Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

จีนโต้เดือด!! EU คว่ำบาตร ‘รัสเซีย’ กระทบบริษัท-ธนาคารจีน ชี้เป็นการใช้มาตรการฝ่ายเดียว!! ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

(21 ก.ค. 68)รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ประณามสหภาพยุโรป (EU) หลังมีมติใส่ชื่อบริษัทและสถาบันการเงินของจีนในมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบล่าสุด โดยจีนมองว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่มีเหตุผล” และ “ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ”

แม้จีนจะคัดค้านและยื่นเรื่องทักท้วงหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ EU ยังเดินหน้าใช้มาตรการฝ่ายเดียวกับ บริษัทจีนอีก 5 แห่ง ธนาคารจีน 2 แห่ง ได้แก่ Heihe Rural Commercial Bank Co. และ Heilongjiang Suifenhe Rural Commercial Bank Co. โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งจีนย้ำว่าการคว่ำบาตรลักษณะนี้ไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ด้าน กระทรวงพาณิชย์จีนเตือนว่า การกระทำของ EU จะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองฝ่ายอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ “ไม่ถูกต้อง” โดยทันที ซึ่งจีนยืนยันจะใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทและสถาบันการเงินอย่างเต็มที่

ฝ่ายค้านอิสราเอลไม่พอใจ ‘รัฐบาลเนทันยาฮู’ สั่งโจมตีดามัสกัส จวกยับ!! พฤติกรรมเลวร้าย…จงใจทำลายสันติภาพในตะวันออกกลาง

(21 ก.ค. 68) หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอิสราเอล ยาอีร์ ลาปิด (Yair Lapid) กล่าวประณามการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียว่าเป็น “พฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ” และไม่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของประเทศ

ลาปิดระบุว่า การโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในดามัสกัสทำลายความพยายามของสหรัฐฯ และยุโรปในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค และยังส่งสัญญาณว่าเป็นอิสราเอลเองที่ไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

และจากการโจมตีในวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย บาดอีกเป็นเจ็บจำนวนมาก โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นการปกป้องชุมชนชาวดรูซในซีเรีย ขณะที่ผู้นำชาวดรูซส่วนใหญ่ในซีเรียออกแถลงการณ์ปฏิเสธการแทรกแซงจากต่างชาติ และยืนยันความจงรักภักดีต่อความเป็นหนึ่งเดียวของซีเรีย

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยซีเรียยืนยันข้อตกลงหยุดยิงใหม่ในจังหวัดซูเวดา หลังการปะทะระหว่างกลุ่มดรูซและเบดูอินในภาคใต้ ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน โดยข้อตกลงดังกล่าวเน้นการกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางอย่างเต็มที่ 

ยูเครนเปิดเงื่อนไขจ่ายเงินเดือนทหารเป็นเชลย และสูญหาย ยืนยันจ่ายต่อเนื่อง!! หากไม่ ‘ทรยศ’ หรือ ‘มอบตัว’ โดยสมัครใจ

(21 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมยูเครนยืนยันว่า รัฐยังคงจ่ายเงินเดือนให้กับทหารที่ถูกจับเป็นเชลยหรือสูญหาย โดยจะคิดตามตำแหน่งสุดท้ายที่ประจำอยู่ก่อนหายตัว โดยเงินจะจ่ายต่อเนื่องตลอดช่วงที่ยังอยู่ในสถานะเชลยหรือไม่ทราบชะตากรรม แม้ตัวทหารจะอยู่ต่างประเทศก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หากภายหลังพบว่าเป็นการยอมมอบตัวโดยสมัครใจ หนีทัพ หรือทิ้งหน่วยโดยไม่มีเหตุอันควร การจ่ายเงินจะยุติลงหลังการสอบสวนเป็นทางการ และถือว่าเป็นการผิดหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งจะถูกตัดสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือทันที

ตามกฎหมายแล้วทหารสามารถระบุล่วงหน้าว่า จะให้ใครในครอบครัวเป็นผู้รับเงินแทนได้ เช่น คู่สมรส บุตร หรือพ่อแม่ โดยต้องมีเอกสารยืนยันผ่านผู้บังคับบัญชาหรือรับรองโดยทนาย หากไม่ระบุไว้ ระบบจะใช้ลำดับอัตโนมัติคือ คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุตรพิการ และพ่อแม่ตามลำดับ

ขณะที่ กลุ่มที่ไม่มีสิทธิรับเงิน ได้แก่ ทหารที่ถูกตัดสินว่าทรยศ ร่วมมือกับศัตรู หรือเป็นชาวรัสเซียและเบลารุส (หรืออาศัยใน 2 ประเทศนี้อย่างถาวร) โดยครอบครัวต้องยื่นคำร้องและเอกสารต่อศูนย์สนับสนุนสังคมของกองทัพในพื้นที่ใดก็ได้ ไม่จำกัดเขตทะเบียนทหาร พร้อมแนบเอกสารระบุตัวตน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และหลักฐานความสัมพันธ์ในครอบครัวประกอบการพิจารณา 

เปิดผลสอบ Jeju Air ตกไถลชนกำแพงรันเวย์ คร่า 179 ชีวิต รายงานชี้!! นักบินดับเครื่องยนต์ผิดฝั่ง หลังนกถูกดูดเข้าไป

(22 ก.ค. 68) ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบิน Jeju Air เที่ยวบิน 2216 ตกเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ในปี 2024 ออกมาแสดงความไม่พอใจ หลังรายงานสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า นักบินปิดเครื่องยนต์ผิดข้าง ทำให้เครื่องตกและมีผู้เสียชีวิต 179 รายจากทั้งหมด 181 คนบนเครื่อง 

โดยเหตุเกิดขึ้นหลังเครื่องบินดูดนกเข้าเครื่องยนต์ขณะกำลังลงจอดที่สนามบินเมืองมูอัน จังหวัดช็อลลาใต้ ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้นักบินแจ้งเหตุฉุกเฉินและพยายามเปลี่ยนทิศทางลงจอด แต่เครื่องกลับไถลลงโดยไม่มีล้อ ชนเข้ากับกำแพงคอนกรีตที่ปลายรันเวย์จนเกิดไฟลุกไหม้ คร่าชีวิตเกือบทั้งหมด ยกเว้นลูกเรือเพียง 2 คน

รายงานจากคณะสอบสวนของเกาหลีใต้พบว่า นักบินได้ปิดเครื่องด้านซ้ายซึ่งไม่เสียหาย แทนที่จะปิดเครื่องทางด้านขวาที่ถูกนกโจมตีอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเหยื่อมองว่ารายงานเน้นโยนความผิดให้กับนักบิน โดยไม่พูดถึงปัจจัยอื่น เช่น กำแพงคอนกรีตที่ปลายรันเวย์ ซึ่งทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ครอบครัวเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เร่งสรุปก่อนข้อมูลจะครบ ขณะเดียวกัน สหภาพนักบินของสายการบิน Jeju Air ก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้เช่นกัน โดยมองว่ามีการลดน้ำหนักของปัจจัยแวดล้อมอื่นที่เกี่ยวข้อง

แม้มีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่าย แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า รายงานอิงจาก “หลักฐานชัดเจนและข้อมูลสนับสนุน” ขณะที่กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ประกาศแล้วว่าจะรื้อกำแพงคอนกรีตในสนามบิน 7 แห่ง และมีผู้บริหารรวมถึง CEO ของ Jeju Air ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานประมาทเลินเล่อ

ศูนย์ทุ่นระเบิดฯ ย้ำชัดเขมรวางกับระเบิดใหม่ ร่อนแถลงการณ์ถึง 10 องค์กรภาคีเครือข่ายแล้ว

(22 ก.ค. 68) ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ รายงานความคืบหน้าด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีกำลังพลของกองทัพไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และมีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายกัมพูชา ดังนี้

1. ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญว่า ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่พบบริเวณพื้นที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในเขตอธิปไตยไทยนั้น เป็นชนิดที่มิได้มีใช้ ในกองทัพไทย และพิสูจน์ทราบแล้วว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ถูกวางขึ้นใหม่

2. มุ่งเน้นการขยายผลด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของสื่อที่หน่วยรับผิดชอบ ได้แก่ เพจเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ ซึ่งสำนักข่าวต่าง ๆ ได้มีการนำเสนอและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

3. ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้ดำเนินการส่งแถลงการณ์ฯ ให้กับหน่วยงาน/องค์กรต่าง ๆ ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายด้านการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เพื่อรับทราบข้อมูลและสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้อง จำนวน 10 หน่วยงาน ได้แก่ เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตอาร์เซอร์ไบจาน ประจำประเทศไทย, โครงการวิจัยและพัฒนาการเก็บกู้ ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (The Humanitarian Demining Research and Development: HD R&D), กองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก (U.S. Marine Corps Forces, Pacific: MARFORPAC), ศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมแห่งนครเจนีวา (The Geneva International Center for Humanitarian Demining: GICHD), คณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (Joint United States Military Advisory Group Thailand: JUSMAG THAI), มูลนิธิเพื่อมนุษยธรรมโกลเด้นเวสท์ (Golden West Humanitarian Foundation: GWHF), ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Regional Mine Action Center: ARMAC) และคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา

4. ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงตอบโต้ กรณีฝ่ายกัมพูชานำเสนอภาพข่าวและคลิปวิดีโอ กล่าวหาว่าทหารไทยเป็นผู้วางทุ่นระเบิดใหม่เพิ่มเติม บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ ในเพจเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ และสำนักข่าวต่าง ๆ

ก.อุตสาหกรรม - คมนาคม ผนึกกำลังภาคเอกชน เปิดพื้นที่ 'กรุงเทพอภิวัฒน์' จัดบิ๊กอีเวนท์กระตุ้นเศรษฐกิจ

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลัง กระทรวงคมนาคม และภาคเอกชน จัดบิ๊กอีเวนท์ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' เปิดพื้นที่ใจกลางการขนส่ง 'กรุงเทพอภิวัฒน์' หวังบูมเศรษฐกิจกลางปีได้กว่า 300 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.68) กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ กระทรวงคมนาคม และภาคเอกชน แถลงข่าวเตรียมจัดงานบิ๊กอีเวนท์ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ภายใต้แนวคิด 'รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย' ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บางซื่อ พบกับมหกรรมสินค้าคุณภาพ ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ อาทิ เสื้อผ้า อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอุปโภค-บริโภค และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมายที่ยกขบวนพาเหรดจากเครือสหพัฒน์และผู้ประกอบการ SME ไทยทั่วประเทศ พร้อม Mind Motorshow รถที่ใช่ดีลที่ชอบ นอกจากนี้ ภายในงานยังจะมีความร่วมมือครั้งสำคัญในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมรางเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งโลจิสติกส์ ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยคาดว่าการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกลางปีได้กว่า 300 ล้านบาท

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้บูรณาการ ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย 
บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ สมาคมยานยนต์แห่งประเทศไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะ MIND Ambassador และบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในการจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 :รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการทดสอบตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชน อีกทั้งผู้ประกอบการโรงงานยังได้มีพื้นที่ในการกระจายสินค้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสินค้าอุตสาหกรรมไทยที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรมเพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาเหมาะสม อันจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงกลางปีได้กว่า 300 ล้านบาท
มีผู้เข้าชมงานกว่า 30,000 คน

กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (สปอ.) ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงคมนาคมและภาคเอกชนในการจัดงานครั้งนี้ โดยภายในงาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 : รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย' จะมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ามากมายให้ช้อปกันอย่างจุใจในสถานีกลาง พื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่

