Thursday, 11 June 2026
NewsFeed

กองทัพอากาศไทย–สิงคโปร์ ซ้อมรบทางอากาศ Air ThaiSing 2025 ฉลอง 60 ปีทางการทูต!! ส่งสัญญาณร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(15 ก.ค. 68) กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เปิดฉากการฝึกผสมทางอากาศ “Air ThaiSing 2025” ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา และสนามฝึกชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 14-25 กรกฎาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ทั้งด้านภาษา แนวคิด และวัฒนธรรมทางทหาร

ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต สิงคโปร์ได้ตกแต่งแพนหางเครื่องบิน F-16D ด้วยตราสัญลักษณ์พิเศษ พร้อมร่วมกับไทยปลูก “Friendship Tree” เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ที่เติบโตและยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

การฝึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินแบบ AT-6TH ของไทยจากฝูงบิน 411 กองบิน 41 (เชียงใหม่) เข้าร่วมฝึกกับเครื่องบิน F-16 จากทั้งสองชาติ เสริมประสิทธิภาพการรบทางอากาศและความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในเวทีอาเซียน ที่เคยแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเด็นสำคัญร่วมกับไทย แม้เสียงในสภาอาเซียนจะยังไม่ถึงครึ่ง แต่ภาพความร่วมมือทางทหารในวันนี้คือคำตอบของ “มิตรแท้ประเทศไทย”

‘เจนเซ่น หวง’ ซีอีโอ Nvidia พบ ‘เหลย จวิ้น’ ซีอีโอ Xiaomi ระหว่างทริปเยือนปักกิ่ง พร้อมยกนิ้วชมรถ Xiaomi SU7 ULTRA

(15 ก.ค. 68) เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ปรากฏตัวในปักกิ่งเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยสื่อจีนรายงานผ่าน WeChat ว่าเขาได้พบกับเหลย จวิ้น (Lei Jun) ซีอีโอของ Xiaomi พร้อมเผยภาพทั้งสองยืนยิ้มเคียงกันข้างรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7 ULTRA ขุมพลัง 1548 แรงม้า ท่ามกลางอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส 

การปรากฏตัวครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนงาน China International Supply Chain Expo (CISCE) ซึ่งจะจัดขึ้นในกรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม โดย Nvidia จะเข้าร่วมเป็นครั้งแรกในฐานะหนึ่งในผู้จัดแสดงกว่า 230 ราย จากทั้งในและนอกประเทศ

มีการเปิดเผยว่า Nvidia จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานนี้ ซึ่ง เจนเซ่น หวง ย้ำถึงความตั้งใจระยะยาวในการดำเนินธุรกิจในจีน ท่ามกลางสงครามการค้าที่สหรัฐฯ ยังคงจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน แต่ Nvidia ยังคงมองจีนเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งในปีงบประมาณล่าสุด จีนสร้างรายได้ให้ Nvidia ถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 13% ของยอดขายรวม

ทั้งนี้ เจนเซ่น หวง กับเหลย จวิ้น มีความสนิทสนมกันมานาน ย้อนไปเมื่อปี 2013 หวงเคยขึ้นเวทีเปิดตัวชิป Tegra ของ Nvidia แต่ใช้มือถือ Xiaomi Mi 3 เพื่อช่วยโปรโมต และยังพูดติดตลกว่า เขาเป็น “แฟนพันธุ์แท้เสียวหมี่” 

นายกฯ สเปนจวกยุโรปนิ่งเฉย ปล่อยอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

(15 ก.ค. 68) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ยุโรปยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ พร้อมวิจารณ์รัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู ว่ากำลังสร้าง “หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของศตวรรษที่ 21” และย้ำว่า “ใครก็ตามที่ใช้ความหิวสงครามเพื่อทำลายรัฐที่มีความชอบธรรม ไม่ควรได้รับสถานะเป็นพันธมิตรของอียู”

