Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

เชียงใหม่-เตรียมพบกับ เทศกาลขนมหวานนานาชาติที่ดีที่สุดแห่งปี "SIGNATURE SWEETS 2025"

(16 ก.ค. 68) ความหวานกำลังจะล้นลานกลางศูนย์การค้าฯ กับ เทศกาลขนมหวานนานาชาติที่ดีที่สุดแห่งปี "SIGNATURE SWEETS 2025" 

โหลดความหวานจัดเต็มกว่าที่เคย รวมแบรนด์ขนมหวานชื่อดังกว่า 50 ร้าน กว่า 200 เมนูขนมหวานที่พลาดไม่ได้ พบกับ London Bakery , สมร cafe’ Chiangmai , Baan 104 , วันนี้กินชาเย็นรึยัง? และร้านดังอีกมากมาย

ให้ความหวานเยียวยาทุกสิ่ง การันตีความหวานเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วเจอกัน ตั้งแต่วันที่ 24-30 กรกฎาคม 2568 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส)

ร่วมส่งกำลังใจ ‘พลทหารธนพัฒน์’ เหยียบกับระเบิด ขาซ้ายขาด!! ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้ง 3 นาย

(17 ก.ค. 68) จากกรณีทหารไทยเหยียบกับระเบิดตกค้างในพื้นที่สู้รบเดิม ขณะลาดตระเวนบริเวณเนิน 481 ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพิกัด WA 220 861 เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ทหารพรานที่ 2302 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยหนึ่งในนั้นคือ พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน อายุ 21 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องตัดขาซ้ายใต้เข่า ส่วนอีก 2 นายบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงอัดของระเบิด

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “ศรีสะเกษมีดี” แชร์เรื่องราวของ พลทหารธนพัฒน์ ที่เพิ่งเกณฑ์ทหารเข้ารับใช้ชาติได้เพียง 1 ปี และมีความฝันอยากเป็นทหาร อาสารับใช้ชาติ และภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติ ซึ่งหลังเกิดเหตุ พลทหารธนพัฒน์ได้เข้ารับการผ่าตัดทันทีที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี จนขณะนี้อาการปลอดภัยและสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ 

ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลทั้ง 3 นายด้วยตัวเอง โดยอีก 2 นายคือ ส.อ.ปฏิพัทธ์ ศรีลาศักดิ์ และ พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม ต่างมีอาการฟกช้ำบริเวณหน้าอกจากแรงอัด แต่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และอาการโดยรวมดีขึ้น

หลังการเยี่ยมผู้บาดเจ็บ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางต่อเพื่อไปติดตามสถานการณ์ชายแดนบริเวณจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งยังคงมีความตึงเครียดเป็นระยะจากกรณีพิพาทพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในบางจุด

สมุทรปราการ-ปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกฯ ร่วมงานเปิดศาลา 100 ปี คุณพ่ออุทัย ยังประภากร ฟาร์มจระเข้ฯ สมุทรปราก

(16 ก.ค. 68) ที่ผ่านมา นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย นายปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม นายวัฒนา  เจริญจิตร นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด ’ศาลา 100 ปี ชาตกาล‘ คุณพ่อ อุทัย  ยังประภากร  

โดยมี นายจรูญ  ยังประภากร กรรมการบริหาร บริษัท ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ กล่าวรายงานถึงประวัติความเป็นมาของฟาร์มจรเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ มีนายธนชาติ ยังประภากร ผู้ช่วยกรรมการบริหารฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ  พร้อมครอบครัวยังประภากร ร่วมให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีแขกผู้ทรงเกียรติเดินทางมาร่วมงานและมอบดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก ด้านนายจรูญ ยังประภากร กรรมการบริหาร บริษัท ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ในฐานะครอบครัว “ยังประภากร” ได้กล่าวถึงประวัติคุณพ่ออุทัย ยังประภากร ว่าท่านเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในด้านอนุรักษ์จระเข้พันธุ์ไทย ไม่ให้สูญพันธุ์ และรวบรวมจระเข้พันธุ์ต่างๆจากทั่วโลก มาเพาะเลี้ยงที่ฟาร์มจระเข้แห่งนี้ 

