Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

จำคุกตลอดชีวิต ‘ณัฐสุต - พรชัย - วีรยุทธ’ แนวร่วมม็อบสามนิ้ว คดีปาระเบิดหน้าจามจุรีสแควร์ ก่อนลดเหลือ 33 ปี 4 เดือน

(26 ส.ค. 68) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีของ นายณัฐสุต ศิริอัฐ, นายพรชัย ประกาพวง และ นายวีรยุทธ สัมฤทธิ์เรืองศรี แนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด และครอบครองวัตถุระเบิด ในคดีปาระเบิดปิงปองใส่ชุดควบคุมฝูงชนกำลังเดินบนถนนหน้าจามจุรีสแควร์ ย่านสามย่าน เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ในระหว่างการชุมนุมม็อบ 16 มกราคม 2564

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ณัฐสุต จำเลยที่ 1 ส่วนพรชัยและวีรยุทธ จำคุกคนละ 1 ปี 16 เดือน ปรับอีกคนละ 500 บาท

อย่างไรก็ตามศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว ได้มีคำพิพากษากลับ โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1 แบ่งงานกันทำกับพวกอีก 2 คน พยานหลักฐานของโจทก์มีความมั่นคงว่าจำเลยร่วมกันกระทำความผิด ส่วนจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 เห็นว่ามีผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ระเบิดมีอานุภาพทำลายสูง และการที่จำเลยทั้งสองขับรถวนขึ้นไปบนสะพานก่อนและขับรถย้อนลงมาเพื่อปาระเบิด เป็นการเจตนาเล็งเห็นผลว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงจะได้รับอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บทางกาย ไม่ตายตามเจตนา จึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ความผิดของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมตามความผิด

พิพากษาลงโทษข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน จำคุกตลอดชีวิต และข้อหาพกอาวุธไปในเมือง ปรับ 1,000 บาท ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือ จำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา และคงปรับคนละ 666.66 บาท

โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งให้ส่งคำร้องขอประกันตัวจำเลยทั้งสามราย ให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาคำสั่งประกัน โดยทั้งหมดจะถูกส่งตัวไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรอฟังผลต่อไปอีก 2 - 3 วัน

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รับรางวัล 'วันรางวัลคุณภาพกองทัพเรือ NQA Day (Navy Quality Award Day)' ประจำปี งป.68 

เมื่อวานนี้ (26 ส.ค.68) พล.ร.ต.พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผู้อำนวยการ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และ น.อ.หญิง เพ็ญนภา ไสยสมบัติ หัวหน้าสำนักงานวิจัยและการจัดการความรู้ รพ.ฯ นำบุคลากร รพ.ฯ เข้ารับรางวัลในงาน “วันรางวัลคุณภาพกองทัพเรือ NQA Day (Navy Quality Award Day)” ประจำปี งป.68 ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพฯ

ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย รางวัลการจัดการความรู้ของ ทร. ระดับบูรณาการดีเลิศ เรื่อง good home & good health model โดย น.อ.หญิง สมปรารถนา คำผ่องศรี และคณะฯ รางวัลยกย่องเกียรติคุณนักวิจัยของ ทร. ประจำปี งป.68 ผลงานด้านสิ่งประดิษฐ์ ได้รับรางวัลชมเชย จำนวน 2ผลงาน ได้แก่ การเก็บหัวเข็มอินซูลิน ชนิดปากกา เป็นเรื่องง่ายด้วย นวัตกรรม (One Hand Remove Penfill) โดย น.ท.หญิง อาทิตยา สุระการณ์ และว่าที่ ร.ต.หญิง เกศินี สีที ม่านละอองน้ำป้องกันโรคลมร้อน (Curtain Sprayer For Prevent Heat Stoke) โดย ว่าที่ น.อ.เรวัติ ทับแสง และ น.ต.หญิง วรันธร พรมสนธิ์

ผลงานด้านหลักการ ได้รับรางวัลชมเชย จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ การติดตามภาวะสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ ผ่านนวัตกรรมแอปพลิเคชัน Line OA “คุณแม่เบาหวาน By SRK” โดย น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ และ น.ต.หญิง ธนิกานต์ โมรา

การบันทึกและติดตามการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ ผ่านแอปพลิเคชัน Line OA (Fetal Count Kick Line OA) โดย น.ท.หญิง อนุสรา คงทน และ ร.ท.หญิง อมรรัตน์ ฤทธิไกรวรกุล

การรับเวรส่งเวรออนไลน์อย่างครอบคลุม และเป็นระบบ (Happy Lean in ISBAR and Organ system) โดย น.ต.หญิง วรันธร พรมสนธิ์ และ ว่าที่ ร.ท.หญิง สุภาพร ครุฑดำ

พล.ร.ต.พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผู้อำนวยการ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และคณะ ได้ร่วมแสดงความชื่นชมและยินดีกับผู้ได้รับรางวัล ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