ซานเชซกล่าวว่า ภาพเด็กๆ ค้นหาครอบครัวใต้ซากปรักหักพัง หรือค่อยๆ ตายจากความอดอยากในเต็นท์ ไม่ควรแค่ทำให้เราสะเทือนใจ แต่ควรกระตุ้นให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะยุโรป ลุกขึ้นมาดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยสเปนและไอร์แลนด์ได้ยื่นขอให้อียูตรวจสอบว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงความร่วมมือกับอียูหรือไม่ ซึ่งรายงานเมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า มี “หลักฐานมากเพียงพอ” ที่บ่งชี้ว่าอิสราเอลละเมิดมาตราเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

แม้จนถึงขณะนี้อียูยังไม่ดำเนินมาตรการใดๆ แต่ซานเชซเผยว่าสเปนกำลังผลักดันให้มีการ “ระงับข้อตกลงความร่วมมือ” กับอิสราเอลทันที พร้อมทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราประณามปูตินในยูเครน เราก็ต้องไม่ยอมให้เนทันยาฮูทำแบบเดียวกันในปาเลสไตน์”

อดีตพลเมืองสหรัฐฯ ได้รับสัญชาติรัสเซีย หลังช่วยกองกำลังหมีขาว!! ลอบส่งพิกัดโจมตียูเครน

(15 ก.ค. 68) แดเนียล มาร์ตินเดล (Daniel Martindale) ชาวอเมริกันที่ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพรัสเซียในสงครามยูเครน ได้รับสัญชาติรัสเซียในพิธีมอบพาสปอร์ตอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานผู้แทนสาธารณรัฐโดเนตสค์ (DPR) ในกรุงมอสโก เมื่อไม่นานนี้

เดนิส ปูชิลิน (Denis Pushilin) ผู้นำ DPR ระบุว่า สัญชาติรัสเซียที่มาร์ตินเดลได้รับ เป็น “เครื่องหมายแห่งความไว้วางใจระดับสูงสุดจากรัฐ” ซึ่งออกโดย วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อยกย่องความกล้าหาญและความเสียสละในการส่งข้อมูลเป้าหมายทางทหารของยูเครนให้กับรัสเซียนานถึง 2 ปี

โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า มาร์ตินเดลเคยแอบเข้าออกแนวหน้าหลายครั้ง เพื่อตรวจหาตำแหน่งของฝ่ายยูเครนและส่งข้อมูลให้รัสเซีย ซึ่งถูกใช้ในการโจมตีอย่างได้ผล จนในเดือนพฤศจิกายน 2024 รัสเซียลอบพาตัวเขาออกมาจากพื้นที่ที่ยูเครนควบคุมได้สำเร็จ

เจ้าตัวยอมรับว่า “ฝันอยากเป็นพลเมืองรัสเซียมีมาตั้งแต่ 10 ปีก่อน” พร้อมเผยว่าอยากสร้างครอบครัวและเลี้ยงดูลูกในประเทศที่เขารู้สึกว่า “ไม่ใช่แค่บ้าน แต่เป็นครอบครัว” โดยพ่อแม่ของเขาก็มีความตั้งใจจะย้ายจากสหรัฐอเมริกามาอยู่ในรัสเซียด้วยเช่นกัน

‘โคลอมเบีย-แอฟริกาใต้’ เปิดเวทีต้านอิสราเอล 20 ชาติจ่อใช้ “กฎหมายระหว่างประเทศ” เอาผิดยิว

(15 ก.ค. 68) กลุ่มประเทศ 20 ชาติ นำโดยโคลอมเบีย-แอฟริกาใต้ ร่วมจัดงานซัมมิตฉุกเฉินวันที่ 15-16 ก.ค. ที่กรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เพื่อลงมติใช้มาตรการจริงกดดันอิสราเอล หลังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจากปฏิบัติการในกาซา โดยมีสมาชิกหลักอย่างมาเลเซีย คิวบา และเซเนกัล ในกลุ่ม “ฮากกรุ๊ป” ที่ก่อตั้งเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เข้าร่วมด้วย

สหรัฐฯ แถลงประณามเวทีนี้ทันที โดยระบุว่าการใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นภัยต่อระเบียบโลก และอาจเปิดทางให้กลุ่มประเทศต่อต้านตะวันตกโจมตีไม่เพียงแต่อิสราเอล แต่รวมถึงสหรัฐฯ และพันธมิตรด้วย

