Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

คอนโดหรูกลายเป็นรังยา!  ตำรวจ ดส. บุกทลายเครือข่ายไนจีเรีย–สาวไทย ยึดโคเคนพร้อมทรัพย์สิน 4 แสน

เมื่อวันที่ (2 ก.ย. 68) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.ดส., พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ และ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. นำโดย พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ บุกเข้าจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่สมุทรปราการ

ตำรวจสามารถจับกุม MR. UKWE VINCENT CHISOM อายุ 33 ปี สัญชาติไนจีเรีย และ น.ส.เกศินี หรือเล็ก พึ่งสันเทียะ อายุ 30 ปี ได้ภายในคอนโดหรูย่านศรีนครินทร์ โดยทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายโคเคน” เพื่อการค้า และแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ขณะเดียวกันผู้ต้องหาชาวไนจีเรียยังถูกดำเนินคดีข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” อีกด้วย

ของกลางที่ยึดได้ ได้แก่ โคเคนหนัก 99 กรัม กล่องไม้ซุกซ่อนยา ถุงแบ่งบรรจุ ตาชั่งดิจิตอล เทปกาว โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง พร้อมหลักฐานอื่น ๆ รวมทั้งยังตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด มูลค่ากว่า 4 แสนบาท ประกอบด้วย รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และเงินสด 39,000 บาท

เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘ทรัมป์’ โพสต์ระบาย..น้อยใจ!! ‘สี จิ้นผิง’ ไม่ชวนร่วมพาเหรดที่จีน เชื่อกำลังสมคบคิดกับ ‘ปูติน-คิม จองอึน’ โค่นสหรัฐอเมริกา

(3 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเหน็บแนมประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ว่ากำลังสมคบคิดกับวลาดิมีร์ ปูติน และคิม จองอึน ต่อต้านสหรัฐฯ หลังจีนจัดงานสวนสนามวันชัยชนะครั้งใหญ่ในกรุงปักกิ่งโดยเชิญผู้นำโลก 26 คนเข้าร่วม แต่ไม่เชิญเขา

ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า “กรุณาส่งความปรารถนาดีของผมไปยังปูตินและคิม ขณะที่ท่านสมคบคิดกันต่อต้านสหรัฐอเมริกา” พร้อมทวงบุญคุณชีวิตของทหารอเมริกันที่สละชีพเพื่อชาวจีนในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่วีรกรรมเหล่านั้นไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร

แม้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ แต่ทรัมป์ยังยืนยันว่าอเมริกามีอำนาจเหนือกว่าและไม่กังวลเรื่องพันธมิตรใหม่ พร้อมระบุว่า “จีนต้องการเรา มากกว่าที่เราต้องการพวกเขา” และย้ำอีกครั้งว่าเขายังมีความสัมพันธ์ดีกับสี จิ้นผิง 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความผิดหวังต่อปูติน หลังการประชุมที่อะแลสกาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนได้ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดียูเครน วลาดิมีร์ เซเลนสกี ก็เผยว่ารัสเซียกำลังเสริมกำลังทหารในบางแนวรบ โดยปูตินยังไม่ยอมเจรจาสันติภาพ

โซเชียลเขมรระอุ!! เพจดังเผยภาพ ‘พระราชวังหลวงกัมพูชา’ เต็มไปด้วยขยะเกลื่อน แถมมีเจ้าหน้าที่ยืนปัสสาวะข้างกำแพง

(3 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force เผยภาพชวนช็อกจากพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล กรุงพนมเปญ หรือพระราชวังหลวงกัมพูชา ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว แต่กลับพบกองขยะเกลื่อนกลาด และมีชายในเครื่องแบบคล้ายทหาร–ตำรวจยืนหันหน้าเข้ากำแพงทำท่าคล้ายปัสสาวะ

ภาพดังกล่าวสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโซเชียลไทย หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมว่าบุคคลในเครื่องแบบสามารถปฏิบัติแบบนั้นได้หรือไม่ เพราะถือว่าไม่ให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นหน้าเป็นตาของชาติ ขณะที่บางคนแชร์ประสบการณ์ว่าเคยพบเห็นปัญหาขยะในกัมพูชามานานหลายสิบปี

