Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเชิญชวนสวมชุดไทยเที่ยวงาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” ณ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน

(27 ส.ค. 68) พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” ระหว่างวันที่ 30 – 31 สิงหาคม 2568 ณ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และความงดงามทางสถาปัตยกรรมของพระตำหนักจิตรลดา วังปารุสกวัน ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตลอดจนเป็นสถานที่มีบทบาทสำคัญต่อกิจการตำรวจไทย

งาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” มีไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ นิทรรศการพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา วังปารุสกวัน และนิทรรศการภาพถ่าย “จากอดีตสู่ปัจจุบัน”, การเสวนาโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บัณฑิต จุลาสัย และ ดร.ศรัณย์ มะกรูดอินทร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ ยังมีการฉายภาพยนตร์คลาสสิกทรงคุณค่า เช่น พระเจ้าช้างเผือก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” (Memory of the World) ประจำปี 2568, เรือนแพ, ชั่วฟ้าดินสลาย, สวรรค์มืด ซึ่งสนับสนุนไฟล์โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), การจัดแสดงอุปกรณ์และเครื่องแบบตำรวจโบราณ โดยกลุ่มนักจำลองประวัติศาสตร์ Siam Legacy ยุทธนาคมสยาม, การแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ตำรวจ, การสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ของสุนัขตำรวจ, กิจกรรมเวิร์กชอปหัตถศิลป์ไทยประยุกต์ เช่น การทำเครื่องหอมตามธาตุเจ้าเรือน เทียนหอมรูปไอศกรีม ยาดมสมุนไพรไทย และงานศิลปะ Marbling Art,  กิจกรรมยิงเป้า ลุ้นรับของที่ระลึก, โซน Food Trucks รวมเมนูอาหารและของหวานนานาชนิด ในบรรยากาศร่วมสมัยผสานกลิ่นอายประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานแต่งกายชุดไทย มาถ่ายภาพเช็กอินตามมุมพิเศษที่จัดไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ผสมผสานทั้งความรู้และความบันเทิง โดยเข้าร่วมงานฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2282 5057 และ Facebook Fanpage : Police Museum Parusakawan Palace

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะสภาความมันคงแห่งชาติ

(27 ส.ค. 68) พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมันคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะ จำนวน 18 คน เนื่องในโอกาสเดินทางมาจัดการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามประเด็นความมั่นคงชายแดนไทย - เมียนมา ระหว่างวันที่ 27 - 28 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดตาก 

ในโอกาสนี้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมันคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะ ได้ขอเข้าพบและหารือข้อราชการกับแม่ทัพภาคที่ 3 ณ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 โดยมีฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์ความมันคงชายแดนไทย - เมียนมา ในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก อ.แม่สอด จังหวัดตาก เข้าร่วมต้อนรับและหารือข้อราชการดังกล่าวด้วย 

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

‘จีน’ ประกาศเชิญชาว ‘ไต้หวัน’ เข้าร่วมพิธีสวนสนาม เนื่องในวันครบรอบ 80 ปี ชัยชนะสงครามต่อต้านญี่ปุ่น

(27 ส.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศเชิญประชาชนทุกภาคส่วน รวมถึงชาวไต้หวัน เข้าร่วมสังเกตการณ์พิธีสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ เนื่องในวันครบรอบชัยชนะสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ครบรอบ 80 ปี ในวันที่ 3 กันยายน ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง

จู้ เฟิงเหลียน (Zhu Fenglian) โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแผ่นดินใหญ่ ระบุว่า สงครามต่อต้านญี่ปุ่นเป็นมหากาพย์ร่วมของชนชาติจีนทั้งมวล ที่ทุกฝ่ายรวมถึงชาวไต้หวัน ได้เสียสละและมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการปกป้องชาติ

โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันย้ำว่า ประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบควรร่วมกันระลึกถึงประวัติศาสตร์ เชิดชูวีรชน สืบสานจิตวิญญาณแห่งความรักชาติ และผลักดันการรวมชาติ เพื่ออนาคตที่สดใสของการฟื้นฟูประเทศจีน