ด้านคณะผู้แทนอิสราเอลประจำยูเอ็นออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า “สิ่งที่หลายประเทศในเวทีนี้ลืม คือจุดเริ่มต้นของสงคราม มาจากการสังหารประชาชนกว่า 1,200 รายเมื่อ 7 ต.ค. 2023 โดยฮามาส และจนถึงวันนี้ ยังมีชาวอิสราเอลอีก 50 คนถูกจับตัวไว้ในกาซา” พร้อมย้ำว่า “สงครามจะไม่ยุติ ตราบใดที่ตัวประกันยังไม่ถูกปล่อย”

เวทีนี้มีผู้แทนจากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม เช่น จีน ตุรกี สเปน ไอร์แลนด์ แอลจีเรีย อินโดนีเซีย รวมถึงผู้แทนปาเลสไตน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น เช่น ฟิลิปป์ ลาซซารินี จาก UNRWA และฟรานเชสกา อัลบาเนเซ นักสิทธิมนุษยชนที่เพิ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ร่วมกล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอด้วย

รีสอร์ทสุดหรูในกัมพูชา... ไม่ใช่ฐานทัพหรอก แค่ทำไว้เผื่อพี่ใหญ่มาขอจอดเครื่องบินรบ - เรือดำน้ำ

(15 ก.ค. 68) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จุดเล็ก ๆ บนแผนที่อย่าง “ดาราสากอร์” ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลกัมพูชา กลับกลายเป็นจุดที่สายตาของทั้งโลกหันมาจับจ้อง เพราะแม้จะถูกเสนอให้เป็นโครงการพัฒนาเมืองตากอากาศ รีสอร์ต สนามบินและท่าเรือพาณิชย์ แต่ด้วยรันเวย์ที่ยาวเกินจำเป็น ความลึกของท่าเรือที่สามารถรองรับเรือรบขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานที่เหมือนเตรียมพร้อมทางทหาร—ทุกสิ่งนี้ล้วนชี้นำไปในทิศทางเดียวกันว่า “จีนอาจกำลังวางหมากใหญ่ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก”

สหรัฐอเมริกาเองไม่ได้นิ่งเฉยต่อพัฒนาการดังกล่าว และเลือกตอบโต้ผ่านการคว่ำบาตรโดยตรง โดยเจาะเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของกัมพูชา รวมถึงผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนได้เสียส่วนตัวจากการพัฒนาโครงการท่าเรือเรียม ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังประกาศห้ามการส่งออกอาวุธให้กับกัมพูชา พร้อมกล่าวหาว่าการอนุญาตให้จีนตั้งฐานที่มั่นในภูมิภาคคือ “การละเมิดอธิปไตย” และเป็นแผนแฝงเพื่อผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์

แต่ท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตันกลับไม่ได้ส่งผลเท่าที่คาดในระดับภูมิภาค นักยุทธศาสตร์อาเซียนจำนวนมากยังคงรักษาความสงบและวางท่าทีอย่างระมัดระวัง หลายคนยอมรับว่าการที่จีนมีอิทธิพลลึกซึ้งในกัมพูชาเป็นเรื่องที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ เองก็ไม่ได้เสนอทางเลือกที่น่าดึงดูดหรือช่วยเหลือในระดับที่เท่าเทียมกัน พวกเขาจึงไม่รู้สึกแปลกใจหากกัมพูชาจะเอนเอียงไปในทิศทางที่ผลประโยชน์พาไป

สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่กึ่งกลางของแรงกดดันจากทั้งสองขั้ว—จีนผู้เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจรายใหญ่ และสหรัฐฯ ผู้เป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงยาวนาน—สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาสมดุลและวางตัวเป็นกลางอย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ เองก็เริ่มเข้าใจว่าการบีบให้ไทยเลือกข้างอย่างชัดเจนนั้นอาจไม่เป็นผลดีในระยะยาว เพราะไทยมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญในการประคับประคองเสถียรภาพของภูมิภาค

