Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ สั่งดำเนินคดีหนุ่มกล่าวอ้างเป็นทีมงานบิ๊กโจ๊ก ใช้อาวุธปืนบังคับขืนใจ สาวเอ็นเตอร์เทน หลังก่อเหตุยังส่งข้อความข่มขู่จนเหยื่อหวาดกลัว

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.ออม (นามสมมติ) พร้อมสื่อมวลชน ได้เข้าร้องเรียนต่อ  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ณ สโมสรตำรวจ โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.66 น.ส.ออม ผู้เสียหาย ทำงานเป็นเด็กเอนเตอร์เทน ถูกว่าจ้างให้ไปให้บริการชงเหล้าและเอ็นเตอร์เทนให้กับกลุ่มลูกค้าในช่วงเวลาระหว่าง 22.00 – 04.00 น. ของอีกวัน ที่ห้อง VIP ของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนจรัญสนิทวงศ์  ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอ้างว่าเป็นทีมงานของบิ๊กโจ๊ก โดยมีการแสดงภาพถ่าย ซึ่งปรากฏภาพผู้ต้องหานั่งร่วมโต๊ะกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เมื่อผู้เสียหายไปถึงมีบุคคลชื่อ นายเจต  เป็นบุคคลในภาพซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ระหว่างการนั่งดื่มอยู่นั้น นายเจต มีการกล่าวอ้างถึงความสนิทสนมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ พร้อมทั้งมีการแสดงอาวุธปืนให้ผู้เสียหายดู อีกทั้งยึดโทรศัพท์ของเด็กเอ็นเตอร์เทนทุกคนไว้ จากนั้นได้พาผู้เสียหายขึ้นไปบนห้องของโรงแรมพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้เสียหายให้ถอดเสื้อผ้าและมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยมีการถ่ายคลิปวีดีโอไว้เพื่อแบล็คเมล์ผู้เสียหาย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุแล้ว นายเจต มีการสั่งให้ผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์กลุ่มเดิม เข้ามาให้บริการอีก ซึ่งผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์ต้องจำใจไปตามที่นายเจตสั่ง เนื่องจากเกรงกลัวนายเจตที่กล่าวอ้างนายตำรวจระดับสูงและมีการพกพาอาวุธปืนตลอดเวลา อีกทั้งเมื่อเสร็จงานแล้ว นายเจตกลับจ่ายเงินค่าให้บริการแก่ผู้เสียหายเพียงบางส่วน และมีการส่งข้อความและภาพการทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นมาข่มขู่ผู้เสียหายอีก ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าจะมีอันตรายต่อตนเองและบุคคลใกล้ชิด จึงได้เข้ามาพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว 

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ สน.บวรมงคล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ ดำเนินการสืบสวนนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกล่าวอ้างโดยใช้การถ่ายภาพกับบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อใช้ในการข่มขู่ให้ผู้อื่นเกรงกลัว อีกทั้งผู้ต้องหายังใช้อาวุธปืนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง 

ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าว คือ นายวทัญญู วิริยะชโยทัย จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจว่าตนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งได้กระทำโดยมีอาวุธปืน” 

ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. 66 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายวทัญญู หรือ นายเจต ได้ที่บริเวณบ้านพักในพื้นที่  ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย พร้อมตรวจค้นพบอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้จับกุม นายวทัญญูฯ ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร” จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล ได้อายัดตัว นายวทัญญูฯ ตามหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ หลังพบผู้เสียหายกว่า 400 ราย ความเสียหายหลายสิบล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงประชาชนให้กู้ยืมเงินผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง

วันนี้ (27 เม.ย.66) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์การกระทำผิด และผลการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

