Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

‘พี่คนดี’ ร่ายกลอนซัด ‘พิธา - ก้าวไกล’ ‘มืออย่าง ปากอย่าง ใจอย่าง’ ปม ม.112

(27 เม.ย.66) เพจเฟซบุ๊ก P.khondee (พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกลอนชื่อ ‘มืออย่าง ปากอย่าง ใจอย่าง’ มีเนื้อหาดังนี้

มือแปะ ยกเลิกแน่ ปากบอกแค่ ขอแก้ไข
ปากบอก เทิดทูนไว้ แต่ในใจ นั้นใช่หรือ
สิ่งที่ ในใจอยาก อาจผิดจาก ปากและมือ
เห็นแวว ความไม่ซื่อ ใครเชื่อถือ ให้แปลกใจ

ความเป็น กบฏรัฐ ย้อนประวัติ เห็นชัดแจ้ง
หลายสิ่ง ที่แสดง โคตรหยาบแรง อย่าแกล้งไก๋
พูดอย่าง ทำอีกอย่าง บอกไม่ล้าง แต่อย่างใด
มีใคร ว่าก้าวไถล ไม่โกหก จงยกมือ

‘อดีตแกนนำ 3 นิ้ว’ ช่วยผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี รทสช. หาเสียง ลั่น!! ชอบผลงาน-ช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นกระบอกเสียงแทน ปชช.

(27 เม.ย. 66) ดร.ปุ๊ก วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ทีมงานช่วยหาเสียงของปุ๊ก มีทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยม คนเสื้อแดง และแกนนำม็อบ 3 นิ้ว โดยทุกคนเคารพในการตัดสินใจ และเดินหน้าตามแนวทางของปุ๊กและพรรค

พวกเราต้องการพัฒนาให้เมืองนนท์ของเราดีขึ้น ลดความขัดแย้ง ช่วยกันรวมไทยสร้างชาติอย่างแท้จริง

อบอุ่นทุกครั้งที่ลงพื้นที่ ยิ่งเจอพลังเงียบ ยิ่งมั่นใจ

บัตรสีม่วง กาเบอร์ 2 ให้ปุ๊ก วิภาวัลย์ เป็น ส.ส. เขต 1 นนทบุรี (อำเภอเมืองเฉพาะตำบลบางกระสอ ตำบลท่าทราย ตำบลบางเขน)

บัตรสีเขียว กาเบอร์ 22 พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้ลุงตู่อยู่ต่อ 14 พ.ค.นี้ เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้ง 2 ใบ

#ทุกสีเลือกได้
#สาวนนท์ทำได้จริง
#รวมไทยสร้างชาติ

‘ณวัฒน์’ เคลียร์ดรามา รับสอน ‘เฌอเอม’ ในฐานะที่มีสิทธิ์คว้ามงฯ ลั่น ไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นธุรกิจที่ตกลงกัน ใครเคร่งศาสนาอย่ามาประกวด

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 66 เป็นอีกประเด็นเดือดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 เมื่อ 'เฌอเอม ชญาธนุส' มิสแกรนด์ลำพูน 2023 ปฏิเสธการทำกิจกรรมดูดวงกับ 'แพม เปรมิกา' มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 ด้วยเหตุผลว่านับถือศาสนาคริสต์ ไม่สะดวก และขออนุญาตคืนไมค์

ด้าน 'ณวัฒน์ อิสรไกรศีล' เจ้าของเวที ก็สวนกลับ พร้อมไลฟ์เดือดบอกว่า หาคนพร้อมใช้ ที่ไม่มีเงื่อนไข และอีกต่างๆ นานามากมาย ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นต่างและสนับสนุนบอสณวัฒน์ แต่จนท้ายที่สุดแล้ว เฌอเอม ก็ได้ออกมาโพสต์โซเชียลกราบขอโทษณวัฒน์ ที่แสดงกิริยาไม่น่ารักและไม่ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง พร้อมบอกอีกว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ล่าสุด ณวัฒน์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งกับสื่อมวลชนว่า…

“มันไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่นี่มันคือธุรกิจที่เรามีข้อตกลงเหมือนกัน อันนี้เป็นการยืนยันสำหรับข้อกำหนดบางข้อ ซึ่งอันนี้มันคือมาตรฐานของมิสแกรนด์ฯ น้องอ่านและเซ็นทุกข้อ หากขาดกิจกรรม 2 ครั้ง เราสามารถปลดได้ นี่คือระเบียบการของมิสแกรนด์ฯ ทั้งหมด คำว่าประชาธิปไตยคือเราต้องมีสิทธิ์ที่เหมือนคนอื่น

เรื่องต่อไปก็คือน้องนับถือศาสนาคริสต์ อันนี้ผมต้องยอมรับว่าผมไม่ทราบ แล้ววันที่ผมประกาศว่ามีเกมนี้ออกมา เนื่องจากว่าเราต้องการที่จะทำกิจกรรมเพื่อเสริมคนดูทางบ้านโดยปกติอยู่แล้ว และงานมันจะหมดอีเวนต์แล้วเราก็เลยขออีกรอบหนึ่ง ซึ่งเราเลือก แพม เปมิกา เพราะเขามีความสนุกเรื่องนี้มีพรสวรรค์เรื่องนี้ ก็เลยบอกกล่าวให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนเรียบร้อย สามารถดูได้จากไลน์กลุ่ม และการโพสต์ให้ทุกคนเข้า

แต่น้องบอกไม่ทราบ แสดงว่าน้องบกพร่องในการอ่านรายละเอียดเพราะใน Facebook และ LINE กลุ่มนางงาม ผมก็เป็นคนแจ้ง ต้องยืนยันว่าเราเป็นคนทำงานมีระบบ ซึ่งในไลน์กรุ๊ปอยู่ทั้งหมด 97 คน ในภาวะฉุกเฉินถ้ามีขอแก้ไขหรือมีอะไรสามารถแจ้งผมโดยตรงได้”

เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เห็นอาการ ท่าทางของ 'เฌอเอม' ไม่ดีตั้งแต่เดินมาแล้ว
“ผมเองมีการแจ้งไปอย่างชัดเจนอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราต้องการอะไรเราก็จะมีการแจ้งทุกอย่าง เราทำงานเป็นขั้นตอนทั้งหมดและในกลุ่มด้อมน้องรู้เรื่องนี้ทั้งหมดและระดมโหวต พอไลฟ์สดเฌอเอมยังไม่มา ผมเลยสังเกตสีหน้าว่าเดินมาแล้วหน้าหงิก และไม่สนใจใคร ผมก็โฟกัสไปแล้วตรงนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นเราก็ให้ผู้ช่วยเข้าไปถามว่าหนูเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้นแหละ ผมก็กลับมานั่งที่เดิม ผู้ช่วยผมถึงจะส่งสัญญาณว่าเหมือนน้องจะไม่อยากทำกิจกรรมนี้ และคนดูเยอะมากวันนั้นในไลฟ์สด

พอถึงเวลาน้องเข้ามาผมก็เริ่มต้นจากการถามน้องว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งผมต้องบอกถึงคนที่เป็นคนขยี้โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นอาจารย์อะไรก็แล้วแต่ ให้ใช้เวลาดูคลิปตั้งแต่ต้นก่อนที่จะใช้วิจารณญาณในการเขียน ซึ่งหลังจากที่ตัวเองบอกว่าตัวเองเป็นคริสต์ ผมเลยเอะใจว่าทำไมไม่แจ้งผมก่อนหน้านี้ และที่บอกว่าน้องแจ้งทีมงานไปแล้ว แต่ทำไมเขาไม่แจ้งผม ซึ่งเราก็มีไลน์กันตั้งแต่มาแจ้งก่อนงาน”

สอน 'เฌอเอม' ในฐานะที่มีสิทธิ์คว้ามงฯ มากที่สุดการอยู่ในคนหมู่มากควรต้องทำยังไง
“ซึ่งผมก็ตกใจและอธิบายให้ฟังว่าการที่ผมอธิบายมันเป็นความรู้สึกเป็นเรื่องของกฎหมาย จงอย่ามาก้าวก่ายในเรื่องที่เราพูด ซึ่งผมบอกว่าถ้าเป็นผม ผมไปได้ทุกศาสนา ผมให้เกียรติทุกที่ และผมก็สอนน้องว่าการที่เราอยู่กับคนหมู่มากมันต้องทำยังไง และต้องยอมรับว่าเพื่อน 30 คนก็เลือกน้อง

