Thursday, 11 June 2026
NewsFeed

พรรคการเมืองแอบหลังเด็ก ท่องจำแต่เกลียดรัฐประหาร แต่กลับรับได้กับรัฐบาลไร้ฝีมือที่ส่อทำไทยเสียดินแดน

(1 ก.ค. 68) พรรคการเมืองเน่า ๆ พรรคหนึ่ง ณ แดนสยามยุคใหม่ อ้างตนว่าจะทำการเมืองแบบ “คนรุ่นใหม่” จะช่วยกันกำจัด “นักการเมืองน้ำเน่า” ที่คอยโกงชาติ โกงแผ่นดิน โกงประชาชนให้หมดสิ้นไป 

แต่ก็เป็นได้เพียงการโกหกคำโต ตลบตะแลง กลิ้งกลอก หลอกต้มได้เพียงเหล่า ”สาวกผู้เบาปัญญา” ให้หลงคล้อยตามเท่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นและตั้งหน้าตั้งตาทำเป็นขบวนการมาโดยตลอดคือการเดินหน้า “ล้มล้างการปกครอง” กับ “ก่นด่าการรัฐประหารในอดีต” แต่กลับไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ของการเป็นนักการเมืองที่ดีช่วยพยุงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนให้พ้นความทุกข์ยากได้เลย 

ยิ่งหลังจากที่มี “คลิปเสียง” ระหว่าง “นายกไอแพด” กับ “อดีตเขมรแดงผู้แปรพักตร์” ออกมาให้โลกได้ยินถึงความชั่วร้ายในใจ ก็ยิ่งเห็น “สันดานดิบ” ของพรรคการเมืองล้มสถาบันได้อย่างชัดเจน ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ที่มีจิตปกติ ไม่ได้เป็นคนโง่ บ้า หรือกินอคติเป็นอาหาร จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ทันทีว่าควรแสดงออกต่อเหตุการณ์ “นายกขายชาติ” อย่างไร 

คนไทยรับไม่ได้ อยากรักษาแผ่นดินของชาติเอาไว้ จึงนัดรวมพลในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อสะท้อนว่าพวกเราคนไทยไม่นิยม “นายกทรยศแผ่นดิน” สมควรต้องขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่ง ไปรับโทษทางกฎหมาย หรือออกจากแผ่นดินไทยไปให้พ้น ๆ

ประเทศไทยเราจะเสียดินแดน แม้เพียงสักหนึ่งตารางนิ้วเดียวก็ไม่ได้อีกแล้ว ไม่ได้จริง ๆ นี่คือ “สัจจะสำนึก” ของคนไทยผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนโดยแท้ 

แต่ขณะที่คนไทยผู้รักชาติ เสียสละเวลาออกไปช่วยกันปกป้องแผ่นดิน “พรรคการเมืองคนรุ่นใหม่” กลับไม่สนว่าประเทศไทยจะมีนายกโง่ รัฐบาลจะขายชาติก็ไม่ว่า ไม่แคร์แม้แผ่นดินไทยจะถูกเขมรโกงไป พรรคการเมืองไทยพรรคนี้รับได้ทั้งหมด ในสมองกลวง ๆ ท่องจำเพียงไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาทหาร และไม่เอาปฏิวัติ

การเกลียด “การปฏิวัติรัฐประหารโดยทหาร” นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เลว แต่การรับได้ที่ประเทศไทยต้องสูญเสียดินแดน รับได้ที่เรามีนายกโง่ที่แอบขายชาติ ต้องพูดว่า “เลวยังน้อยเกินไป” 

คนไทยเช่นนี้ ปล่อยอยู่ไปก็รกแผ่นดินของเรา 

เมื่อ ‘ผู้นำเขมรผยอง’ สั่งหยุดนำเข้าน้ำมันจากไทย ราคาหน้าปั๊มดีดจาก 30 -31 บาท/ลิตร แตะ 39–45 บาท/ลิตร