1. โซนมหกรรมสินค้าอุปโภค - บริโภคราคาประหยัดจากเครือสหพัฒน์ พบกับสินค้าคุณภาพราคาประหยัด ที่จะยกขบวนมาลดราคา อาทิ ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน - ผงซักฟอก น้ำยาล้างจานโปร ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก – ผลิตภัณฑ์โคโดโม ผลิตภัณฑ์เซนต์แอนดรูว ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล - ยาสีฟันซิสเท็มมา ผลิตภัณฑ์อาหาร - มาม่า ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า - วาโก้ แอร์โรว์ และ เครื่องสำอาง BSC MTI  2. โซน 'รถที่ใช่ดีลที่ชอบ' จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ รถจักรยานยนต์คุณภาพดีและข้อเสนอพิเศษสุดในงานจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ ยามาฮ่า เป็นต้น 3. โซนมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า พบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพมีมาตรฐาน มอก. ราคาประหยัด เช่น พัดลม หม้อหุงข้าว ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ Hatari Mitsubishi Samsung LG Panasonic Sharp ไทยสเตนเลสสติล (Seagull) ลักกี้เฟลม (Luckyflame) อาร์ซลิกฮิตาชิ (Hitachi) ไทยทาซากิ (Tasaki) เป็นต้น

4. โซนมหกรรมจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 155 บูธ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของใช้ของตกแต่งบ้าน งานคราฟต์ สินค้าสายมู อาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มชงสด อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มแปรรูป เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโซนการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะ MIND Ambassador ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยทาง โตโยต้า ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมของกระทรวงอุตสาหกรรมในปีที่ผ่านมาร่วมจัดแสดงภายในงานเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม อีกทั้ง ยังได้มีการจัดกิจกรรมบนเวทีกลางที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ การจัดเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ เช่น เบลนด์น้ำหอม (Perfume Blending Workshop) Talk & share (ไทย-จีน-อังกฤษ) Taste of Siam เมื่ออาหาร คือสูตรลับแห่งสุขภาพ เลือกคนให้ถูกงาน เลือกงานให้ถูกคน Herbal Plantasia ทำน้ำมันหอมระเหย Hobby Hut Craft ทำตุ๊กตาจากผ้า (กระต่าย) การเวิร์คช็อปฝึกอาชีพ เล่นเกมชิงรางวัล และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ไอซ์ ศรัณยู / อะตอม ชนกันต์ / ป๊อป ปองกูล / อ๊อฟ ปองศักดิ์

ขณะเดียวกัน การจัดงานในครั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญที่เกิดขึ้น คือ การลงนามบันทึก ความเข้าใจ (MOU) การยกระดับระบบคมนาคมขนส่งทางรางและการสร้างฐานการผลิตรถไฟมาตรฐานสากลภายในประเทศ ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กับ กระทรวงคมนาคม โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) ซึ่งจะมีการลงนามในวันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 ก่อนช่วงพิธีเปิดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคมได้มีการทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมรางเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน ดร.ณัฐพล กล่าว

ด้าน นายวิทยา ยาม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคม มีความยินดี เป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 ที่จะจัดขึ้น ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือสำคัญระหว่างสองกระทรวงในการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในการพัฒนาการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และประเทศไทยให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางอย่างต่อเนื่อง การลงนามใน MOU ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ระหว่างกระทรวงคมนาคม โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) กับกระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมระบบรางเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย เพื่อยกระดับให้การขนส่งทางรางมีความสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการจัดงาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' ขนาดใหญ่ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ครั้งนี้ จะเป็น การประชาสัมพันธ์และตอกย้ำภาพลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสถานีฯ ในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม ที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดของประเทศ ไม่เพียงแต่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางสำหรับรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางไกล รถไฟฟ้าชานเมือง และรถโดยสารสาธารณะ แต่ยังเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้สัมผัสถึงความพร้อมและมาตรฐานระดับโลกของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทย ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้โดยสาร มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน อาทิ ห้องน้ำสะอาด ร้านค้า ร้านอาหาร และป้ายบอกทางที่ชัดเจน 