น้องมีสิทธิ์คว้ามงฯ มากที่สุดคนนึง เราจึงต้องการความเคลียร์ว่าจะมาทำงานบริษัทเราใช่ไหม งั้นเราขอนำเสนอความคิดของเราว่ามันเป็นแบบนี้ แล้วผมไม่ได้บอกเลยว่าต้องทำแบบนี้หรือเป็นการบังคับว่าต้องทำแบบนี้ ถ้าน้องเกิดได้เป็นนักแสดงต้องบวงสรวง หรือต้องไปทำงานกับสปอนเซอร์ในเรื่องของความเชื่อ มันก็จะเป็นปัญหา ไม่ว่างานที่รับไว้มันจะทำไม่ได้ ผมก็เลยถามว่าถ้าจะอยู่ในวงการบันเทิงมันจะต้องคิดอีกแบบหนึ่งว่าอะไรที่มันเป็นการทำเพื่องาน หรือว่าน้องอยากเป็นนักการเมืองก็ต้องทำงานตามกฏหมาย

คือเราก็มองภาพรวม แล้วเราก็บอกว่าถ้าเราทำไม่ได้ และไม่รู้จะไปทางไหนดีแค่นั้นเอง แล้วก็ไปบดขยี้หาว่าไม่ถูกต้องไม่อะไรใดๆ ทั้งสิ้น ผมก็ไม่เข้าใจว่าอันนี้เป็นความคิดของผมว่าทำไมผมจะไม่ถูกต้อง เพราะว่าผมกำลังสอนคน เพราะว่าเขาอยากเดินตามความฝันแต่ว่ามันจะทำยังไงเขาจะรู้จักวางตัวให้มันเป็นไปได้”

ลั่นที่ตนพูดเช่นนั้นกับ 'เฌอเอม' ไม่ได้เป็นการละเมิดศาสนาแต่อย่างใด ตนให้สิทธิ์เลือกจะไม่ทำแล้ว แต่กลับทุบจนกลายเป็นประเด็นขึ้นมา

“ผมไม่ได้มองว่าใครละเมิดศาสนาหรือกฎใดๆ ทั้งสิ้น ผมยินดีและประโยคสุดท้ายก่อนที่น้องจะวางไมค์ผมพูดว่าอะไรไปย้อนดู ซึ่งคนที่พิมพ์ด่าเราว่าผมรู้สึกว่าผมเสียดายกับคำว่าคุณวุฒิที่อยู่ข้างหน้า เพราะว่าศาสนาไหนก็แล้วแต่ ผมก็ยังพูดว่าถ้าอย่างนั้นไม่ต้องดูก็ได้ กลับไปย้อนดูได้ รบกวนช่วยฟังผมด้วย เพราะผมยังพูดว่าไม่ต้องดูก็ได้

ถ้าเป็นคนเข้าใจที่ผมพูดอย่างนั้น จะบอกว่าหนูขอไม่ดู หนูขอโทษพี่ณวัฒน์ด้วยนะคะ หนูขอโทษคนดูด้วยนะคะ และทุกอย่างจะจบลง แต่หนูไม่จบน้องบอกว่าหนูขอใช้สิทธิ์ในการให้เพื่อนออกมาแทน ซึ่งผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเกณฑ์ ถ้าน้องจะมาเพิ่มกติกาเองมันก็เป็นไปไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิ์เหมือนกันทุกคน จะไปเรียกคนอื่นมาพูดไม่ได้ ผมก็เลยบอกว่ามันไม่ได้จริงๆ ก็เลยไปเปรียบเทียบว่าถ้าวันนึงวันใดหนูไม่อยากประกวด และหนูเรียกเพื่อนมาเดินแทนมันก็ทำไม่ได้

และที่สำคัญที่สุดคุณเป็นผู้ถามเราเป็นโจทย์ถ้าทำไม่ได้ไม่เป็นไร มีสิทธิ์ที่จะเลือกที่จะไม่ถามแต่คุณยังเลือกที่จะอยากทำแต่ให้เพื่อนมาช่วยทำมันไม่น่ารัก และยังไม่จบเท่านั้นยังไม่พออาจจะเข้าใจ เขายังบอกว่าขอหนูพูดกับแฟนคลับได้ไหม แต่อันนี้มันไม่ใช่ทอล์กโชว์สำหรับทุกคน เขาก็ยังพูดต่ออีกว่าขอหนูพูดหน่อย อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายผมเลยมองว่าทำไมต้องทุบหลังให้ผมหลังแอ่นขนาดนี้”

