Thursday, 11 June 2026
NewsFeed

‘สม รังสี’ เผย!! ‘ฮุน เซน’ โกรธไทย ไม่ใช่เพราะรักชาติ ชี้!! กลัวการปกครองล่มสลาย เพราะไทยปราบ ‘มาเฟียจีน’

(28 มิ.ย. 68) ‘สม รังสี’ อดีตผู้นำฝ่ายค้านของปร้ะทศกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

ฮุน เซน โกรธ ประเทศไทย ที่ทําให้ ตั๋ว ต๋องสับสน ไม่ใช่เพราะรักชาติ แต่เพราะกลัวการปกครองล่มสลาย ซึ่งอาศัยเงินนับพันล้านดอลลาร์จากกลุ่มอาชญากรรมระหว่างประเทศ นําโดยโจรมาเฟียจีนที่ดําเนินการตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

ทางการไทยตัดสินใจที่จะปราบโจรมาเฟียที่ป้อนระบอบฮุนเซน นี่คือเรื่องราวที่ทําให้ฮุนเซนเป็นห่วงและโกรธจนสับสนกับไทย

คนทรยศฮุนเซนไม่เคยคิดถึงชาติ เขาทําได้ทุกอย่างถ้าเขายังมีพลัง เขาตัดดินแดนเขมรตะวันออกของเราไปยังต่างประเทศ ซึ่งทําให้เขาเป็นผู้นํา ถ้าคุณรักชาติของคุณจริง คุณต้องรักทั้งตะวันตกและตะวันออก อย่าลืมตาข้างเดียว มองไปทางตะวันตกเท่านั้น ต้องเปิดตาข้างหนึ่ง มองไปทิศตะวันออก

‘ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025’ ชี้แนะปัจจัย!! เลือกรถคันที่ใช่ ถอยคันที่ชอบ ‘รถใหม่ป้ายแดง – รถมือสอง’ เปรียบเทียบ ตัดสินใจ ด้วยข้อมูลแน่น

(28 มิ.ย. 68) เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงาน 'ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025' มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจรที่มากระตุ้นตลาดรถยนต์ช่วงกลางปี มีรถครบทุกเซ็กเมนต์จาก 10 แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงกับโปรโดนใจ และ 5 ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำที่มาพร้อมการรับประกันไมล์แท้   

แต่ก่อนจะไป “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” สำหรับใครที่ยังลังเลเลือกไม่ได้ว่าควรซื้อ 'รถใหม่ป้ายแดง' หรือ 'รถมือสองสภาพดี' พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงานฯ และกูรูสายรถยนต์ ได้ชี้แนะปัจจัยในการเปรียบเทียบเพื่อตัดสินใจ ดังนี้

· งบประมาณ – ถ้ามีงบประมาณที่แน่นอน มีกำลังในการผ่อนชำระที่ชัดเจน ต้องการโปรโมชั่นเยอะ ๆ ควรเลือกซื้อรถใหม่ป้ายแดงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่าง ๆ อย่างลงตัว แต่ถ้ามีงบประมาณจำกัด การเลือกซื้อรถมือสองเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้มากกว่า เพราะราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และมีตัวเลือกหลากหลายตามงบประมาณ

· สภาพรถ – รถป้ายแดงเป็นรถใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน มาพร้อมกับเทคโนโลยีและฟังก์ชันล่าสุด สะดวกสบายในการใช้งาน ส่วนรถมือสองจะมีสภาพตามอายุการใช้งาน และมีตัวเลือกมากกว่าเมื่อเทียบกับมือหนึ่งในราคาเท่ากัน หากมีความรู้เรื่องการเลือกรถมือสอง อาจจะได้รถสภาพดีเหมือนใหม่ หรือตัวท็อปในราคาที่ถูกลง ดังนั้นควรมีการตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อ และเลือกซื้อรถยนต์มือสองที่มีการตรวจประวัติและสภาพรถที่เชื่อถือได้

· ดอกเบี้ย - ดอกเบี้ยรถใหม่มักจะต่ำกว่าดอกเบี้ยรถมือสอง แต่อาจต้องขึ้นอยู่กับเงินดาวน์ของราคารถเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดี ส่วนรถมือสองหากผู้ซื้อมีประวัติดีสามารถที่รับเงื่อนไขในการซื้อที่ดีและอาจจะไม่ต้องใช้เงินดาวน์  หรือถ้าราคารถไม่สูงมาก สามารถซื้อเงินสดได้เลย ทำให้ไม่เสียดอกเบี้ยและไม่เป็นภาระในระยะยาว

