำกัดเชิงกฎหมายและกฎระเบียบทำให้การตัดสินใจไม่ง่าย โดยผู้บริโภคเรียกร้องให้รัฐ “อุดหนุนเงินติดตั้ง” เป็นมาตรการสำคัญที่สุด

ด้านสภาผู้บริโภคชี้ว่า ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่รัฐบาลผลักดันอยู่ “เกาไม่ถูกที่คัน” เพราะแก้เพียงขั้นตอนการติดตั้งให้สะดวกขึ้น แต่ไม่แก้กติกาหลักที่ห้ามไฟฟ้าส่วนเกินไหลเข้าระบบสายส่งและดึงกลับมาใช้ตอนกลางคืน ทำให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เพียง 28% และต้องใช้เวลาคืนทุนยาวนานถึง 16–17 ปี

นายจิรวุฒิ อิ่มรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เสนอว่า รัฐบาลควรเปิดทางเลือกใหม่ เช่น ระบบเน็ตมิเตอร์ริง (Net Metering) ที่ให้ประชาชน “ฝากไฟฟ้า” ที่ผลิตได้เกินในตอนกลางวัน และดึงกลับมาใช้ในตอนกลางคืน รวมถึงการสนับสนุนแบตเตอรี่ในระบบโซลาร์รูฟท็อป พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายพลังงานสะอาดในกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อสร้างแรงจูงใจจริงและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างเป็นรูปธรรม

สมุทรปราการ-นายกแดง บางเมือง ผลักดันท้องถิ่นเปิดงานมหกรรมอาหารอร่อยและของดีตำบลบางเมือง ชิม ช้อป ชม ลุ้นโชค สินค้า OTOP 

(6 ก.ย. 68) ที่ผ่านมา นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน มหกรรมอาหารอร่อยและของดีเทศบาลตำบลบางเมือง ชิม ช้อป ชม ลุ้นโชค สินค้า OTOP สินค้าชุมชน ทั้งนี้มีการประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ การประกวดส้มตำลีลา การประกวดความสามารถพิเศษเหล่า LGBTQ+ และกิจกรรมลุ้นโชค 

เล่นเกมรับของรางวัลมากมาย ระหว่าง วันที่ 6-7 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมอาคารศูนย์พักรักษาใจ เทศบาลตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ และชมการแสดงลิเกคณะไนซ์ เฉลิมเกียรติ ภายในกิจกรรมครั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ นำโดย นายอิทธิชัย ชูเรณู ปลัดเทศบาลตำบลบางเมือง กล่าวรายงาน

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ กล่าวแสดงความยินดี พร้อมด้วย น.ส.วริศรา มีชัย สมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ คณะผู้บริหาร ประธานสภา คณะสมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแขกผู้มีเกียรติ ประชาชน ผู้ประกอบการ กลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวตำบลบางเมือง และตำบลบางเมืองใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

ด้าน นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง กล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารอร่อยในชุมชน รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP ของตำบลบางเมืองให้เป็นที่รู้จัก ทั้งนี้เพื่อสร้างรายได้ไห้กับประชาชมผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพและมีรายได้ที่มั่นคง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นที่ยอมรับด้านคุณภาพ ด้านการบริการ และผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 แล้ว 

มีผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP และคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลพนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้าง รวมจำนวน 900 คน

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top