รู้สึกผิดหวังอยู่ในวงการมาไม่เคยเจอเด็กแบบนี้ คิดแต่จะต่อต้าน แหกกฎตลอด ทำตัวไม่น่ารักขอโทษสักคำวันนั้นยังไม่มี

“ผมอยู่ในวงการมาผมไม่เคยเจอเด็กต่อต้านหรือปฏิเสธหรือพยายามกระแทกแหกกฎได้เยอะขนาดนี้ ผมเลยบอกว่าไม่ได้ครับทุกคนต้องเสมอภาค ถ้าอยากพูดก็ไปพูดในด้อมแต่จะมาพูดตอนนี้ทางแฟนคลับคนอื่นจะมารับรู้อะไรได้ยังไง ผมก็รู้สึกผิดหวังและรู้สึกว่าถ้าขอโทษมันก็คือจบ ขอโทษสักคำก็ไม่มีก้มหัวสักครั้งก็ไม่มี ไหว้สักทีก็ไม่ได้ เชิดหน้า รุ่นพี่ 2017 ผู้บริหารบริษัทเต็มไปหมด ที่โกรธคือมารยาทและการต่อรองที่มีควรจะต่อรอง ทำไม่ได้ก็จบ

จนกลายเป็นแบบว่าคนที่ไม่รู้ไม่ได้เสพตั้งแต่ต้นจนจบมาเอาประเด็นคริสต์ดูดวงได้ไหมไปขยี้กัน มันไม่ใช่ มันไม่ใช่เรื่องที่ผมไม่อยากให้เขาดู ถ้าคริสต์ดูดวงไม่ได้ ผมสนับสนุน ไม่ต้องดู บอกผมตั้งแต่แรก ส่งไลน์มาเลย ผมยินดีที่จะปฎิบัติ ถึงตรงหน้าแล้วก็ยังมีสิทธิ์ไม่ดูก็ได้ ก็จบ ผมให้สิทธิ์วิธีการจบหลายทอดแล้วแต่ ไม่แน่ใจว่าน้องอยากมีแสงหรืออยากทะเลาะ หรืออยากเป็นประเด็น ทำไมยื้อตลอดเวลา จบก็คือจบ แล้วเวลาจบ เชิ่ด 5 เชิ่ด 10 ไม่สนใจ ไม่ไหว้ ไม่ขอโทษ เชิ่ดหน้า สะบัด 180 องศา เดินตัวตรง ไม่เหลียวแลสิ่งที่เกิดขึ้น นี่คือความไม่น่ารัก”

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง กกต. สอบ ‘พิธา’ ปมอ้างกลับไทยช่วงรัฐประหาร 49 ชี้ เข้าข่ายจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคการเมือง

(27 เม.ย.66) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่โลกโซเชียลจับโป๊ะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หลังถูกขุดบทสัมภาษณ์ที่ไปออกรายการกับสองพิธีกรชื่อดัง คือ คุณสรยุทธ (ปี 2566) และคุณหนูแหม่ม-สุริวิภา (ปี 2552) ซึ่งบทสัมภาษณ์ใน 2 รายการ 2 ช่วงเวลา แต่เห็นการณ์เดียวกันกับมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะประเด็นที่นายพิธาได้อ้างว่ากลับมาเมืองไทยช่วงรัฐประหารปี 49 ซึ่งมีถ้อยความที่ดูจะต่างกันพอสมควร อาทิ การรับราชการเป็นทีมงานนักการเมือง การให้ร้ายกองทัพเพราะถูกควบคุมตัว การไปงานศพคุณพ่อไม่ทัน การถูกควบคุมการเงินจนไม่มีเงินทำศพพ่อ ฯลฯ

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ส่งกำลังใจถึง ‘ป๊อป นิธิ’ หลังเจอดรามา ภรรยาคนดังช่วยหาเสียง ชี้ เลือกคนทำงานอย่ามองแค่กระแส มั่นใจ!! ประชาชนดูออก

