Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘แม่ทัพภาค 2’ น้ำตาคลอ!! เผยทหารเจ็บ 666 นาย สละชีพ 18 นาย เพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ย้ำทหารจะไม่ทำรัฐประหาร

(2 ก.ย. 68) “แม่ทัพภาคที่ 2” พลโท บุญสิน พาดกลาง กล่าวด้วยน้ำตาคลอ ระหว่างบรรยายวิสัยทัศน์หลักธรรมและยุทธศาสตร์ป้องกันชายแดน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยข้อมูลสะเทือนใจว่า ทหารไทยบาดเจ็บกว่า 666 นาย และเสียชีวิต 18 นาย ในการปฏิบัติภารกิจปกป้องแผ่นดิน โดยบางนายสูญเสียอวัยวะหรือสายตา ซึ่งตนได้ไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจด้วยตัวเองทุกครั้ง

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังฝากถึงนักศึกษาให้เลิกยึดภาพจำทหารในอดีต แต่ให้มองบทบาทปัจจุบัน พร้อมยืนยันว่า “ทหารจะไม่ทำรัฐประหารแล้ว” และขอเป็นปากเสียงแทนเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 อย่าง พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เพราะหมดสมัยแล้ว

ทั้งนี้ พลโท บุญสิน พาดกลางย้ำชัดว่า กองทัพจะวางตัวเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แต่ประเทศต้องการ “คนดีมาบริหาร” หากปล่อยให้การเมืองวนซ้ำเดิม ปัญหาก็จะเกิดซ้ำไม่สิ้นสุด พร้อมยืนยันบทบาทหลักของกองทัพคือการป้องกันชายแดนและยืนอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทย

‘จุลพันธ์’ เผยเริ่มโอนเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาทแล้ว ยันถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยตรงกว่า 2.4 ล้านราย

เมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในโครงการไร่ละ 1,000 บาท ขณะนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เริ่มดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้ว โดยแบ่งการโอนเป็นชุดข้อมูลแรกในแต่ละภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 1-4 ก.ย. 2568 ดังนี้

1 ก.ย. 2568 โครงการนาปรัง ปี 2568 ทั่วประเทศ จำนวน 769,461 ราย วงเงินรวม 6,280 ล้านบาท

2 ก.ย. 2568 โครงการนาปี 2568 ภาคเหนือ จำนวน 286,831 ราย วงเงินรวม 2,459 ล้านบาท

3 ก.ย. 2568 โครงการนาปี 2568 ภาคอีสาน จำนวน 1,291,298 ราย วงเงินรวม 10,586 ล้านบาท

4 ก.ย. 2568 โครงการนาปี 2568 ภาคอื่น ๆ จำนวน 137,478 ราย วงเงินรวม 1,254 ล้านบาท

นายจุลพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลชุดแรกที่ ธ.ก.ส. ได้รับจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ มีเกษตรกรที่ได้รับเงินในโครงการนาปี 2568 รวม 1,715,607 ราย วงเงินรวม 14,299 ล้านบาทและเมื่อรวมกับโครงการนาปรัง ทำให้มีเกษตรกรได้รับเงินทั้งสิ้น 2,485,068 ราย วงเงินรวม 20,580 ล้านบาท

“ส่วนที่เหลือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ จะทยอยส่งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตรต้องตรวจสอบและยืนยันการผลิตข้าวอีกครั้ง ผมยืนยันว่าเงินช่วยเหลือนี้จะถึงมือเกษตรกรโดยตรงและเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสภาพคล่องให้กับครัวเรือนชาวนาทั่วประเทศ” นายจุลพันธ์กล่าว

กมธ.อุตฯ ลุยภูเก็ต โชว์รถต้นแบบสี่ล้อเล็ก EV คันแรก เล็งเพิ่มสัดส่วนรถโดยสาร EV ทั่วประเทศ ลดมลพิษ - PM2.5

กมธ.อุตสาหกรรม ลุยภูเก็ต โชว์รถต้นแบบสี่ล้อเล็ก EV คันแรก ตั้งเป้าขยายผลทั่วประเทศ เพิ่มสัดส่วนรถโดยสาร EV ลดมลพิษ-PM2.5

