Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

เชียงใหม่-“คุณหยก” ที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนาฯ สภาผู้แทนฯ ถวายสักการะแด่พระสงฆ์สายธรรมยุต ประชุมที่วัดเจดีย์หลวง

(7 ก.ย. 68) “คุณหยก”กชพร เวโรจน์ ที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนาฯ สภาผู้แทนฯ ถวายสักการะ (กำลังใจ) แด่พระสงฆ์สายธรรมยุต 350 วัด ประชุมที่วัดเจดีย์หลวง พร้อม
ดูแลทุกๆศาสนาเพื่อให้คงอยู่คู่ชาวไทย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 พระสงฆ์สายธรรมยุต จัดประชุมพระสังฆาธิการคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (สายธรรมยุต) ที่อาคารปฏิบัติธรรมสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(อนุพรมมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดย พระเทพวชิราธิบดี (ฤทธิรงค์ ญาณวโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต) เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในการจัดการประชุม โดยมีพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสวัด รองเจ้าอาวาสวัด พระอุปัชฌาย์ จำนวน 350 วัด และ หัวหน้าที่ปรึกษาสำนักสงฆ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ เข้าร่วมประชุม พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้เชิญ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม มาบรรยายถวายคำแนะนำเรื่องกฎระเบียบการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด

ก่อนการประชุม คุณหยก กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และในฐานะที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธานชมรม Change Together byมาดามหยก และ INDY TEAM เข้าถวายพานพุ่มดอกบัว สักการะ แด่พระสงฆ์ โดย มอบปัจจัยค่าน้ำปานะจำนวนหนึ่ง จัดเลี้ยงโรงทาน ขนมหวาน

คุณหยก กชพร เวโรจน์  ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประชุมพระสังฆาธิการคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (สายธรรมยุต) วันนี้ ได้มาถวายพานพุ่มดอกบัวสักการะ(ถวายกำลังใจ)พระเถระ 350 วัด ซึ่งขอยืนยันปกป้องดูแลทุกศาสนา ดูแลพระเถระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่ยังมีจำนวนมาก และยังรวมไปถึงทุก ๆ ศาสนา ทุกนิกายนิกาย มีทั้งทำดี และที่ทำไม่ถูกต้องก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมนุษย์อยู่ในสังคมจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี วงการศาสนาก็เหมือนกัน พระทำผิด ก็ลงโทษตามบทลงโทษไปตามกระบวนการเอาผิดทางวินัย ตามกระบวนการที่มีอยู่ พร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกศาสนาต่อไป -พัฒนชัย/เชียงใหม่ รายงาน

เชียงใหม่-"𝐂𝐀𝐌𝐓 มช. เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ เรียนรู้ ทดลอง และเติบโต “CAMT OPEN HOUSE 2025“

วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ CAMT OPEN HOUSE 2025"Explore Your Potential"พบกับโอกาสการเรียนรู้ที่รอคุณอยู่

วันเสาร์ที่ (6 ก.ย. 68) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ “CAMT OPEN HOUSE 2025”ซึ่งในปีนี้มากับตีม "Explore Your Potential" หรือ "สำรวจศักยภาพของคุณ" เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการค้นหา การพัฒนา และการนำความสามารถที่ซ่อนอยู่ของตัวเองออกมาใช้อย่างเต็มที่ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี กล่าวต้อนรับ นักเรียนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 1,200 คน ณ เวทีกลางอาคารศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตร เนื้อหา การเรียน การสอน และ แนวทางการศึกษาต่อในระดับต่างๆ ของ วิทยาลัยฯ เพื่อส่งเสริมการค้นพบศักยภาพภายใต้แนวคิด "Explore Your Potential" และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Experience) เพื่อสำรวจความถนัด และความสนใจของตนเองในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้แสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านการประกวดแข่งขัน เพื่อสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจระหว่างนักเรียน รุ่นพี่นักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับคณะครูทั่วภาคเหนือในการส่งเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีให้แก่นักเรียนณ  อาคารศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม Walkin ฐานกิจกรรม 5 สาขา เยี่ยมชมหลักสูตรและผลงานรุ่นพี่แต่ละสาขา รวมถึงถามตอบแนวทางการศึกษาต่อวิทยาลัยฯกับรุ่นพี่อย่างใกล้ชิด ผ่านฐานกิจกรรมทั้ง 5 สาขา ได้แก่สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ,สาขาวิชาการจัดการสมัยใหม่ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ,สาขาวิชาแอนนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ ,สาขาวิชาดิจิทัลเกมทดลองเล่นเกมจากผลงานรุ่นพี่ และสาขาบูรณาการอุตสาหกรรมดิจิทัล 
 