สืบเนื่องมาจากได้มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้กู้เงินผ่านเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป และจากการได้รับข้อความสั้น (SMS) โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะให้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเงินเร็ว และใช้เอกสารน้อย จากนั้นจะให้แอดไลน์ติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ของมิจฉาชีพ มีการอ้างว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินที่ขอกู้ยืมจริง แต่ต่อมามีเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องโอนเงินมัดจำก่อน ต้องทำกรมธรรม์คุ้มครองวงเงิน ต้องจ่ายค่างวดล่วงหน้า หรือแจ้งว่ามีการกรอกเลขบัญชีธนาคารผิด ต้องจ่ายเงินเป็นค่าเครดิต เป็นค่ารหัสผ่านในการถอนเงิน เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับเงินเเต่อย่างใด เชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สอท.5 จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หาความเชื่อมโยงทางคดี กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.66 พงส.ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 52 ราย (สัญชาติไทย 51 ราย สัญชาติจีน 1 ราย) ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และ พงส.ยังได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลเพื่อขอออกหมายค้นสถานที่สำคัญ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ กทม. 3 จุด และ จ.สระแก้ว 1 จุด

‘รศ.ปวิน’ เผยอีกมุม ‘ชัยวุฒิ’ นักการเมืองสายชั้นเชิง แท็กติกเยอะ!! ใครคิดว่า ‘โง่’ ขอแย้งแทน เขาไม่ได้ ‘โง่’

‘รศ.ปวิน’ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต เผยมุมมองใหม่ หลายคนมองแง่ลบทางความคิด ‘ชัยวุฒิ’ ในบทนักการเมือง แต่แท้จริงแล้ว ลึกๆ มีเรื่องราวซ่อนอยู่มากมายในทุกประเด็น ที่ใครว่า ‘โง่’ ขอแย้งแทน เขาไม่ได้ ‘โง่’

(27 เม.ย. 66) รศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต ให้สัมภาษณ์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ และการเลือกตั้งปี 2566 ผ่าน ‘เนม รติศา วิเชียรพิทยา’ บล็อกเกอร์สาว เจ้าของช่องสรุปข่าวแบบเข้าใจง่าย ในชื่อ NailName ซึ่งออกอากาศทาง YouTube ที่ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามมากกว่าครึ่งล้าน โดยบางช่วงได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างตน กับ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า…

เป็นความสัมพันธ์ที่ดีใจจุดหนึ่ง แต่อีกมุมก็มองว่าค่อนข้างแปลก ซึ่งเรื่องนี้เล่าให้ฟังเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยคุณโอ๋ ชัยวุฒิ เคยพยายามปิดตลาดหลวง และอยู่เบื้องหลังการฟ้องร้องตนเองในด้านอาชญากรรมไซเบอร์มาก่อน แต่ก็ไม่เคยไม่พอใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้เคยมีการพูดคุยกันอยู่บ้าง เมื่อครั้งตนเอง เขียนหนังสือเล่มใหม่ และต้องการส่งหนังสือไปให้ ทางคุณโอ๋ ชัยวุฒิ เองก็น่ารัก ยินดีรับหนังสือดังกล่าว บางครั้งในโซเชียลก็มีการโต้ตอบกันบางในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเมื่อครั้งคุณโอ๋ ชัยวุฒิ ไปทำบุญกับคุณแม่ภรณี ธนาคมานุสรณ์ ตนเองก็เข้าไปคอมเมนต์ ก็ได้รับการตอบกลับมา ว่าคุณแม่ ฝากบุญมาให้ตนเอง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่น่ารัก ไม่คิดว่าจะเป็นการพูดคุยกันในรูปแบบบุคคลธรรมดาทั่วไปได้ 

‘หมอเปรม’ เผย ชาวบ้านเมิน ‘แจกเงินดิจิทัล’ เหตุซับซ้อน-ยุ่งยาก ลั่น!! พร้อมเทใจให้ ‘บัตรลุงตู่’ เพราะใช้ง่าย จับต้องได้จริง

(27 เม.ย.66) ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ผู้สมัคร ส.ส ขอนแก่นเขต 11 หมายเลข1 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้กล่าวถึงบรรยากาศในการลงพื้นที่หาเสียงของตนเอง ว่า ตอนนี้ชาวบ้านให้ความสนใจในนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ และมีการนำมาเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่เปรียบเทียบที่ชาวบ้านสนใจมากที่สุดคือ นโยบายบัตรสวัสดิการพลัส ของพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ ‘บัตรลงตู่’ ที่จะเพิ่มเงินเป็น 1,000 บาททุกเดือน กับนโยบาย ‘แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท’ ของพรรคเพื่อไทย