(27 เม.ย.66) นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 22 เขตสวนหลวง เบอร์ 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสวิจารณ์กรณีที่ภรรยาของน.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 31 ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน เบอร์ 1 พรรคพปชร. ซึ่งเป็นนักแสดง มาช่วยหาเสียง จนเกิดเป็นประเด็นดรามา ว่า ประเด็นที่ น.ส.ปานวาด เหมมณี มาช่วยหาเสียง มองว่าการเมืองตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันเปลี่ยนแปลงกันได้ คนที่เคยไปร่วมชุมนุม เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งที่สถานการณ์เปลี่ยนไปและคนที่คิดว่าดีกลับไม่ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ เราก็ลบรูปทิ้งแล้วก็เชียร์พรรคการเมืองใหม่ที่คิดว่าเป็นกระแสนิยม ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบทั้งสิ้น และตนเติบโตมาในยุคที่การชุมนุมประท้วงสร้างผลกระทบให้คนจำนวนมาก ทหารเข้ามายึดอำนาจ แต่จุดเด่นของพรรคพปชร.คือการก้าวข้ามความขัดแย้ง จึงไม่โทษและไม่ตำหนิใครแต่จะเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป

'พิธา' กร้าว!! ขับเคลื่อน 300 นโยบายก้าวไกล '100 วันแรก - 1 ปีแรก - สมัยแรก' เห็นผล!!

'พิธา' เสนอโรดแมปรัฐบาลก้าวไกล เตรียมรื้องบ 250,000 ล้านทำสวัสดิการประชาชน พร้อมเสนอกฎหมาย 45 ฉบับ ทันทีที่เปิดสภา

(27 เม.ย.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงแผนงานรัฐบาลก้าวไกลในการขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 300 นโยบายของพรรคก้าวไกล โดยพิธากล่าวว่าพรรคก้าวไกลได้วางกรอบเวลาในการขับเคลื่อนนโยบายหลักที่สามารถผลักดันได้ใน 100 วันแรก 1 ปีแรก และสมัยแรก ภายใต้กรอบ ‘การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต’

สำหรับแผนงาน 100 วันแรกในการสร้าง ‘การเมืองดี’ พิธาประกาศว่าพรรคก้าวไกลสามารถใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ทันที ด้วยการเสนอทำประชามติภายใน 100 วันแรก ให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด นอกจากนี้ พิธายังเตรียมเสนอให้ ครม. นำกฎหมายสมรสเท่าเทียมขึ้นมาพิจารณาต่อ ทบทวนการดำเนินคดีการเมืองและเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองทั้งหมดในฐานะกฎหมายของ ครม. รวมทั้งออกและยกเลิกกฎ ประกาศกระทรวงต่างๆ เพื่อปฏิวัติระบบราชการให้โปร่งใส และปลดล็อกกฎของมหาดไทยที่ฉุดรั้งความอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ส่วน ‘ปากท้องดี’ พิธาประกาศว่าใน 100 วันแรก พรรคก้าวไกลจะกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้องทันทีด้วยการทำนโยบายหวยใบเสร็จ เพิ่มกำลังซื้อครั้งใหญ่ กระตุ้นเศรษฐกิจรายย่อยให้คึกคักได้ตลอดปี นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลมีแผนจะดึงดูดการค้าและการลงทุนโดยการใช้กองทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness Fund) ซึ่งมีเหลืออยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สร้างเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เปลี่ยนสูตรการจัดสรรก๊าซธรรมชาติทันที เพื่อลดค่าไฟ 70 สตางค์ภายใน 1 ปี และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทันที 450 บาท พร้อมทั้งมีมาตรการช่วยเหลือ SME รัฐช่วย SME จ่ายประกันสังคม 6 เดือน ค่าแรงหักภาษีได้ 2 เท่า 2 ปี

อีกส่วนของนโยบายเศรษฐกิจที่ทำได้เลยใน 100 วันแรก คือการปลดล็อกกฎกระทรวงและนโยบายของรัฐบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำ ‘สุราก้าวหน้า’ ด้วยการปลดล็อกกฎกระทรวงการคลัง ออกมติ ครม. ที่ปลดล็อกการออกโฉนดที่ดินให้นิคมสหกรณ์และนิคมสร้างตนเอง 6.5 ล้านไร่ ทันที และ เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ (Net Metering) เพื่อให้ ‘หลังคาสร้างรายได้’ ให้คนไทยทั้งประเทศสามารถผลิตไฟฟ้าได้เองบนหลังคาบ้าน