· การรับประกัน - รถใหม่จะมีการรับประกันเต็มรูปแบบ แต่ควรเลือกผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงดีด้านบริการหลังการขาย ทำธุรกิจมายาวนาน มีศูนย์บริการครอบคลุม เชื่อถือได้ สำหรับรถมือสองควรเลือกซื้อกับผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ ตรงไปตรงมา และมีการระบุเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพหรือข้อตกลงต่าง ๆ ไว้ในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพื่อความมั่นใจ

· ค่าบำรุงรักษา - รถใหม่มีค่าบำรุงรักษาน้อยกว่าในช่วงแรกที่มีการรับประกันและฟรีค่าบำรุงดูแลรักษาตามที่บริษัทกำหนด ส่วนค่าบำรุงรักษารถมือสองขึ้นอยู่กับสภาพของรถและประวัติการซ่อม ดังนั้นการตรวจสอบสภาพรถก่อนซื้อจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะการได้รถมือสองสภาพดีจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้

· ค่าเสื่อมราคา – รถป้ายแดงจะสูญเสียมูลค่าทันทีหลังออกจากโชว์รูม ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ จากนั้นค่าเสื่อมราคาจะลดลงตามความต้องการของตลาด ส่วนค่าเสื่อมราคาของรถมือสองจะลดลงตามอายุการใช้งาน ซึ่งราคาขายต่อจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ สภาพรถยนต์ ระยะทางการใช้งาน และความต้องการของตลาดรถมือสอง ณ เวลานั้น ๆ

ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลของรถทั้งสองแบบ เพื่อให้ได้รถคุณภาพดีที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการ งบประมาณ และตอบโจทย์ในการใช้งานมากที่สุด ซึ่งในงาน 'ฟาสต์  ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025' มีทั้ง “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” ให้ได้เปรียบเทียบคุณภาพและราคา โดยเฉพาะรถมือสองที่คัดเกรดมาเป็นอย่างดีพร้อมรับประกันซื้อคืน 100% หากไม่ตรงตามเงื่อนไข 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และเงื่อนไขข้อที่ 6 ล่าสุด 'รับประกันไมล์แท้' ทุกคัน

พร้อมขอฝากกิจกรรมสำหรับนักซิ่งฟันน้ำนม กับการแข่งขันจักรยานขาไถ 'Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025' บนสนามแข่งมาตรฐาน สำหรับเยาวชนอายุ 2 - 4 ปี จัดแข่ง 2 รุ่น คือ รุ่น Enjoy และรุ่น Racing รวม 14 รุ่น เพื่อชิงถ้วยและเหรียญรางวัล ในวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม สมัครออนไลน์ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ศกนี้ ติดตามรายละเอียดได้ที่  https://form.jotform.com/251512312965453 หรือสมัครหน้างานในวันแข่งขัน

พบความครบเครื่องเรื่องรถในงาน 'ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025' ระหว่างวันที่ 2 - 6 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102-103

‘มาสด้า’ ชวนลูกค้า!! ร่วมค้นหาความสุข สร้างแรงบันดาลใจ ผ่านปรัชญา ‘JOY DRIVES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต’

(28 มิ.ย. 68) ภายใต้ความสับสนวุ่นวายในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเกิดขึ้น หลายคนกังวลใจกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มาสด้าเชิญชวนลูกค้าออกมาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจและค้นหาความสุขในแบบของตนเอง เพราะมาสด้าเชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ เฉกเช่นเดียวกับมาสด้าที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยปรัชญา 'JOY DRIVES LIVES' หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต สื่อสารถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ และมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การใช้ชีวิต