มติเอกฉันท์ 120 เสียงในสภากัมพูชา เห็นชอบ!! แก้กฎหมาย ‘ถอนสัญชาติ’ คนไม่จงรักภักดีต่อชาติ

(27 ส.ค. 68) รัฐสภากัมพูชาเมื่อวันจันทร์ (25 ส.ค.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 120 เสียง เห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมายสัญชาติ ให้อำนาจรัฐบาลเพิกถอนสัญชาติจากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าสมคบกับต่างชาติทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศ โดยกฎหมายฉบับนี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ในการควบคุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและผู้เห็นต่าง

ก่อนการลงมติ องค์กรพัฒนาเอกชนกัมพูชากว่า 50 แห่งออกแถลงการณ์คัดค้าน โดยระบุว่ากฎหมายมีถ้อยคำที่คลุมเครือ อาจส่งผลร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออก พร้อมเตือนว่า “หากถูกเพิกถอนสัญชาติ ก็เท่ากับสูญเสียสิทธิขั้นพื้นฐานทุกอย่างในบ้านเกิด”

ทางด้านซอร์ ซกคา (Sar Sokha) รัฐมนตรีมหาดไทยกัมพูชา ชี้แจงต่อสภาว่ากฎหมายใหม่นี้มีความจำเป็นต่อการปลุกจิตสำนึกรักชาติ โดยกล่าวหาว่ามีกลุ่มเล็กๆ ของชาวกัมพูชาแสดงพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และควรถูกตัดสิทธิความเป็นพลเมือง พร้อมเชื่อมโยงกับความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กฎหมายยังต้องผ่านวุฒิสภาและได้รับความเห็นชอบจากพระมหากษัตริย์นโรดม สีหมุนี ซึ่งโดยปกติมักเป็นเพียงพิธีการ หากประกาศใช้จริงกฎหมายจะครอบคลุมถึงผู้ถือสองสัญชาติและผู้ได้รับสัญชาติกัมพูชาภายหลัง ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบโดยตรงต่อฝ่ายการเมืองฝ่ายค้านและนักวิจารณ์รัฐบาลในอนาคต

‘สวีเดน’ ชูสัมพันธ์ ‘ไทย’ แน่นแฟ้น พร้อมหนุนไทยมีสิทธิ์ใช้ ‘กริพเพน’ ป้องกันตนเอง

วานนี้ (26 ส.ค. 68) กรุงเทพฯ ดร.พอล ยอนสัน (Pål Jonson) รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นกับไทย ภายหลังการลงนามจัดซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F โดยชี้ว่าสัญญาฉบับล่าสุดเป็นการทำให้ความร่วมมือทวิภาคีลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่า 

“ผมภูมิใจมากที่มีคนไทยกว่า 80,000 คนอาศัยอยู่ในสวีเดน และมีชาวสวีเดนกว่า 200,000 คนเดินทางมาไทยทุกปี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

ดร.ยอนสัน กล่าวอีกว่าความร่วมมือด้านกลาโหมครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านความมั่นคง แต่ยังจะสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อสังคมไทย ผ่านแพ็กเกจการลงทุนจากบริษัท Saab ผู้ผลิตกริพเพน ที่ครอบคลุมถึงการศึกษา การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนภาคเกษตรกรรมของไทย

เมื่อถูกถามถึงการใช้กริพเพนในสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดนย้ำชัดว่า ไทยมีสิทธิ์ใช้เพื่อการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยการตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นสิทธิอธิปไตยของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ดร.ยอนสันแสดงความยินดีที่ทั้งไทยและกัมพูชาพยายามลดความตึงเครียด ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมและมีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้ามามีบทบาท พร้อมย้ำว่า “ประเทศไทยก็เหมือนกับทุกประเทศที่มีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง และเราสวีเดนก็เคารพในสิทธินั้น”

มาเลเซียทุ่มเพิ่ม 100 ล้านริงกิตช่วยกาซา ‘อันวาร์’ ประกาศ “จะไม่ทอดทิ้งชาวปาเลสไตน์”

(27 ส.ค. 68) อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่ารัฐบาลมาเลเซียจะมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 100 ล้านริงกิต (ราว 780 ล้านบาท) ให้แก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา หลังจากเมื่อปี 2023 เคยอนุมัติความช่วยเหลือจำนวนเท่ากันมาแล้ว

โดยระหว่างการปราศรัยที่จัตุรัสเอกราช กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้วิจารณ์อิสราเอลอย่างรุนแรงต่อการก่อให้เกิด “ความอดอยากจากน้ำมือมนุษย์” ในกาซา พร้อมกล่าวหาว่ารัฐบาลอิสราเอลจงใจปล่อยให้ความช่วยเหลือด้านอาหารและยาที่ชายแดนเน่าเสีย ขณะที่ประชาชนเสียชีวิตจากความอดอยากและการโจมตีรายวัน