สุดท้าย ‘มีอนาคต’ สิ่งที่ทำได้ใน 100 วันแรก คือ ‘ปฏิวัติการศึกษา’ กฎโรงเรียนต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน ครูละเมิดสิทธิพักใบประกอบทันที และเลิกให้ครูนอนเวร ‘คืนศักดิ์ศรีประเทศไทยในเวทีโลก’ ด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน และสร้างอำนาจต่อรองในการรักษาความสัมพันธ์ที่สมดุลกับประเทศนอกกลุ่ม และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยทางการเมืองด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ‘คืนสุขภาพดี ทั้งกาย-ใจ’ เซ็นงบเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรค (PP) ปลดล็อกงบประมาณในการป้องกันเชื้อ HIV ที่รัฐมนตรีสาธารณสุขในรัฐบาลประยุทธ์ไม่ยอมเซ็น เพิ่มตรวจสุขภาพจิตในการตรวจสุขภาพประจำปีได้ เริ่มการบริจาคอวัยวะเชิงรุก และปราบฝุ่น PM2.5 กำหนดมาตรฐานห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการเผาทันที

ส่วนแผนงาน 1 ปีแรก พรรคก้าวไกลเตรียมทำ 2 ส่วน คือการยื่นเสนอกฎหมายและรื้องบประมาณ 2567 พิธากล่าวว่าพรรคก้าวไกลมีกฎหมายอยู่ในมือแล้ว 45 ฉบับที่พร้อมเสนอทันทีที่สภาฯ เปิด เป็นกฎหมายการเมือง 11 ฉบับ สิทธิเสรีภาพประชาชน 8 ฉบับ ปฏิรูประบบราชการ 6 ฉบับ ปฏิรูปที่ดิน 8 ฉบับ บริการสาธารณะ 8 ฉบับ แรงงาน 2 ฉบับ เศรษฐกิจ 4 ฉบับ และสิ่งแวดล้อม 2 ฉบับ

อีกส่วนคืองบประมาณ พรรคก้าวไกลเตรียมรื้องบประมาณ 2567 ใหม่ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในระบบราชการและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะทำให้ได้งบประมาณใหม่ 250,000 ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้ พรรคก้าวไกลจะนำไปจัดสรรเป็นโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนพิสูจน์สิทธิ์และปลดหนี้เกษตรกร ทำ boxset ของขวัญแรกเกิดเด็กทุกคนทันที คนละ 3,000 บาท เงินเลี้ยงดูเด็กเล็ก 1,200 บาท/เดือน รวมทั้งเริ่มการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงวัยและคนพิการปีแรกขยับจาก 600 บาท เป็น 1,200 บาท และจะขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นขั้นบันไดให้ถึงคนละ 3,000 บาท/เดือน ภายในปีที่ 4 นอกจากนี้จะจัดสรรงบประมาณไปในอีกหลายภาคส่วนเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงขนส่งสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สนับสนุนค่าเดินทาง-ค่าตรวจในการตรวจสุขภาพประจำปี และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

‘บิ๊กตู่’ ชี้ คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ เป็นหน้าที่ของ ตร. ขอให้ฟังจากทาง ผบ.ตร. แต่ถ้าผิดก็ต้องลงโทษเด็ดขาด!!

(27 เม.ย.66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/2566 และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2566 ถึงกรณี ‘แอม ไซยาไนด์’ หรือ นางสรารัตน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ว่า ในเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว 

‘เพื่อไทย’ ปล่อยโปสเตอร์นโยบายพรรค ผ่านพยัญชนะ ‘ก-ฮ’ ตอกย้ำ!! พท. คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่ม

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.66 เพจพรรคเพื่อไทย โพสต์โปสเตอร์นโยบายเริ่มต้นด้วยพยัญชนะ ก-ฮ สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก โดยภาพดังกล่าวระบุว่า..