(2 ก.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยว่า จากการที่ตนและคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามโครงการการเปลี่ยนแปลงรถยนต์โดยสารขนาดเล็กจากระบบสันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า

ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้พิจารณาให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องในการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะจากระบบสันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้าก่อนที่จะมีการขยายผลสู่จังหวัดขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น 

โดยการเลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงมาก และปัญหาการจราจรติดขัด ประกอบกับปัจจุบันมีรถโดยสารขนาดเล็กให้บริการอยู่ประมาณ 2,000 คัน รวมทั้งการได้รับทราบข้อมูลว่าทางผู้ประกอบการในสหกรณ์สี่ล้อเล็กจังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาพลังงาน ซึ่งหากโครงการนี้สามารถประสบความสำเร็จย่อมเป็นที่แน่นอนว่าจะสามารถขยายผลสู่พื้นที่เมืองใหญ่อื่น ๆ ในประเทศได้อย่างแน่นอน 

การดัดแปลงรถยนต์โดยสารขนาดเล็กจากระบบสันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้านั้นจะช่วยลดมลภาวะจากภาคจราจรของรถโดยสารขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ต และยังช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานของผู้ประกอบการรถโดยสารขนาดเล็กในจังหวัดภูเก็ตได้อีกด้วย โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการส่งมอบรถโดยสารสี่ล้อไฟฟ้าต้นแบบคันแรกแก่ทางสหกรณ์สี่ล้อเล็กจังหวัดภูเก็ต

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้นอกจากตนและคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ร่วมลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินการโครงการดังกล่าว 

"การดำเนินการโครงการในครั้งนี้เกิดจากการศึกษาของคณะทำงานในกรณีดังกล่าว ที่คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้ตั้งขึ้น โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการส่งมอบรถโดยสารสี่ล้อไฟฟ้าต้นแบบคันแรกแก่ทางสหกรณ์สี่ล้อเล็กจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จจะมีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ อุดรธานี สงขลา เพื่อเพิ่มสัดส่วนของการใช้รถโดยสารสาธารณะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น และลดการปล่อยมลพิษลง" นายอัครเดชกล่าวในตอนท้าย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งกระจายกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ระดมทีมกู้ชีพ กู้ภัย จัดตั้งโรงครัวฯ จัดกำลังช่วยเหลือชาวเพชรบูรณ์ และส่งทีมสังคมสงเคราะห์ แผนกสาธารณภัยฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ชาวเชียงราย พะเยา น่าน สุโขทัย

ตามที่ประเทศไทยได้เกิดอุทกภัยในหลากหลายพื้นที่ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ เร่งกระจายทีมบูรณาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยวานนี้ (วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 ) ได้เร่งจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถกู้ภัยและรถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เร่งลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทันที โดยกองอำนวยการฯ และโรงครัวเคลื่อนที่ จัดตั้ง ณ บริเวณสมาคมกกไทร พ่งไล้ยี่จับเซียวเกาะ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในขณะนี้ ทีมบรรเทาฯ กำลังปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยท่านสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

พร้อมกันนี้ ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม -1 กันยายน พ.ศ. 2568 แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4 จังหวัดเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และสุโขทัย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช และน้ำปลา รวมทั้งสิ้น 8,000 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,600,000 บาท (สามล้านหกแสนบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งมูลนิธิสงเคราะห์ 14 จังหวัดภาคใต้ และ สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น พร้อม ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โดยแผนกสาธารณภัย จะประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท และกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2568 ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โดยแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ริเริ่มโครงการมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ โดยร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยได้ทำพิธีมอบไปแล้ว 2 จังหวัดภาคเหนือ รวมงบประมาณการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด และมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ในปี 2568 กว่า 20.6 ล้านบาท

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ลาวเข้าร่วมองค์การ SCO ในฐานะหุ้นส่วนเจรจาใหม่ลำดับที่ 15 ‘ปธน.ทองลุน’ ยิ้มชื่นมื่น!! ย้ำแนวทางลาวคือยึดมั่นในสันติภาพ

(2 ก.ย. 68) ลาวได้รับการรับรองเป็น 'คู่เจรจาลำดับที่ 15' ขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) อย่างเป็นทางการ ในการประชุมสุดยอดครั้งที่ 25 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน โดยมีประธานาธิบดีทองลุน สีสุลิด (Thongloun Sisoulith) เข้าร่วมพร้อมกล่าวขอบคุณชาติสมาชิกที่ให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์