ทำให้ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง การขยายพันธุ์ และค้นพบวิธีการฟักไข่จระเข้แบบธรรมชาติสำเร็จเป็นคนแรกของโลก จนได้พัฒนาเป็นฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ  โดยได้สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศชาติตลอดมา

คุณพ่ออุทัย ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาในโรงเรียน เนื่องจากฐานะทางครอบครัว ทำให้ท่านเริ่มทำงานตั้งแต่เด็ก ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง จนสามารถอ่านเขียนภาษาจีนและไทยได้ ดังนั้นท่านจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษา โดยให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนทุกระดับ ทำให้เป็นแบบอย่างของความขยัน อดทน สู้ชีวิต มีจิตสาธารณะช่วยเหลือสังคมมาตลอดชีวิตของท่าน จึงเป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่สมควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง

และในโอกาสงาน 100 ปี ชาตกาล คุณพ่ออุทัย ยังประภากร ทางฟาร์มจรเข้ได้ยกเว้นเก็บค่าเข้าชมให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงสิ้นเดือนกรกฏาคม 2568 นี้

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ไฟไหม้เวทีหลักเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่เบลเยียม ผู้จัดยันไร้คนเจ็บ-เศร้าสร้างมาหลายปี คาดเหตุจากพลุ-ระบบไฟ

(17 ก.ค. 68) เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่บริเวณเวทีหลักของเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังระดับโลก Tomorrowland ที่เมืองบูม ประเทศเบลเยียม เพียง 2 วันก่อนงานจะเปิดอย่างเป็นทางการ โดยเปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และเผาเวทีหลักจนเกือบหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงพลุและกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

แม้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากพลุที่ถูกติดตั้งบริเวณเวที หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟ เนื่องจากมีเสียงระเบิดและแสงไฟคล้ายการจุดพลุเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับเพลิงลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ชมอยู่ในพื้นที่ มีเพียงทีมงานราว 1,000 คนซึ่งทั้งหมดอพยพออกได้ทันและไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

เด็บบี้ วิลม์เซน (Debby Wilmsen) โฆษกของเทศกาล ระบุว่า เวทีดังกล่าวใช้เวลาสร้างนานหลายปี และทีมงานต่างรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ต้องเห็นมันถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา ขณะเดียวกัน ทางผู้จัดยืนยันว่าโซน DreamVille หรือพื้นที่ตั้งแคมป์ จะยังคงเปิดตามแผนในวันที่ 18 ก.ค. โดยเตรียมต้อนรับผู้ร่วมงานราว 38,000 คน และจะหาทางแก้ไขเพื่อให้เทศกาลในช่วงสุดสัปดาห์นี้ดำเนินต่อไปได้

ด้านตำรวจท้องถิ่นประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุ และหลีกทางให้หน่วยกู้ภัยที่เข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ชาวเมืองบูมเผยว่าเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจาก Tomorrowland ถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่สุดประจำปี ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมายังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ 

กองกำลังบูรพา ดักจับแรงงานกัมพูชาแอบเข้าไทย รวม 38 ราย อ้างงานไม่มี-เงินหมด กลับไทยดีกว่า

กองกำลังบูรพาในพื้นที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เปิดปฏิบัติการเข้มช่วงกลางดึก 17 พ.ค. 2568 สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ถึง 3 จุด รวม 38 ราย ทั้งคนไทยและชาวกัมพูชา บางส่วนมีประวัติเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน บัญชีม้า หรือแม้แต่คดีแจ้งความออนไลน์ โดยกลุ่มชาวกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นอดีตแรงงานในไทยที่เดินทางกลับบ้านเกิดไปแล้ว แต่ต้องเผชิญกับภาวะไม่มีงานทำและขาดรายได้ 

สำหรับจุดแรก เจ้าหน้าที่ซุ่มตรวจในไร่อ้อยท้ายหมู่บ้านกุดหิน พบกลุ่มคนลักลอบเข้าเมือง 25 ราย เป็นคนไทย 5 คน และชาวกัมพูชา 20 คน (รวมเด็กชาย 1 คน) โดยคนกัมพูชาส่วนใหญ่เคยเป็นแรงงานในไทย ก่อนกลับประเทศและหางานไม่ได้ จึงจ่ายเงิน 2,500–4,000 บาท ให้ขบวนการลอบพากลับเข้าไทย ส่วนคนไทยจ่ายสูงถึง 6,000 บาท

