Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘สี จิ้นผิง’ ยกความสัมพันธ์จีน–รัสเซีย เป็นตัวอย่างของมิตรภาพถาวร พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน

(2 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์จีน–รัสเซียว่าเป็น “ตัวอย่างของการร่วมมือระหว่างประเทศมหาอำนาจ” โดยย้ำถึงมิตรภาพถาวร การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน คำกล่าวนี้เกิดขึ้นระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปีชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2

สี จิ้นผิง ระบุว่าจีนพร้อมกระชับการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับรัสเซียในประเด็นสำคัญ และผลักดันความร่วมมือทวิภาคีให้ก้าวหน้า เขาเน้นว่าควรใช้โครงการขนาดใหญ่เป็นกลไกขับเคลื่อน เพื่อสร้างความร่วมมือให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ผู้นำจีนยังชี้ว่าการที่สองประเทศเข้าร่วมพิธีรำลึกชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ของกันและกัน แสดงถึงความรับผิดชอบในฐานะชาติผู้ชนะสงครามและสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะปกป้องผลลัพธ์ของสงครามโลกและมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสีจีนยังผลักดัน “ข้อริเริ่มการกำกับดูแลโลก” เพื่อร่วมกับประเทศที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันปกป้องกฎบัตรสหประชาชาติ และสร้างระบบบริหารจัดการโลกที่เป็นธรรมมากขึ้น เขาย้ำว่าจีนและรัสเซียควรเสริมบทบาทในเวทีพหุภาคี เช่น UN, SCO, BRICS และ G20 เพื่อร่วมกันสร้าง “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ”

‘ทรัมป์’ เล็งเปลี่ยนชื่อ ‘กระทรวงกลาโหม’ เป็น ‘กระทรวงสงคราม’ เชื่อคนอเมริกาส่วนใหญ่เห็นด้วย

(2 ก.ย. 68) สหรัฐฯ อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์ครั้งใหญ่ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เขากำลังพิจารณาเปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหม (Department of Defense) กลับไปใช้ชื่อเดิมคือ 'กระทรวงสงคราม' (Department of War) ซึ่งเคยใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว

ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงนี้ระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง โดยย้ำว่า คำว่า 'สงคราม' สะท้อนบทบาทที่แท้จริงมากกว่า พร้อมเสริมว่าแนวคิดนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า หากจะมีการเปลี่ยนชื่อจริง ๆ ขั้นตอนนี้อาจต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน ซึ่งอาจกลายเป็นอีกประเด็นร้อนในทางการเมืองของวอชิงตันในเร็ว ๆ นี้

จีนเปิดตัวชิป 6G ครอบคลุมทุกย่านความถี่ ความเร็วทะลุ 100Gbps ปูทางสู่ยุคเครือข่าย AI

(2 ก.ย. 68) จีนเปิดตัวชิป 6G แบบ “ครอบคลุมทุกย่านความถี่” ชิ้นแรกของโลก รองรับความเร็วสูงสุดกว่า 100 กิกะบิตต่อวินาที นับเป็นก้าวสำคัญในการปูทางสู่เครือข่ายไร้สายยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยชิปดังกล่าวอาจช่วยลดช่องว่างดิจิทัลระหว่างเมืองใหญ่กับพื้นที่ชนบท

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) และ มหาวิทยาลัยซิตี้ยู ฮ่องกง (City University of Hong Kong) สามารถรวมย่านความถี่ตั้งแต่ 0.5 GHz ถึง 115 GHz ไว้ในชิปขนาดเพียง 11 x 1.7 มม. แถมยังสลับใช้งานระหว่างย่านความถี่ต่ำ-สูงได้อย่างไร้รอยต่อ เหมาะทั้งการกระจายสัญญาณกว้างไกลและการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูง เช่น VR หรือการผ่าตัดทางไกล

หัวใจของนวัตกรรมนี้คือเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ผสานอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยแปลงสัญญาณไร้สายเป็นสัญญาณแสงเพื่อประมวลผล ทำให้การสื่อสารคงคุณภาพเสถียรทั่วทั้งย่านความถี่ พร้อมความสามารถ “เปลี่ยนช่องความถี่อัตโนมัติ” เมื่อเจอการรบกวน คล้ายการขับรถเลี่ยงช่องทางที่ติดขัด