ประธานาธิบดีลาวย้ำว่า แนวทางและนโยบายต่างประเทศของลาวสอดคล้องกับหลักการของ SCO ที่ยึดมั่นในสันติภาพ ความเป็นอิสระ มิตรภาพ และความร่วมมือหลายฝ่าย พร้อมประกาศความพร้อมที่จะมีบทบาทในการส่งเสริมเสถียรภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาค

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ชาติสมาชิกเดินหน้าร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม สืบสาน 'จิตวิญญาณเซี่ยงไฮ้' ท่ามกลางความท้าทายของโลก พร้อมชี้ว่า SCO มีพัฒนาการก้าวกระโดด ขยายจาก 6 ประเทศก่อตั้งสู่เครือข่าย 26 ประเทศ ครอบคลุมเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ด้วยความร่วมมือกว่า 50 ด้าน และมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมเกือบ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากการประชุมใหญ่ ผู้นำลาวยังใช้โอกาสนี้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา นายกรัฐมนตรีเนปาล และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน

‘คิม จองอึน’ ยกคณะร่วมพิธีใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ของจีน ด้วยรถไฟหุ้มเกราะสีเขียว ที่ถูกใช้สืบต่อกันมาหลายรุ่น

(2 ก.ย. 68) สื่อเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุด กำลังเดินทางไปกรุงปักกิ่งด้วย รถไฟหุ้มเกราะสีเขียว ที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลคิม รถไฟขบวนนี้ถูกใช้สืบต่อกันมาหลายรุ่น และมักจะปรากฏเฉพาะในการเดินทางระหว่างประเทศที่สำคัญเท่านั้น โดยครั้งนี้ คิม จอง อึน เดินทางพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยมี โช ซน ฮุย (Choe Son Hui) รัฐมนตรีต่างประเทศร่วมด้วย จุดหมายคือเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ของจีน ที่จะจัดขึ้นในวันพุธนี้ (3 ก.ย.)

สำหรับ รถไฟขบวนดังกล่าวเป็นที่รู้จักมายาวนานว่าเป็น “รถไฟของตระกูลคิม” โดยสืบต่อมาตั้งแต่ยุค คิม อิล ซุง และ คิม จอง อิล ซึ่งมักหลีกเลี่ยงการโดยสารเครื่องบิน ซึ่ง คิม จอง อิล เคยใช้รถไฟนี้เยือนรัสเซียเมื่อปี 2002 และมีรายงานว่าบนขบวนรถไฟหรูหรานี้เต็มไปด้วยไวน์ฝรั่งเศส อาหารทะเลสด และหมูย่างสไตล์เกาหลี

แม้จะมีภาพลักษณ์หรูหรา แต่การใช้รถไฟถูกมองว่าเป็นมาตรการด้านความปลอดภัย เพราะตัวรถหุ้มเกราะกันกระสุน เดินทางได้เพียงความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น โดยภายในประกอบด้วยห้องประชุม ห้องพักผ่อน และระบบสื่อสารดาวเทียม

คิม จอง อึน เคยใช้รถไฟนี้ในการเยือนต่างประเทศหลายครั้ง ทั้งการพบ วลาดิมีร์ ปูติน ที่รัสเซียในปี 2023 และการพบ สี จิ้นผิง ที่จีนเมื่อปี 2018 ซึ่งในบางครั้งสื่อของรัฐเกาหลีเหนือยังเผยภาพเขานั่งทำงาน สูบบุหรี่ หรือผ่อนคลายภายในขบวนรถไฟ

จีน – รัสเซีย กับการปักธงสร้างระเบียบโลกใหม่ ขับเคลื่อนโลกหลายขั้ว สร้างสมดุลใหม่ทางภูมิรัฐศาสตร์