หลังจากรัฐบาลกัมพูชาประกาศระงับการนำเข้าน้ำมันจากไทยตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2568 ราคาน้ำมันในประเทศก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เคยอยู่ในช่วงประมาณ 30–31 บาทไทยต่อลิตร กลายเป็นแตะระดับกว่า 39–45 บาทในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยล่าสุด ราคาหน้าปั๊มในเมืองชายแดนอย่างปอยเปตแสดงว่าดีเซลอยู่ที่ 4,800 เรียล (ประมาณ 39.00 บาท) และเบนซินพรีเมียมสูงถึง 5,550 เรียล หรือประมาณ 45.05 บาทไทย

โดยในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ตามป้ายราคาหน้าปั๊มน้ำมัน PTT Station และ L.H.R ที่ปรากฏในพื้นที่ชายแดนใกล้ตลาดปอยเปต ปรากฏราคาน้ำมันดังนี้:

ประเภทน้ำมัน ราคากัมพูชา (KHR) คำนวณเป็นบาทไทย (ประมาณ)
ดีเซล (Diesel) 4,800 ~39.00 บาท
เบนซิน Regular 4,950 ~40.20 บาท
เบนซิน Super 5,550 ~45.05 บาท

แม้รัฐบาลกัมพูชาจะอ้างว่ามีแหล่งพลังงานสำรองจากประเทศเพื่อนบ้านและไม่จำเป็นต้องพึ่งไทย แต่โครงสร้างการค้าระหว่างประเทศที่พึ่งพาชายแดนตะวันตกเป็นหลักกลับสะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่ง เมื่อขาดซัพพลายจากฝั่งไทย ตลาดน้ำมันภายในจึงเกิดภาวะชะงักงันทันที ราคาจึงดีดตัวตามกลไกและความกังวลของผู้บริโภคที่เร่งกักตุน

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ชัดเจนว่า การใช้น้ำมันเป็นเครื่องมือในการตอบโต้ทางการเมือง อาจสร้างภาพลักษณ์เข้มแข็งให้กับรัฐบาลในระยะสั้น แต่ผลลัพธ์ระยะยาวกลับเป็นภาระหนักอึ้งที่ตกอยู่กับประชาชนโดยตรง ซึ่งต้องแบกรับราคาค่าครองชีพที่สูงขึ้นในทุกมิติของชีวิตประจำวัน

‘ไอร์แลนด์’ ลุยแบนสินค้าจาก ‘อิสราเอล’ กลายเป็นชาติแรกในยุโรปที่ออกกฎหมายชัดเจน

(30 มิ.ย. 68) ไอร์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่ผ่านร่างกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากพื้นที่ชาวยิวตั้งถิ่นฐาน (settlements) ของอิสราเอลในเขต West Bank และ East Jerusalem ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ต่อการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ 

ร่างกฎหมายมีชื่อว่า "Israeli Settlements (Prohibition of Importation of Goods) Bill 2025" ให้ความชัดเจนว่าห้ามนำเข้าสินค้าจากย่านเหล่านั้น เช่น ผลไม้ เครื่องสำอาง และไม้ เฉพาะสินค้าที่ผลิตในพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองเท่านั้น สินค้าที่ผลิตโดยชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เดียวกันจะยังได้รับอนุญาต 

รัฐบาลไอร์แลนด์กล่าวว่า การกระทำนี้สอดคล้องกับคำปรึกษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อปีที่ผ่านมา ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ หยุดสนับสนุนเศรษฐกิจจากการยึดครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รองนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ไซมอน แฮร์ริส (Simon Harris) เผยว่าการเป็นผู้นำครั้งนี้จะสร้างแรงกดดันเชิงสากลและเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ปฏิบัติตาม

อิสราเอลตอบโต้ไอร์แลนด์อย่างรวดเร็วด้วยการปิดสถานทูตในกรุงดับลิน โดยให้เหตุผลว่าไอร์แลนด์มีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งจริง ๆ แล้วอิสราเอลได้ดำเนินการปิดสถานทูตไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการจำนวนมากออกมาแสดงการสนับสนุนกฎหมายของไอร์แลนด์ โดยชี้ว่าแนวทางนี้มีฐานทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน

