Thursday, 11 June 2026
NewsFeed

ย้อนคำพูด ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ปมชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพพร้อมเสมอและต้องเหนือกว่า เมื่อมีใครมารังแก

(21 มิ.ย. 68) เฟซบุ๊ก Watthana Saen-u-dom แชร์คลิปที่ครั้งหนึ่ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เคยกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านบอกว่าแม้ไม่ใช่การรบใหญ่โตเหมือนสงคราม แต่เป็นการสู้กันเป็นครั้งคราวตรงชายแดนที่ตึงเครียด ก็เพื่อทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์อื่นและจบลงที่การเจรจา

พลเอกประยุทธ์บอกว่า ถ้าเราปล่อยให้เรื่องที่ชายแดนเกิดขึ้นแล้วไม่จัดการให้จบตั้งแต่แรก เราจะไม่มีทางไปต่อรองอะไรกับเขา (กัมพูชา) ได้เลย เราจะพูดกับเขาแต่เขาก็ไม่ฟัง 

สุดท้าย ‘ลุงตู่’ กล่าวว่าการมีกำลังทหารและความพร้อมที่จะสู้ ก็เพื่อให้ประเทศอื่นเขาเกรงใจเรา ถ้าถึงเวลาที่จำเป็นจริง ๆ เราก็ต้องแสดงให้เห็นว่า เราพร้อมและเหนือกว่า เพื่อให้เขาไม่กล้าทำอะไรที่ไม่ถูกต้องกับเราอีก

ซีอีโอ Telegram เผยเตรียมยกสมบัติ 4.9 แสนล้าน ให้ลูกกว่า 100 คน 12 ประเทศ ที่เกิดจากการบริจาคสเปิร์ม

(21 มิ.ย. 68) พาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) ผู้ก่อตั้งแอปฯ ส่งข้อความเข้ารหัส Telegram เผยผ่านนิตยสาร Le Point ของฝรั่งเศสว่า เขาได้เตรียมพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดราว 13.9 พันล้านดอลลาร์ (ราว 4.9 แสนล้านบาท) ให้แก่ลูก ๆ มากกว่า 100 คนที่เขาเป็นพ่อ โดยย้ำว่า "พวกเขาทุกคนคือลูกของผม และมีสิทธิเท่ากันหมด"

ดูรอฟเปิดเผยว่า ตนเป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายของลูก 6 คนจากแม่ 3 คน แต่ยังมีเด็กอีกกว่า 100 คนใน 12 ประเทศที่เกิดจากการบริจาคสเปิร์มในคลินิกเมื่อ 15 ปีก่อน โดยเขาตั้งใจไม่ให้ลูก ๆ ได้รับมรดกก่อนเวลา 30 ปี เพื่อให้พวกเขา "ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา และสร้างตัวด้วยตัวเอง"

ขณะเดียวกัน เขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาในฝรั่งเศสเกี่ยวกับการไม่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการควบคุมเนื้อหาผิดกฎหมายบน Telegram โดยชี้ว่า "แค่เพราะอาชญากรใช้แพลตฟอร์มของเรา ไม่ได้แปลว่าเราคืออาชญากร" ทั้งยังระบุว่า Telegram มีมาตรการควบคุมเนื้อหาเทียบเท่ามาตรฐานสากล

ดูรอฟ วัย 40 ปี ปัจจุบันพำนักในดูไบ และถือสองสัญชาติ ฝรั่งเศส-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เขาก่อตั้ง Telegram หลังออกจาก VKontakte โซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังของรัสเซียในปี 2013 โดย Telegram ยังคงเป็นที่นิยมทั่วโลกแม้ถูกวิจารณ์เรื่องการแพร่เนื้อหาสุดโต่งและผิดกฎหมาย

เชียงใหม่-สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดกิจกรรม“วันมัคคุเทศก์ไทย ”ประจำปี 2568 

(21 มิ.ย. 68) เวลา 08.00-15.00 น. นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานในงาน วันมัคคุเทศก์ไทย ประจำปี 2568 โดยมีนางพิกุล เรืองไชย  นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคเหนือ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้มีเกียรติ และมัคคุเทศก์อาชีพเชียงใหม่ทุกภาษาร่วมงาน ณ ห้องประชุมเชียงแสน โรงแรมดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่ 