(2 ก.ย. 68) การประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization – SCO) ประจำปี 2025 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2025 มิใช่เพียงเวทีทางการทูตเชิงพิธีการ หากแต่เป็นการประกาศการก่อรูปของระเบียบโลกใหม่ที่ท้าทายอำนาจนำของตะวันตก ท่ามกลางสงครามในยุโรปตะวันออกและการแข่งขันระหว่างจีน–สหรัฐฯ การจับมือระหว่าง สี จิ้นผิง และ วลาดิมีร์ ปูติน จึงมีความหมายทางภูมิรัฐศาสตร์เกินกว่าการพบปะตามปกติจีนในฐานะเจ้าภาพ ใช้ SCO ผลักดันแนวคิด “การปกครองโลกแบบใหม่” บนพื้นฐานความร่วมมือพหุภาคี ปฏิเสธ “แนวคิดสงครามเย็น” พร้อมชูความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง โดยมีรัสเซียเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์ที่คอยยืนยันว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุค “หลายขั้วอำนาจ” ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของประเทศใน Global South ที่แสวงหาทางเลือกนอกเหนือจากการนำของสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ในบริบทที่ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ร้าวลึกและรัสเซียถูกกดดันจากสงครามยูเครน SCO กลายเป็นเวทีที่ทั้งสองประเทศใช้แสดงบทบาทนำและส่งสัญญาณว่าระเบียบโลกขั้วเดียวกำลังเสื่อมถอย การเข้าร่วมของอินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน และประเทศเอเชียกลาง ยังสะท้อนว่า SCO มิใช่เพียงพันธมิตรจีน–รัสเซีย แต่เป็นเวทีรวมพลังของรัฐกำลังพัฒนาที่ต้องการสมดุลใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น SCO Summit 2025 จึงเป็นมากกว่าการประชุมระดับภูมิภาค แต่เป็นจุดตัดสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่โลกหลายขั้วอำนาจ และเป็นการปักธงประกาศของจีนและรัสเซียว่าพวกเขาไม่เพียงอยู่รอดท่ามกลางแรงกดดัน แต่ยังพร้อมจะขับเคลื่อนระเบียบโลกใหม่ที่ต่างไปจากเดิม

การประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ประจำปี 2025 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ได้รับความสนใจจากสื่อและนักวิเคราะห์ต่างประเทศในหลายมิติ เนื่องจากมีผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ตอบรับเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยผู้นำประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย เบลารุส อิหร่าน คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน ปากีสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน ผู้นำมองโกเลีย รัฐสังเกตการณ์ ผู้นำประเททศคู่เจรจา 7 ประเทศได้แก่ ตุรกี กัมพูชา อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน อียิปต์ มัลดิฟส์ และเนปาล รวมถึงผุ้นำอื่น ๆ ที่ได้รับเชิญได้แก่ เลขาธิการองร์การสหประชาชาติ เลขาธิการอาเซียน ผู้นำประเทศเติร์กเมนิสถาน อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย และเวียดนาม ประเด็นสำคัญของการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ประจำปี 2025 มีสาระสำคัญที่น่าจับตาดังนี้

1. ความสัมพันธ์จีน–รัสเซีย–อินเดีย การพบปะระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียในงานนี้ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะท่าทีของอินเดียที่แสดงความเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งจีนและรัสเซีย แม้จะมีความตึงเครียดในบางประเด็น เช่น ความขัดแย้งเรื่องพรมแดนกับจีนและความสัมพันธ์กับปากีสถาน อย่างไรก็ตามการพบปะกันระหว่างผู้นำสามชาติข้างต้นเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นระหว่างสามประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียและยูเรเชีย แม้จะมีความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญร่วมกัน