ทั้งนี้ นอกจากพิธีสวนสนาม จีนยังเตรียมจัดกิจกรรมรำลึกเพิ่มเติม รวมถึงการจัดงานวันที่ 25 ตุลาคม เพื่อครบรอบ 80 ปี การกอบกู้ไต้หวันจากการยึดครองของญี่ปุ่นอีกด้วย

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดีรายสำคัญ 2 คดี

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดของกลาง ยาบ้า จำนวน 6 ล้านเม็ดและจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดเงินสด 1,539,000 บาท

วันพุธที่ (27 ส.ค. 68) เวลา 11.00 น. พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานการแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ และ จับกุมบัญชีม้าคนจีนร่วมกับคนไทยเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 5 ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

​ตามนโยบายรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค 5   โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.๕, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย
ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  ​ มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครองโดยนายชรินทร์ ทองสุข​​ ผวจ.เชียงราย แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ สภ.แม่เจดีย์ จว.เชียงราย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน รถยนต์บรรทุก 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 6,000,000 เม็ด สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5  ​โดย นายธันวา ผุดผ่อง  ​​ ผอ.ปปส.ภาค 5
 หน่วยจับกุม​ ​สภ.แม่เจดีย์ จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และ
คดี ศปอส.ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5 จับกุม 2 คนจีน ร่วมบัญชีม้าคนไทย ขบวนการถอนเงินเชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจยึดเงินสด 1,539,000 บาท ถอนทันทีหลังผู้เสียหายโอนไปเพียง 25 นาที 

ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนำบัญชาข้อสั่งการของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้าไปสู่พื้นที่ตอนในอย่างเข้มข้นและจริงจัง และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเดินสายสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวของไทยกับประชาคมต่างชาติ

    

(27 ส.ค. 68) พล.ต.ต.พงษ์สยาม  มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมเสวนา ASEAN-China Tourism Security and Safety Forum & Travel Facilitation & Tourism Statistics Harmonization Worshop ล้านช้าง-แม่โขง ระหว่างวันที่ 24 - 27 ส.ค.68 ณ เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

การเสวนาครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างประชาชนอาเซียน - จีน ล้านช้าง-แม่โขง ปี 2568 การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการประสานงานด้านสถิติการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ล้านช้าง-แม่โขง เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวร่วมกัน 

ในการนี้ พล.ต.ต พงษ์สยามฯ ได้เป็นผู้แทน เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อความมั่นคงและความปลอดภัย ด้านการท่องเที่ยว ความรับผิดชอบร่วมกัน โดยได้นำเสนอมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัย การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในมิติต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว การตอบคำถามของประชาคมอาเซียนในหลายๆมุมมอง พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police และ Tourist Safety Operation Center : TSOC สำหรับแจ้งเหตุของนักท่องเที่ยวสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย

โดยมี รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของประเทศเมียนมา H.E.Mr.Jeng Phang Naw Tawng Union Minister Ministry of Sports and Youth Affairs and Ministry of Hotels and Tourism The Republic of the Union of Myanamar และเลขาศูนย์ล้านช้างแม่โขง H.E.Mr.Shi Zhongjun Secretary-Gerenal ASEAN-China Centre เป็นประธาน และมีผู้แทนของประเทศจีน, เมียนมา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, ฟิลิปินส์ และล้านช้าง-แม่โขง เข้าร่วมเสวนา ณ  Sedona Hotel เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนและจีนต่อไป

อินเดียรับศึกใหญ่!! เจอภาษีทรัมป์เก็บ 50% กระทบหนัก…แรงงานนับล้านเสี่ยงตกงาน

(27 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียเป็นสูงสุดถึง 50% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ–อินเดียที่เคยเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ โดยมาตรการนี้รวมถึงภาษี 25% ที่เพิ่มขึ้นจากการที่อินเดียซื้อน้ำมันรัสเซีย