นอกจากนี้มี กิจกรรม Workshop บูสสกิลด้านเทคโนโลยีกับ AI กิจกรรม CONTEST ประกวดแข่งขัน จากน้องๆ ม.ปลาย ที่มีความฝันอยากสร้างสรรค์นวัตกรรม โค้ดดิ้งเกม หรือสร้างสรรค์ดนตรีจากภาพ เปิดเวทีให้ทุกคนมาประลองฝีมือ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท การประกวดแข่งขัน  4 รายการ ได้แก่ การประกวดแนวคิดนวัตกรรม, การประกวดวงดนตรี (Visual Music), การประกวดสร้างเกม (Young Game Dev) และการประกวดคอสเพลย์ โดยมี อาจารย์ ดร.กลวัชร คล้ายนาค รองคณบดีฯให้เกียรติมอบรางวัล การประกวด และความบันเทิง วงดนตรี จากสโมสรนักศึกษา วง BOOST ENERGY และ THREEDOTS.BAND และศิลปินศิษย์เก่าจากวิทยาลัยฯ Nice cnx  อีกด้วย …พัฒนชัย /เชียงใหม่ รายงาน

‘พลภูมิ’ มั่นใจ ‘ทักษิณ กลับไทยแน่ พร้อมไปขึ้นศาลฟังคดีชั้น 14 ด้วยตัวเอง

‘พลภูมิ’ มั่นใจ ‘ทักษิณ’ กลับไทยแน่นอน และจะไปขึ้นศาลเพื่อฟังคดีชั้น 14 ยืนหยัดเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมด้วยตัวเอง 

(8 ก.ย. 68) นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โพสต์ภาพถ่ายกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงการเดินทางกลับประเทศไทย ภายหลังเดินทางไปยังดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และเมื่อช่วงเช้าของวันนี้เครื่องบินเดินออกจากดูไบ มายังประเทศสิงคโปร์ และมีรายงานว่าจะกลับถึงประเทศไทยในวันนี้เวลาประมาณ 17.00 น.

นายพลภูมิ ระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมมั่นใจ… กลับมาแน่นอน ใครต่อใครมักพูดว่า ถ้าออกนอกประเทศไปแล้วจะไม่มีวันกลับมา โดยเฉพาะชื่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร แต่สำหรับผม… ผมมั่นใจว่าท่านจะกลับมา เพื่อยืนหยัดเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมไทยด้วยตนเอง พร้อมรับฟังการพิจารณาคดีศาลฎีกา (ชั้นที่ 14) อย่างตรงไปตรงมา และในวันพรุ่งนี้ 9 กันยายน ท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ จะต้องมารับฟังคำพิจารณาของศาลด้วยตัวเองอย่างแน่นอน นี่คือความกล้าหาญ นี่คือความรับผิดชอบ และอาจเป็นอีกจุดเริ่มต้นใหม่ของการเมืองไทย”

ลำพูน - สรุปผลการแข่งขัน The Final Match & Champ of The Champ 202 Chiang Mai Golf Festival 2025 ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) ช็อตกันเวลา 12 นาฬิกา 30 นาที ณ สนามกอล์ฟกัซซัน เลกาซี่ กอล์ฟ คลับ กิจกรรมการแข่งแข่งกอล์ฟในครั้งนี้ มีนักกอล์ฟทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผู้รักสุขภาพ แต่งกายสีสันสดใส สร้างรอยยิ้มและมิตรภาพตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

การแข่งขันกอล์ฟ Chiang Mai Golf Festival 2025 แมทช์พิเศษปิดฤดูกาล รายการ Champ of the Champ จัดโดยสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 ที่สนามกัซซันเลกาซี่กอล์ฟคลับ จังหวัดลำพูน ได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมากเช่นเคย

สรุปผลการแข่งขัน Champ of the Champ ได้แก่ Kim Jae Hyun 38-37-75 ชนะเลิศ Overall Low Gross ได้แก่ Kim Si Young 