2. SCO ถูกมองว่าเป็นเวทีที่จีนและรัสเซียใช้ในการส่งเสริมระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้เสนอแนวคิด "Global Governance Initiative" (GGI) ซึ่งเน้นการปฏิเสธระเบียบโลกแบบสงครามเย็นและส่งเสริมการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีความเป็นธรรมและครอบคลุม โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ 1. ความเสมอภาคและการเคารพอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ สี จิ้นผิงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ และการไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาและการเลือกเส้นทางการพัฒนาของแต่ละประเทศ 2. การส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม จีนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ระหว่างอารยธรรมต่าง ๆ โดยไม่พยายามบังคับใช้ค่านิยมของตนกับประเทศอื่น ๆ แต่ให้ความสำคัญกับการเคารพและเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม 3. การสร้างสังคมร่วมกันที่มีอนาคต (Community of Shared Future) จีนเสนอแนวคิดการสร้างสังคมร่วมกันที่มีอนาคต ซึ่งเน้นการร่วมมือและการพัฒนาร่วมกันของประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน 4. การส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ จีนมุ่งหวังที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความก้าวหน้าและความมั่นคงร่วมกันในระดับโลก แนวคิด GGI นี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่ไม่ยึดตามอำนาจของประเทศเดียว แต่เน้นการร่วมมือและความเสมอภาคของประเทศต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดอื่น ๆ ที่จีนได้เสนอในช่วงที่ผ่านมา เช่น Global Development Initiative (GDI) และ Global Security Initiative (GSI) การเสนอแนวคิด GGI ในที่ประชุม SCO Summit 2025 เป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของจีนในการเป็นผู้นำในการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีความเป็นธรรมและครอบคลุม โดยเฉพาะในบริบทของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันระหว่างประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบัน นอกจากนี้จีนยังได้เสนอแนวคิดเรื่องการสร้างธนาคารพัฒนา SCO และระบบการเงินทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตามความหลากหลายของสมาชิก SCO ซึ่งมีทั้งประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตะวันตกและประเทศที่ถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก เช่น อิหร่านและเบลารุส ทำให้การสร้างความเป็นเอกภาพในกลุ่มนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย

3. การสนับสนุนของรัสเซียต่อระเบียบโลกหลายขั้ว รัสเซียใช้ SCO เป็นเวทีสำคัญในการยืนยันบทบาทในภูมิภาคเอเชีย–ยูเรเชียและส่งเสริม ระเบียบโลกหลายขั้ว (Multipolar World Order) โดยเน้นความร่วมมือกับจีนและสมาชิก Global South ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน ความมั่นคง และเทคโนโลยี ผ่านการสร้างระบบการชำระเงินทางเลือก โครงการลงทุนร่วม การประสานงานทางทหาร และพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพของรัสเซียท่ามกลางแรงกดดันจากตะวันตก แต่ยังส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ไปยังสหรัฐฯ และยุโรปว่า รัสเซียพร้อมมีบทบาทนำร่วมกับจีนและสมาชิก SCO ในการกำหนดทิศทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก

4. การเข้าร่วมของประเทศใหม่และการขยายตัวของ SCO การเข้าร่วมของประเทศใหม่ เช่น สปป.ลาว ทำให้จำนวนสมาชิกและพันธมิตรของ SCO เพิ่มขึ้นเป็น 27 ประเทศ การขยายตัวนี้สะท้อนถึงความสำคัญของ SCO ในฐานะเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ไม่ขึ้นอยู่กับตะวันตก การรวมตัวของสมาชิกจากเอเชียใต้ เอเชียกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนเป็นสัญลักษณ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งข้อความว่าโลกหลายขั้วกำลังเกิดขึ้นจริง และ SCO กำลังกลายเป็นเวทีรวมพลังของจีน รัสเซีย และ Global South ในการสร้างสมดุลอำนาจระหว่างประเทศ

5. บทบาทของ Global South และการปรับสมดุลอำนาจ การเข้าร่วมของประเทศกำลังพัฒนา หรือ Global South เช่น อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน สปป.ลาว และประเทศในเอเชียกลาง ทำให้ SCO กลายเป็นเวทีที่สะท้อนเสียงของประเทศนอกขั้วอำนาจตะวันตก และเปิดโอกาสให้พวกเขามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานทางเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคง การรวมตัวนี้ยังช่วยปรับสมดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจ โดยจีนและรัสเซียทำหน้าที่เป็นขั้วหลักร่วมกับ Global South ส่งสัญญาณไปยังสหรัฐฯ และยุโรปว่าระเบียบโลกแบบขั้วเดียวไม่ใช่ทางเลือกเดียว อีกทั้งยังสร้าง อัตลักษณ์ร่วมและความร่วมมือแบบพหุภาคี ของประเทศกำลังพัฒนา ทำให้ SCO กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโลกหลายขั้วอำนาจที่มีความสมดุล ยืดหยุ่น และเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทนำในภูมิภาคและระดับโลก

6. การตอบสนองของสหรัฐฯ และการเปลี่ยนแปลงในภูมิรัฐศาสตร์โลก สหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของจีนและอินเดียในการสนับสนุนรัสเซีย โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอาจช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับรัสเซียในการทำสงคราม อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนมองว่า การดำเนินนโยบายที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดีย อาจส่งผลให้ประเทศต่างๆ หันมาหาพันธมิตรใหม่ เช่น จีน และ SCO