ชาวเน็ตบางส่วนเล่าว่า เมื่อเคยเดินทางไปพนมเปญหรือเสียมราฐก็พบปัญหาสิ่งแวดล้อมและความไม่สะอาดอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ตลาด ร้านอาหาร ไปจนถึงพื้นที่สาธารณะ พร้อมสะท้อนว่าปัญหานี้อาจสะสมมานานและสะท้อนถึงการจัดการของรัฐที่ยังขาดประสิทธิภาพ

สำหรับพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล หรือที่คนไทยเรียกว่า “พระราชวังเขมรินทร์” สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2408 ในรัชกาลสมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำจตุมุข 4 สายที่บรรจบกัน ถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการปกครองของกัมพูชา แต่กลับถูกบดบังภาพลักษณ์ด้วยภาพกองขยะและพฤติกรรมไม่เหมาะสมในครั้งนี้

‘เพนกวิน’ เขียนจดหมายเปิดผนึก ประณามพรรคประชาชน หนุน ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ ลั่น อย่าเอาการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตย ไปขายกับสัญญาลมๆ แล้งๆ

(3 ก.ย.68) ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความถึงพรรคประชาชน ว่า จดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชนทุกท่าน

ผมเพิ่งได้ทราบข่าวว่า พรรคประชาชนได้ตัดสินใจว่าจะยกมือสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ผมได้เคยรู้จักมักคุ้นกับบางท่านในคณะกรรมการบริหารพรรค หลายท่านเคยร่วมกันต่อสู้ในขบวนการประชาธิปไตยในหลายวาระโอกาส ผมจึงคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ผมจะต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้เพื่อแสดงความคิดเห็นของผม (และอีกหลายคน) ที่เคยร่วมขบวนต่อสู้ด้วยกันต่อกรณีดังกล่าว

ผมเข้าใจดีว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ท่านอาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องเลือกระหว่างการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยที่เคยผิดคำพูดและหักหลังท่าน ท่านอาจรู้สึกว่าการเสียสัตย์ของพรรคเพื่อไทยในครั้งนั้น เป็นเรื่องที่ท่านเจ็บปวด จนจำต้องสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผมเห็นด้วยว่า การผิดคำของพรรคเพื่อไทยครั้งนั้น เป็นเรื่องร้ายแรงมาก และประชาชนจะลงทัณฑ์พรรคเพื่อไทยเอง อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ท่านควรจะคิดจับมือกับนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด

นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ในรัฐสภา ณ ขณะนี้ ในอดีตที่ผ่านมา พรรคนี้มีประวัติร่วมมือกับกองทัพและ … ทำลายประชาธิปไตยมานับครั้งไม่ถ้วน ในอดีตคนของพรรคนี้ก็เคยทำร้ายขบวนการประชาธิปไตยปี 63 มาอย่างสาหัส จนทำให้หลายคนเสียอิสรภาพและบาดเจ็บรุนแรง ในช่วงปีสองปีนี้ ก็ยังเป็นตัวการขัดขวางกระบวนการนิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญอันเป็นหัวใจหลักของการแก้ไขปัญหาการเมืองเชิงโครงสร้าง นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติการณ์โรคระบาดที่ผ่านมา ตัวนายอนุทินก็ได้ดำเนินนโยบายสาธารณสุขอย่างฉ้อฉลจนมีคนบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

ที่สำคัญที่สุด ทุกคนที่ติดตามการเมืองย่อมทราบดีว่านายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับ … จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของ … ในรัฐสภา ผมเชื่อว่าทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ ทุกท่านในพรรคประชาชนทราบเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เมื่อทราบเช่นนี้ พวกท่านในฐานะเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยและปรารถนาประชาธิปไตยที่ไม่มีอำนาจนอกระบบแทรกแซง จะไปจับมือสนับสนุนพวกเขาได้อย่างไร