กระทรวงคมนาคม ได้เตรียมการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัด ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เชื่อมต่อ จากพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกได้อย่างรวดเร็ว รถไฟฟ้า MRT (สายสีน้ำเงิน) ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในเมืองในอัตรา ค่าโดยสาร 20 บาท ตลอดสาย รถไฟทางไกลที่จะอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด รวมทั้งรถโดยสารสาธารณะที่สามารถเดินทางเข้าถึงยังพื้นที่จัดงาน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจร หรือหากนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาร่วมงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย มีพื้นที่จอดรถและจุดรับ-ส่ง ที่จัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอ นายวิทยา กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของประเทศควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ประชาชนคนไทยทุกคน 

กลุ่มสแกมเมอร์เมียนมาหันใช้ Starlink ของ ‘อีลอน มัสก์’ หลังหน่วยงานไทยตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในเมืองเมียวดี

(22 ก.ค. 68) แม้ไทยจะพยายามตัดสายอินเทอร์เน็ตเพื่อสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา แต่ขบวนการเหล่านี้กลับหันมาใช้ 'Starlink' บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของบริษัท อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แทน ส่งผลให้เห็นจานดาวเทียมสีขาวผุดเต็มหลังคาตึกในพื้นที่

ข้อมูลจากองค์กร International Justice Mission (IJM) ระบุว่า จำนวนการเชื่อมต่อ Starlink ในแหล่งอาชญากรรมรอบเมียวดีเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าภายใน 1 ปี หลังจากไทยเริ่มตัดสายอินเทอร์เน็ตในปี 2024 และแม้การใช้งานอาจประเมินได้ต่ำกว่าความเป็นจริง แต่แนวโน้มก็ชัดเจนว่า Starlink กลายเป็นทางออกหลักของกลุ่มดังกล่าว

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth ในปี 2025 ยืนยันว่ามีจาน Starlink ติดตั้งบนตึกแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก ซึ่งไม่เคยมีให้เห็นในปีก่อน นอกจากนี้ มีการเปิดเผยว่าขนาดจานรับสัญญาณมีขนาดเล็กพอจะใส่เป้สะพายหลังได้ ทำให้ลักลอบขนผ่านชายแดนได้สะดวก

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้ Starlink ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อย่างเป็นทางการในเมียนมา แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นโครงข่ายหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่อย่าง KK Park อาณาจักรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในเมียวดี ที่มีเครือข่ายใหญ่และซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

อังกฤษ คว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ หวังสกัดรายได้พลังงานกว่า 8.7 แสนล้านบาท

(22 ก.ค. 68) อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ พร้อมบริษัทเดินเรือและค้าน้ำมัน 2 แห่งในดูไบและรัสเซีย โดยกล่าวว่าเรือเหล่านี้คือ 'กองเรือเงา' ที่ใช้หลบเลี่ยงมาตรการควบคุมราคาน้ำมัน และสร้างรายได้มหาศาลให้รัสเซียกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 876,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ต้นปี 2024

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เดวิด แลมมี (David Lammy) ระบุว่า มาตรการใหม่นี้มุ่ง 'รื้อ' เครือข่ายพลังงานของวลาดิเมียร์ ปูติน และทำให้กองทุนสงครามรัสเซียแห้งเหือด ซึ่งเรือเหล่านี้ส่วนใหญ่จดทะเบียนภายใต้ธงชาติอื่นที่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตร ทำให้ยังสามารถขนน้ำมันไปยังเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาได้ตามปกติ

ขณะที่หลายฝ่ายชี้ว่า แม้ชาติตะวันตกจะเพิ่มแรงกดดัน แต่ในทางปฏิบัติ เรือที่ถูกคว่ำบาตรยังเดินเรืออย่างอิสระ และยังทำธุรกิจกับประเทศนอกค่ายสหรัฐ-อังกฤษได้ต่อเนื่อง การคว่ำบาตรในลักษณะนี้จึงเปรียบได้กับ “คำประกาศฝ่ายเดียว” ที่ไม่มีผลบังคับจริงในเวทีระหว่างประเทศ