โดยยอมรับว่า ในช่วงแรกที่ พรรคเพื่อไทย มีการเปิดตัว นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้กับคนอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคน สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ด้วยตัวเลขที่สูงถึง 10,000 บาท ทำให้นโยบายดังกล่าว ได้รับการกล่าวขานอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข่าวการท้วงติงจากฝ่ายต่าง ๆ ถึงความเป็นไปได้ และผลกระทบของโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นจากนักวิชาการ หรือสื่อมวลชน แม้แต่อดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ในประเด็นเรื่องที่มาของเงินงบประมาณที่จะใช้สูงถึง 560,000 ล้านบาท ว่าจะเอามาจากไหน และที่สำคัญ คือเรื่องของรูปแบบของเงินที่จะจ่ายให้กับประชาชน และวิธีการใช้ ที่มีความซับซ้อนยุ่งเหยิง และการอธิบาย ของแกนนำเพื่อไทยแต่ละครั้งที่ออกมาพูด ก็แตกต่างกันไปจนชาวบ้านรู้สึกสับสน

รวมถึง กรณีล่าสุดที่รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ออกมาบอกว่า ร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ ถ้าหากขายของได้แล้วจะเอาเงินดิจิทัลไปขึ้นเงินหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดนั้น จะต้องเข้าไปอยู่ในระบบภาษีด้วย ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ด้านลบต่อโครงการนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ร้านค้ารายย่อยในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นร้านของชำ ร้านขายอาหารตามสั่งต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี เพราะเป็นเพียงร้านค้าที่มีทุนร้อนไม่มาก ค้าขายประทังชีวิตไปวัน ๆ นึง ซึ่งถ้าหากขายสินค้าให้กับผู้เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว และเอาไปขึ้นเป็นเงินสดไม่ได้ จากการสอบถามเจ้าของร้านค้าส่วนใหญ่ก็บอกว่า จะไม่เข้าร่วมโครงการนี้แน่นอน เพราะเพราะยุ่งยากเกินไป

และอีกอย่างหนึ่ง ก็ไม่ได้มีทุนมากมาย ที่จะใช้หมุนเวียน เมื่อขายของได้ก็อยากจะเอารายได้มาใช้จ่าย ซึ่งถ้าฟังตามเงื่อนไขของโครงการที่การนำพรรคเพื่อไทยมาบอกว่า ขายของแล้วจะขึ้นเงินได้ต้องเป็นร้านที่อยู่ในระบบภาษีเท่านั้น แบบนี้มีปัญหาแน่นอน เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ เป็นร้านของชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้มีระบบบัญชีอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราว ขายอยู่ขายกินไปวัน ๆ และถ้าเงื่อนไขยุ่งยากแบบนี้คงไม่เอาด้วยแน่ ๆ

‘บิ๊กตู่’ รอรับ 78 คนไทยจากซูดานกลับไทย คาดถึงไทยสี่ทุ่ม ลงจอดที่ บน. 6 กทม.

(27 เม.ย.66) เมื่อ 10.38 น. (เวลาท้องถิ่นซาอุดีฯ) เที่ยวบินพิเศษ ทอ. ออกจากเมืองเจดดาห์ ซาอุดีฯ นำ 78 คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในซูดานกลับไทยชุดแรก โดยจะลงจอดที่ บน. 6 กทม. คืนนี้ 22.00 น. โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี / นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี /รมว.ต่างประเทศ จะร่วมต้อนรับคนไทยกลับบ้าน พร้อมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้แทนการค้ายุคทักษิณ-กุนซือเพื่อไทย  มัด!! 'พิธา' กุเรื่อง 'ถูกคลุมหัว-อายัดบัญชี'