สินค้าที่ได้รับผลกระทบมีทั้งเสื้อผ้า อัญมณี รองเท้า สินค้าเคมี เครื่องกีฬา และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งคาดว่าจะกระทบผู้ส่งออกขนาดเล็กและแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในรัฐคุชราต บ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) และการขึ้นภาษีครั้งนี้ยังทำให้ตลาดหุ้นอินเดียผันผวนและค่าเงินรูปีอ่อนค่าต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียยังไม่แถลงอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เผยว่าผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน และได้รับการสนับสนุนให้ขยายตลาดไปยังจีน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ขณะที่สินค้าบางประเภท เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ ยังอยู่ภายใต้กฎหมายความมั่นคงการค้าอื่นของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสองชาติพังทลาย หลังคุยมาแล้ว 5 รอบแต่ยังไร้ผล อินเดียหวังว่าสหรัฐฯ จะลดภาษีเหลือไม่เกิน 15% เช่นเดียวกับประเทศคู่ค้าอื่น ซึ่งไม่สำเร็จ ขณะที่สหรัฐฯ มองว่าอินเดียซื้อพลังงานจากรัสเซียมากเกินไปจนช่วยสนับสนุนสงครามยูเครน โดยอินเดียกลับมองว่าสหรัฐฯ ใช้มาตรฐานสองด้าน

ขณะที่ นักวิเคราะห์คาดว่าภาษีใหม่อาจกระทบการส่งออกของอินเดียกว่า 55% และเสี่ยงทำให้สูญเสียงานนับล้านตำแหน่ง แต่ก็มีมุมบวกหากอินเดียใช้โอกาสนี้ปฏิรูปเศรษฐกิจและลดการปกป้องตลาดในประเทศ ทั้งสองชาติแม้เผชิญความตึงเครียดทางการค้า แต่ยังยืนยันพันธมิตรด้านความมั่นคงในกรอบ “QUAD” ที่ร่วมกับญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

”พลโทชนินทร์“ นำทีมกอ.รมน. ลงพื้นที่บุรีรัมย์ คุมเข้มชายแดนไทย–กัมพูชา ลุยปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

(27 ส.ค. 68) พล.ท.ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่ 3 กอ.รมน. (ศปป.3) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลังรัฐบาลสั่งเร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้เห็นผลภายใน 3 เดือน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการเน้นย้ำมาตรการสำคัญ ทั้งการบูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยข่าวกรอง การสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองและขนสินค้าผิดกฎหมาย พร้อมมอบหมาย 7 จังหวัดชายแดน (บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว จันทบุรี และตราด) จัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วน พร้อมรายงานผลต่อเนื่อง

พล.ท.ชนินทร์ ยังเสนอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เฝ้าระวังความเสี่ยงด้านวินาศกรรมและการใช้โดรนแทรกซ้อน พร้อมเดินหน้าเชิงรุก สร้างความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อรักษาความมั่นคงชายแดน และรายงานผลต่อรัฐบาลตามกรอบเวลาที่กำหนด

'ประชาธิปัตย์' ชูนโยบายขจัดความรุนแรงต่อสตรีในเวทีพรรคการเมืองอาเซียน พร้อมยกร่างแนวทางแก้ปัญหาเฟคนิวส์ออนไลน์มุ่งทำลายนักการเมืองหญิง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อดีตรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 6 สมัยของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรค ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคอาเซียนในหัวข้อ”การแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและนักการเมืองหญิง“ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

จัดโดยมูลนิธิเวสต์มินสเตอร์เพื่อประชาธิปไตย (Westminster Foundation for Democracy: WFD) ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณะของสหราชอาณาจักรที่มุ่งสนับสนุนประชาธิปไตยทั่วโลก ผ่านความร่วมมือกับพรรคการเมือง รัฐสภา และองค์กรภาคประชาสังคม

