เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: โครงข่ายรถไฟ นครสวรรค์ - ตาก - แม่สอด
รัฐบาลมุ่งพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ให้เป็นศูนย์กลางระบบราง อินโดจีน ด้วยโครงข่ายรถไฟ
นครสวรรค์ - ตาก - แม่สอด ซึ่งเป็นระบบรางยุคใหม่ ผ่านหลายจังหวัดและเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านได้
รัฐบาลมุ่งพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ให้เป็นศูนย์กลางระบบราง อินโดจีน ด้วยโครงข่ายรถไฟ
นครสวรรค์ - ตาก - แม่สอด ซึ่งเป็นระบบรางยุคใหม่ ผ่านหลายจังหวัดและเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านได้
สวยงามอลังการ!! อุโมงค์คลองขนานจิตร ไฮไลต์รถไฟทางคู่สายอีสาน ความยาวกว่า 1.17 กิโลเมตร เลาะเลียบลำตะคอง สวยที่สุดในประเทศไทย
อีสานใต้สุดอลังการ!! ‘สถานีรถไฟศรีสะเกษ’ มิติใหม่แห่งการเดินทาง ได้แรงบันดาลใจจาก ‘ปราสาทสระกำแพงใหญ่’ สามารถรองรับรถไฟลอยฟ้าผ่ากลางเมือง ภายใต้โครงการรถไฟทางคู่ จิระ-อุบลราชธานี อนาคตการเดินทางของชาวอีสานใต้จะเปลี่ยนไป
สะพานมิตรภาพ ไทย - กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท เป็นการเปิดเส้นทางเชื่อมต่อแห่งใหม่ เชื่อมสระแก้วสู่กัมพูชา แก้ปัญหาจราจรหน้าด่านโรงเกลือ พร้อมขยายด่านผ่านแดน ศูนย์เปลี่ยนถ่าย และตรวจสินค้ารองรับการค้าระหว่างประเทศในอนาคต
(12 พ.ค. 66) เตือนภัย ซีเกมส์ 2023 ‘สาวไทย’ โชคร้าย มาเชียร์ฟุตบอล แต่ถูก ‘โจรเขมร’ กระชากกระเป๋า ได้รับบาดเจ็บหนัก แถมสูญทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งเปิดฉากชิงชัยมาตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา นั้น
ล่าสุด ในกลุ่มไลน์ข่าวของสื่อมวลชนไทย ที่ได้มาเกาะติดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ได้มีการแจ้งข่าวร้ายเกี่ยวกับคนไทย ที่ได้รับอันตรายจากมิจฉาชีพจากการถูกกระชากกระเป๋า จนได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนและขาหนัก รวมทั้งยังสูญเสียทรัพย์สินเงินทองรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท อีกด้วย
โดยรายงานข่าว ระบุว่า คนไทยที่ประสบเหตุเป็นผู้หญิง เดินทางมาธุระที่กัมพูชา และจะเข้าไปดูฟุตบอลมีบัตร แต่เข้าไม่ได้ เลยกลับไปนั่งดูในร้านแถวที่พัก กระทั่งโดนกระชากแถวๆ นั้น
“แจ้งทีมงานและทุกคนที่ออกไปทำงานตามสนามต่างๆ ระวังตัวให้มากนะครับ มีน้องคนไทยโดนกระชากกระเป๋าลากไถลไปกับพื้นบาดเจ็บค่อนข้างมาก โจรได้กระเป๋า channel ตุ้มหู บัตรเครดิต พาสปอร์ต เอกสารสำคัญส่วนตัว ทุกอย่างหายหมด รวมทรัพย์สินที่โดนไปไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท”