นักวิจัยระบุว่าชิปดังกล่าวเป็นพื้นฐานฮาร์ดแวร์ของ “เครือข่าย AI-native” ที่สามารถปรับพารามิเตอร์สื่อสารได้เองแบบเรียลไทม์ในสภาพแวดล้อมซับซ้อน อีกทั้งยังวางแผนพัฒนาโมดูลขนาดเล็กเท่าแฟลชไดรฟ์ สำหรับติดตั้งในสมาร์ทโฟน สถานีต่างๆ โดรน และอุปกรณ์ IoT เพื่อผลักดันการใช้งานเครือข่าย 6G ให้แพร่หลายเร็วขึ้น

‘อินเดีย’ เผยผลสำรวจประชากร ‘สิงโต’ สายพันธุ์เอเชียติก เพิ่มจาก 674 เป็น 891 ตัวภายใน 5 ปี!! และพบในพื้นที่ชุมชนเป็นจำนวนมาก

(3 ก.ย. 68) สิงโตสายพันธุ์เอเชียติก (Asiatic lion) ในอินเดียกลับมาเพิ่มจำนวนอย่างก้าวกระโดด โดยรายงานจาก Lion Population Estimation ครั้งที่ 16 ระบุว่าจำนวนสิงโตเพิ่มขึ้นจาก 674 ตัวในปี 2020 เป็น 891 ตัวในปี 2025 คิดเป็นการเติบโต 32% ภายใน 5 ปี ขณะเดียวกันจำนวนตัวเมียวัยเจริญพันธุ์ก็เพิ่มจาก 260 ตัวเป็น 330 ตัว ทำให้ความสามารถในการสืบพันธุ์มีโอกาสสูงยิ่งขึ้น

รายงานยังพบการขยายพื้นที่กระจายพันธุ์ไปยังอนุรักษ์สัตว์ป่าบาร์ดาในรัฐคุชราต รวมถึงพื้นที่รอบ เจตปุระ (Jetpur) และ บาบรา–จัสดาน (Babra-Jasdan) โดยปัจจุบันดาวเทียมตรวจพบสิงโตอาศัยอยู่ จำนวน 497 ตัวใน 9 พื้นที่ และที่สำคัญคือมีการบันทึกพบสิงโต 22 ตัว ในพื้นที่ทางเชื่อมระหว่างถิ่นอาศัยกับมนุษย์เป็นครั้งแรก

เนื่องใน วันสิงโตโลก (World Lion Day) 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของอินเดีย ภูเพนเดอร์ ยาดัฟ (Bhupender Yadav) กล่าวว่านี่คือ “ความสำเร็จที่น่าทึ่ง” และย้ำว่าสิงโตเอเชียติกคือสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก พร้อมเปิดตัวโครงการ 1.8 พันล้านรูปี (ราว 810 ล้านบาท) เพื่อเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในรัฐคุชราต

สำหรับ สิงโตเอเชียติก พบได้เฉพาะในภูมิภาคกีร์ รัฐคุชราต อินเดีย มีลักษณะเด่นต่างจากสิงโตแอฟริกัน เช่น ขนาดเล็กกว่า แผงคอผู้ไม่หนา และมีรอยพับของผิวหนังที่หน้าท้อง การอนุรักษ์จึงมีความสำคัญยิ่ง เพราะพวกมันเป็นทั้งสายพันธุกรรมเฉพาะ ถ่วงดุลระบบนิเวศ และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของอินเดีย หากไม่มีมาตรการคุ้มครองต่อเนื่อง ก็เสี่ยงเผชิญโรคระบาดและการสูญพันธุ์ได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการพบเห็นสิงโตในสถานที่ไม่ควรอยู่ เช่น บนระเบียงบ้าน ในลานจอดรถใต้ดินของโรงแรม และบนทางหลวงที่พลุกพล่านเป็นประจำ ด้วยจำนวนสิงโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นกังวลว่าอาจจะเป็นปัญหาได้ โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.68 สิงโตตัวหนึ่งได้ขย้ำเด็กชายวัย 5 ขวบเสียชีวิตในเขตอัมเรลี รัฐคุชราต 

‘ต้อม ยุทธเลิศ’ เรียกร้องปรับเรตหนัง “ผีใช้ได้ค่ะ” เป็น 20+ พร้อมขอให้ตรวจสอบเนื้อหาอีกครั้งก่อนส่งไปออสการ์

เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้เพียงไม่กี่วัน สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “ผีใช้ได้ค่ะ” ที่นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา และ วิศรุต หิมรัตน์ , อาภาศิริ นิติพน ฯลฯ และยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ครั้งที่ 98 สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม แต่ล่าสุดผู้กำกับดัง ต้อม ยุทธเลิศ ได้ออกมาเรียกร้องให้ปรับเรตขึ้นใหม่จาก 18+ เป็น 20+ แทนเพราะเนื้อหาไม่เหมาะสม อีกทั้งวอนผู้ใหญ่ตรวจสอบเนื้อหาอีกครั้งก่อนเป็นตัวแทนหนังไทย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ (2 ก.ย. 68) - ต้อม ยุทธเลิศ ลงภาพบางส่วนของภาพยนตร์ “ผีใช้ได้ค่ะ” พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับเรตของหนังเรื่องดังกล่าว ระบุว่า “เรียน: @thaccaofficial @thaimculture

เรื่อง: ร้องทุกข์ แก้ไข เรทหนัง เนื่องด้วยในวันที่ 1 กันยายน 2568 ผมได้ไปดูหนังเรื่อง #ผีใช้ได้ค่ะ กับลูกสาว หนังติดเรท18+ ลูกสาวผมอายุ18พอดี ก็เลยไม่ได้กังวลอะไร แต่เมื่อได้ดูหนังกลับพบว่า การกระทำของตัวละครในหนังผิดทั้งจริยธรรมและศีลธรรมอันดีของไทย และอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา112ได้ — ทราบมาว่าทางทักก้า @thaccaofficial ได้ยกเลิกการแบนหนังไปแล้ว ผมจึงขอเสนอให้เพิ่มเรตขึ้นเป็น 20+ เพื่อความเหมาะสมกับตัวหนัง และเพื่อป้องกันผู้ที่อายุต่ำกว่าต้องมาเจอกับสิ่งนี้โดยไม่มีการเตือนหรือตรวจบัตรใด ๆ ก่อนเข้าโรง”

รวมถึงยังเรียกร้องไปถึงบางหน่วยงาน อยากให้เข้ามาตรวจสอบเนื้อหาแล้วคิดอย่างรอบคอบอีกครั้ง ก่อนที่จะนำไปเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทย เสนอชื่อเข้าประกวดที่ออสการ์ วอนให้พิจารณาเป็นการเร่งด่วน พร้อมบอกอีกว่าลูกสาววัย 18 ของตน ไม่โอเคกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวอีกด้วย

‘ยูเครน’ ถูกโจมตีด้วยโดรน-ขีปนาวุธมากกว่า 300 ลูก ‘เซเลนสกี’ เรียกร้องชาติพันธมิตรเปลี่ยนระบอบรัสเซีย

(3 ก.ย. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เตือนว่ารัสเซียกำลังสะสมกำลังในแนวรบบางจุด และ “ฮึกเหิมหนักขึ้นทุกวัน” หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 300 ลูก โดยมีกรุงเคียฟเป็นเป้าหมายหลัก ส่งผลให้ตึกอพาร์ตเมนต์ 9 ชั้นบางส่วนพังเสียหาย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมถึงเด็กชายอายุ 6 ขวบ และบาดเจ็บกว่า 150 คน

หลังเหตุโจมตี เซเลนสกีเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรพยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงในรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้มอสโกพยายามสร้างความไม่มั่นคงในประเทศเพื่อนบ้านแม้สงครามจะจบลง พร้อมกล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้สะท้อนถึง “ความโหดร้ายและความหวาดกลัวเกินจินตนาการ”

ด้านกองทัพรัสเซียอ้างว่าได้ยึดเมืองชาซิวยาร์ (Chasiv Yar) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางตะวันออก และยังโจมตีฐานทัพอากาศ คลังอาวุธ และโรงงานผลิตโดรน ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อ แม้สหรัฐฯ จะออกคำเตือนให้รัสเซียยุติการรุกรานภายใน 10 วัน มิฉะนั้นจะถูกคว่ำบาตร

ทั้งนี้ กรุงเคียฟประกาศให้วันศุกร์เป็นวันไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต นายกเทศมนตรี วิตาลี คลิทช์โก (Vitali Klitschko) ระบุว่าช่วงนี้ประชาชนต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมเพื่อกดดันให้ยุติสงคราม