Flight A (0-12) ชนะเลิศ ได้แก่ แซมพอส เฌอม 35-37-72 (7) 65 รองชนะเลิศอันดับ 1กตัญญู วารินศิริรักษ์ 38-34-72 (6) 66 รองชนะเลิศอันดับ 2 กนก สาธุมนัสพันธุ์ 35 -36-71 (4) 67
             
Flight B (13-24) ชนะเลิศ ได้แก่ บัญชา กิตติรังสี 44-38-82 (13) 69 รองชนะเลิศอันดับ 1 สันติสุข ชิณพงษ์ 43-40-83 (14) 69 รองชนะเลิศอันดับ 2 โยคิน อินเหยี่ยว 44-39-83 (13) 70

กรรณิการ์  วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลบางปู เห็นความสำคัญของเยาวชน จัดกิจกรรมบางปู คอนเทสต์ “Music and Cover dance Contest” 

(7 ก.ย. 68) เทศบาลตำบลบางปู โดยกองการศึกษา จัดกิจกรรมบางปู คอนเทสต์ “Music and Cover dance Contest” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเอกรักษ์ แสงสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรม

โดยมี ดร.สมเจตน์ ทองเทศ ปลัดเทศบาลตำบลบางปู กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี คณะผู้บริหาร เลขานุการ คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะที่ปรึกษาภาคประชาชน คณะกรรมการการตัดสินการประกวด เจ้าหน้าที่กองการศึกษา เทศบาลตำบลบางปู แขกผู้มีเกียรติ และน้องๆ ที่เข้าร่วมการประกวดร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

ด้านนายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลบางปู มุ่งหวังที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็ก และเยาวชน ให้มีโอกาสพัฒนาด้านความสามารถในด้านที่ตนเองถนัดและสนใจ กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ในทางที่เหมาะสม ส่งผลต่อการพัฒนาที่ดี และยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนในเขตเทศบาลตำบลบางปู และ จังหวัดสมุทรปราการ จำนวนมาก โดยการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การประกวดวงดนตรี อายุไม่เกิน 20 ปี จำนวน 10 ทีม และ การแข่งขัน Cover dance อายุไม่เกิน 25 ปี จำนวน 10 ทีม โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จาก ศูนย์การค้าค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘จีน’ ออกกฎใหม่คุม ‘หนังสือแบบฝึกหัดเสริม’ ทั่วประเทศ เพื่อลดภาระการเรียน!! และความเครียดของเด็กนักเรียน

(8 ก.ย. 68) จีนออกมาตรการควบคุมหนังสือแบบฝึกหัดเสริมทั่วประเทศ เพื่อมุ่งลดภาระการเรียนและความเครียดของนักเรียนในโรงเรียนใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น

มาตรการนี้ต่อยอดนโยบาย “ลดสองเท่า” (Double Reduction) ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อจำกัดการบ้านและการกวดวิชา โดยครั้งนี้ขยายไปถึงคู่มือเตรียมสอบและแบบฝึกหัดซ้ำจำนวนมากที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการศึกษาแบบ “ทะเลโจทย์” ที่เน้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ จำนวนมหาศาลจนจำได้

โดยกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน เช่น เซี่ยงไฮ้ห้ามโรงเรียนบังคับผู้ปกครองซื้อแบบฝึกหัดนอกหลักสูตร และห้ามจำหน่ายในโรงเรียน ส่วนเซินเจิ้นจำกัดให้แต่ละวิชามีแบบฝึกหัดฟรีเพียง 1 เล่ม และต้องสั่งซื้อจากบัญชีรายชื่อทางการเท่านั้น

แม้ตลาดหนังสือเสริมในจีนคาดว่าจะมีมูลค่า 1.46 แสนล้านหยวน (ราว 6.57 แสนล้านบาท) ภายในปี 2030 แต่กฎใหม่สร้างความเห็นที่หลากหลาย ผู้ปกครองบางส่วนยินดีที่เด็กจะมีภาระลดลง ขณะที่บางส่วนกังวลว่าเด็กอาจตามเพื่อนไม่ทัน นอกจากนี้ ทางการยังออกมาตรฐานใหม่ให้โรงเรียนใช้เก้าอี้เอนนอนได้ เพื่อให้นักเรียนงีบหลับได้สะดวก เริ่มมีผลบังคับใช้เดือนกุมภาพันธ์ 2569