กอ.รมน. เดินหน้าขับเคลื่อนงานมวลชนจับมือ ทรภ.1 ศรชล.ภาค 1 กปช.จต. และมวลชน เสริมแนวร่วมความมั่นคงชายฝั่งทะเลตะวันออก

กอ.รมน. โดย พลตรี ธนาธิป สว่างแสง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออก และหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานมวลชนร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเล

การประชุมในครั้งนี้ มีหน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1), ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค1 (ศรชล.ภาค1), กองบัญชาการกองพลนาวิกโยธิน, กองกำลังป้องกันชายแดน จังหวัดจันทบุรี -ตราด (กปช.จต), กอ.รมน. จังหวัดชลบุรี ,กอ.รมน. จังหวัดระยอง  และผู้แทนมวลชน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการด้านความมั่นคง เสริมสร้างและขยายเครือข่ายมวลชนในพื้นที่ พร้อมทั้งผลักดันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง สร้างความเชื่อมั่นในการดูแลผลประโยชน์ของชาติทั้งทางบกและทางทะเล

ในที่ประชุม ยังได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานในพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยการส่งเสริมเครือข่ายภาคประชาชนให้ร่วมมือกับภาครัฐในการแจ้งเตือนภัย เฝ้าระวัง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงและภัยคุกคาม

นอกจากนี้ ได้มีการรายงานผลการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1 และมวลชน ทสปช. โดยเฉพาะการลักลอบขนยาเสพติด การขนถ่ายน้ำมันโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมเรือผิดกฎหมายได้หลายลำ พร้อมของกลางน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร และผู้ต้องหาหลายสิบรายในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ อาทิ ปากแม่น้ำประแสร์ จ.ระยอง, ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ, เกาะสีชัง จ.ชลบุรี และชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จาก ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1, และ กปช.จต. แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์และแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล ในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน ควบคุมและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมทั้งรักษาอธิปไตยของชาติ โดยใช้กลไกสันติวิธีควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย ความสัมพันธ์อันดี และผลประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ชายแดน

จากความร่วมมือระหว่าง กอ.รมน., ทรภ.1, ศรชล.ภาค 1 , กปช.จต. และภาคประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเสริมสร้างเครือข่ายมวลชน และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในทุกมิติ อันจะนำไปสู่การธำรงไว้ซึ่งอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68 ฝึกยิงอาวุธประจำกายด้วยกระสุนจริง สร้างพื้นฐานการเป็นนักรบ ของกองทัพเรือ

(30 มิ.ย. 68) น.อ. ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธประจำกาย ด้วยกระสุนจริงของทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูฝึก เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และทหารใหม่ฯ ณ สนามยิงปืน ศูนย์ฝึกทหารใหม่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การฝึกยิงอาวุธประจำกาย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประสบการณ์ ความภาคภูมิใจและมีความพร้อมด้านจิตใจ ให้แก่ทหารใหม่ที่จะปฎิบัติหน้าที่ให้กับหน่วยต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยกำลังรบ ของกองทัพเรือต่อไป

ทั้งนี้การฝึกดำเนินการภายใต้การปฏิบัติในการยิงอาวุธอย่างเคร่งครัดเป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่กำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ “Navy-Safety 2025”

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

#หล่อหลอมกายใจรับใช้ชาติ
#เทิดทูนสถาบัน_ป้องกันรัฐ_พัฒนาชาติ_ราษฎร์ศรัทธา 
#Monarchy_Country_Government_People  
#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ  
#ศูนย์ฝึกทหารใหม่_กรมยุทธศึกษาทหารเรือ  
#RTC #Recruit_Training_Center

สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนทะลุ 100 ล้านคน เผยแรงงาน-คนรุ่นใหม่สมัครพุ่ง ปีเดียวเพิ่ม 2.13 ล้าน