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ "วันมัคคุเทศก์ไทย"ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันประสูติของพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระชาดำรงราชานุภาพ "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี และพระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย"มัคคุเทศก์คือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว ผู้หน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงวัฒนธรรม เป็นสะพานที่นำพาเรื่องราวอันงดงามของไทยไปสู่สายตาชาวโลก มัคคุเทศก์ไม่ใช่แค่ผู้ให้ข้อมูล แต่เป็นทูตวัฒนธรรม ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เอกลักษณ์ของชาติ บทบาทของมัคคุเทศก์ครอบคลุมหลายมิติ 

อาทิ ผู้เผยแพร่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ผู้สร้างความประทับใจแรกให้กับนักท่องเที่ยว ผู้จัดการประสบการณ์การเดินทาง และผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เบื้องหลังรอยยิ้มและการบริการอันน่าประทับใจ มัคคุเทศก์ไทยหลายท่านต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสียสละมากมาย เพื่อให้แน่ใจว่านักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ความทุ่มเทเหล่านี้สะท้อนผ่านหลากหลายแง่มุม

ด้วยบทบาทหน้าที่เหล่านี้ทำให้มัคคุเทศก์ไทยเป็นที่ยอมรับและได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก พวกเขา คือผู้สร้างชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ดีงามให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง ขอส่งกำลังใจไปยังมัคคุเทศก์ไทยทุกท่าน จงภาคภูมิใจในอาชีพนี้ และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไกลและยั่งยืนในเวทีระดับโลก

นางพิกุล เรืองไชย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันมัคคุเทศก์ไทย ประจำปี 2568 เพื่อน้อมรำลึกถึงในพระกรุณาธิคุณแห่งองค์พระบิดามัคคุเทศก์ไทย พลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้มีคุณูปการต่อการประสิทธิ์ประสาทตำราวิชาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและองค์ความรู้ที่หลากหลายให้กับมัคคุเทศก์ไทย ได้ศึกษาค้นคว้าเจริญรอยตามพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน

การจัดงานวันมัคคุเทศก์ไทย โดยสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ได้ดำเนินการจัดงานอย่างต่อเนื่องทุกปี เป็นวาระ และภารกิจสำคัญที่ตั้งปณิธานยึดมั่นดำเนินงาน และสานต่อสืบไป ในการตระหนักถึงความสำคัญแห่งพระบิดามัคคุเทศก์ไทย โดยในภาคเช้าเป็นส่วนของพิธีการ
การแสดงฟ้อนทิพยมาลา และฟ้อนเล็บล้านนา แสดงโดยสมาชิกชมรมช่างฟ้อน สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่
ถวายแด่พระบิดามัคคุเทศก์ไทย และวางพานพุ่ม ต่อด้วยการรับฟังคำบรรยายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพมัคคุเทศก์ 

และในภาคค่ำ เป็นการทำกิจกรรมเลี้ยงอาหารเย็นที่บ้านพักคนชรา และมอบของใช้ที่จำเป็นแก่ผู้สูงอายุ 
ณ บ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 150 คน 
ผู้ร่วมงานในวันนี้ ประกอบไปด้วย ตัวแทนจากองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน มหาวิทยาลัยที่มีสาขาวิชาท่องเที่ยว สมาคมต่างๆในเครือข่ายการท่องเที่ยว และมัคคุเทศก์อาชีพทุกภาษา รวมทั้งทั้งสิ้น 150 คน

สธ. เชิดชูผลงานเครือข่ายดีเด่นทั่วประเทศ สร้างคนไทยรอบรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

(22 มิ.ย. 68) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบรางวัลผลงานเครือข่ายโดดเด่นดีเยี่ยม Best of the Best ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ให้แก่เครือข่าย อย. จากผลงานโดดเด่นของโรงเรียน อย.น้อย เครือข่าย บวร.ร. และภาคประชาชน รวม 106 รางวัล ที่ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด "คนไทยคิดได้ใช้เป็น" สร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ลดพฤติกรรมเสี่ยง NCDs สร้างสุขภาวะที่ดี