‘สมศักดิ์–ทวี’ เป็นสักขีพยาน ลงนาม MOU ยกระดับบริการเยียวยา ‘ผู้เสียหาย–พยาน–จำเลย’ เท่าเทียม

(8 ก.ย. 68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยานร่วมกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจแก่ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระหว่างสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการรักษา ช่วยเหลือ และฟื้นฟูด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษ

“ความร่วมมือนี้มุ่งพัฒนาระบบรักษา เยียวยา และฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงบริการได้ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งแบ่งปันทรัพยากรและบุคลากรเพื่อให้บริการด้านสุขภาพที่ทั่วถึง และไม่เลือกปฏิบัติ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การมี MOU ร่วมกันสะท้อนว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่สังคมต้องการและชื่นชม สามารถนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน และเป็นหมุดหมายสำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายกัญชาว่า ต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนการแก้ไขกฎกระทรวงหรือจัดทำกฎหมายใหญ่ ยังอยู่ระหว่างการประคับประคองให้ประชาชนไม่เดือดร้อน และยืนยันใช้ทางการแพทย์เป็นหลัก

เมื่อถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่มีเหตุผลที่จะไม่กลับมา และไม่เห็นว่าการกลับเข้าประเทศจะมีโทษใด ๆ พร้อมย้ำว่าการทำงานของกระทรวงยังคงดำเนินไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

'พงศ์กวิน' รมว.รุ่นใหม่ เปิด 6 ผลงานเด่น รอบ 60 วัน พลิกโฉม – ยกระดับ – สร้างโอกาสแรงงานทุกมิติ

นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 4 กรกฎาคม จนถึง 4 กันยายน 2568 ครบ 60 วันแรก ที่ตนและทีมงานได้เร่งดำเนินการทุกๆ นโยบายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องแรงงานและประชาชนชาวไทย ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยทัดเทียมนานาประเทศ โดย 6 ผลงานเด่น ประกอบด้วย

1.เปิดตัว Fit4Work พลิกโฉมหลักสูตรแรงงานตรงใจนายจ้างลดปัญหาว่างงาน เพิ่มรายได้ โดยจับมือกับ GSPA NIDA ยกระดับทักษะแรงงานยุคดิจิทัล ช่วยสร้างแรงงาน ยุค AI ที่พร้อมทำงาน ตรงความต้องการของตลาด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ผลักดันประเทศก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

2.ผลักดันโครงการ Learn to Earn เรียนรู้สู่รายได้ จบไปมีงานทำ ต่อยอดอนาคตแรงงานไทย ให้เยาวชนได้ค้นหาตัวเอง มีรายได้เสริม ช่วยลดภาระครอบครัว และแก้ปัญหา การว่างงานของนักศึกษาจบใหม่

3.จัดทำหลักสูตรด้าน AI และ DATA Center ร่วมกับ ผู้ประกอบการระดับโลก อาทิเช่น Dell Microsoft  Huawei

4. ผลักดันให้ ม.หอการค้าไทย-กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน-หอการค้าไทย ลงนาม MOU พัฒนาทักษะดิจิทัลร่วมมือกันยกระดับทักษะแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคดิจิทัล  

5.แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยผ่อนผันให้แรงงานสัญชาติกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ทำงานบริเวณชายแดน ผลักดันให้มีการจ้างแรงงานประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น แรงงานศรีลังกา  รวมถึง พิจารณาให้คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว สำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาทั้ง 9 แห่งใน 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ซึ่งกรมการปกครองได้จัดทำทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อทำงานได้ไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง การดำเนินการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ประกาศกระทรวงแรงงาน และประกาศกระทรวงมหาดไทย)

6.ตั้งคณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. …. เพื่อคุ้มครองแรงงานอิสระ พร้อมรับฟัง แรงงานอิสระทุกกลุ่ม ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ และปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องและเอื้อประโยชน์กับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมในทุกมิติ และมุ่งไปสู่การสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ

นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตนได้ขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาอย่างเต็มที่ด้วยการ ลงพื้นที่ รับฟังปัญหา และเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตนพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป เพื่อให้พี่น้องแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีงานทำที่มั่นคง และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรม และผมขอขอบคุณพี่น้องแรงงานทุกคน เพื่อนข้าราชการ และทุกภาคส่วน ที่ได้เสียสละและมุ่งมั่นช่วยกันทำให้เกิดโครงการดีๆ ซึ่งหลายโครงการไม่ได้ใช้งบประมาณ แต่เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรภายนอก ทั้งภาคการศึกษา และภาคเอกชน 

นายพงศ์กวิน เน้นย้ำว่า แม้ระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่จะไม่ยาวนานนัก แต่มั่นใจว่ากระทรวงแรงงานได้บ่มเพาะต้นกล้าทางความคิดในการเปลี่ยนแปลงจาก 'กระทรวงจับกัง' สู่การเป็น “กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ” เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องแรงงานทุกระดับอย่างแท้จริง

‘รสนา’ ตั้งคำถาม รมว.พลังงาน เป็นคนนอกจริงหรือ หวั่นเป็น 'สายตรง' เข้ามาเอื้อกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล

(8 ก.ย.68) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐมนตรีพลังงาน “คนนอก” หรือ “สายตรง” กลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล จะเป็นความหวังของใครกันแน่ !?!

วันนี้ได้อ่านบทความของคุณวินทร์ เลียววาริณ พูดถึงรัฐมนตรีคนนอก โดยเปรียบว่าวงการการเมืองไทยเป็นเหมือนตลาดหลักทรัพย์ ที่ผู้ลงทุนในแต่ละบริษัท (พรรค) คาดหมายผลกำไรและ 'เงินปันผล' ที่เรียกกันว่า 'โควตา' โอกาสที่คนนอกบริษัทจะเข้ามาทำงาน (หรือพูดหยาบๆ ว่า 'ชุบมือเปิบ') นั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก และคำว่า 'คนนอก' มีนัยว่ามือสะอาด ทางการเมืองถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งยกเอาตัวอย่างอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ที่ทำงานให้กับจอมเผด็จการ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ทั้งที่ทั้ง 2 ท่านมีแนวคิดคนละขั้วกัน

ดิฉันเห็นว่า “คนนอก” ของรัฐบาลสมัยนี้ต่างจากยุคอาจารย์ป๋วยมาก แต่อาจารย์ป๋วยไม่ใช่ “คนนอก” (เพราะท่านยังไม่เคยมีตำแหน่งทางการเมือง)แต่เป็นข้าราชการน้ำดี เป็นนักวิชาการมือสะอาด ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มทุนใดๆ ทำการสิ่งใดก็คิดถึงผลประโยชน์มหาชนเป็นที่ตั้ง ดังเนื้อหาในบทความนั้น

แต่ “คนนอก” ของรัฐบาลอนุทิน บางคนเป็นสายตรงกลุ่มทุนพลังงาน ซึ่งน่าสงสัยว่าอาจมีผลประโยชน์กับกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล หรือไม่? ที่ทับซ้อนและขัดแย้งกับผลประโยชน์ของประชาชนที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายทางพลังงานเช่นลดค่าไฟลง ด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่เป็นทั้งพลังงานสะอาดที่ช่วยลดโลกร้อน และลดค่าไฟให้ประชาชนได้ และไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เป็นเทคโนโลยีที่มีราคาถูกลงทุกปี เพราะเป็นพลังงานที่ไม่มี “ต้นทุนเชื้อเพลิง” ที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคแม้หาเสียงลดค่าไฟฟ้า ลดราคาพลังงาน แต่ก็แค่เป็นเทคนิคหาเสียงเท่านั้น แต่ทุกรัฐบาลไม่เคยทำจริง ที่ทำจริงคือยืนบังแดด ไม่ให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานประชาธิปไตยแสงอาทิตย์ที่มีราคาถูก แบบง่ายๆ เหมือนซื้อตู้เย็นเบอร์5 ประหยัดไฟไปใช้ที่บ้าน

พรรคภูมิใจไทยประกาศหาเสียงจะติดโซลาร์รูฟท็อปให้ประชาชน ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟเดือนละ 450 บาท ก่อนหน้านี้ลูกน้องคนสนิทคุณอนุทินพูดว่า ภท.ยังทำไม่ได้เพราะไม่ใช่พรรคอันดับ 1 มาวันนี้ภท. เป็นพรรคอันดับหนึ่งแล้ว เป็นรัฐบาลแล้ว นายอนุทินดีใจหน้าบานในวันได้รับเสียงโหวตจากพรรคประชาชน 143 เสียงรวมเป็น 311 เสียง คุณอนุทินดีใจเนื้อเต้นความฝันสูงสุดได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับเขาชาติหนึ่งเป็นจริงแล้ว แล้วจะหันมาทำให้ประชาชนยิ้มบ้างได้ไหม ทำให้ความฝันประชาชนเป็นจริงตามสัญญาได้ไหม ?!?