การที่พวกท่านจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นเหมือนการติดปีกให้เสือบินได้ จะทำให้พรรคภูมิใจไทย ในฐานะตัวแทนของ … เข้าถึงอำนาจรัฐและทรัพยากรรัฐได้อย่างเต็มที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งท้ายที่สุด หลังจากที่ท่านยกมือให้พวกเขาแล้ว พวกเขาจะทรยศพวกท่านและใช้อำนาจพร้อมทั้งทรัพยากรดังกล่าวทำร้ายพวกท่านพรรคประชาชน รวมถึงทำร้ายขบวนการประชาธิปไตยทั้งองคาพยพ

นอกจากนี้ ที่ร้ายแรงที่สุดคือการตัดสินใจของท่านในครั้งนี้ เป็นการทำร้ายตัวท่านเอง การที่ท่านจะยกมือให้กับศัตรูอันดับหนึ่งของฝ่ายประชาธิปไตยนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านได้เคลื่อนออกไปจากจุดยืนประชาธิปไตยเสียแล้ว จริงอยู่ ท่านอาจคิดเปรียบเทียบกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยผิดคำหักหลังท่านไปครั้งหนึ่งว่า “พวกเขาทำได้ พวกเราก็ต้องทำบ้าง” ผมจะขอเตือนว่าความคิดเช่นนี้นั้น หากท่านคิดอยู่ให้เลิกคิดเสียเพราะเป็นเรื่องผิดถนัด เพราะที่ผ่านมา ท่านได้รับการสนับสนุนและแรงศรัทธาจากผู้คนในขบวนการประชาธิปไตยในฐานะ “ความหวังของความก้าวหน้า” หลายคนคาดหวังกับท่านว่า ท่านจะเป็นพรรคการเมืองที่มั่นคงในจุดยืนและสามารถผลักดันเป้าหมายการปฏิรูปประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นจริง ผิดกับพรรคเพื่อไทยที่ในระยะหลังนี้ไม่ได้ถูกคาดหวังในเรื่องนี้มากนัก ท่านจึงจะต้องรักษาจุดยืนให้มั่นคงเป็นพิเศษ หากท่านไม่รักษาความมั่นคงในจุดยืน ก็เท่ากับว่าท่านได้ถดถอยไปเป็นพรรคการเมืองดาษดื่นทั่วไป มิใช่ “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ดังที่ผมและหลายคนเคยเคารพท่านในฐานะนั้น

ดังนั้น ท่านอย่าปล่อยให้ความอยากแก้แค้นคนที่หักหลังท่านครอบงำ จนประพฤติตัวเหมือนคนที่หักหลังท่านเสียเอง การที่ท่านจะไปสร้างแนวร่วมกับพรรคภูมิใจไทย อันเป็นพรรคฝ่ายจารีตสุดขั้วนั้น ทำลายความคาดหวังที่ผมและหลายคนมีต่อตัวท่านอย่างถึงที่สุด เพราะคนที่จับมือกับตัวแทนของ … ในรัฐสภาได้นั้น ไม่อาจเป็นความหวังให้กับการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ด้วยเหตุดังนี้ ผมขอประณามถ้อยแถลงที่ท่านจะสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี การตัดสินใจดังนี้เป็นการทำให้การปฏิรูปการเมืองถดถอย และเป็นการทรยศหักหลังการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในปี 2563 อย่างรุนแรง ผมขอให้พวกท่านทบทวนการตัดสินใจนี้อีกครั้ง อย่าได้หลงเล่ห์หลงกลของฝ่ายจารีตนิยมสุดขั้ว มิเช่นนั้นจะถูกหักหลังเหมือนกับคนที่เคยหักหลังท่านไปทำข้อตกลงกับฝ่ายจารีตเมื่อสองปีที่แล้ว ซึ่งบัดนี้พวกเขาก็ถูกฝ่ายจารีตหักหลังอย่างรุนแรงเสียแล้ว