จุดที่สอง เจ้าหน้าที่จับคนไทย 10 คน ที่เพิ่งลอบกลับจากปอยเปต โดยทั้งหมดเคยทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ และไม่มีเอกสารเดินทางจึงต้องเดินลัดไร่อ้อยข้ามแดน ขณะที่จุดสุดท้าย จับคนไทยอีก 3 รายในไร่อ้อยบ้านหนองปรือ ที่พยายามลอบไปทำงานก่อสร้างในกัมพูชา

การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำปัญหาการลักลอบข้ามแดนที่ยังแพร่หลาย ทั้งจากแรงงานข้ามชาติที่เดือดร้อน และกลุ่มคนไทยที่เข้าไปทำงานผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่เตรียมสอบสวนเชิงลึก ขยายผลถึงเครือข่ายผู้นำพา ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

อิสราเอลอ้างสิทธิ์ปกป้องพวกพ้อง ‘ชาวดรูซ’ ในซีเรีย ถล่มโรงพยาบาล-สถานที่พลเรือน ดับเพียบ 350 ศพ

(17 ก.ค. 68) ความรุนแรงในซีเรียทวีความตึงเครียดเมื่อกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีดามัสกัสและจังหวัดซูเวย์ดาต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยอ้างว่าต้องการปกป้องชาวดรูซที่กำลังสู้รบกับชนเผ่าเบดูอิน โดยฝ่ายประธานาธิบดีเฉพาะกาล อาเหม็ด อัล-ชาอ์รา (Ahmed al-Sharaa) กล่าวหาว่าอิสราเอลจงใจยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่

มีรายงานว่าความขัดแย้งตั้งแต่วันอาทิตย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 350 คน ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าได้ตกลงกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินมาตรการเฉพาะเพื่อยุติความรุนแรง ซึ่งทำให้ทหารซีเรียเริ่มถอนกำลังออกจากซูเวย์ดา หลังหารือกับผู้นำศาสนาในพื้นที่

อิสราเอลยังคงโจมตีจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งในดามัสกัสและทางตอนใต้ของซีเรีย โดยมุ่งเป้าทำลายกองกำลังที่ทำร้ายชาวดรูซ และบีบให้รัฐบาลซีเรียถอนกำลังออกไปจากพื้นที่ ด้านกระทรวงกลาโหมซีเรียประณามว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเจตนาโหมไฟสงคราม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในซูเวย์ดาทรุดหนัก โรงพยาบาลหลักถูกโจมตี น้ำและยาเริ่มขาดแคลน และมีรายงานการลอบสังหารและปล้นสะดมจากหลายพื้นที่ กลุ่มสิทธิมนุษยชนในอังกฤษระบุว่า มีผู้เสียชีวิตรวมถึงพลเรือน ชาวดรูซ และเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก

ทั้งนี้ เหตุการณ์เริ่มจากความตึงเครียดระหว่างกองกำลังดรูซและเบดูอิน สะสมมานานจากความไม่พอใจรัฐบาลชุดใหม่ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มหัวรุนแรงซุนนี และมีชนวนจากการลักพาตัวพ่อค้าชาวดรูซเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นอย่างรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างในเวลารวดเร็ว

‘พงศ์กวิน’ เผย สภาฯ ไฟเขียวกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ขยายสิทธิลาคลอดบุตร 120 วัน นายจ้างจ่ายเต็ม 60 วัน

‘พงศ์กวิน’ เผย สภาฯไฟเขียว! ขยายสิทธิลาคลอด 120 วัน นายจ้างจ่ายเต็ม 60 วัน เพิ่มสิทธิเลี้ยงดูบุตร-ช่วยคู่สมรสคลอดบุตร สอดคล้องนโยบาย 'คุ้มครองแรงงานอย่างเท่าเทียม' พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสของแรงงานไทยเต็มอัตรา