20 มิถุนายน 2568 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประธานงานมอบรางวัลผลงานเครือข่ายโดดเด่นดีเยี่ยม Best of the Best ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งขับเคลื่อนพัฒนาระบบสาธารณสุขให้เข้มแข็ง และมีความมั่นคงทางสุขภาพยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมาย "ยกระดับการสาธารณสุขไทย สุขภาพแข็งแรงทุกวัย เศรษฐกิจสุขภาพไทยมั่นคง" โดยหนึ่งใน 7 นโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2568 คือการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมงานสุขภาพเชิงรุกในชุมชน รวมถึงส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม และการมอบรางวัลในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เครือข่ายที่ช่วยขับเคลื่อนงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. ได้ขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านเครือข่ายครอบคลุม 3 กลุ่มวัย ได้แก่ วัยเด็ก/เยาวชน วัยทำงาน และวัยสูงอายุควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะสำคัญ 3 ด้าน คือ รู้ไว แจ้งไว และทำไว เพื่อช่วยสื่อสารและตอบโต้ปัจจัยเสี่ยงของปัญหาด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ดำเนินงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ภายใต้แนวคิด “คนไทยคิดได้ ใช้เป็น” ซึ่งเครือข่ายมีส่วนสำคัญในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพตามพันธกิจ อย. และมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนกิจกรรมลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข โดยเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งโรงเรียน อย.น้อย, ชุมชน บวร.ร. และหน่วยงานภาคประชาชน มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสารและให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้อง แก่ประชาชนในชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การลดพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพและส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีสิ่งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพทุกมิติเพื่อลดโรค NCDs และผลักดันแนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาพองค์รวมสู่การปฏิบัติ ปัจจุบัน อย. มีเครือข่ายที่ ร่วมดำเนินงานอยู่ทั่วประเทศ 18,648 โรงเรียน อย.น้อย 259 ชุมชน บวร.ร. และ 36 หน่วยงานภาคประชาชน 

โดยการมอบรางวัลครั้งนี้ มีผลงานที่ส่งเข้าร่วมคัดเลือก
จากทั่วประเทศกว่า 200 ผลงาน ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาผลงานที่มีความโดดเด่นดีเยี่ยมสมควรได้รับ
รางวัลรวม 106 รางวัล และในงานนี้ยังเป็นเวทีการแสดงผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงาน เพื่อเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนงานให้แก่เครือข่ายอื่น ๆ ต่อไป

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

บุรีรัมย์ ด่วน สั่งปิดด่านช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ 

(21 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เซ็นหนังสือคำสั่ง ว่าด้วยเรื่องอนุมัติปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ จากคำสั่งกองทัพภาคที่ 2 ว่าด้วยเรื่องอนุมัติปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่า

ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 806 /2568  เรื่องการควบคุม การเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ให้กองทัพภาคที่2

โดยกองกำลังสุรนารี มีอำนาจการควบคุมการเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดน ไทย - กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบ ของกองกำลังสุรนารี วิธีการและเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา ที่จำเป็นเหมาะสม ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี

เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย พร้อมทั้งให้เกิดความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนและความมั่นคงของประเทศไทย

กองทัพภาคที่ 2 จึงอนุมัติให้ปิดจุดผ่อนปรน การค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 21  มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง 
ผู้สื่อข่าว จ.บุรีรัมย์ รายงาน

กลุ่มฮูตีในเยเมนเดือด!!..จ่อเปิดศึกกับสหรัฐฯ หลังเหตุโจมตีอิหร่าน ลั่นรอวันเอาคืน

(23 มิ.ย. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาเตือนว่า พวกเขาจะตอบโต้สหรัฐฯ จากเหตุโจมตีอิหร่านอย่างแน่นอน โดยระบุว่า “เป็นเพียงเรื่องของเวลา” เท่านั้น

โมฮัมเหม็ด อัล-บุคไฮติ (Mohammed Al-Bukhaiti) แกนนำทางการเมืองของฮูตี ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ นั้นเกิดขึ้นก่อนที่ความขัดแยกระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะรุนแรงขึ้น

ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือสินค้าตามเส้นทางเดินเรือ และยิงอาวุธใส่อิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ท่ามกลางสงครามกับอิสราเอล

โดยในเดือนพฤษภาคม ฮูตีเคยตอบตกลงหยุดโจมตีเรือของสหรัฐฯ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน แต่เหตุการณ์ล่าสุดกับอิหร่านอาจทำให้ข้อตกลงนั้นเปลี่ยนไป

โฆษกทรัมป์ฉะสื่อ อย่าใส่ร้ายสหรัฐฯ ลั่นไม่เคยรุกรานประเทศไหน สร้างแต่สันติภาพเท่านั้น

(23 มิ.ย. 68) คาโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว ตำหนิสื่อมวลชน หลัง CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมสงครามเคียงข้างอิสราเอลเพื่อ “รุกรานอิหร่าน” โดยยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่เคยรุกรานประเทศใด และการกระทำทั้งหมดเป็นไปเพื่อสันติภาพ

ลีวิตต์เตือนสื่อว่า “อย่าใช้คำว่ารุกรานกับประธานาธิบดีทรัมป์ หรือแม้แต่ประเทศของเรา” พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ มีเกียรติ และมีกองทัพที่ไม่มีใครเทียบได้ในโลก