ในโอกาสนี้ ผมยังขอให้เพื่อนพ้องที่เคยร่วมต่อสู้ด้วยกันมาในปี 2563 ที่ทำงานในพรรคประชาชน ณ ขณะนี้ร่วมกันส่งเสียงจากในพรรค เพื่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจของพรรคทบทวนการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้โดยเร็ว และขอให้มิตรสหายนักเคลื่อนไหวที่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน งดสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูลและพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าในทางใด อย่าปล่อยให้การต่อสู้ที่ผ่านมาเป็นเรื่องสูญเปล่า อย่าเอาการต่อสู้ไปขายกับสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ของฝ่ายจารีต ซึ่งประวัติศาสตร์ได้บอกไว้แล้วว่าเป็นขั้วการเมืองที่ฝ่ายประชาธิปไตยเราไม่สามารถไว้วางใจได้เลย

ท้ายที่สุด แม้พรรคประชาชนจะเสียความน่าศรัทธาไปมากจากการสื่อสารว่าจะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย แต่ก็ยังกอบกู้ความศรัทธานั้นคืนมาได้ทันโดยการเปลี่ยนใจไม่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย แต่หากท่านจะตัดสินใจสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจริง ๆ ผมก็ทำได้เพียงแสดงความเสียใจ และจะคงสนับสนุนเฉพาะตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่ยังมีจุดยืนมั่นคงในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ก็คงไม่อาจสนับสนุนในฐานะพรรคได้อีก และไม่อาจเลือกพรรคประชาชนได้เหมือนที่เลือกพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งก่อน ผมเชื่อว่า มีอีกหลายคนที่มีความรู้สึกทำนองเดียวกัน

ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณา เพื่อประโยชน์แห่งสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยของประชาชนไทย

พริษฐ์ ชิวารักษ์

มุกดาหาร -​ ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์ต่อหน้ากล้อง

(3 ก.ย. 68) จากกรณีเหตุการณ์ทวงหนี้ที่ปรากฏในสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอก​ กิตเตชิษฐ์​ บำรุง​ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พันตำรวจเอกประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร และพันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการ สืบสวนติดตาม ผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาด โดย ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร และกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสอบถามข้อมูล จากผู้เสียหายทราบว่า คลิปดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567​ ที่ผ่านมา และได้ให้ข้อมูลว่า การทวงหนี้ดังกล่าวเกิดจากการที่ตนได้กู้​เงินกับ นายทักษ์ดนัย หรือเล้ง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้​ สภ.เมืองมุกดาหาร จึงได้สืบสวนจนทราบที่อยู่ของนายเล้ง และได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเช่าเลขที่ 14/1 ซอยตาดแคน 14 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งนายทักษ์ดนัยฯ เป็นผู้เช่าอาศัย ตรวจค้นพบบัตรโฆษณาให้กู้เงิน จึงได้จับกุม ในความผิดฐาน ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ก่อเหตุในคลิป ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่าเป็นลูกน้องของนายเล้ง ชื่อ นายฟลุ๊ค และนายหนุ่ม ซึ่งได้นำอาวุธปืนแก๊ป แบบแก๊ปวง (ปืนเด็กเล่น)​ มากระทำลักษณะตามที่ปรากฏตามคลิป จากการสืบสวนทราบว่าปัจจุบันทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารแล้ว สภ.เมืองมุกดาหาร จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผล ติดตามตัวมาดำเนินคดีในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

‘กองทัพกัมพูชา’ ลุยแผนเสริมกำลังพลไม่หยุด รับอาสาสมัครชายหนุ่ม อายุ 18–25 ปี เข้าประจำการ

(3 ก.ย. 68) กองทัพบกกัมพูชาประกาศเปิดโครงการรับสมัครอาสาสมัครรุ่นใหม่ทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับราชการในกองทัพทหารราบ ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงกลาโหม และกองบัญชาการทหารสูงสุด โดยมีคณะกรรมการคัดเลือกกลางกำกับดูแลขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่แจกใบสมัคร ตรวจสอบประวัติ จนถึงการอนุมัติขั้นสุดท้าย