‘แม่ทัพภาค 2’ สั่งปิดตายปราสาทตาเมือนธม ล้อมรั้วลวดหนามชั่วกัลปาวสาน ใครแตะถือว่าล้ำอธิปไตยไทย

เมื่อวานนี้ (2 ก.ย. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษกับนักศึกษาหลักสูตรวัคซีนเพื่อชีวิต (วชส.) สมาคมพนักงานสอบสวน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถึงประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า แม้มีการหยุดยิงชั่วคราว แต่ทหารกัมพูชายังคงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น และบางครั้งใช้สูตรเจรจาไปพูดอีกอย่าง ทำอีกอย่าง พร้อมยืนยันว่า ภูมะเขือและพื้นที่ที่ไทยควบคุมอยู่ทั้งหมดเป็นอธิปไตยของไทย

สำหรับปราสาทตาเมือนธม แม่ทัพภาค 2 ชี้แจงว่า มีการวางรั้วลวดหนามรอบปราสาททั้งหมด และถือเป็นการประกาศอาณาเขตไทย หากใครแตะต้องรั้วถือว่าล้ำอธิปไตยไทย พร้อมย้ำว่า รั้วนี้จะอยู่ชั่วกัลปาวสาน ใครจะขึ้นมาต้องมีวีซ่าและพาสปอร์ต

พล.ท.บุญสินยังกล่าวถึงกรณีปราสาทพระวิหารที่ไทยแพ้คดีแล้วว่า มีสองแนวทาง คือ ยื่นต่อศาลโลกใหม่ หรือใช้กำลังยึดกลับ แต่ต้องคำนึงถึงกฎหมายและสถานการณ์โลก ขณะเดียวกันพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ เช่น บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ก็มีการวางรั้วลวดหนามเพื่อประกาศอาณาเขตไทย

ทั้งนี้ แม่ทัพภาค 2 ย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่และการวางรั้วขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่จริง และเป็นมาตรการรักษาอธิปไตยของชาติ ไม่เกี่ยวข้องกับอดีตหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับฝ่ายกัมพูชา แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน

‘ปูติน-คิม จองอึน’ ตบเท้าร่วมงานยกย่องวีรชนสงคราม วันแห่งชัยชนะ 80 ปีต้านญี่ปุ่น!! ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ณ กรุงปักกิ่ง

(3 ก.ย. 68) ขบวนพาเหรดทางทหารขนาดใหญ่จัดขึ้นที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ของจีน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 2

โดยมี ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เข้าร่วมงานดังกล่าว ขณะที่ขบวนพาเหรดทำการเดินสวนสนามเพื่อยกย่องความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของสหภาพโซเวียตและการปราบลัทธิฟาสซิสต์จนสิ้นสุดสงคราม

นอกจากนี้ยังมีผู้นำโลกและตัวแทนจากกองทัพหลายประเทศเข้าร่วมในพิธี อาทิ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ , ปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย , เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน และอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส 

ทั้งนี้ ขบวนพาเหรดแสดงถึงความเข้มแข็งและความสามัคคีของชาติพันธมิตรในสงคราม พร้อมให้ความสำคัญกับเหล่าทหารนักรบ ผู้รอดชีวิตและวีรบุรุษที่มีส่วนในการสร้างชัยชนะครั้งนี้

‘ดร.สัญญา’ ฉายภาพ 36 ปี วิศวกรรมศาสตร์ มธ. กับบทบาทสร้างคนคุณภาพที่พร้อมเปลี่ยนแปลงสังคม

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับก้าวต่อไปสู่การพัฒนาวิศวกรรุ่นใหม่ ด้วยเจตนารมณ์เดินหน้าสร้าง “ผู้สร้าง” ที่มากกว่าวิศวกร และพร้อมก้าวไปกับโลกอนาคตอย่างไม่หยุดนิ่ง

ศาสตราจารย์ ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของคณะ ในโอกาสครบรอบ 36 ปี ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ประเทศต้องการวิศวกรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม สู่การสร้างบัณฑิตที่ไม่เพียงมีความรู้ทางเทคนิค แต่ยังมีจิตสำนึกต่อสังคม มีเสรีภาพ และความเป็นธรรม