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเชื่อเสมอว่าความสุขคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต เราจึงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับผู้คนในทุกช่วงเวลาและพร้อมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อค้นพบความสุขที่มากกว่าการขับขี่ในทุกเส้นทาง ให้ทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเสมอ นั่นคือที่มาของปรัชญาใหม่ของแบรนด์ 'JOY DRIVES LIVES' หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้าจะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุข เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมโยง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ มาสด้าจึงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Customer Experience Management หรือการบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถมาสด้า ที่ไม่ได้มีเพียงการขับขี่ที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ในทุก ๆ Touchpoint เริ่มตั้งแต่การมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบออนไลน์ไปจนถึงประสบการณ์ที่ได้สัมผัสจากผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าและผู้คนได้ตระหนักถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ รอบตัว ตลอดจนมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดหลักปรัชญาการทำงาน สร้างความรักความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า ตามแนวทางการบริหารงานที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง (Customer Centric) สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดลงไปในทุกองค์ประกอบของการทำงาน เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) และมาสด้าตั้งใจส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทุกคน จะดีกว่าไหมถ้าคนเราค้นพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางโดยในบางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ลองหยุดพักจากการรอคอยความสุขที่ยิ่งใหญ่หรือสิ่งที่หวังไว้ในอนาคต แล้วมาเติมเต็มชีวิตด้วยความสุขเล็ก ๆ ที่เราก็สร้างขึ้นเองได้ เพื่อให้ทุกวันขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มและใช้ชีวิตให้มีความหมายตามแบบฉบับของตนเอง

ดังนั้น มาสด้าจึงถ่ายทอดเรื่องราวการดำเนินชีวิตของครอบครัวอันแสนอบอุ่น ผ่านภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Joy Drives Lives เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนมองหาความสุขในรายละเอียดของชีวิต และต่อยอดด้วยการมุ่งเน้นความเชื่อที่ว่า ความสุข คือพลังขับเคลื่อนชีวิต มาสด้าจึงสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ แต่เป็นการเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในทุกช่วงเวลา ดังนั้น เพื่อสื่อสารแนวคิดนี้ให้ชัดเจนขึ้นจึงได้นำเสนอบทเพลง 'Joy is in the details' บอกเล่าเรื่องราวจากหิ่งห้อยตัวน้อยผ่านสถานการณ์ของผู้คนต่าง ๆ หลากหลายมิติ เช่น การใช้เวลากับครอบครัวหรือคนรัก การก้าวข้ามขีดจำกัด และการนึกถึงอดีตที่น่าจดจำ เป็นต้น ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ล้วนดูธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปในอริยาบททุกคนล้วนมีรอยยิ้มและกำลังมีความสุขในชีวิต

“บางครั้งความสุขอาจเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่มาสด้าเชื่อว่าเราจะค้นพบด้วยตัวเองได้ เพียงลองมองลึกลงไปในรายละเอียด เราอาจพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางที่บางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ในช่วงที่ผ่านมา มาสด้าได้ทำการสำรวจสถิติคนไทย ผ่านแบบทดสอบ Mazda Joy Research เพื่อทำความเข้าใจความสุขในรูปแบบต่าง ๆ ตามด้วยการสร้างการรับรู้ในความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พบว่า คนไทยกว่า 2 ใน 3 จากกลุ่มตัวอย่าง มีความสุขน้อยกว่าที่คาดหวังไว้ เพราะเราสร้างเงื่อนไขการมีความสุขด้วยการผูกมัดไว้กับความคาดหวัง มาสด้าจึงได้สร้างความตระหนักถึงว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง และสร้างความเชื่อมโยงต่อการสื่อสารเพื่อให้เห็นรายละเอียดความสุขในชีวิต” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

สำหรับลูกค้าที่ต้องการติดตามการสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาและบทเพลงอันไพเราะอันลึกซึ้งที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ JOY DRVIES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต รวมถึงการออกไปค้นหาความสุขของคุณร่วมกับแบรนด์มาสด้า สามารถกดเข้าผ่านลิงก์ดังต่อไปนี้
• รับชมภาพยนตร์โฆษณาภายใต้สโลแกน 'JOY DRIVES LIVES' ได้ตามช่องทาง 
• Mazda official YouTube – Full VDO: ภาพยนตร์โฆษณา https://www.youtube.com/watch?v=wYhA68ocA8g
• Facebook: ถ่ายทอดเรื่องราวความสุขขับเคลื่อนชีวิต https://www.facebook.com/share/r/1EM8oLW4AR/
• TikTok บทเพลง 'Joy is in the details'
 Music : https://vt.tiktok.com/ZSkG28nHE/ 

‘โฆษก รทสช.’ ยัน!! ไม่มีขู่ถอนตัว ไม่มีเคลื่อนไหว ย้ำ!! ยังสนับสนุน ‘รัฐบาลแพทองธาร’ ให้สานงานต่อ