โฆษกสาวของทำเนียบขาววัย 27 ปี ระบุว่า แม้สหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรุกราน เพราะสหรัฐฯ ไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นเส้นแดงสำคัญด้านความมั่นคง

คาโรไลน์ ลีวิตต์ ทิ้งท้ายว่าทรัมป์ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในอิหร่าน และยังคงหวังว่าเตหะรานจะเลือกการเจรจา พร้อมกล่าวว่า “ขอพระเจ้าอวยพรโลกใบนี้”

ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซจี้ถามโลกตะวันตก เหตุใดสันติภาพต้องมากับการใช้ความรุนแรง

(23 มิ.ย. 68) อิบราฮิม ตราโอเร (Ibrahim Traoré) วัย 37 ปี ประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งบูร์กินาฟาโซ กล่าวตั้งคำถามต่อโลกว่า ทำไมบางประเทศจึงใช้ความรุนแรง เช่น การทิ้งระเบิดใส่ชาติอื่น แล้วอ้างว่ากระทำเพื่อสันติภาพ ซึ่งเขามองว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่ชอบธรรม และเป็นการเชิดชูการใช้อาวุธรุนแรงอย่างผิดหลักมนุษยธรรม

เขาระบุว่าในโลกปัจจุบันมีบทเรียนสำคัญที่สอนให้รู้ว่า ความเป็นมหาอำนาจทางทหารอาจต้องพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็น “เครื่องมือที่ต้องมีไว้ในครอบครอง” เพื่อสร้างความเคารพและความมั่นคงให้แก่ประเทศ

ก่อนหน้านี้ หลังการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนในปี 2022 ตราโอเรพยายามยกระดับความร่วมมือทางทหาร ทั้งกับรัสเซียและชาติชั้นนำระดับภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กองทัพบูร์กินาฟาโซ ซึ่งถือเป็นการปรับนโยบายด้านความมั่นคงให้มุ่งเน้นอาวุธเทคโนโลยีขั้นสูง และการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์

แนวทางของตราโอเรไม่เพียงสะท้อนถึงความไม่พอใจต่ออิทธิพลตะวันตก แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการพลิกบทบาทของชาติแอฟริกาที่พร้อมพึ่งพาอำนาจทางทหารระดับสูงเพื่อรักษาเอกราช 

‘ทหารไทย’ รับศึกรอบด้านปกป้องอธิปไตยชาติ หมดยุคพูดถึงการยึดอำนาจรัฐประหาร

(23 มิ.ย. 68) ในขณะที่ข่าวการเมืองของพรรคเพื่อเขมรกำลังร้อนแรงฝั่งพรรคประชาชนพม่าก็ไม่น้อยหน้า  เดินหน้าสร้างคอนเนคชั่นร่วมกับพวกอินฟลูสายรักประชาชนพม่าแถวแม่สอดจนชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่ดีๆโทรมาบ่นกับเอย่าว่ามาทำไมก็ไม่รู้มาแล้วสร้างความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับกลุ่มพม่า กะเหรี่ยงที่เขาทำมาหากินอย่างสงบให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก

แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุดของเอย่าวันนี้ไม่ใช่เรื่องของ 2 พรรคนั้นแต่เป็นการได้ไปสัมภาษณ์กลุ่มนายทหารใหญ่ของไทยถึงสภาวะการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ว่าจนถึงวันนี้ทหารมีแนวคิดจะยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลไหม 

ทราบหรือไม่นายทหารทุกท่านส่ายหัวบอกเป็นประโยคและเหตุผลเดียวกันว่า จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

เอย่าจึงถามต่อว่าทำไม

1 ในนายทหารใหญ่กล่าวว่าจากที่ผ่านมาคนไทยคิดมาตลอดว่าทหารมากอบโกย โกงกิน  และโยนความผิดอะไรก็ตามให้ทหาร  ขนาดเรื่องตึก สตง. ถล่มยังบอกทหารโกงทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับทหารเลย ทำไมประชาชนไม่โทษวิศวกรโครงสร้างตอนตรวจรับว่าให้สร้างต่อได้  สมมุติตอนนี้ปฏิวัติไปเศรษฐกิจตกต่ำก็โทษทหารอีก ไม่โทษว่ามันเป็นมาก่อนแล้วละ  ทหารเข้ามาช่วยแก้อะไรแบบนี้