ล่าสุด สหภาพยุโรปและอังกฤษเตรียมลดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียจาก 60 ดอลลาร์ เหลือ 47.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หวังบีบรายได้รัสเซียให้เหลือน้อยที่สุด แต่ในโลกความเป็นจริงที่มีหลายขั้วอำนาจ เรือรัสเซียก็ยังคงแล่นต่อไป และน้ำมันยังคงกลายเป็นเงินตราในมือพันธมิตรที่ไม่สนใจเสียงจากลอนดอนหรือวอชิงตัน

ตำรวจสรุปสำนวนคดีตึกสตง. ถล่มแล้ว พร้อมส่งชงอัยการสั่งฟ้อง ‘เปรมชัย-ผู้เกี่ยวข้อง’

ตำรวจ สรุปสำนวนส่งชงอัยการสั่งฟ้อง เปรมชัยและผู้เกี่ยวข้องคดีอาคารก่อสร้าง สตง.ถล่ม ตาม ป.อาญา มาตรา 227 , 230

(22 ก.ค.68) พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)  ตึก สตง.ถล่ม นำสำนวนคดี จำนวน 51 ลัง 233 แฟ้ม เป็นเอกสารกว่า 9 หมื่นแผ่น ส่งให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 พิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา ทั้งนิติบุคคล

และส่วนตัว รวม 23 ราย รวมถึง นายเปรมชัย กรรณสูต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาในกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ตาม ป.อาญา มาตรา 227 , 230 ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

‘ศาลทหารชั้นฎีกา’ ตัดสินคดี ‘น้องเมย’ ถูกธำรงวินัยเสียชีวิต จำคุก 4 เดือน 16 วัน รอลงอาญา 2 ปี ให้จำเลยรับใช้ชาติต่อ

ศาลทหารชั้นฎีกา พิพากษาคดี น้องเมย จำคุก 4 เดือน 16 วัน รอลงอาญา 2 ปี ชี้จำเลยไม่เคยได้รับโทษ การลงโทษไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ให้จำเลยปรับปรุงตัวรับราชการรับใช้ชาติต่อไปจะเป็นประโยชน์มากกว่า

(22 ก.ค.68) ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 12 จ.ปราจีนบุรี นายพิเชษฐ์ และนางสุกัลยา ตัญกาญจน์ พ่อแม่ของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากถูกธำรงวินัยโดยรุ่นพี่ทหาร 2 นาย ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2560 โดยในวันนี้ครอบครัวเดินทางมาเพื่อฟังคำพิพากษาของศาลทหารในชั้นฎีกา

นางสุกัลยา กล่าวว่า ผ่านมา 8 ปี ที่ตนต่อสู้เพื่อลูก เพราะต้องการให้สังคมเห็นว่า ลูกชายไม่ได้ทำผิดระบบเกียรติศักดิ์ เขาไม่ได้โกหก แม้จะเสียชีวิตแล้ว ซึ่งไม่มีโอกาสได้พูด แต่ยังถูกใส่ร้าย วันนี้จึงขอฟังผลการตัดสินของศาลก่อน หากผลออกมาดี จะช่วยคืนความยุติธรรมให้กับลูกชาย กู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกชายด้วย

ขณะที่ล่าสุด ศาลทหารชั้นฎีกา พิพากษายืนตามศาลชั้นอุทธรณ์ จำเลยมีความผิดทำร้ายร่างกาย ทำโทษโดยฝ่าฝืนคำสั่งกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ส่วนที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทันทีนั้น ศาลเห็นว่าด้วยอายุจำเลยไม่เคยได้รับโทษ การจะลงโทษจำเลยไปก็ไม่เป็นประโยชน์ ให้จำเลยปรับปรุงตัวรับราชการรับใช้ชาติต่อไปจะเป็นประโยชน์มากกว่า

จึงให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาท ให้รอลงอาญา 2 ปี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top