(28 มิ.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าพรรค รทสช. ขู่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. ไม่พอใจที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. ได้โควตา รมช.มหาดไทย

นายอัครเดช ยืนยันว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวจากบุคลากรและส.ส.ของพรรคในเรื่องดังกล่าวแน่นอน ทราบจากข่าวว่าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว ซึ่งตามหลักการ ทุกฝ่ายต้องนิ่งและไม่มีการเคลื่อนไหว ดังนั้นไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากที่ไหน แต่ในส่วนพรรค รทสช. ไม่มีการเคลื่อนไหวแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรค รทสช. ยังคงสนับสนุนรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต่อไปใช่หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า เป็นไปตามที่นายพีระพันธุ์สื่อสารไปก่อนหน้านี้ และ ยังคงเป็นจุดยืนเดิมของพรรค ในการสนับสนุนรัฐบาลต่อไป

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ ลั่น!! ทหารไม่รู้สึกเหนื่อย ถ้าทหารเหนื่อย คงไม่มีใคร ดูแลประเทศชาติ

(28 มิ.ย. 68) ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานรับมอบสิ่งของและกำลังใจจากกลุ่มประชาชน บริษัทห้างร้านต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวมตัวกันมามอบของใช้อุปโภค บริโภค และสิ่งของที่จำเป็นให้กับกำลังพลในแนวหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อนำไปมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องทหาร โดยสิ่งของที่นำมามอบ มีทั้งอาหาร น้ำดื่ม เสื้อลายพราง ชุดชั้นในชาย ผ้าใบ ในขณะที่ บริษัท KCF ได้นำไข่เยี่ยวม้า ไข่เค็มและไข่พะโล้สำเร็จรูปพร้อมทาน มามอบให้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มประชาชนและสหกรณ์การเกษตรของจังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางนำผลไม้ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง รวมไปถึงทุเรียนทอด มาไกลจากจังหวัดจันทบุรี มามอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารในครั้งนี้ด้วย รวมถึง ดารารุ่นใหญ่ “ฤทธิ์ ลือชา” ก็ได้นำกาแฟและเงินสด มามอบให้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารตามแนวชายแดนด้วย

นายกานน ธรรมเจริญ ตัวแทนประชาชนจากจังหวัดจันทบุรี บอกว่า วันนี้กลุ่มประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้มีการระดมทุนบริจาคนำไปซื้อผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดจากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมีราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้ นำมามอบให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อส่งต่อให้ทหารที่อยู่แนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ เป็นกำลังใจให้กับทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ในฐานะประชาชนขอส่งกำลังใจและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนและทหารในพื้นที่ตอนนี้มีขวัญกำลังใจดีมากและไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะถ้าทหารเหนื่อยคงไม่มีใครดูแลประเทศชาติบ้านเมือง ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นนั้น ยืนยันว่า ทางฝั่งกัมพูชานั้นได้รุกล้ำเข้ามาก่อน โดยการขุดคูเลตลุกล้ำเข้ามา 150 เมตร และตั้งแต่วันนั้นที่มีการยิงปะทะ ก็มีการเจรจาให้ทางฝั่งกัมพูชาถอยออกไปมาโดยตลอด และต้องยอมรับว่า คนไทยนั้นมีความใจดี ไม่เคยทำใครก่อน ก็ใช้ความอดทนในการป้องกันตามแนวชายแดนตลอดเรื่อยมา

สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทางฝั่งไทยโดยตนในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ยื่นขอให้มีการประชุม RBC ซึ่งเป็นการประชุมในระดับแม่ทัพของทั้งสองฝ่าย เป็นประธานร่วมกันในการพูดคุยเจรจาข้อตกลง แต่ปัจจุบันนี้ทางฝั่งกัมพูชาได้ขอเลื่อนออกไป และยังไม่ได้มีการนัดหมายว่า จะเริ่มประชุม RBC ในวันไหน แต่ตนพร้อมที่จะประชุมฯไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็พร้อมประชุมเสมอ