สิ่งที่น่าจับตาในขณะนี้คือแม้จีนจะยังไม่ส่งทหารเข้าประจำการที่ดาราสากอร์หรือเรียมแบบเปิดเผย แต่โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังสร้างขึ้นนั้นก็พร้อมรองรับการใช้งานทางทหารทันทีหากเกิดความจำเป็น และแม้จีนจะอ้างว่าเป็นเพียงการ “ป้องกันตัว” ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ และพันธมิตร แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหมากนี้ส่งผลกระทบต่อสมดุลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในโลกที่กำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากการช่วงชิงอิทธิพล การไม่เปิดโอกาสให้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารจึงเป็นทางเลือกเดียวที่ยังพอรักษาความสงบสุขของภูมิภาคไว้ได้ และหากจะมีบทบาทใดที่ไทยควรรับเอาไว้ในห้วงเวลานี้ คงไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการ “ค้ำเสถียรภาพ” อย่างที่เคยทำมาตลอดในประวัติศาสตร์การทูตไทย

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังแกนนำองค์องค์กรเครือข่าย ขับเคลื่อนงาน ด้านสุขภาพจิต เพื่อพัฒนาคนพิการทางจิต

(16 ก.ค. 68) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย นำโดย นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และแกนนำองค์กรเครือข่ายทั่วประเทศ จัดโครงการเสริมพลังแกนนำองค์กรเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพจิตกับการพัฒนาคนพิการทางจิต และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 9 – 12 กรกฎาคม 2568 ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ถนนสนามบิน ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  และที่ห้องประชุมแกรนด์ภูคำ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  โดยมีสมาชิกชมรมเครือข่ายของสมาคมทั่วประเทศเข้าร่วมงาน  ทั้งนี้ ได้จัดพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ โดยมี นายพิสิฐ  พูลพิพัฒน์  ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์   เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  ผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้  มีทั้งภาครัฐ และเอกชน  รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจในกิจกรรมของงาน

นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคม ได้กล่าวว่า สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศ มีชมรมเครือข่ายทั่วประเทศจำนวน 157 ชมรม ที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานด้านจิตเวชอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 สมาคมจะมีการขยายเครือข่ายในเขตกรุงเทพมหานครอีกจำนวน 12 เขต และอีกจำนวน 15 อำเภอ ใน 8 จังหวัดของภาคใต้  ซึ่งสมาคมจะมีสมาชิกชมรมเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนงานด้านจิตเช  และมีสมาชิกรายบุคคลทั้งหมด 8,423 คน  เป็นสมาชิกสามัญจำนวน 5,970 คน แบ่งเป็นคนพิการทางจิต 4,282 คน ผู้ดูแล 1,686 คน สมาชิกวิสามัญ  2,453 คน  โดยสมาคมฯ พบว่าคนพิการทางจิตส่วนมากยังไม่ได้รับการจ้างงานตามกฎหมายอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งการประกอบอาชีพอิสระ ผลมาจากการที่คนพิการทางจิตยังขาดการฟื้นฟูทักษะด้านอาชีพ ซึ่งการมีอาชีพมีงานทำของคนพิการทางจิตถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ เพราะการทำงานมีอาชีพและมีรายได้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน บทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของแกนนำขององค์กรเครือข่าย  จึงมีความจำเป็นอย่างมาก  ที่จะช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน   พร้อมผลักดันให้คนพิการทางจิตเข้าถึงสิทธิต่างๆที่รัฐจัดให้ได้เพิ่มมากขึ้น กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมการประชุม ,การเสวนา, การบรรยายความรู้ทางวิชาการในหัวข้อต่างๆ อาทิ
 