การรับสมัครเปิดตั้งแต่วันที่ 1–10 กันยายน ที่กองบัญชาการและสำนักงานทหารในภูมิภาค ก่อนส่งผลไปยังคณะกรรมการกลาง ซึ่งจะตรวจสอบข้อมูล ระหว่างวันที่ 14–15 กันยายน ต่อด้วยการตรวจร่างกายและคุณสมบัติในวันที่ 16–18 กันยายน และคัดกรองรอบสุดท้ายภายในสิ้นเดือนกันยายน เพื่อบรรจุเป็นทหารประจำการอย่างเป็นทางการ

ผู้สมัครต้องเป็นชายชาวกัมพูชา อายุ 18–25 ปี จบการศึกษาขั้นประถมเป็นอย่างน้อย สูงไม่น้อยกว่า 1.60 เมตร และมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ติดยาเสพติด หรือประวัติอาชญากรรม โดยให้สิทธิพิเศษกับญาติของทหารผ่านศึก ผู้พิการจากการรบ หรือครอบครัวทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่

ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องยื่นเอกสารทางราชการครบถ้วน ทั้งบัตรประจำตัว หนังสือรับรองความประพฤติ ใบรับรองแพทย์ และรูปถ่าย พร้อมผ่านการตรวจสุขภาพ การตรวจสอบประวัติจากตำรวจทหาร และการตรวจสารเสพติด กองทัพย้ำว่าการรับสมัครครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษากำลังพลและเพิ่มความเข้มแข็งให้กับระบบการป้องกันประเทศของกัมพูชา

โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชมเชย 'สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านหลักการ' ระดับกองทัพบก ประจำปี 2568

โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี เป็นโรงพยาบาลกองทัพบก ระดับ 80 เตียง ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ดูแลรับผิดชอบการตรวจสุขภาพให้กับกำลังพล, ครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยมีมีวิสัยทัศน์เป็นโรงพยาบาลทหารชั้นนำระดับทุติยภูมิของกองทัพบก และได้มียุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย 
    
ซึ่งในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ถูกพัฒนา เพื่อทดแทนการทำงานโดยคน ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและข้อจำกัดของคนได้มากขึ้น โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี จึงได้คิดค้นนวัตกรรม “สะดวกสบายด้วยระบบบริการสุขภาพ Surasak Healthcare” โดยได้นำแนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลกลุ่ม Healthtech โดยใช้ระบบการให้บริการทางการแพทย์แบบครบวงจรออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE Officail Account เป็นช่องทางเชื่อมต่อสู่บริการ เพื่อให้บริการผู้ป่วยที่มีอยู่จำนวนมากลดความแออัดในโรงพยาบาล และยังสามารถเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับบริการด้านสาธารณสุขของหน่วยงานทางการแพทย์ สู่การเป็น HealthTech แบบจริงจัง สร้างรูปแบบบริการที่ทันสมัย ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยได้รวดเร็วทันใจและมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีกับคนไข้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกทันที ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับบุคคลากรได้โดยตรง ดูผลตรวจสุขภาพ ดูผลตรวจเลือด จองคิว/นัดหมายออนไลน์ เช็คตารางแพทย์ รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนนัดล่วงหน้า 1 วัน ระบบแจ้งเตือนคิวตรวจโรค ระบบแจ้งเตือนคิวรับยา ระบบแจ้งคำแนะนำต่างๆ พร้อมข้อแนะนำการปฏิบัติตนก่อนตรวจตามนัดออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านอุปกรณ์พกพา เช่น อุปกรณ์ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต เป็นต้น

จากนวัตกรรมดังกล่าวของ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ในผลงาน “สะดวกสบายด้วยระบบบริการสุขภาพ Surasak Healthcare” ทำให้สามารถคว้ารางวัลชมเชย “สิ่งประดิษฐ์ทางทหาร ด้านหลักการ” ของกองทัพบก ประจำปี 2568 จากผู้บัญชาการทหารบก นับเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป

     