ท่านบอกว่า ความคิดแบบนี้แสดงถึงความอคติที่ไม่ได้แยกแยะแล้ว จากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรอีก ก็ในเมื่ออำนาจอยู่ในมือประชาชน เลือกมาเอง..จะสุข...จะทุกข์ จะขัดแย้งก็ดีกันเองละกัน  ทหารจะไม่ยุ่งอีก  แค่งานรักษาอธิปไตยที่ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซงการทำงานของทหาร  ฝ่ายกลาโหมก็ลำบากอยู่แล้ว  แต่ที่ไม่เคยมีข่าวออกเพราะพวกเราเป็นทหารไง  เราคือผู้กระทำไม่ใช่ผู้พูด ดังนั้นทหารจึงเลือกจะทำมากกว่าจะพูด

ทหารอีกท่านกล่าวต่อแค่ปัญหารอบประเทศตอนนี้ก็เยอะมากแล้วไหนจะยา จะผู้อพยพผิดกฎหมาย ไหนจะก่อการร้ายขอแบ่งแยกดินแดน ไหนจะเรื่องสิ่งแวดล้อมสารพิษที่มาจากเหมืองในจีนและพม่า กองทัพเข้าไปช่วยคุยระหว่างประเทศ ช่วยแก้ปัญหา แต่ไม่เคยมีใครรู้ นี่อีกไม่กี่เดือนน้ำเหนือก็จะบ่าแล้วทหารเราก็เตรียมการเหมือนทุกครั้งถามว่ามีใครเคยเห็นไหม  เห็นว่ามันคือหน้าที่

ทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้พูดแต่ถูกฝึกมาให้รับคำสั่งเพื่อปฏิบัติเพื่อชาติ  นายทหารอีกท่านกล่าวเสริม

เอย่าก็หวังว่าคนไทยคงตาสว่างขึ้นนะคะหลังจากคิดแต่ว่ากลัวทหารมาเล่นการเมือง  สิ่งที่พวกพรรคการเมืองกลัวทหารมาเล่นการเมือง ไม่ใช่กลัวทหารโกงกินหรอกเอย่าว่า เพราะต่อให้ไม่ใช่ทหารพวกเขาก็ทำกันอยู่แล้วเผลอๆหนักกว่ายุคทหารด้วย  แต่ที่กลัวทหารมาเล่นการเมืองเพราะคนพวกนั้นสั่งทหารไม่ได้ตะหากเพราะทหารถูกฝึกมาให้รับคำสั่งและทำเพื่อบ้านเมืองให้ดีที่สุดนั่นเอง

โฆษกฮุนเซน หยามไทยไม่กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ ชี้ไทยจองหอง-ดื้อดึง จะยิ่งเจ็บทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

(23 มิ.ย. 68) เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตอบโต้ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มกดดันก่อน ทั้งปิดชายแดนฝ่ายเดียวและขู่ตัดการเชื่อมต่อด้านพลังงานและเศรษฐกิจ จนทำให้กัมพูชาต้องตอบโต้กลับอย่างจริงจัง

โฆษกกัมพูชา เปิดเผยว่า กองทัพไทยและนักการเมืองบางกลุ่ม รวมถึงฝ่ายหัวรุนแรง มีทัศนคติล้าหลัง มองกัมพูชาอย่างดูแคลน คิดว่าประเทศเพื่อนบ้านยังพึ่งพาไทยเหมือนในอดีต ทั้งที่ปัจจุบันกัมพูชาแข็งแกร่งขึ้นและไม่ยอมถูกกดดันอีกต่อไป

หนึ่งในมาตรการตอบโต้ที่ถูกนำมาใช้คือ การระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากไทย ซึ่งโฆษกระบุว่าไทยเริ่มรู้แล้วว่าแรงกดดันไม่ได้ผล และกัมพูชาคือฝ่ายที่เคลื่อนไหวก่อนด้วยซ้ำ ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกลับย้อนคืนสู่ไทยเอง

เพ็ญ โบนา ยังเผยอีกว่าไทยพยายามติดต่อผู้นำกัมพูชาทั้งฮุน มาเน็ต และฮุน เซน เพื่อเจรจาอย่างลับ ๆ แต่กัมพูชาไม่หลงกล เพราะมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการทูตที่แฝงเจตนาอย่างไม่จริงใจ ภายใต้ฉากหน้าว่าเป็นมิตร

ทั้งนี้  โฆษกรัฐบาลกัมพูชายืนยันไม่ต้องการความขัดแย้ง แต่จะไม่ยอมถูกมองข้ามอีกต่อไป พร้อมเตือนว่าหากไทยยังยึดถือความหยิ่งผยอง สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และความรู้สึกของประชาชนภายในประเทศเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top