• บรรยาย “สติปัญญาทุกลมหายใจเพื่อสันติสุขอย่างยั่งยืน”
วิทยากรโดย พระครูสังฆกิจดิลก, ดร. เจ้าอาวาสวัดสารอด กทม.
• เสวนา“แผนยุทธศาสตร์สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568-2571 และแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านจิตเวชของชมรมเครือข่าย”
วิทยากรโดย รศ. ดร.ศุภชัย เหมือนโพธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์และพัฒนาคุณภาพชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงเสน
• เสวนา “โอกาสคืนสู่สังคมของผู้ป่วยจิตเวชกับบทบาทสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว”
วิทยากรโดย 
1.คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ปันชู ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 สื่อทีวีดิจิทัล
2.คุณเบนซ์ จิรายุ จันทรวงษ์ อินฟูเรนเซอร์ ชื่อดัง และ ผู้สื่อข่าวโซเชียล
3.คุณบอล ณัฐพล รัตนิพนธ์ ผู้ดำเนินรายการ
• บรรยาย “ปลูกพลังจิตอาสา สร้างเครือข่ายเยียวยาใจในชุมชน”
วิทยากรโดย ผศ.ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ร่วมด้วยวิทยากรสมทบ และที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ในการแบ่งกลุ่มทำแผนปี 2569   ประกอบด้วย
1.เครือข่ายภาคเหนือ
วิทยากรโดย น.ส.ญาณี ชีวะเจริญ กรรมการบริหารสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย
2.เครือข่ายภาคกลาง
วิทยากรโดย นางกัลยา อ่อนจันทร์ ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย
3.เครือข่ายภาคอีสาน
วิทยากรโดย นางณัฐกฤตา พึ่งสุข ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย
4.เครือข่ายภาคตะวันออก
วิทยากรโดย นางฉวีวรรณ ป้องพาล ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย
5.เครือข่ายภาคใต้
วิทยากรโดย พ.ต.ท.สันติ ลามะ ที่ปรึกษาเครือข่ายสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย 
สาขาภาคใต้ 
6.เครือข่ายเขตกรุงเทพมหานคร 
วิทยากรโดย รศ. ดร.ศุภชัย เหมือนโพธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์และพัฒนาคุณภาพชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิททยาเขตกำแพงเสน 
7.ชมรมตะวันทอแสง (ชมรมของคนพิการทางจิตโดยคนพิการทางจิตและเพื่อคนพิการทางจิต) วิทยากรโดย นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ  นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมออกบูทร้านค้าจากแกนนำชมรมเครือข่ายองค์กรภายใต้สมาคม เพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย จากภาคต่างๆจำนวนมากกว่า 70 ร้านค้า ที่นำสินค้าจาก ผู้บกพร่องทางจิตเป็นผู้ผลิต  รวมทั้งของแกนนำ อาสาสมัครจากชมรมต่างๆมาจัดจำหน่าย เพื่อเป็นการฝึกอาชีพ ฝึกการขาย ฝึกวิธีการจัดจำหน่ายให้แก่คนพิการและองค์กรเครือข่ายต่างๆทั่วประเทศ  ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมาก

ขอนแก่น - "มทบ.23" รับมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" พื้นที่อีสานเหนือ

(15 ก.ค. 68) ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืชให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีชุมชนเบิกบานอาหารปลอดภัยในพื้นที่อีสานตอนบนจำนวน 50 โรงเรียนเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารแก่นักเรียน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ที่ กองพลทหารม้าที่ 3 อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น พันโท เรืองฤทธิ์ ศรีโยธา รองผู้บังคับกองพันมณฑลทหารบกที่ 23 เป็นผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 เข้ารับมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" พื้นที่อีสานเหนือ โดยมีพลตรี เรืองพงษ์ วงษ์ศรีสุข ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 เป็นประธานในการมอบ ที่ กองพลทหารม้าที่ 3 เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในความพื้นที่รับผิดชอบ 1 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฏ์อุดมวิทย์ ตำบลนิคมห้วยผึ้ง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์

เพื่อใช้เพาะปลูกเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน และแบ่งปันผลผลิตให้กับชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ตามแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี โดยโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 23 จะนำเมล็ดพันธุ์ ไปมอบให้กับโรงเรียน และแนะนำการเพาะเมล็ด การเตรียมเพาะปลูกต่อไป