โดยนายอลงกรณ์ได้นำเสนอนโยบายการขจัดความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อสตรีรวมทั้งแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีเช่นการกำหนดสัดส่วนสตรีในคณะกรรมการบริหารพรรคและในการสมัครรับเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและท้องถิ่นตลอดจนการเพิ่มสัดส่วนของสมาชิกสตรีในรัฐสภา
“รายงานในปี2023ของสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศ (IPU)2023)ระบุว่าสัดส่วนสมาชิกสตรีในรัฐสภาของไทยอยู่ในอันดับที่ 121 ของโลก และอันดับที่ 7 ในอาเซียนซึ่งเป็นอันดับต่ำมากในเชิงจำนวนของสมาชิกรัฐสภาสตรี จำเป็นที่จะต้องสนับสนุนให้สตรีผ่านการเลือกตั้งเข้ามาในรัฐสภามากขึ้นโดยขจัดอุปสรรคและปัญหาที่มีผลต่อการกีดกันการเลือกปฏิบัติหรือใช้ความรุนแรงในรูปแบบ“

นายอลงกรณ์ได้ยกตัวอย่าง รายงานวิจัยล่าสุดมิถุนายน 2025 ของ Cofact Thailand และ Neo Momentum ระบุว่า ปริมาณของข้อมูลบิดเบือน (malinformation)และคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง (hate speech)มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) และ Facebook เนื้อหาเฟคนิวส์เหล่านี้มุ่งเป้าไปที่นักการเมืองหญิงและพรรคการเมืองที่มีจุดยืนก้าวหน้า ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นใจของผู้หญิงในการมีส่วนร่วมทางการเมือง
- 31.7% เป็นการทำลายชื่อเสียง
- 20.7% เป็นการดูหมิ่นและลดคุณค่าทางสังคม
- 16.4% เป็นการโจมตีด้วยเรื่องเพศ
- 13.3% เป็นการล้อเลียนผ่านวิดีโอตัดต่อ หรือคำนินทาในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องกรณีเช่นนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้ความรุนแรงต่อนักการเมืองหญิงผ่านโลกโซเชียลในปัจจุบันซึ่งพรรคประชาธิปัตย์กังวลต่อแนวโน้มในเรื่องนี้อย่างยิ่งและกำลังยกร่างแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้

รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายที่ชัดเจนและมีจุดยืนที่มั่นคงภายใต้กรอบพันธกรณีที่ประเทศไทยมีต่ออนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW : Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women และ แพลตฟอร์มเพื่อการปฏิบัติแห่งปักกิ่ง(Beijing Platform for Action) ซึ่งรับรองในการประชุมโลกว่าด้วยสตรี ครั้งที่ 4 เมื่อปี 1995 ในการต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบต่อสตรี ทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติจริง

1. การกำหนดเป็นวาระแห่งชาติและการปฏิรูปกฎหมาย
2. การปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพเช่นพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน , พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ,พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น,พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์,แก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี โดยไม่ลงโทษผู้ขายบริการ แต่ให้ลงโทษผู้ซื้อบริการแทน,แก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ให้สอดคล้องกับหลักการสากล
3. การสร้างกลไกป้องกันและช่วยเหลือในระดับพื้นที่ เช่นการจัดตั้งศูนย์ป้องกันความรุนแรงระดับท้องถิ่นเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุรุนแรง

4. ส่งเสริมการศึกษาและสร้างความตระหนักรู้  เช่น ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาเพศศึกษาอย่างครอบคลุม เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศและเคารพศักดิ์ศรีของผู้อื่น
5. ส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรี เช่น กำหนดสัดส่วนสำหรับสตรีในการสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นและในคณะกรรมการบริหารของพรรค
รวมทั้งการจัดทำงบประมาณโดยคำนึงถึงความต้องการที่แตกต่างตามเพศภาวะ (Gender Responsive Budgeting)

6. ความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและเครือข่าย
พรรคประชาธิปัตย์เน้นการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและเครือข่ายที่ทำงานด้านสตรีและความเท่าเทียมมาอย่างยาวนาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและสร้างแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน
7. วิสัยทัศน์สากลและความหลากหลายทางเพศ
พรรคไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับความรุนแรงต่อสตรี แต่ยังสนับสนุนความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมอย่างจริงใจ โดยมีส่วนร่วมในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ซึ่งปัจจุบันผ่านการเห็นชอบและประกาศใช้แล้ว นโยบายนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะสร้างสังคมที่ยอมรับความหลากหลายและปกป้องสิทธิของทุกคน

“นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีมีความครอบคลุม ทั้งในด้านการป้องกัน การคุ้มครองทางกฎหมาย และการส่งเสริมศักยภาพของสตรีโดยหวังว่าจะเพิ่มจำนวนนักการเมืองสตรีในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนและบูรณาการทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติลงสู่ชุมชน เพื่อสร้างสังคมที่ไม่มีความรุนแรงและเท่าเทียมสำหรับทุกคน”

พบอีก 5 สัญญา รพ.จะนะ ยุค ‘หมอสุภัทร’ จัดซื้อวิธีเฉพาะเจาะจง จากเจ้าเดิม 8.1 แสน

เมื่อวันที่ (26 ส.ค.68) สำนักข่าวอิศรา ได้รายงานข่าวเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลจะนะ ซึ่งทำให้ นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณ ถูกสอบวินัย โดยระบุว่า ประเด็นขัดแย้งระหว่าง นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ประธานชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งถูกย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 กับ ผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข กรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด (ATK) ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปี 2564 ซึ่งเป็นประเด็นตั้งกรรมการสอบสวนวินัยนายแพทย์สุภัทร ทำให้เจ้าตัวออกมาโพสต์ว่าถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจถูกไล่ออกจากราชการในเร็วนี้

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 30 พ.ย. - 22 ธ.ค.2564 โรงพยาบาลจะนะ โดยนายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ออกประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test โดยเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง จำนวน 34,159 ชุด เป็นเงินทั้งสิ้น 7,856,570 บาท

โดยสำนักข่าวอิศรา ได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องได้แก่ ใบเสนอราคาที่เอกชนคือ บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด ส่งถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จำนวน 4 ฉบับ ( 4 ครั้ง) ซึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นอกจากจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test โดยวิธีเฉพาะเจาะจง กับบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด 4 ครั้งโดยทำสัญญาในช่วงปลายปี 2564 แล้ว ในช่วงปี 2562-2565 โรงพยาบาลจะนะ ได้จัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงกับบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง ฯ อีก 5 สัญญา รวมจำนวนเงิน 810,139 บาท แบ่งเป็น จัดซื้อ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2 สัญญา และ จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 3 สัญญา กรณีการจัดซื้อชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2 สัญญา รวมวงเงิน 750,000 บาท นั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2565 หลังจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test รายละเอียดดังนี้

จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ ชุดตรวจ Standard Q ช่วง มี.ค.2565

1. วันที่ 2 มี.ค.2565 จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ได้แก่ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 3,000 ชุด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด ราคา 450,000 บาท (สัญญาเลขที่ C6500114 – ลง 02/03/2565 ) โรงพยาบาลจะนะโดยนายสุภัทร ในฐานะผู้อำนวยการ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2565 (วันเดียวกับทำสัญญา) 

2.วันที่ 3 มี.ค. 2565 จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2,000 ชุด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด วงเงิน 300,000 บาท (สัญญาเลขที่ SC65020279 – ลง 03/03/2565 ) โรงพยาบาลจะนะโดยนายสุภัทร ในฐานะผู้อำนวยการ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2565 (วันเดียวกับทำสัญญา)

รายการ จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์

ในช่วงปี 2562-2564 จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด จำนวน 3 สัญญา ได้แก่