ภาพดังกล่าวได้ออกแบบให้คล้ายโปสเตอร์สื่อการสอนพยัญชนะภาษาไทย จำนวน 44 ตัว เรียงลำดับตั้งแต่ ก.ไก่ ไปจนถึง ฮ-นกฮูก แต่ปรับคำขยายความให้เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยแทน เพื่อสร้างการจดจำใหม่ เช่น ตัวอักษร ก.เกษตรกร พักหนี้ 3 ปี, ง.เงิน ดิจิทัล 10,000 บาท , ฑ.บัณฑิต เงินเดือนเริ่ม 25,000 บาท, ร.รถไฟ ความเร็วสูง รวมทั้ง อ.อากาศสะอาด เป็นต้น เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าพรรคเพื่อไทย คำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยทุกกลุ่ม นโยบายต่างๆ จึงมีความครอบคลุมทุกความต้องการของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยที่พยัญชนะในโปสเตอร์ดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายนโยบายดีๆ ที่พร้อมดำเนินการทันทีหลังแลนด์สไลด์

‘โฆษกกองทัพอากาศ’ เผย คนไทยในซูดานชุดแรก 78 คน เบื้องต้นได้รับการดูแลจากแพทย์แล้ว คาด!! ถึงไทย 4 ทุ่มนี้

(27 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้เครื่องบินของกองทัพอากาศทั้ง 3 เครื่อง ได้แก่ เครื่องบิน Airbus A340-500 จำนวน 1 เครื่อง และเครื่องบิน C-130 จำนวน 2 เครื่อง ได้เดินทางถึงเมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เรียบร้อยแล้ว โดยเครื่องบิน และเจ้าหน้าที่ทุกส่วนมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่

นาวาอากาศเอก อนุรักษ์ รมณารักษ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการในส่วนของกองทัพอากาศที่เดินทางไปรับคนไทยในครั้งนี้ ได้รายงานกลับมาว่า ได้พบกับคนไทยชุดแรกจำนวน 82 คน ที่เดินทางข้ามทะเลแดงมาถึงเมืองเจดดาห์แล้ว ในจำนวนนี้มีผู้ประสงค์จะเดินทางกลับพร้อมเครื่องบินของกองทัพอากาศในเที่ยวบินแรก จำนวน 78 คน ส่วนอีก 4 คน สมัครใจจะพักกับญาติที่ซาอุดีอาระเบียต่อไปก่อน โดยทั้ง 78 คนที่จะเดินทางกลับ ได้รับการดูแลสุขภาพและผ่านการตรวจคัดกรองเบื้องต้นจากทีมแพทย์ของกองทัพอากาศเรียบร้อยแล้ว หลายคนมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ทุกคนมีขวัญกำลังใจดี ขณะนี้อยู่ในความดูแลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ที่ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับทั้งคนไทย และเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่

‘ประชาธิปัตย์’ เปิดนโยบาย ‘เกษตรทันสมัย’ 26 ด้าน ดันไทยสู่มหาอำนาจอาหารโลก สร้างเงินให้ประเทศ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

(27 เม.ย.66) (พรรคประชาธิปัตย์) ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว วาระประเทศไทย ครั้งที่ 4 'ปชป. กับนโยบายเกษตร' นำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์, ม.ร.ว. ศศิพฤนท์ จันทรทัต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ ณ ห้องประชุมชั้น 3 พรรคประชาธิปัตย์ อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เล็งเห็นว่า เกษตรคืออนาคตของประเทศและเป็นดีเอ็นเอ (DNA) ของพรรคจึงมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปภาคเกษตรเพื่อให้เกษตรกรเข้มแข็ง เกษตรไทยแข็งแกร่งจึงกำหนดเป้าหมายของนโยบายเกษตรทันสมัยภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก”และยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 1. ประเทศไทยต้องเป็นมหาอำนาจอาหารโลก Top10 2. เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น 100 % และ 3. เพิ่ม GDP เกษตรเป็น 10% 

นโยบายเกษตรทันสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 จึงกำหนด 26 นโยบายสำคัญๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการยกระดับอัพเกรดภาคเกษตรสู่การบรรลุเป้าหมาย เช่น ต่อยอดประกันรายได้จ่ายส่วนต่าง เกษตรแปลงใหญ่ 3 ล้าน เติมทุนชาวนา 3 หมื่นต่อครัวเรือน องค์กรประมงท้องถิ่น1แสน ตอบแทน อาสาสมัครเกษตร 1 พันต่อเดือน ธนาคารหมู่บ้านชุมชน 2 ล้าน ปรับลดปลดหนี้พักหนี้เกษตรกร ปลดล็อก พรก.ประมง"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top