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนา นวัตกรรมให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืนสืบไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งกระจายกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ระดมทีมกู้ชีพ กู้ภัย จัดตั้งโรงครัวฯ จัดกำลังช่วยเหลือชาวเพชรบูรณ์ และส่งทีมสังคมสงเคราะห์ แผนกสาธารณภัยฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ชาวเชียงราย พะเยา น่าน สุโขทัย

ตามที่ประเทศไทยได้เกิดอุทกภัยในหลากหลายพื้นที่ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ เร่งกระจายทีมบูรณาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยวานนี้ (วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 ) ได้เร่งจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถกู้ภัยและรถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เร่งลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทันที โดยกองอำนวยการฯ และโรงครัวเคลื่อนที่ จัดตั้ง ณ บริเวณสมาคมกกไทร พ่งไล้ยี่จับเซียวเกาะ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในขณะนี้ ทีมบรรเทาฯ กำลังปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยท่านสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

พร้อมกันนี้ ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม -1 กันยายน พ.ศ. 2568 แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4 จังหวัดเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และสุโขทัย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช และน้ำปลา รวมทั้งสิ้น 8,000 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,600,000 บาท (สามล้านหกแสนบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งมูลนิธิสงเคราะห์ 14 จังหวัดภาคใต้ และ สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น พร้อม ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โดยแผนกสาธารณภัย จะประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท และกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2568 ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โดยแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ริเริ่มโครงการมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ โดยร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยได้ทำพิธีมอบไปแล้ว 2 จังหวัดภาคเหนือ รวมงบประมาณการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด และมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ในปี 2568 กว่า 20.6 ล้านบาท

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

สุโขทัย-ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำทีมคณะผู้บริหารและส่วนราชการในจังหวัดสุโขทัย ร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ (2 ก.ย. 68) เวลา 16.00 น. ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย นำทีมคณะผู้บริหารและส่วนราชการในจังหวัดสุโขทัย ร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 โดยมี นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พันเอกพิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย (ฝ่ายทหาร) พลตำรวจตรี สถาพร ศรีภิรมย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้ จังหวัดสุโขทัยกำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

‘การบินไทย’ เผยเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2568 เส้นทางยอดนิยม ญี่ปุ่นยังครองแชมป์ - จีนโตแรง

‘การบินไทย’ จับมือพันธมิตรถกแนวโน้มการท่องเที่ยวปี 68 ครึ่งปีแรกเดินทางเพิ่มขึ้น 45% ญี่ปุ่นยังครองแชมป์ ส่วน ‘จีน’ หมุดหมายมาแรงแซงโค้ง พุ่ง จับตา ‘โคลัมโบ -ศรีลังกา-เซี่ยงไฮ้’ ได้รับความสนใจ ส่วนพฤติกรรมนทท. เปลี่ยนโฟกัสทริปคุ้มค่าใกล้บ้าน ใช้ AI วางแผนเที่ยว

(3 ก.ย. 68) นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถิติผู้โดยสารคนไทยของการบินไทยช่วงมกราคมถึงกรกฎาคม 2567 เส้นทางยอดนิยม 5 อันดับแรกจากกรุงเทพฯ สู่เอเชีย ได้แก่ โตเกียว (นาริตะ), ฮ่องกง, โอซาก้า, สิงคโปร์ และเกาหลี (โซล) แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2568 โตเกียวยังคงครองแชมป์ ส่วนสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ขยับขึ้นมาเป็นที่ 2 และ 3 แทนที่ฮ่องกงและโอซาก้า ส่วนโซล เกาหลีใต้ ยังติดท็อป 10

สำหรับเส้นทางที่มีอัตราการเติบโตน่าสนใจคือ เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเพิ่มขึ้นกว่า 100% ด้านเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนก็มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นกว่า 80% เช่นกัน โดยในปี 2568 การบินไทยเพิ่มเที่ยวบินในหลายเส้นทางเพื่อรองรับความต้องการใหม่ ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ โคลัมโบ และเดนปาซาร์ (บาหลี) เป็นต้น