อันวาร์ย้ำว่าชาวมาเลเซียจะไม่มีวันทอดทิ้งชาวปาเลสไตน์ และระบุว่าตนเองมีบทบาทสนับสนุนกาซามาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา โดยเคยเข้าร่วมการประชุมขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ที่แอลจีเรียในปี 1983 พร้อมชี้ว่าการกระทำของอิสราเอลคือ “รูปแบบของการล่าอาณานิคม” และสอดคล้องกับแนวคิดของ เอ็ดเวิร์ด ซาอิด (Edward Said) นักวิชาการผู้ล่วงลับที่เคยอธิบายว่าเป็น “การเมืองแห่งการปลดสิทธิ์”

ทั้งนี้ การปราศรัยดังกล่าวจัดขึ้นท่ามกลางฝูงชนหลายหมื่นคนที่มาร่วมชุมนุมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับกาซา โดยผู้ร่วมงานส่วนใหญ่สวมเสื้อสีขาว ถือป้าย #GazaBangkit ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธี มีการทำพิธีสวดมนต์ให้กับกาซา และนายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังได้เปิดตัวขบวนรถ “Sumud Nusantara” ที่มี 8 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งจะเคลื่อนขบวนไปสมทบกับกองเรือช่วยเหลือกาซาในเส้นทางสู่ยุโรปและแอฟริกาเหนือ

SAAB ประกาศรับออเดอร์ ‘กริพเพน’ ล็อตใหม่จากไทย ย้ำไทยคุ้นเคยดีกับประสิทธิภาพ เพราะผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว

(27 ส.ค. 68) บริษัทซาบ (SAAB) ของสวีเดน ลงนามสัญญากับองค์การจัดหาเสบียงกลาโหมสวีเดน (FMV) เพื่อส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวน 4 ลำให้แก่ไทย มูลค่าสัญญาราว 5.3 พันล้านโครนสวีเดน โดยมีกำหนดส่งมอบระหว่างปี 2025–2030 แบ่งเป็น กริพเพน E จำนวน 3 ลำ และกริพเพน F แบบสองที่นั่ง 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนและการฝึกอบรม

SAAB ยังได้ทำสัญญาโดยตรงกับกองทัพอากาศไทยเพื่อดำเนินโครงการชดเชยระยะยาว (offset package) ซึ่งครอบคลุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านกลาโหม ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการลงทุนใหม่ในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย ถือเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือด้านกริพเพนที่ไทยใช้งานอยู่แล้ว

มิคาเอล โยฮันส์สัน (Micael Johansson) ประธานและซีอีโอของซาบ ระบุว่าไทยเลือกใช้ “เครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด” เพื่อเสริมศักยภาพยุทธศาสตร์อย่างเป็นอิสระ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นหนึ่งในลูกค้าที่คุ้นเคยกับประสิทธิภาพของกริพเพนและได้พิสูจน์แล้วในการปฏิบัติการจริงของกองทัพ

ปัจจุบัน กองทัพอากาศไทยประจำการ Gripen C/D อยู่แล้วหนึ่งฝูงบิน โดยเมื่อเครื่องกริพเพนรุ่นใหม่เข้าประจำการ จะทำงานเคียงข้างฝูงบินเดิม เสริมขีดความสามารถของไทยในการป้องกันน่านฟ้าและยกระดับความร่วมมือทางทหารไทย–สวีเดนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สมุทรปราการ-กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จัดโครงการ “ฝึกอบรมศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ประจำปี  2568 

เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ โดยกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดโครงการ “ฝึกอบรมศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ประจำปี  2568 ณ อาคารกองงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

โดยจะนำประชาชนในเขตพื้นที่ จำนวนกว่า 400 คน ร่วมเดินทางไปเข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ณ กรีนเนอรี่ พิสเซส พัทยา จำกัด อ.ปากช่อง  จ.นครราชสีมา รวมทั้งเข้าศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมือง ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ด้านจ่าเอกสุทัศน์ ทับวันนา ผ.อ.กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ โดยนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ได้มีความเป็นห่วงประชาชนเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละครั้ง หน่วยงานของภาครัฐไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ ของภาคประชาชน 

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ทางกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จึงได้จัดโครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้นำชุมชนและประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ ได้มีความรู้และวิธีการในการป้องกันสาธารณภัยและภัยพิบัติประเภทต่างๆ

และมีความรู้ มีประสบการณ์ เรียนรู้การรับมือกับสาธารณภัยและภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้ผู้นำชุมชนและประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ สามารถนำความรู้แนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้เมื่อเกิดสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ 