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ในฐานะประธาน RBC ฝั่งไทย ได้ยื่นแจ้งไปแล้วว่า ดินแดนบริเวณที่ทางฝั่งกัมพูชาขุดคูเลตเข้ามานั้น เป็นดินแดนของประเทศไทย และเจตนารมณ์ในการประชุม RBC คือ ต้องการให้ทหารของทั้งสองฝ่ายนั้นถอยหรือปรับกำลังกลับไปที่ตั้งเดิมพร้อมกัน แล้วค่อยมีการเปิดด่าน ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนของผู้นำทั้งฝั่งกัมพูชาว่า จะมีท่าทีอย่างไร

ขอย้ำว่า สถานการณ์ของทหารทั้งสองฝั่งนั้นมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเมืองของทั้งสองประเทศว่า จะเป็นเช่นไรส่วนโอกาสในการยิงปะทะนั้น ย้ำว่า ไม่มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งปัญหาชายแดนในตอนนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องของผู้นำทั้งสองประเทศที่จะต้องไปพูดคุยกัน แต่ในส่วนของกองทัพฯ ก็มุ่งมั่นที่จะปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

"ขอให้พี่น้องประชาชนคนในชาติทุกคนทุกหมู่เหล่า ได้มีความรักความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกันในยามที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ขอให้เรามุ่งมั่นถ้าเรามีจุดประสงค์เดียวกัน คือ อธิปไตยของชาติและความเป็นเอกราชของชาติไทย ตนคิดว่าใครก็ทำอะไรประเทศไทยไม่ได้ ก็ขอส่งกำลังใจและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ขอให้มีความรัก ความสามัคคี เหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน"พลโทบุญสินกล่าวทิ้งท้าย   

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ผนึกกำลังหน่วยงานการแพทย์ ฝึกซ้อมเต็มรูปแบบรับมือเหตุการณ์อากาศยานประสบภัยขณะทำการบิน

เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย.68) นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนฉุกเฉิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ บทที่ 3 กรณีอากาศยานประสบภัยขณะทำการบิน (In-flight Emergencies) ประจำปี 2568 ภายใต้รหัสฝึกซ้อม CEMEX25 โดยมีผู้บริหาร หน่วยงานการแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนสายการบิน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฝึกซ้อมและทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติอย่างพร้อมเพรียง 

ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอากาศยานของสายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) สำหรับใช้ในการจำลองสถานการณ์ เที่ยวบิน AV 619 ของสายการบิน AWA Airlines เส้นทางคุณหมิง – ภูเก็ต ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรงขณะทำการบิน และขอลงจอดฉุกเฉิน ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต      

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการและยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในท่าอากาศยาน หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภัย ตลอดจนหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที พร้อมรับเหตุฉุกเฉินซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

นาวาอากาศโท รณกร กล่าวว่า “ความร่วมมือทางการแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก การวางระบบร่วมกันตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ทุกหน่วยงานประสานงานได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตอย่างแท้จริง”

ปัจจุบัน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้บริการเฉลี่ย 147 เที่ยวบินต่อวัน รองรับผู้โดยสารกว่า 21,000 คนต่อวัน และมีแนวโน้มการเติบโตของเที่ยวบินระหว่างประเทศในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากประเทศเกาหลีใต้และจีน ซึ่งยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของระบบฉุกเฉินที่พร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารทุกคน ด้วยระบบจัดการเหตุฉุกเฉินที่ครอบคลุมและทันสมัย ภายใต้แนวคิด “ใส่ใจความปลอดภัย ดูแลคุณด้วยมาตรฐานมืออาชีพ”

ตำรวจไซเบอร์ 4 เดินหน้ากิจกรรมตามโครงการ Cyber C.A.T ( Cyber Childern Assistant Team ) คู่ขนาน เสริมพลัง 'Thai Cyber Ranger ไทยรู้ทันหลอก' ชวนคนไทย 'Strike Back' โต้กลับภัยคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ (26 มิ.ย.68) เวลา 10.00 น. ตำรวจไซเบอร์ 4 นำโดย พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจสังกัด บก.สอท.4 ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้โครงการหลัก 'Thai Cyber Ranger ไทยรู้ทันหลอก' ของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท.ซึ่งขับเคลื่อนพร้อมกันทั่วประเทศ