(1 ก.ค. 68) ปักกิ่งเผยรายงานล่าสุดระบุว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 100.27 ล้านคน ณ สิ้นปี 2024 เพิ่มขึ้นเกือบ 1.09 ล้านคนจากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันจำนวนองค์กรพรรคระดับปฐมภูมิทั่วประเทศเพิ่มเป็น 5.25 ล้านแห่ง แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและขยายตัวต่อเนื่อง

มีการเปิดเผยว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสมาชิกคุณภาพและพัฒนาองค์กรให้มีความเข้มแข็ง โดยยึดหลักการบริหารแบบจริงจังและเน้นการปฏิรูป เพื่อผลักดันเป้าหมายการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยในแบบของจีน โดยในปี 2024 มีคนสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่กว่า 2.13 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคการผลิตและคนรุ่นใหม่วัยทำงาน

ข้อมูลระบุว่า สมาชิกพรรคฯ ร้อยละ 57.6 มีวุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือสูงกว่า และร้อยละ 83.7 มีอายุไม่เกิน 35 ปี ขณะที่สัดส่วนสมาชิกสตรีอยู่ที่ร้อยละ 30.9 และกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยอยู่ที่ร้อยละ 7.7 แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นในพรรคฯ

การเติบโตอย่างมั่นคงของพรรคฯ สะท้อนบทบาทสำคัญในสังคมจีน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยพรรคฯ ยืนยันจะเดินหน้าสร้างบุคลากรคุณภาพสูง เสริมพลังให้โครงสร้างองค์กร และเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายระยะยาว

จีนผุดโปรเจกต์ ‘คลองขุดยักษ์’ 1,200 กม. เชื่อมเหนือ-ใต้ ลงทุนกว่า 3.2 แสนล้านหยวน ปั้นเป็นศูนย์กลางคมนาคมใหม่

(1 ก.ค. 68) จีนเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ “คลองขุดยักษ์” มูลค่ากว่า 3.2 แสนล้านหยวน (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) เพื่อเชื่อมแม่น้ำแยงซี (Yangtze River) และแม่น้ำจูเจียง (Pearl River) ตัดผ่าน 3 มณฑลสำคัญ ได้แก่ เจ้อเจียง เจียงซี และกวางตุ้ง รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร ถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15

คลองนี้ไม่เพียงเปิดเส้นทางคมนาคมน้ำสายหลักแนวเหนือ-ใต้ของจีน แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน โดยเฉพาะมณฑลเจียงซีที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากระยะคลองกว่า 759 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการพัฒนาล้าหลังเมื่อเทียบกับพื้นที่รอบข้าง พร้อมส่งเสริมให้เจียงซีกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภายในประเทศ

ด้วยต้นทุนขนส่งที่ต่ำกว่าทางบกหลายเท่า คลองนี้จะเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินค้า ส่งเสริมการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองชายฝั่งกับพื้นที่ชนบท ขณะเดียวกันยังเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งประตูน้ำอัจฉริยะ ระบบนิเวศปลา และการป้องกันตลิ่งพัง

ทั้งนี้ จีนหวังว่าโครงการนี้จะเป็นหมุดหมายใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน โดยอ้างอิงบทเรียนจากเยอรมนีที่ใช้คลองคีล (Kiel Canal) ในการเชื่อมเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการคลองเจ้อเจียง-เจียงซี-กวางตุ้งจึงไม่เพียงเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมระบบขนส่งและการกระจายความเจริญทั่วประเทศอย่างแท้จริง

ผู้นำอิสราเอลเคร่งเครียด หลังขีปนาวุธอิหร่านตกใกล้สถาบันวิจัยยิว

(1 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงท่าทีเคร่งเครียดอย่างยิ่ง ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบซากขีปนาวุธอิหร่านที่ตกใกล้สถาบันวิจัย Weizmann ใกล้เมืองเรโฮโวท เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเป็นเวลาหลายวัน