บทสรุป การประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ประจำปี 2025 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ไม่เพียงเป็นเวทีทางการทูตประจำปี แต่ยังสะท้อน พลวัตการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกในศตวรรษที่ 21 ผ่านความร่วมมือระหว่างจีนและรัสเซีย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และเทคโนโลยี จีนใช้เวที SCO ผลักดันแนวคิด Global Governance Initiative (GGI) เพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีความเป็นธรรม ครอบคลุม และเคารพอธิปไตยของประเทศต่าง ๆ ขณะเดียวกัน รัสเซียเน้นบทบาทของ SCO ในการสร้าง สมดุลโลกหลายขั้วอำนาจ ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐและยุโรป SCO ยังสะท้อนถึง ความร่วมมือของประเทศกำลังพัฒนาและ Global South โดยการเชื่อมโยงจีน รัสเซีย และเอเชียกลางเข้าด้วยกัน ทำให้เวทีนี้กลายเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่ส่งสัญญาณไปยังโลกตะวันตกว่า ระเบียบโลกแบบตะวันตกไม่ใช่ทางเลือกเดียวในมิติเชิงภูมิรัฐศาสตร์ การประชุม SCO Summit 2025 จึงเป็นทั้ง การปักธงนำโลกใหม่ของจีน–รัสเซีย และการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของประเทศสมาชิกในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใน SCO จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจต่อไปในอนาคต

ภาษาการเมืองวันนี้ เสนอคำว่า 'ฉากทัศน์' ภาพจำลองอนาคตทางการเมือง ก่อนเตรียมแผนรับมือ

ในโลกของการเมือง เรามักคุ้นชินกับคำยืมจากภาษาอังกฤษมากมาย หนึ่งในนั้นคือคำว่า “scenario” ซึ่งนักวิชาการไทยพยายามถอดความออกมาเป็นภาษาไทยว่า “ฉากทัศน์” แม้จะยังไม่ปรากฏในพจนานุกรมอย่างเป็นทางการ แต่กลับได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการรัฐศาสตร์ การบริหาร และการวางแผนนโยบาย

คำว่า “ฉากทัศน์” ให้ภาพที่ชัดเจนเหมือนโรงละคร เวลาที่ม่านเปิดออก เราเห็นฉากหนึ่งฉากที่ถูกจัดวางไว้ ซึ่งเป็นเพียงภาพสมมติ แต่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าละครเรื่องนี้กำลังจะพาไปสู่ทิศทางไหน ในการเมืองก็เช่นกัน ฉากทัศน์หมายถึง การสมมติสถานการณ์ในอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เพื่อเตรียมรับมือ ไม่ใช่การทำนาย แต่เป็นการวางแผนเผื่อว่า หากประเทศเดินไปทางนี้ หรือหากการตัดสินใจเป็นอีกแบบหนึ่ง จะเกิดผลอย่างไร

ตัวอย่างเช่น นักวิเคราะห์อาจพูดถึง “ฉากทัศน์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง” บางคนเสนอว่าอาจมีรัฐบาลผสมที่กว้างขวางเพื่อรักษาเสถียรภาพ บางคนคาดว่าอาจเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่อยู่ได้ไม่นาน หรือบางทีอาจถึงขั้นยุบสภาเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ ทุกฉากทัศน์ไม่ใช่เรื่องจริงในปัจจุบัน แต่เป็นภาพที่วางไว้ให้ผู้คนคิดตามว่า “ถ้าเกิดขึ้นจริง เราจะทำอย่างไร”

ดังนั้น คำว่า “ฉากทัศน์” จึงไม่ใช่แค่ศัพท์เก๋ ๆ ของนักวิชาการ แต่เป็นเครื่องมือทางความคิด ที่ช่วยให้สังคมมองอนาคตในหลายมิติ และไม่หลงเชื่อว่ามีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น

UNRWA เผยเด็กกาซา 660,000 คน ถูกตัดขาดจากการศึกษา หลังโรงเรียนเกือบทั้งหมดถูกถล่มยับโดยอิสราเอล ตั้งแต่ปี 2023