โดยโครงการ Cyber C.A.T ( Cyber Childern Assistant Team ) เป็นโครงการที่จัดทำขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน และให้ความรู้เกี่ยวกับภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้แคมเปญ รีบโอนโจรยิ้ม แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ต้นกล้า ซึ่งถือว่าเป็นกำลังสำคัญ ในการส่งต่อความรู้สู่ชุมชนและสถานศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้กับประชาชน และยกระดับการรับมือกับภัยไซเบอร์อย่างยั่งยืน โดยโครงการนี้ยังมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความระมัดระวังในโลกออนไลน์ ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักตั้งข้อสงสัยเมื่อได้รับข้อความ โทรศัพท์ หรือการติดต่อจากบุคคลแปลกหน้า โดยเฉพาะผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานทางกฎหมาย หรือสถาบันการเงิน

สำหรับครั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์ 4 ได้จัดกิจกรรมในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมกันจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนดาราวิทยาลัย จว.เชียงใหม่ ห้างเซนทรัลสรรพสินค้า จว.พิษณุโลก และ โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก มีน้องๆนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน 

หากฉันชนะการเลือกตั้ง จะจับกุม ‘เนทันยาฮู’ เมื่อเดินทางมานิวยอร์ก และขอสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ทุกคน ที่ทำให้ชนะการเลือกตั้ง

(29 มิ.ย. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความ โดยได้ระบุว่า ...

เมื่อ Zohran mamdani ผู้ลงชิงสมัครการเลือกตั้งผู้ว่ารัฐนิวยอร์กที่เป็นมุสลิมจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งและเป็นตัวแทนจากพรรค (รอประกาศผลอย่างเป็นทางการ)

Zohran ประกาศช่วงหาเสียงว่า "หากฉันชนะการเลือกตั้ง จะจับกุมเนทันยาฮู เมื่อเดินทางมานิวยอร์ก และขอสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ทุกคนที่ทำให้ชนะการเลือกตั้ง" (เลือกตั้งช่วงเดือนพฤศจิกายน) 

การประกาศของ Zohran ทำให้ทรัมป์จากพรรคริพับลิกันไม่พอใจที่จะจับกุมสุดที่รัก

วิเคราะห์!! ‘ฮุนเซน’ เพลี่ยงพล้ำ หรือ ตามบท เกิดอะไรขึ้น!! ทำไม?? ถึงทำแบบนี้

(29 มิ.ย. 68) ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายๆคนจะได้เห็นข่าวในสื่อออนไลน์ที่ฮุนเซนออกมา Live รัวๆต่อว่าตระกูลชินวัตรและนายทักษิณต่างๆนานา  วันนี้เอย่าจะมานั่งวิเคราะห์กันชอตต่อชอตถึงสิ่งที่ฮุนเซนทำนั้น  เกิดอะไรขึ้นทำไมฮุนเซนถึงทำแบบนี้

ย้อนรอยกันก่อนว่าเรื่องราวทั้งหมดระหว่างกัมพูชากับไทยเริ่มตั้งแต่คุณแพรทองธารเข้ามาเก้าอี้นายกรัฐมนตรี  ฝั่งกัมพูชาก็เริ่มมีการส่งคนมาที่ปราสามตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย

จนกระทั่งกองทัพกัมพูชาเอากองทัพมาขุดสนามเพาะและนั่นคือจุดที่กองทัพสุดจะทนเพราะรุกล้ำอธิปไตยจนเกินเหตุ  จากนั้นเหตุการณ์เป็นเช่นไรก็อย่างืฝที่ทุกคนได้ตามข่าวมานั่นแล

แต่ที่น่าสงสารคืออาทิตย์ที่ผ่านมานี้ฮุนเซนเปลี่ยนบทออกมา Live  ต่อว่าผู้นำรัฐบาลและครอบครัวอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนจนเหมือนลืมไปว่าเฮ้ยนี่ญาติแกนะ

เอย่าในฐานะที่คลุกคลีตีโมงกับเรื่องพรรค์นี้มาพอสมควรวันนี้ก็จะมาวิเคราะห์ให้อ่านกันนะคะ