โดย คณบดีได้เล่าถึงการพัฒนาหลักสูตรที่หลากหลายและทันสมัย การเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ Top 100 ของโลก ไปจนถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สะท้อนบทบาทของคณะในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับประเทศ ว่า วิศวกรรม ธรรมศาสตร์ เริ่มต้นจากการที่ประเทศมีความต้องการวิศวกรเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรให้ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นในช่วง 36 ปีที่ผ่านมา สามารถกล่าวได้ว่าเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้สร้างบุคลากรที่สร้างคุณค่า ต่อเศรษฐกิจและสังคม ให้กับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ที่ธรรมศาสตร์มีแนวคิดในเรื่องของประชาธิปไตย เรื่องเสรีภาพ และเรื่องของความเป็นธรรม แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ ได้ส่งต่อมาถึงตัวนักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์เช่นเดียวกัน 

“เรามองว่าบัณฑิตของเรา นอกจากจะเป็นคนที่มีความรู้ทางด้านเทคนิคแล้ว ยังต้องเป็นคนที่มีจิตสำนึกต่อสังคมในการที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม โดยใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมที่เขามีอยู่ ต่อยอดออกไป เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้ดียิ่งขึ้น”

และยิ่งไปกว่านั้น บัณฑิตของวิศวะ มธ. นั้น จะต้องเป็น “มากกว่าวิศวกรรม”  ซึ่งหมายถึงการสร้างบัณฑิต สร้างวิศวกรขึ้นมา แต่เป็นวิศวกรในแบบที่มีความรู้รอบด้าน ไม่ใช่เฉพาะสาขาวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น แต่เป็นความรู้ทางศาสตร์อื่น ๆ ด้วย โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคน สามารถเลือกเรียนวิชาในคณะอื่น ๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมหลากหลาย ทำให้นักศึกษาจะได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านั้นกับเพื่อนจากคณะอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยเปิดมุมมองให้เกิดการพัฒนาไปเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคม ดังนั้น นิยามของวิศว มธ. คือ เราไม่ใช่แค่วิศวกรที่พร้อม จะออกไปช่วยสร้างคุณค่าต่อสังคมต่อไป

“จุดยืนของเราก็คือการสร้างบุคลากรวิศวกรที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และเป็นบุคลากรที่มีความเป็นธรรม ดังนั้นเราก็ยังหวังว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า วิศว มธ. จะยังสร้างวิศวกรในระดับมาตรฐานสากล ที่มีแนวคิดมีมุมมองที่เป็นจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ก็คือรักความเป็นประชาธิปไตย มีเสรีภาพ และเชื่อมั่นในความเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะคงอยู่กับวิศว มธ. ต่อไปในอนาคต”

‘ท่าเรืออาลาชานโกว’ เพิ่มเส้นทางรถไฟ ‘จีน-ยุโรป’ ทะลุ 5,000 เที่ยว ครอบคลุม 125 เส้นทาง 21 ประเทศ รองรับสินค้ากว่า 200 ประเภท

(3 ก.ย. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 1 กันยายน ท่าเรืออาลาชานโกว (Alashankou) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ของจีน จัดการขนส่งรถไฟสินค้าจีน-ยุโรปผ่านเอเชียกลางเกิน 5,000 เที่ยวแล้ว ตามข้อมูลของบริษัท China Railway Urumqi Group

ท่าเรือได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่ง หลังโครงการรางคู่ Jinghe-Alashankou เริ่มใช้งานปีที่แล้ว ทำให้มีเส้นทางตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ และปรับปรุงเส้นทางเดิมอีกสองเส้นทาง

โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางสถานีได้ปรับรางหนึ่งเพื่อใช้ในการโหลด-ขนถ่ายสินค้าชิ้นใหญ่โดยเฉพาะ เพิ่มความสามารถจัดการสินค้าได้วันละ 7,700 ตัน และช่วยเร่งกระบวนการขนส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้านศุลกากรอาลาชานโกวก็เพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยระบบแจ้งข้อมูลล่วงหน้าออนไลน์ ทำให้รถไฟขนส่งออกจากท่าเรือได้เร็วที่สุดเพียง 20 นาที ซึ่งปัจจุบันท่าเรือมีเส้นทางรถไฟจีน-ยุโรป 125 เส้นทาง ครอบคลุม 21 ประเทศ รวมถึงเยอรมนีและโปแลนด์ และขนส่งสินค้ากว่า 200 ประเภท ตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงชิ้นส่วนเครื่องจักร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top