(2 ก.ย. 68) องค์การบรรเทาฯ ผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์แห่งสหประชาชาติ (UNRWA) เปิดเผยว่า เด็กกว่า 660,000 คนในฉนวนกาซา ถูกตัดขาดจากการศึกษา หลังโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาถูกกองทัพอิสราเอลทำลายหรือเสียหายเกือบทั้งหมด นับตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อปลายปี 2023

ฟิลิปป์ ลาซซารินี (Philippe Lazzarini) หัวหน้า UNRWA ระบุว่า “กาซากลายเป็นซากปรักหักพัง ระบบการศึกษาก็พังไปด้วย” โดยโรงเรียน 97% ได้รับความเสียหาย และกว่า 92% จำเป็นต้องรื้อสร้างใหม่หรือซ่อมแซมครั้งใหญ่เพื่อกลับมาใช้งานได้ นอกจากนี้มีโรงเรียนกว่า 432 แห่งที่ถูกโจมตีแบบไม่เหลือซาก

ลาซซารินี ย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นของการหยุดยิง โดยชี้ว่าเป็นทางเดียวที่จะยุติวิกฤติความอดอยาก และ “การฆ่าล้างทางการศึกษา” ที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ในกาซา เด็กจำนวนมากในวันนี้ไม่ได้กลับไปโรงเรียน แต่กลับต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหิวโหย สูญเสีย และบาดแผลทางจิตใจ

ทั้งนี้ วิกฤติด้านมนุษยธรรมยิ่งเลวร้ายขึ้น หลังอิสราเอลปฏิเสธทำงานร่วมกับ UNRWA ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดส่งความช่วยเหลือมานานหลายสิบปี ทำให้ศูนย์แจกจ่ายความช่วยเหลือหลายร้อยแห่งถูกปิด เหลือเพียง 4 ศูนย์ที่กองทุนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอลดูแล ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลยิงใส่ชาวปาเลสไตน์ที่ต่อคิวรอรับความช่วยเหลือเป็นประจำ

‘ทักษิณ’ รับผิด ไว้ใจ ‘ธรรมนัส’ มากเกินไป หลังถูกอีกฝ่ายนำก๊วนร่วมหนุน ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ

(2 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ช่วงค่ำวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา สส.พรรคเพื่อไทย ประมาณ 10 คน ได้นัดเลี้ยงสังสรรค์ให้ นายฉลาด ขามช่วง ที่ได้รับเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เมื่อเรื่องรู้ถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายทักษิณจึงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับนายฉลาดด้วย

โดยในวงรับประทานอาหาร นายทักษิณพูดถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นำพรรคกล้าธรรม (กธ.) ถอนตัวจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับผิดว่า "ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มากเกินไป พี่ผิดไปแล้ว พี่ดูคนผิด" ทำให้ สส.ที่ร่วมวงอยู่นั้นสวนทันทีว่า นายทักษิณโดนคนหลอกตลอด ซึ่ง สส.ที่ร่วมวงต่างเห็นตรงกันว่า ไม่เคยเห็นนายทักษิณยอมรับผิดแบบนี้มาก่อน เห็นได้ว่านายทักษิณได้แสดงท่าทีรู้สึกผิดมาก พร้อมกันนี้ สส.ก็ได้ระบายถึงการทำงาน การบริหารภายในพรรค ที่พรรคไม่ค่อยดูแลคนที่สอบตก หรือ สส.อาวุโส ที่ถูกละเลยไป โดยนายทักษิณก็รับปากว่าจะช่วยดูให้ ส่วนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องรอดูพรรคประชาชน (ปชน.) ว่าจะเลือกอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวงหารือยังได้พูดถึงกรณีที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 คน พ้นหน้าที่ และมีตุลาการคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน ในวันที่ 29 ส.ค.ซึ่งเป็นวันพิจารณาคดีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ พอดี แม้จะเป็นการทำความเห็นของตุลาการฯ ที่เข้ามาใหม่ แต่ก็ไม่มีผลทำให้ผลการตัดสินเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้ให้ฝ่ายกฎหมายยื่นเรื่องต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ โดยประเด็นนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีเวลาแก้ปัญหาเรื่องการเลือกนายกฯ มีเวลาในการเจรจาเตรียมพร้อมมากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top