(27 เม.ย.66) นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะอดีตผู้แทนการค้าไทยสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปี2549 กล่าวกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์อ้างว่าเดินทางกลับจากนิวยอร์กหลังถูกรัฐประหารปี 49 ซึ่งโดยสารเครื่องบินลำเดียวกับนายปานปรีย์ว่า ก่อนเครื่องขึ้นจากนิวยอร์ก มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งนำนายพิธามาฝาก โดยระบุว่าฝากน้องพิธากลับไทยด้วย แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่านายพิธามาจะมาเล่นการเมืองอะไรในอนาคต ขณะนั้นเข้าใจเพียงว่าเป็นน้องคนหนึ่ง ที่อาศัยเครื่องบินกลับมา เมื่อเครื่องมาถึงกรุงเทพฯ ตนก็ไม่คิดว่าจะเจออะไร เพราะได้ส่งนายทักษิณที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษแล้ว

"แต่เมื่อเครื่องถึงสนามบินดอนเมือง เครื่องบินลำดังกล่าวกลับจอดนิ่งประมาณครึ่งชั่วโมง ท่าทางไม่ค่อยดี ซึ่งตนในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง จึงเดินไปบอกคนในเครื่องรวมถึงนายพิธา ว่าเราคงไม่ได้ลงที่ดอนเมือง ตอนนี้เครื่องมาจอดที่ บน.6 แล้วขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เชื่อว่าไม่มีปัญหาเพราะเราไม่ใช่นักการเมือง"

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนั้นนายพิธาขึ้นเครื่องในฐานะที่เป็นทีมงานนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในขณะนั้น หรือเป็นแค่คนไทยที่อาศัยเครื่องบินเดินทางกลับประเทศ นายปานปรีย์ กล่าวว่า ทราบเพียงว่าเป็นหลานของนายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขาส่วนตัวนายกฯ ทักษิณ

‘อรรถวิชช์’ แฉ!! ไทยสำรองไฟเกือบ 60% เหตุเกรงนายทุน ชี้!! ยุคปูเกี่ยว แต่ ‘บิ๊กตู่’ ก็เอี่ยวเซ็นเพิ่มทั้งที่รู้ว่าสำรองเกิน

(27 เม.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 6 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เดลินิวส์ ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ และสำนักกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งมีการจัดเวทีประชันนโยบายพรรคการเมืองเพื่อคนรุ่นใหม่ หัวข้อ ‘New Voter เกมอนาคตกำหนดได้’ #ReadySetGo เวทีดีเบตเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มีสิทธิเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมี 9 พรรคการเมือง ส่งตัวแทนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาและคนรุ่นใหม่เข้าร่วมเวทีประชันวิสัยทัศน์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) หนึ่งในผู้ร่วมประชันวิสัยทัศน์บนเวที ได้ตอบคำถามจากนักศึกษา ที่ถามว่า กรณีที่ค่าไฟแพง หากได้เป็นรัฐบาลจะมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาอย่างไร อีกทั้งยังมีโรงงานเอกชนจำนวนเยอะมากเกินความจำเป็น จะมีแนวทางอย่างไรบ้างนั้น โดย นายอรรถวิชช์ ตอบคำถามว่า “ค่าไฟแพง หรือค่าไฟสำรองนั้น ปกติการเก็บค่าไฟสำรองจะอยู่ที่ 15% แต่ประเทศไทยสำรองไว้เกือบ 60% และที่สำรองเกินก็เพราะเกรงกลัวนายทุน และถึงแม้จะมีการเซ็นเกินมาเยอะในสมัยคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ทราบในเรื่องนี้ว่าเกิน แต่ก็ยังมีการเซ็นเพิ่ม ถ้าน้องนักศึกษาได้รับชมมาร์เวล (Marvels) จะรู้ว่าใครคือธานอสตัวจริง”

‘ซีคอนสแควร์’ ทุ่มงบ 3 ล้าน!! สร้าง ‘ป้ายรถเมล์ติดแอร์’ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน!!