แต่รัฐมนตรี “คนนอก” ที่คุณอนุทินเลือกมานั่งกระทรวงพลังงาน เป็น “คนนอก” จริงหรือ ?!! หรือเป็นสายตรงกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิลกันแน่?! 

สายตรงกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล มีหรือจะไม่ยืนบังแดดประชาชนอีก?!? จะยอมให้มีนโยบาย แบบที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ลดค่าไฟได้ ด้วยการสนับสนุนพลังงานที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างแสงอาทิตย์ ได้จริงหรือไม่นั้น คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ !!

พลังงานฟอสซิลเป็นเทคโนโลยีที่อัสดงตกยุคแล้ว เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ยุคหินหมดไป ไม่ใช่เพราะหินหมด“ แต่เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่า ถูกกว่า สะอาดกว่า และปกป้องโลกได้ดีกว่า แต่การที่รัฐบาลยังไม่สนับสนุนแสงอาทิตย์ ยังตะบี้ตะบันสนับสนุนพลังงานฟอสซิลสกปรกที่ทำให้โลกร้อนจนเผ่าพันธุ์มนุษย์จะสูญพันธุ์ ก็เพราะกลุ่มทุนพวกนี้ต้องการทำกำไรจากพลังงานฟอสซิลที่ผูกขาด สามารถล้วงกระเป๋าประชาชนให้นานที่สุด โดยอาศัยอำนาจรัฐ อำนาจการเมือง และอำนาจทุนผูกขาดที่ล้าหลังตกยุคแล้ว ใช่หรือไม่ ?!

การเลือกรัฐมนตรี “คนนอก” จากกลุ่มทุนฟอสซิล จึงอุปมาเหมือนให้นายทุนขายบุหรี่ มาทำนโยบายเลิกบุหรี่เพื่อสุขภาพประชาชน ดิฉันขอตะโกนถามดังๆ ว่า แล้วจะมีทางเป็นไปได้จริงหรือไม่?!?

รสนา โตสิตระกูล
8 กันยายน 2568

‘ออร์บาน’ นายกฯ ฮังการี เตือน EU ใกล้ถึงจุดจบ รอวันล่มสลายในอีก 2–3 ปีข้างหน้า!! หากไม่แก้วิกฤตการเงิน

(8 ก.ย. 68) นายกรัฐมนตรีฮังการี วิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) กล่าวเตือนว่า สหภาพยุโรปกำลังเข้าสู่ภาวะแตกแยก และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง งบประมาณ 7 ปีถัดไป (2028–2035) อาจเป็นงบชุดสุดท้ายของสหภาพยุโรป

โดยออร์บานกล่าวในพิธีเปิดฤดูกาลการเมืองที่เมืองโคตเซ ประเทศฮังการี ว่า แม้สหภาพยุโรปสามารถผ่านงบประมาณใหม่ได้ แต่หากสถานการณ์ปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีงบประมาณร่วมหลังปี 2035

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฮังการีเสนอทางออกด้วยการจัดตั้ง “วงกลมสหภาพยุโรป” 4 ชั้น ได้แก่ วงนอกสุดสำหรับประเทศที่เน้นความร่วมมือด้านความมั่นคงและพลังงาน วงที่สองสำหรับประเทศที่มีตลาดร่วม วงที่สามสำหรับประเทศยูโรโซน และวงในสุดสำหรับประเทศที่ต้องการสหภาพทางการเมืองใกล้ชิด

ออร์บานยังเตือนอีกว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผู้บริหารที่มีแนวคิดลิเบอรัลในบรัสเซลส์ด้วยผู้นำที่มีแนวคิดรักชาติ สหภาพยุโรปอาจล่มสลายด้วยตัวเองในอีก 2–3 ปีข้างหน้า และยุโรปจะพังทลายต่อสายตาของทุกคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top