1.วันที่ 24 มิ.ย. 2562 จ้างซ่อมครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง จำนวน 9,763.75 บาท (สัญญาเลขที่ 464/2562- ลง 24/06/2564 ) โรงพยาบาลจะนะ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2562 (วันเดียวกับวันทำสัญญา) 

2. วันที่ 3 ก.พ. 2563 จ้างซ่อมเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ด้วยไอน้ำ(ครุภัณฑ์การแพทย์) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 27,306.40 บาท (สัญญาเลขที่ 175/2563 – ลง 03/02/2563 ) โรงพยาบาลจะนะ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2563 (วันเดียวกับวันทำสัญญา) 

3.วันที่ 1 พ.ย.2564 จ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง บริษัท นำวิวัฒน์ การช่าง (1992) จำกัด วงเงิน 23,069 บาท (สัญญาเลขที่ 495/2565 - ลง 01/11/2564) โรงพยาบาลจะนะโดยนายสุภัทร ในฐานะผู้อำนวยการ ประกาศชื่อประกาศผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 (วันเดียวกับทำสัญญา) (ดูประกาศ)

อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดซื้อชุดตรวจ Standard Q 2 รายการ และ จ้างซ่อมครุภัณฑ์ 3 สัญญา รวมทั้งสิ้น 5 สัญญา ไม่พบข้อมูล ‘ราคากลาง’ ต่างจากกรณีการจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test ที่ใช้เอกสารใบเสนอราคาของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง ฯ เป็นราคากลางประกอบการจัดซื้อจัดจ้าง

รมว.คลัง เตือน ‘ฝรั่งเศส’ กำลังเผชิญความเสี่ยงจาก ‘ระเบิดหนี้’ มูลค่า 3.35 ล้านล้านยูโร…อาจถึงขั้น!! IMF เข้าควบคุมเศรษฐกิจประเทศ

(28 ส.ค. 68) เอริก ลอมบาร์ด (Éric Lombard) รัฐมนตรีการคลังฝรั่งเศส ออกโรงเตือนว่าประเทศเผชิญความเสี่ยงจาก “ระเบิดหนี้” มูลค่าเกือบ 3.35 ล้านล้านยูโร (ราว 126.1 ล้านล้านบาท) ซึ่งอาจนำไปสู่การแทรกแซงจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หากต้นทุนการกู้ยืมยังคงสูงขึ้น ซึ่งเขายอมรับว่า “ความเสี่ยงมีอยู่จริง” และย้ำว่ารัฐบาลต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นให้ได้

สถานการณ์ทางการคลังของฝรั่งเศสตึงเครียดอย่างมาก โดยขาดดุลแตะ 5.4% ของจีดีพี และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลพุ่งเกิน 3.5% แซงหน้าอิตาลีเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด (Olivier Blanchard) อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF เตือนว่าหากปล่อยให้หนี้พุ่งไม่หยุด จะเป็น “หายนะ” ต่อเศรษฐกิจฝรั่งเศส

ในด้านการเมือง นายกรัฐมนตรี ฟร็องซัวส์ บาอีรู (François Bayrou) กำลังเผชิญการลงมติไม่ไว้วางใจวันที่ 8 กันยายน หลังเสนอแผนรัดเข็มขัดมูลค่า 40,000 ล้านยูโร ทั้งขึ้นภาษี ตัดงบสาธารณสุข และยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อสกัดหนี้ที่กำลังบานปลาย เขาเตือนว่าประเทศกำลังเผชิญทางเลือก “ระหว่างความโกลาหลกับความรับผิดชอบ”

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวกลับถูกต่อต้านอย่างรุนแรงทั้งจากฝ่ายซ้ายและขวา รวมถึงเสียงไม่พอใจภายในพรรคร่วมรัฐบาลเอง หลายฝ่ายมองว่าการลงมติครั้งนี้คือ “การฆ่าตัวตายทางการเมือง” ทำให้อนาคตของบาอีรู และเสถียรภาพรัฐบาลฝรั่งเศสกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top