“ในมุมมองของการบินไทย เมืองกวางโจว เป็นอีกหนึ่งเมืองที่กำลังมาแรง ปี 2568 ถูกมองว่าเป็นอัญมณีที่ซ่อนอยู่ (Hidden Gem) ที่มีศักยภาพสูงสำหรับตลาดไทย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้า (Canton Fair) หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการสัมผัสกับร้านค้าทันสมัย อาหารอร่อย และวัฒนธรรมอันเป็นแหล่งกำเนิดของกังฟูหวงเฟยหงส์” นายกิตติพงษ์กล่าว

นอกจากนี้การบินไทยยังมีเที่ยวบินตรงสู่กวางโจว ทำให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น เนื่องจากนักเดินทางไทยปัจจุบันให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายมากขึ้น นิยมบินฟูลเซอร์วิสที่จ่ายครั้งเดียวแล้วครบทุกความต้องการ การบินไทยตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารเพื่อความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ด้วยเครื่องบิน Airbus A320 ได้อัปเกรดที่นั่งทุกลำให้มีชั้น Royal Silk หรือชั้นธุรกิจที่สามารถปรับเอนนอนได้สบายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มพรีเมียมที่ใส่ใจเรื่องความสบายระหว่างเดินทางแม้ในเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการด้วยเครื่องบินลำใหญ่ ห้องโดยสารกว้าง มาพร้อมกับระบบ In-flight Entertainment ที่ทันสมัย และอาหารระดับพรีเมียมที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกชั้นโดยสาร

ด้านนางสาวจุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย เปิดเผยว่าแม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดูไม่สดใสนัก แต่ตัวเลขการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยกลับสวนทาง โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและน่าจับตา โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นแล้ว พฤติกรรมและแนวโน้มการท่องเที่ยวของคนไทยก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นไปที่ความคุ้มค่าและความสะดวกสบายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสี่ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศ เดินทางมากกว่าหนึ่งครั้ง แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นในการเดินทางซ้ำ และนักเดินทางชาวไทยเริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองมากขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่น่าสนใจ โดยพบว่านักท่องเที่ยวถึง 45% เลือกเดินทางไปยังกลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายแต่ยังคงได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เต็มอิ่ม เช่นเดียวกับการเดินทางไปยังประเทศในโซนยุโรปหรืออเมริกา

“ปัจจุบันพบว่าเทคโนโลยีคือผู้ช่วยส่วนตัว ในการวางแผนเดินทางของคนไทยในยุคนี้ผสานรวมกับเทคโนโลยีอย่างแยกไม่ออก ตั้งแต่การใช้ AI เช่น Chat GPT เพื่อช่วยวางแผนทริป, การหาข้อมูลและรีวิวจากโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Facebook ไปจนถึงการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดและจัดการอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพื่อความคุ้มค่าและสะดวกสบายสูงสุด โดยการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ ความสะดวกสบายในการเดินทาง และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ” นางสาวจุฑาศรี กล่าว

นอกจากนี้ พบว่าญี่ปุ่น ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวไทยตลอดกาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยหนึ่งในสามที่เดินทางไปญี่ปุ่นเลือกใช้บริการการบินไทย นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นแนวโน้มการเดินทางไปยังเมืองรองมากขึ้น เช่น ฟุกุโอกะ และ โอกินาว่า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและมีเที่ยวบินที่สะดวกสบาย

สำหรับจีนถือเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 180% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เมืองยอดนิยมได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เฉิงตู และ กวางโจว ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่ การยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทยทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น อิทธิพลของ Soft Power ซีรีส์และวัฒนธรรมจีนที่แพร่หลายทำให้คนไทยหันมาสนใจเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์จริงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักในจีนโดยรวมถูกกว่าญี่ปุ่นถึง 3 เท่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นอกจากญี่ปุ่นและจีนแล้ว ประเทศอื่น ๆ ใน Top 10 ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง และ เกาหลีซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ในเรื่องการกิน ช้อปปิ้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความงาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top