เริ่มว่าถ้าหากทะเลาะกันจริงเหตุผลก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับธุรกิจสีเทาหรือคาสิโนตามริมชายแดน อย่าลืมนะคะว่าฮุนเซนเก็บค่าเช่าที่ อารมณ์เหมือนเจ้าของตึกแถวบรรทัดทองนั่นละคะ ขายดีไหมไม่ใช่ปัญหาของเจ้าของตึกเพราะงั้นเรื่องนี้ที่มีคนบางคนวิเคราะห์ออกมาตีตกไปได้เลย  ส่วนข้ออื่นที่จะทะเลาะกันเอย่าพยายามคิดแล้วคิดอีกก็ยังหาไม่เจอ  ยกเว้นเสียแต่รู้ว่าครอบครัวฝั่งไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำแล้วเลยเล่นบทตัดญาติเสียเลย

แต่อย่าลืมนะคะจนถึงวันนี้ฮุนเซนยังไม่ได้พูดอะไรที่คนไทยไม่รู้เลยออกมา  สิ่งที่ออกจากปากฮุนเซนวันนี้คือทุกเรื่องที่คนไทยทราบมาก่อนแล้ว  แต่เขาเอาทาพูดอีกทีในมุมเขาเองก็แค่นั้น  เพราะฉะนั้นเอย่ามองว่าฮุนเซนกำลังเพลี่ยงพล้ำไหม ไม่ใช่เลยแต่น่าจะเป็นสคริปต์ที่เตี๊ยมกันไว้แล้วกับฝั่งไทยเสียมากกว่า

มา ณ วันนี้เอย่าอยากให้ผู้อ่านลองมองนะคะ  เขาพยายามแซงชั่นไทยทุกอย่าง  แต่อย่าลืมว่าเขาอาจจะมีดีลประเทศอื่น supply ไว้และตระกูลฮุนได้ประโยชน์อยู่แล้วก็เป็นได้  นี่จึงเป็นแค่สถานการณ์เตะหมูเข้าปากหมาแบบเสียมิได้เสียด้วย

ในวันนี้เรื่องที่น่าจับตาก็คือ ผู้ที่พยายามสร้างบทเด่นขึ้นมาในช่วงนี้มากกว่าจนหลายคนอดสงสัยว่ารับงานใครมาหรือเปล่า  เพราะขนาดสงครามอิหร่าน อิสราเอล และอเมริกา ยังกลายเป็นปาหี่กองใหญ่ได้ ไฉนเลยงานนี้อาจจะมีมวยล้มต้มคนดูให้เคลิ้มไปกับสถานการณ์ก็เป็นได้เพราะดูเหมือนพยายามสร้างเงื่อนไขให้กองทัพยึดอำนาจเสียเหลือเกิน

แต่ไม่ต้องห่วงคะจากที่เอย่านำเสนอไปกองทัพก็รับรู้เช่นกันและยังยืนยันคำเดิมว่า

"คนไทยควรได้เรียนรู้และรับผลจากสิ่งที่คุณเลือกมา  เวลานี้ทหารขอทำงานตามขอบเขตของตนพอแล้ว ไม่ขอก้าวก่ายการเมืองอีก"

ถ้าทหารจะปุ๊บปั๊บ มันก็เป็นเรื่องของเขา ผมไม่ได้ยุให้ทหารปฏิวัติ

เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย. 68) ที่เวทีบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยเปิดคลิปเสียงคำปราศรัยของของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี หลังเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชา เมื่อปี 2505 ว่า “น้ำตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ขอเลือดของความคลั่งแค้น และการผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิต ทั้งชาตินี้ และชาติหน้า พี่น้องชาวไทยที่รัก ในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเอาประสาทพระวิหารกลับคืนมาให้ชาติไทยให้จงได้”

จากนั้น นายสนธิได้เริ่มปราศรัย ว่าสมเด็จฮุนเซน ได้โพสต์ข้อความระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร เป็นหนี้ตัวเองเนื่องจากได้พานายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนี รวมถึงได้พาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไปพำนักที่กรุงพนมเปญ ไม่ว่าจะเป็นนายจักรภพ เพ็ญแข นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และยังให้เงินทองใช้ให้ที่คอนโดสำหรับพักอาศัย ซึ่งข้อความดังกล่าวตนมองว่าเป็นเรื่องจริง แต่พอสมเด็จฮุนเซน บอกว่าไม่ได้ติดหนี้บุญคุณประเทศไทยนั้น ปี 2518 ที่ไปรบกับเขมรแดงแล้วคนกัมพูชาหนีมาอยู่ที่ไทย ใครให้ข้าวพวกคุณกินถ้าไม่ใช่คนไทยที่เลี้ยงดู คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ถ้าตนมีอำนาจจะไม่คบกัมพูชาเลย ประเทศลิ้นสองแฉก ตั้งแต่เราคบกัมพูชาเราเคยมีอะไรที่ดีบ้าง เจอแต่ความกะล่อน โกงเรา