‘ทรัมป์’ เทหมดหน้าตักให้ขีปนาวุธยูเครน เล็งส่ง Tomahawk ยิงไกลถึงใจกลางมอสโก

(16 ก.ค. 68) มีการเปิดเผยจาก The Washington Post ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี โดยได้ถามตรงๆ ว่าทำไมยูเครนยังไม่โจมตีกรุงมอสโก ซึ่งเซเลนสกีตอบกลับว่า “เราทำได้ ถ้าคุณให้เราใช้ขีปนาวุธ”

ขณะเดียวกัน Financial Times รายงานว่า ทรัมป์ยังสนับสนุนให้ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียมากขึ้น และกำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธ โทมาฮอว์ก (Tomahawk) ซึ่งมีพิสัยการยิงไกลถึง 1,600 กิโลเมตร (1,000 ไมล์) ให้ยูเครน และเป็นอาวุธเดียวกับที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะส่ง Tomahawk อย่างเป็นทางการ แต่อาวุธชนิดนี้สามารถยิงไกลถึงมอสโกได้ และอาจกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ในสงครามยูเครน-รัสเซีย โดยทรัมป์ได้ทุ่มงบอาวุธหลายพันล้านดอลลาร์ให้ยูเครนแล้วในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับท่าทีต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินนั้น ทรัมป์กล่าวว่า "ผิดหวังแต่ยังไม่จบ" พร้อมขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าจากรัสเซียเป็น 100% หากเครมลินไม่ยอมตกลงเจรจาสันติภาพภายใน 50 วันข้างหน้า

'กรณ์' เชื่อหากไทยไม่เปิดตลาด 0% ไม่น่าปิดดีลได้ มองอาเซียนไม่ผนึกกำลัง-ขาดเอกภาพไร้อำนาจต่อรอง

(16 ก.ค.68) - นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

Trump สรุป tariff กับ Indonesia!
อัตราภาษี 19% (จากเดิม 32%) โดยมีเงื่อนไขอินโดนีเซียเปิดตลาด 100% ให้ทุกประเภทสินค้าจากอเมริกา ปลอดภาษี 0% 
มีอัตราภาษี transshipment ต่างหาก

ส่วน EU ประกาศเตรียมมาตรการตอบโต้ USA ในกรณีที่เจรจาไม่สำเร็จ (อัตราภาษีที่ USA ประกาศว่าจะใช้คือ 30%) การตอบโต้จะมีในส่วนของอุตสาหกรรมบริการด้วย

อ่านเกมนี้ในกรณีของไทย
1. ยังมีเวลาเจรจาได้จริง 
2. ข้อตกลงกับเวียดนามเป็นฐานในการเจรจา
3. หากไทยไม่เสนอเปิดตลาด 0% ไม่น่าจะมีดีลได้ หรือถ้าได้คือต้องโดนอัตราภาษีที่สูงกว่าทั้งอินโดและเวียดนาม
4. ทรัมป์ประกาศว่าได้คุยตรงกับประธานาธิบดี Probowo Subianto (ส่วนประธานาธิบดี Marcos jnr. ของฟิลิปปินส์มีแผนเดินทางไปพบทรัมป์อาทิตย์หน้า) ส่วนของเรายังไม่มีนายกรัฐมนตรีให้เขาคุยด้วย
5. พอ ASEAN ไม่ผนึกกำลังกัน อำนาจต่อรองของแต่ละประเทศแทบไม่มี เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งในการขาดเอกภาพ (และแม้แต่มิตรภาพ) ในกลุ่ม ASEAN กันเอง 
6. รัฐบาลไทยต้องตัดสินใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดของคนไทยโดยรวม อย่ายอม lobbyist กลุ่มทุนใด ๆ เป็นกรณีพิเศษ เป็นการตัดสินใจที่ยาก ขอเป็นกำลังใจ
7. จากนี้ไปยุทธศาสตร์การพัฒนาตัวเองสำคัญที่สุด อินโดนีเซียและเวียดนามพร้อมรับการแข่งขัน 0% แต่เรายังทำไม่ได้ ตรงนี้ต้องพัฒนาร่วมกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top