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐและภาคประชาชนที่เข้มแข็งเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ และยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของภาคประชาชนที่เข้มแข็งในการแจ้งเตือนและการรายงานข่าวเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยหรือภัยพิบัติอีกด้วย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านตำรวจ จัดโครงการ 'แสงธรรมนำใจ' ครั้งที่ 3 ฟังธรรมบรรยายจาก 'พระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี)' หัวข้อ 'การพัฒนาจิตเพื่อพัฒนาชีวิต' 

(27 ส.ค.68) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานโครงการ “แสงธรรมนำใจ” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ, คุณอภิรมย์ ทรวดทรง อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ/ที่ปรึกษาโครงการแสงธรรมนำใจ, คุณณพิชชา คล้ายคลึง อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, คุณดุษฎี เย็นท้วม กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ และคณะแม่บ้านตำรวจ รวมกว่า 300 คน ร่วมฟังการธรรมบรรยายจาก “พระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี)” วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา หัวข้อ “การพัฒนาจิตเพื่อพัฒนาชีวิต” ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางออนไลน์

พระราชภาวนาวชิรญาณ ได้แสดงธรรม “การพัฒนาจิตเพื่อพัฒนาชีวิต” เราควรฝึกจิตให้มีปัญญามากขึ้น โดยการพัฒนาจิตต้องฝึกการมีสติ สัมปชัญญะ ฝึกให้จิตรู้สึกตัวมากขึ้น ปล่อยวาง ยอมลง ปลงได้ ถ้าเรามีสติดูแลรักษาจิตได้ เราจะมีปัญญา มีจิตที่สงบ เบา ผ่องใส

โครงการ “แสงธรรมนำใจ” จัดขึ้นโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านตำรวจ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ, แม่บ้านตำรวจ และประชาชน ได้น้อมนำคุณธรรม หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำตลอดปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ซึ่งในวันนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยข้าราชการตำรวจทั่วประเทศและครอบครัว รวมถึงประชาชนที่สนใจ สามารถรับชมรับฟังธรรมบรรยายย้อนหลังผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก สมาคมแม่บ้านตำรวจ และเพจเฟซบุ๊ก PoliceTV สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


 

กองทัพอากาศไทยภูมิใจใช้ ‘กริพเพน’ ปฏิบัติการจริงครั้งแรกของโลก ย้ำเป็นการเลือกที่ถูกต้อง

(27 ส.ค. 68) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. กล่าวบนเวทีลงนามสัญญาซื้อเครื่องบิน Gripen E/F ว่ากองทัพอากาศไทยภูมิใจเป็น ทอ. แรกที่ใช้ Gripen ปฏิบัติการในสถานการณ์จริง (Real World Operations) โดยสามารถปกป้องอธิปไตยและแสดงสมรรถนะของเครื่องบินได้อย่างเต็มที่

อีกทั้ง พลอากาศเอก พันธ์ภักดี ชมเชยการแสดงศักยภาพของ Gripen ที่ส่งมอบประสบการณ์นี้ ทำให้โลกได้เห็นสมรรถนะของเครื่องบิน และตอกย้ำว่าเป็นการตัดสินใจเลือกที่ถูกต้องของกองทัพอากาศไทย

นอกจากนี้ พลอากาศเอกพันธ์ภักดียังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสวีเดน พร้อมขอบคุณสำนักงานจัดหาอุปกรณ์ป้องกันประเทศสวีเดน (FMV) และ Saab ที่ร่วมมือในโครงการ Offset Policy ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมาก

ผบ.ทอ. ปิดท้ายเล่าถึงการปฏิบัติการบิน Gripen C/D บนถนน Road Base ภาคใต้ และ Milestone highlight การใช้กำลังในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อน ซึ่งต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ผลลัพธ์จากปฏิบัติการครั้งนี้ช่วยพิสูจน์สมรรถนะ Gripen และสร้างความภูมิใจให้กองทัพอากาศไทย

‘รัสเซีย’ เตือน ‘อิสราเอล’ หยุดสถานการณ์เลวร้ายในกาซา เรียกร้องส่งอาหารและความช่วยเหลือพื้นฐานทันที

(27 ส.ค. 68) กระทรวงต่างประเทศรัสเซียเรียกร้องให้อิสราเอล ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันสถานการณ์ในฉนวนกาซาไม่ให้เลวร้ายลง พร้อมฟื้นฟูการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

รัสเซียระบุว่า อิสราเอลควรหยุดการโจมตี ฟื้นฟูเส้นทางช่วยเหลือ และรับรองว่าผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในกาซาจะได้รับอาหารและสิ่งจำเป็นพื้นฐานทันที

นอกจากนี้ มอสโกหวังประสานงานร่างมติสหประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับสถานการณ์ในกาซา เพื่อแก้วิกฤติด้านมนุษยธรรม โดยคาดว่าครั้งนี้เอกสารจะได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top