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน นายสาธิต กรีกุล หรือ ‘บิ๊กจ๊ะ’ พิธีกรกีฬาและผู้บรรยายกีฬาชื่อดัง ที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่เกาะติด และรายงานความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา ก็ได้ถูกโจรพยายามจะกระชากกระเป๋าสะพายข้าง ระหว่างที่กำลังยืนซื้อของอยู่บริเวณหน้าโรงแรมที่พักของตัวเองในกรุงพนมเปญ แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใด
(12 พ.ค. 66) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ หลังถูกตรวจสอบแล้วพบว่า ยังถือครองหุ้นในบริษัทสื่อสารมวลชน อาจเข้าข่ายขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง
นายสนธิญา กล่าวว่า การถือครองหุ้นสื่อของนายพิธาหากตรวจสอบแล้วพบว่า นายพิธามีความผิดจริงจะส่งผลให้จำนวน ส.ส.ไม่ถึง 90% และจะทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ เนื่องจากนายพิธาเป็นหัวหน้าพรรคที่ต้องรับรองคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล แต่เมื่อนายพิธาขาดคุณสมบัติเสียเอง ก็จะส่งผลทำให้การรับรองคุณสมบัติของผู้สมัครพรรคก้าวไกลทุกคนเป็นโมฆะ
นายสนธิยา ยังกล่าวว่า ตนได้เปิดแฟนเพจเพื่อรับเรื่องร้องทุกข์แจ้งเหตุการณ์ทุจริตการเลือกตั้งซึ่งพบว่ามีหลายคนส่งข้อความมาแจ้งเรื่องของการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง มีหัวคะแนนของพรรคการเมืองและผู้สมัครตระเวนเก็บบัตรประชาชนและจดรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยสัญญาว่าจะให้เงิน ซื้อเสียง แต่จนถึงตอนนี้ใกล้วันเลือกตั้งแล้วหัวคะแนนยังไม่ยอมมาจ่ายเงินตามที่สัญญาไว้จึงอยากให้กรรมการการเลือกตั้งส่งผู้ตรวจการเลือกตั้งหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร โดยได้นำหลักฐาน เป็นภาพและเบอร์ของผู้สมัครพร้อมทั้งข้อความการพูดคุยผ่านทางเมสเซนเจอร์แฟนเพจมายื่นให้กับกกต.ประกอบการพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
อีกไม่กี่อึดใจประชาชนคนไทยจะได้มีโอกาสเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้กันอย่างแน่นอน และเชื่อว่าการเลือกตั้งหนนี้ คนกลุ่มใหม่ที่บ้างก็เรียกว่า New Voter เอย หรือ First Voter เอย ก็จะได้มีโอกาสใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยข้อมูลจาก rocketmedialab.co ระบุhttp://rocketmedialab.coว่า ผู้คนเลือดใหม่กลุ่มนี้ ที่กำลังจะเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ที่ 4,012,803 คน โดยจำนวน First Voter ในการเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ คิดเป็น 7.67% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด
THE STATES TIMES ได้มีโอกาสสอบถาม ‘ลุงตู่’ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เกี่ยวกับการเลือกตั้งหนนี้ ที่จะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งได้เลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต โดย ลุงตู่ กล่าวว่า...
“ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเขา ที่มีโอกาสใช้สิทธิในครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งผมเองก็ขอให้น้อง ๆ ทุกคน มีสติในการเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติในการที่จะเป็น นายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ให้ดี”
ลุงตู่ กล่าวต่ออีกว่า “ผมอยากให้การเลือกตั้งหนนี้ เป็นการรวมพลังของคนไทยทุกคนในการร่วมมือกันช่วยกันร่วมมือพาบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการแบ่งอายุ หรือวัย เพราะทั้งหมดคือคนไทยด้วยกัน เลือกเพื่อพาประเทศไทยให้เดินข้างหน้า เลือกเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตอีก เพราะบ้านเมืองเราขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว
“...และส่วนตัวผม ก็อยากให้ประชาชนทุกท่านลองตั้งสติดี ๆ แล้วมองดูภาพประเทศไทยที่แท้จริงว่า วันนี้ประเทศของเราอยู่จุดไหนแล้ว เราเดินหน้ามาไกลหรือยัง แล้วจะเดินหน้าไปต่อไปพร้อมกันได้หรือไม่ หลายสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ทันใจหรือถูกใจ เพราะต้องใช้เวลาพอสมควรในการดำเนินการ หลายอย่างเราทำมากว่าจะเสร็จ ก็ 4 ปี 5 ปี 8 ปี”
ลุงตู่ เล่าต่ออีกว่า “แน่นอนว่าบางอย่างมันต้องใช้เวลานานกว่าที่กล่าวไป เพราะโลกมันเปลี่ยนทุกวัน มันต้องมีการปรับแก้และพัฒนากันทุกวัน ทุกเดือน ทุกช่วงเวลา การประชุมในต่างประเทศทุกครั้งล้วนมีวาระที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น หน้าที่ของเราก็คือ ต้องกลับมาทบทวนโจทย์เหล่านี้ แล้วทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าทันการเปลี่ยนแปลง ซึ่งวันนี้เรากำลังอยู่จุดนั้น”
“ผมไม่ติดขัดเรื่องการคิดเร็วนะ แต่หากคิดเร็วเกินไป แล้วเกิดปัญหาที่คาดการณ์ไม่ได้ แก้ไม่ได้ มันก็จะยิ่งเป็นปัญหาหนักขึ้นไปอีก เพราะวันนี้ประเทศไทยเราอยู่ในจุดที่ รู้เท่าทันนานาชาติ แล้วก็วางตัวเอง วางประเทศไว้ให้ในจุดที่สมดุลได้แล้ว นี่คือประเทศไทยของเรานะจ๊ะ...ขอบคุณทุกคนนะจ๊ะ” ลุงตู่ กล่าวทิ้งท้าย
วันที่ 11 พ.ค.66 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะประธานกรรมการจัดงานครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ติดตามความพร้อมในการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปีฯ เพื่อเปิดให้ข้าราชการทหารเรือ และประชาชนเข้าชมได้ในวันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่ 12 พ.ค.66 เวลา 09.00 - 15.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ พิพิธภัณท์ทหารเรือ (อาคาร Utility Hall) ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
การจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าวดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือที่ระลึกและการจัดกิจกรรมด้านวิชาการ การจัดงานครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปีฯ ได้กำหนดกรอบและนำวัตถุพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญจัดแสดงนิทรรศการฯ เพื่อเทิดพระเกียรติ “เสด็จเตี่ย” ที่ทรงวางรากฐานให้กองทัพเรือเป็นปึกแผ่นตราบจนปัจจุบัน ณ ห้องโถงชั้นล่างของอาคารอเนกประสงค์ (Utility Hall) ดังนี้
- ส่วนที่ 1 พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย คุณูปการที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ และของใช้ส่วนพระองค์
- ส่วนที่ 2 ประวัติ ร.ล.พระร่วง เรือหลวงลำแรกและลำเดียวในประวัติศาสตร์ไทยที่เกิดจากการรวบรวมเงินจากประชาชนที่มอบให้กองทัพเรือ
- ส่วนที่ 3 เรือพระที่นั่งมหาจักรี เรือแห่งศักดิ์ศรีและความภูมิใจของชาวสยาม
- ส่วนที่ 4 พระประวัติเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ทรงมีคุณูปการต่อกองทัพเรือ และประวัติพลเรือโทพระยาชลยุทธโยธินทร์ นายทหารเรือต่างชาติท่านเดียวที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือสยาม
- ส่วนที่ 5 วีรชนทหารเรือ ในประวัติศาสตร์การรบของกองทัพเรือ
- ส่วนที่ 6 ศิลป์และศาสตร์แห่งการเดินเรือ
- ส่วนที่ 7 การพัฒนากำลังทางเรือสู่การพึ่งพาตนเอง
- ส่วนที่ 8 วัฒนธรรมสายน้ำกับราชนาวี เรือพระราชพิธีจำลองในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ทั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของกองทัพเรือในการจัดตั้งอาคารอเนกประสงค์ พิพิธภัณท์ทหารเรือ (อาคาร Utility Hall) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงและรวบรวม สงวนรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์ เรื่องราว ประวัติความเป็นมาของกองทัพเรือ เพื่อใช้ประกอบการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ทหาร และพัฒนาการทางทะเล ให้ข้าราชการของกองทัพเรือ ตลอดจนประชาชนได้เข้าชม ศึกษา เรียนรู้ และได้รับความเพลิดเพลินในโอกาสเดียวกัน
จึงขอเชิญชวนข้าราชการทหารเรือ ตลอดจนประชาชนที่สนใจเข้าชมนิทรรศการฯ ในช่วงวันและเวลาข้างต้น
วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 เวลา 9.30 น. นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี อ.ดวงสมร ไชยรัตน์ ประธานฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุม London, EFL Learning Centre เชียงใหม่ พร้อมด้วยผอ.ญาณิกา ปานทอง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน และ อ.ปาริชาติ ป้อมไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ / ดร.วิไลวรรณ วรรณโชติผาเวช ผู้แทนผู้บริหาร กช.&ประธานปส.กช.นอกระบบ จ.เชียงใหม่ เพื่อวางแผนพัฒนาการศึกษาเอกชนนอกระบบจังหวัดเชียงใหม่ ให้สอดคล้องกับยุคสมัย วิสัยทัศน์ และ ยุทธศาสตร์ ของสมาคมฯ
นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า โรงเรียนเอกชนสังกัด สช. จำนวนทั้งสิ้น 11,792 โรง มีโรงเรียนเอกชนนอกระบบอยู่ถึง 7,803 โรง โดยโรงเรียนเอกชนนอกระบบ หมายถึง โรงเรียนที่จัดการศึกษาโดยมีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆได้แก่ 1)ประเภทสอนศาสนา 2)ประเภทศิลปะและกีฬา 3)ประเภทวิชาชีพ 4)ประเภทกวดวิชา 5) ประเภทเสริมสร้างทักษะชีวิต 6)สถาบันศึกษาปอเนาะ 7) ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา) โรงเรียนเอกชนนอกระบบเหล่านี้ หากตัดเอาโรงเรียนที่สอนเกี่ยวเนื่องกับศาสนา คือประเภทที่ 1,6,7 ออกไป ก็จะพบว่ามีอยู่ 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 4,965 แห่ง
เมื่อโลกเปลี่ยนไป ทิศทางการจัดการศึกษาแตกต่างออกไปจากเดิม การเรียนในโรงเรียนนอกระบบของเอกชนกำลังกลายเป็นรูปแบบหรือวิถีใหม่ของการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง และ เป็นเส้นทางสู่การศึกษาในอนาคต (Road to the Future) ปัจจุบันการจัดการศึกษาเอกชนนอกระบบ จัดเป็นการศึกษาทางเลือกที่มีคุณภาพ และมีจุดแข็งในการจัดการ คือมีความคล่องตัว ยืดหยุ่น สามารถจัดการเรียนการสอนตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ผ่านสมาคมที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกับสช. ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนโรงเรียนเอกชนนอกระบบให้ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาเเละการพัฒนาประเทศ
ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสทำงานในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ กช. นอกระบบ เรื่องแรกๆที่ สช. ผ่านคณะกรรมการ กช. ได้ผลักดันสนับสนุน อาทิ1) การผ่านระเบียบที่ทำให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบสามารถร่วมกันจัดการศึกษากับการศึกษาในระบบอื่นๆได้อย่างมีคุณภาพ
2) กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เปิดให้ประชาชนเรียนนอกระบบมากขึ้น ผู้เรียนจบแล้วมีงานทำ สามารถใช้หนี้กองทุนได้โดยเร็ว รวมทั้งเป็นการกระจายรายได้ไปยังสถานศึกษาขนาดเล็ก หรือโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษานอกระบบและอาชีพ อาทิโรงเรียนวิชาชีพ ศิลปะและกีฬา สร้างเสริมทักษะชีวิต กวดวิชาและอื่นๆ ซึ่งการให้กู้เพื่อเรียนหลักสูตรระยะสั้นเป็นการตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใต้ฐานเศรษฐกิจ s-curve และ New s-curve ถือเป็นการลงทุนระยะสั้น แต่ได้ผลระยะยาว และยังทำให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบเติบโตขึ้นจากเดิมอีกด้วย
ขอชื่นชมและสนับสนุนการทำงานของฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ที่ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโรงเรียนเอกชนนอกระบบให้ตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาเเละการพัฒนาประเทศ การจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ เพื่อแสดงศักยภาพของนักเรียน ครูผู้สอน และโรงเรียนเอกชนนอกระบบจ.เชียงใหม่ นี่จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งของโรงเรียนเอกชนนอกระบบที่กำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งนอกจากจะทำให้การจัดการศึกษาดังกล่าวไม่เหมือนเดิมตามที่เราเคยคุ้นชิน เเต่ก็มั่นใจได้ว่า รูปแบบและวิธีการใหม่ๆเหล่านี้จะทำให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบมีคุณภาพเเละดีขึ้นกว่าเดิม
อาจารย์ดวงสมร ไชยรัตน์ ประธานฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมสถานศึกษาเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ ปีบริหาร 2565-2567 กำหนดวิสัยทัศน์สมาคมฯ - พัฒนาการศึกษาเอกชนเชียงใหม่ ให้มีคุณภาพก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล และ วางกรอบยุทธศาสตร์ 7 ประการ ได้แก่ เสริมสร้างคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของผู้เรียนสู่สากล,พัฒนาผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณสมบัติที่ดี
,เสริมสร้างสวัสดิการและสวัสดิภาพผู้บริหาร ครู และ บุคลากรทางการศึกษา,เสริมสร้างสัมพันธภาพและความร่วมมือซึ่งกันและกันของสถานศึกษาเอกชน องค์กร และ หน่วยงานต่างๆ,อนุรักษ์และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีภูมิปัญญาไทยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม,น้อมนำศาสตร์พระราชามุ่งเน้นคุณธรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และบริหารทรัพยากรและงบประมาณให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า
ฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จ.เชียงใหม่ จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อวางแผนพัฒนาการศึกษาเอกชนนอกระบบจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย วิสัยทัศน์ และ ยุทธศาสตร์ ของสมาคมฯ ช่วงท้ายของการประชุมจะขอเรียนเชิญท่านได้ให้เกียรติมอบเกียรติบัตรรางวัลต่าง ๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับผู้บริหาร ครูผู้สอน และ นักเรียนของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ จ.เชียงใหม่
ผู้ที่ได้รับรางวัล วิริยะอุตสาหะ 1/2566 ได้แก่ 1.นางสาว ปนิตา ทองจำรูญ (Platinum) 2.Boy Michael Wang (Platinum) 3.Miss Risa Sato (Gold) 4. นางสาว ชญานันทน์ ลิ้มสุคนธ์ (Silver) 5. เด็กชาย วิทย์วิสิฐ อำนวยชัยชนะ (Silver) 6. ดร. ภัทรมนัส ศรีตระกูล (Bronze) 7. นางสาว นภัสรพี ชัยวงศ์ (Bronze) 8. นางสาว ชฎาภัส เรืองสังข์ (Bronze)
คุณครูผู้ที่ได้รับรางวัล ครูโรงเรียนเอกชนดีเด่น ประเภทครู บุคลากรทางการศึกษางานวันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2566 ได้แก่
1. Dr.Wilaiwan Wannachotphawet 2. Mr. John Quinn
3. Mr. Dean Du Plooy 4. Mr. Pip Masion 5. Mr. Daniel Thomas
6. Mr. Gary Matier 7. Miss Kanokwan Jantawong 8. Mr. Woramet Chaimongkol 9. Miss Anushika Sirinthipaporn
พร้อมกันนี้มอบเกียรติบัตรรางวัลดีเด่น คณะกรรมการฝ่ายการศึกษานอกระบบ สมาคมสถานศึกษาเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ อีกด้วย