แม้อิสราเอลและสหรัฐฯ จะร่วมกันโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านไปแล้ว แต่เนทันยาฮูเผยว่าสถานการณ์ยังไม่สงบ เพราะอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธตอบโต้ต่อเนื่อง ฝ่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ขณะที่เนทันยาฮูไปตรวจสอบซากขีปนาวุธที่ตกใกล้สถาบัน Weizmann พบความเสียหายชัดเจน อาคารพัง หน้าต่างแตก และเศษซากกระจายเต็มพื้นที่ ทำให้เขาตัดสินใจลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังรายงานจากทีมกู้ภัยและนักวิจัยที่เข้าตรวจสอบสถานที่

เนทันยาฮูกล่าวว่า การตรวจสอบสภาพซากขีปนาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองความพร้อมป้องกันภัยคุกคาม และเตือนว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้ฝ่ายอิหร่านสร้างระบบอาวุธขีปนาวุธ-นิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์รอบนี้เปิดทางเลือกใหม่ ในการกู้ตัวชาวอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซา

ทหารไทยเปิดด่านตี 3 รับผู้ป่วยกัมพูชา เส้นเลือดในสมองแตก!! เร่งส่งตัวรักษาในไทย

(1 ก.ค. 68) เมื่อเวลาประมาณตี 3 ของวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธินจันทบุรี โดยกองร้อยที่ 524 (บ้านแหลม) เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยหญิงชาวกัมพูชา อายุ 36 ปี ที่มีอาการเส้นเลือดในสมองแตก บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี หลังได้รับการประสานจากฝ่ายกัมพูชาให้ช่วยส่งตัวไปรักษาในประเทศไทย

การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยมีญาติผู้ป่วยร่วมเดินทางมาอีก 4 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้อำนวยความสะดวก ณ จุดควบคุมพรมแดน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลเอกชนในตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างปลอดภัยและทันเวลา

ตร.อาเซอร์ไบจาน บุกสำนักข่าวสปุตนิก จับ 2 พนักงาน เครมลินเดือด!! ชี้จงใจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

(1 ก.ค. 68) กระทรวงมหาดไทยอาเซอร์ไบจาน และตำรวจ เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่สปุตนิกในกรุงบากู ก่อนจะทำการจับกุมอิกอร์ คาร์ตาวิช ผู้อำนวยการบริหาร และเยฟเกนี เบลูซอฟ บรรณาธิการบริหาร โดยทั้งสองถูกกล่าวหาว่าทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ซึ่งทางสำนักข่าว Caliber ของอาเซอร์ไบจานอ้างว่า เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับการแฮ็กเว็บไซต์รัฐบาลอาเซอร์ไบจาน ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีต้นตอมาจากรัสเซียและกลุ่มที่สนับสนุนโดย IRGC ของอิหร่าน

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แสดงความกังวลหลังไม่สามารถติดต่อนักข่าวสปุตนิกได้เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ขณะที่ดมิทรี คิลิซอฟ หัวหน้าสถานีข่าวสปุตนิก ยืนยันว่าการปฏิบัติงานของสำนักข่าวเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย และเชื่อว่าการกักขังครั้งนี้มีเจตนาเพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ ของอาเซอร์ไบจานปฏิเสธเข้าร่วมขบวนพาเหรดวันแห่งชัยชนะที่มอสโกว์ เนื่องจากความไม่พอใจที่รัสเซียไม่แสดงความเคารพต่ออาเซอร์ไบจาน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินขอโทษอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบิน Azerbaijan Airlines (AZAL) flight J2-8243 ตกที่เมืองอักเตา ประเทศคาซัคสถาน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวน 38 คน ซึ่งอ้างว่าเครื่องบินลำนี้อาจถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย (SAM Pantsir) 

นอกจากนี้ ในช่วงสงคราม 12 วันที่ผ่านมา อิหร่านมีหลักฐานแน่ชัดว่าอาเซอร์ไบจานมีส่วนช่วยอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน และกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ส่งหนังสือขอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้สถานการณ์ระหว่างประเทศทั้งสามยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top