"ในเมื่อมึงไม่ยอมรับศาลโลก แล้วมึงส่งเรื่องไปศาลโลกทำไม วันนี้เราไม่ยอมรับมติศาลโลก เพราะมติศาลโลกโกหก เขาพระวิหารอยู่บนชะง่อนผา เขมรอยู่ข้างล่าง จะเป็นของมันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นไทยมีความชอบธรรม" นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ กล่าวว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้คือระบบการเมือง วันนี้เราไล่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไป ก็จะมีคนอื่นขึ้นมาแทน คนที่ลงคะแนนให้จำได้หรือไม่ตอนกาบัตรลงคะแนนใช้เวลาแค่ 4 วินาที สิทธิของเรไม่มีอีกต่อไปแล้ว เรามีสิทธิอยู่อย่างเดียวเขาหลอกให้เราลงคะแนนเสียง นักการเมืองเป็นแบบนี้ทุกประเทศ ที่ก่อนหน้านั้นนักการเมืองชอบพูดกับประชาชนตอนที่ไม่ได้หย่อนบัตร แต่พอหย่อนบัตรแล้วเขาจะมีข้ออ้างมาทันที ระบบการเมืองนี้เอื้อประโยชน์เพื่ออำนวยให้คนที่มีเส้นสายทางการเมืองรวยเอาๆ นี่หรือประชาธิปไตย

"มีนักข่าวถามผมว่าคุณสนธิ พยายามยั่วยุให้ทหารเข้ามาใช่ไหม จริงๆไม่ใช่ ทหารจะปฏิวัติไม่เคยบอกผม จะทำเมื่อไหร่ก็ทำไป ถ้าเห็นว่าวิกฤตมันเกิดขึ้น แล้วการเมืองมันแก้ไม่ได้ เขาจะปุ๊ปปั๊ปก็เรื่องของเขา แต่ขอเรื่องเดียว ไหนๆก็จะทำแบบนั้นแล้ว ขออย่าเอาพล.อ.มาบริหารชาติบ้านเมืองอีก ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาประเทศชาติ แต่ทำความเข้าใจก่อน ผมไม่ได้ยุให้ทหารปฏิวัติ"นายสนธิ กล่าว

“เราเคยคิดว่าแผ่นที่ 1 ต่อ 200,000 เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อทหารยืนยันใช้อัตรา 1 ต่อ 50,000 ไอ้นักการเมืองกระทรวงการต่างประเทศ ไปใช้ 1 ต่อ 200,000 ได้อย่างไรเขมร ตกลงกันเรื่องที่ดิน แบ่งปันพรมแดนกับเวียดนาม เขาใช้ 1 ต่อ 50,000 แล้วทำไมโคตรพ่อโคตรแม่มาใช้ 1 ต่อ 200,000 กับเรา ให้ไทยต้องไปยอมใช้ตามมัน เรามีคนทรยศ ไอ้ และอี ที่ยังยืนยันว่า ต้องใช้ 1 ต่อ 200,000 แล้วก็รู้ว่าMOU 2543, 2544 เป็น MOU ที่จะทำให้เราเสียดินแดน เ_็ดแม่ทำไมถึงไม่ยอมเลิก อ้างนู่นอ้างนี่อ้างฉิบหายวายปวง เมื่อเรามีคนทรยศเป็นไส้ศึก มีความคิดที่จะหยวนๆ กับเขมร ได้ผลประโยชน์กับฮุน เซน” นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ กล่าวอีกว่า การชุมนุมในครั้งนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ในกรุงเทพฯ ตำรวจบอกว่ามีคนมา 30,000 ตนมองว่าต้องคูณ 2 วันนี้ต้องมี 6-7 หมื่นคน ตนไม่เคยคิด 20 ปีที่แล้ว เดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อไล่นายทักษิณ มาถึงวันนี้ 20 ปีให้หลัง เป็นความซวยของชีวิต มาถึงยุคที่ต้องไล่ลูกสาวมัน และการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้าจำเป็นในอนาคตที่เราต้องลงถนน และเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมืองกับตนจะเอาหรือไม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top