(17 ก.ค.68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดี กับพี่น้องแรงงานทุกคน หลังจากวานนี้สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) โดยให้ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร ขยายจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน  และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตร 60 วัน และให้ลูกจ้างหญิงสามารถลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีก 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลา 50%

นอกจากนั้นยังให้ลูกจ้างสามารถลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร ได้เป็นระยะเวลา 15 วัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างที่ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร 100 % ตลอดระยะเวลาที่ลา

นายพงศ์กวิน กล่าวต่ออีกว่า ตามสิทธิประโยชน์ที่พี่น้องแรงงานได้รับนั้น สอดคล้องกับนโยบายที่ได้ประกาศไว้ว่า จะคุ้มครองแรงงานอย่างเท่าเทียม โดยกระทรวงแรงงานจะดำเนินการดูแลพี่น้องแรงงานทุกกลุ่ม นอกจากนั้นขอย้ำว่า จะผลักดันกฎหมายแรงงานใหม่ให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ กว่า 21 ล้านคนเพื่อเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ นำไปสู่การบังคับใช้โดยเร็ว เนื่องด้วยปัจจุบันมีการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งกระทรวงแรงงานจะต้องดูแลแรงงานทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมศึกษารูปแบบการทำงานใหม่ เพื่อพัฒนากฎหมายและระบบประกันสังคมให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น 

"สิทธิเรื่องการลาคลอด เป็นสิ่งสำคัญที่หลายฝ่ายต่างเรียกร้อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากร ผมยืนยันที่จะเดินหน้าผลักดันให้ภาคแรงงานไทยมีความเจริญก้าวหน้า ทำให้แรงงานมีผลิตภาพสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และให้กระทรวงแรงงาน เป็นโอกาสของแรงงานไทย ” นายพงศ์กวิน กล่าว

ผู้นำโคลอมเบียประกาศจุดยืนชัด ตัดสัมพันธ์ NATO จวกพันธมิตรตะวันตกมีส่วนสังหารเด็กในกาซา

(17 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ของโคลอมเบีย ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประเทศของเขาจะยุติความร่วมมือกับ NATO และห่างจากรัฐบาลยุโรปที่มีส่วนร่วมในการโจมตีทางทหาร โดยกล่าวว่า “เราต้องออกจาก NATO ไม่มีทางเลือกอื่น”

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการปิดการประชุมกลุ่ม The Hague Group ที่กรุงโบโกตา ซึ่งเปโตรชี้ว่า โคลอมเบียไม่ควรเกี่ยวข้องกับพันธมิตรที่ “ทิ้งระเบิดใส่เด็ก” และเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรยึดหลักสันติภาพ ไม่ใช่อาวุธ

โคลอมเบียเคยลงนามข้อตกลงเป็น “พันธมิตรโลก” ของ NATO เมื่อปี 2018 และเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่เข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรนี้ แต่ในช่วงหลัง ประธานาธิบดีเปโตรแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อบทบาทของ NATO และรัฐบาลตะวันตก

ที่ผ่านมา เปโตรยังเคยวิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซา และไม่เห็นด้วยที่กระทรวงกลาโหมโคลอมเบียยังซื้ออาวุธจากอิสราเอล แม้เคยออกคำสั่งให้หยุดแล้วก็ตาม โดยเขายืนยันว่า หากต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอก ก็ยังมีชาติอื่นพร้อมสนับสนุนและซื้อสินค้าจากโคลอมเบีย

‘พีระพันธุ์’ ชี้แจงความคืบหน้าร่างกม. ปฏิรูปพลังงาน ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามแผนเร่งลดภาระพี่น้องประชาชน

(17 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาจาก นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. ความคืบหน้าของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  2. ความคืบหน้าของกฎหมายปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และ 3. แผนการบริหารเรื่องพลังงานและนโยบายของกระทรวงพลังงานในการช่วยลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน

นายพีระพันธุ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของกระทรวงพลังงานว่า กฎหมายฉบับนี้จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง โดยมีเป้าหมาย ดังนี้  1. ต้องลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน 2. ต้องทำให้ประชาชนติดต่อหน่วยงานของรัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น 3. ต้องทำให้เกิดความรวดเร็วในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ  เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่มีกฎหมายที่ใช้บังคับชัดเจนเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของประชาชน ทำให้ทุกหน่วยงานที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ต่างก็ออกกฎระเบียบของตนเอง โดยปัจจุบันประชาชนต้องติดต่อขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ผ่านหน่วยงานภาครัฐถึง 4 แห่ง หลังจากที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ยกเลิกการขออนุญาตการติดตั้งโซลาร์เซลล์จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนไปแล้วขั้นหนึ่งในปีที่ผ่านมา

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้นำส่งร่างกฎหมายฉบับนี้ไปที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อรอบรรจุเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 แต่เนื่องจากทางสำนักงานกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่าควรแก้ไขปรับปรุงจากกฎหมายเดิมที่มีอยู่ ตนจึงได้ชี้แจงเหตุผลยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เคยมีกฎหมายที่บังคับใช้โดยตรงมาก่อน จึงจำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายใหม่  ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในเดือนนี้ และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 

สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายปรับโครงสร้างราคาน้ำมันนั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันเพียงฉบับเดียวคือ พระราชบัญญัติค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีการบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมการค้าน้ำมันของผู้ค้าน้ำมัน ทำให้เกิดปัญหาว่าผู้ค้าน้ำมันอยากจะขึ้นราคาก็ขึ้น ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานใช้การขอความร่วมมือ ทั้งที่เราเป็นรัฐบาล แต่ไม่สามารถกำหนดอะไรได้เลย เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ จึงเป็นที่มาของการยกร่างกฎหมายที่จะกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร จะต้องแจ้งต้นทุนอย่างไร และจะกำหนดราคาขายอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนมากที่สุด

“กฎหมายฉบับนี้ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวข้องทางเทคนิคเกี่ยวกับการประกอบกิจการค้าน้ำมันที่ซับซ้อน โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ และจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป” นายพีระพันธุ์กล่าว 

ในด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนการบริหารเรื่องพลังงานและนโยบายของกระทรวงพลังงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้น นายพีระพันธุ์ชี้แจงว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งล่าสุด ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งให้คณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า หรือ แผน PDP ซึ่งเป็นการกำหนดกรอบการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยขึ้นมาใหม่ โดยให้มีการสำรวจพลังงานทดแทนทุกประเภทว่า ในแต่ละปีมีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าเท่าใด และให้เน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็นลำดับแรก เพราะที่ผ่านมา การเพิ่มโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ขยะและเศษวัสดุทางการเกษตรในการผลิตไฟฟ้าไม่สามารถขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมได้ เนื่องจากปัจจุบันโรงไฟฟ้าชีวมวลมีครบตามแผน PDP แล้ว

กัมพูชาพึ่งพาเชื้อเพลิงจากต่างชาติ 100% ทุ่มกว่า 1.2 พันล้านดอลล์ นำเข้า 'น้ำมัน-ก๊าซ'

(17 ก.ค. 68) กระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชารายงานว่าการนำเข้าน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และก๊าซที่สามารถเผาไหม้ได้ (combustion gas) ของกัมพูชา ในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2025 ลดลงร้อยละ 13.2

ในรายละเอียด กัมพูชานำเข้าน้ำมันดีเซลเป็นวงเงิน 680 ล้านดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 10 ขณะน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 395 ล้านดอลลาร์ ลดลงราวร้อยละ 23 ส่วนการนำเข้าก๊าซเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 2.43 หรือราว 168 ล้านดอลลาร์

แม้ยอดนำเข้าจะลดลงในปีนี้ แต่กัมพูชายังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซทั้งหมด เนื่องจากยังไม่มีการขุดเจาะแหล่งพลังงานในประเทศ โดยกระทรวงเหมืองแร่ฯ คาดว่าความต้องการพลังงานภายในประเทศจะพุ่งแตะ 4.8 ล้านตันในปี 2030

ปัจจุบันกัมพูชาจึงอยู่ในสถานะผู้นำเข้าพลังงานเต็มรูปแบบ และต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด ขณะที่ความพยายามในการพัฒนาแหล่งพลังงานภายในประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top