(27 เม.ย. 66) ด้วยสภาวะอากาศร้อนปะทุต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์และ บริษัท คูลคูล จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร นำร่องจัดทำ ‘Sabuy Square’ (สบายสแควร์) ป้ายรถเมล์ติดแอร์ พลังงานแสงอาทิตย์ แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์พลังงานและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ให้กับประชาชนในยุคปัจจุบันและเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ ตั้งอยู่บริเวณ Seacon Bus Station ด้านหน้าศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

สำหรับ ‘Sabuy Square’ เป็นป้ายรถเมล์ติดแอร์ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดและสภาวะมลพิษฝุ่นควัน PM2.5

ภายในที่พักคอยรถโดยสารสาธารณะ มีขนาดพื้นที่ 40 ตารางเมตร สามารถรองรับจำนวนคนกว่า 40 คน พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์, บริการ Free Wi-Fi, ที่เสียบ USB สำหรับชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ, ตู้กดน้ำดื่มสาธารณะ, กล้อง CCTV เชื่อมต่อระบบไปยังศูนย์บริหารจัดการ, ระบบสัญญาณเตือนฉุกเฉิน (Panic Button), พร้อมจอแสดงสายรถเมล์ที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ได้มีแนวคิดในการจัดสร้าง ‘Sabuy Square’ ป้ายรถเมล์ติดแอร์ขึ้น เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าให้ได้รับความสะดวกสบายในสภาวะวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะตอบแทนคืนสู่สังคม

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาปาฐกถาพิเศษงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีฯสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.กระบี่ 

วันนี้ ( 27 เม.ย.66) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการจัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 - 2565 ของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ฟื้นประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยว ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของการท่องเที่ยว “ โดยมีนายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ ,นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬา จ.กระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน และผู้ประกอบการอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการปาฐกถา  ประมาณ 400 ราย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ทางกระทรวงฯมีนโยบายสำคัญในด้านการฟื้นการท่องเที่ยว โดยการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอันดามัน คือ จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตนั้น ได้วางให้เป็นเมือง Smart City เราพยายามจะผลักดันภูเก็ตให้สามารถจัดงาน Specialised Expo 2028 ให้ได้  และ รวมถึงการเป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพของอันดามันและเอเชียใต้ พร้อม wellness and spa ในศูนย์ฝึกกีฬา ส่วนจังหวัดพังงานั้นจะพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon โดยจะนำร่องที่เกาะคอเขา และเกาะยาวน้อยยาวใหญ่ อำเภอกะปง และขยายไปทั้งจังหวัด ส่วนจังหวัดกระบี่มีทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความโดดเด่นในเรื่องน้ำพุร้อนเค็ม ที่เป็นแหล่งที่สองของโลกรองจากประเทศเช็คที่เราควรหยิบเอาเพชรมาเจียรไน เราจะประกาศให้อำเภอคลองท่อมเป็นเมืองสปา และร้อยเรียงกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกระบี่อยู่แล้ว ทั้ง เกาะพีพี อ่าวนาง หรือไร่เลย์ สิ่งสำคัญคือเรื่องการบริหารจัดการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ เรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต้องเป็นสิ่งสำคัญ เราอยากมี Lifeguard ในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทุกที่ หรือแม้แต่ทางภูเขาก็ตาม การดูแลทัวร์ให้มีคุณภาพ เน้นให้นักท่องเที่ยวได้รับประโยชน์จากประสบการณ์การท่องเที่ยว และที่สำคัญที่สุด คือ ขอให้เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว”

‘จุรินทร์’ นำทัพปราศรัยใหญ่ ปลุกพลังเงียบ ที่สนาม 700 ปี เชียงใหม่  ปชช.แห่ต้อนรับ พร้อมบอกยังไงก็เลือก ‘ปชป.’ มั่นใจ!! ปักธงได้แน่

(27 เม.ย. 66) ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนใน 4 เขต เพื่อหาเสียงรณรงค์หาเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 26 และช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ประกอบด้วย

เขต 1 นายจักรวาลธวัฒน์ วรรณาวงค์ เบอร์ 7
เขต 2 นายกัมปนาท ธิสา เบอร์ 7
เขต 3 นายวิชิต กลิ่นทอง เบอร์ 7
เขต 4 นางสาวจิตพลอย จิตจักรวาลทอง เบอร์ 7
เขต 5 ว่าที่ร้อยโทวิศธร เถาตระกูล เบอร์ 9
เขต 6 นายวิศิษฎ์ วัชรินทร์ เบอร์ 6
เขต 7 นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ เบอร์ 5
เขต 8 นางพชรพร สุใจคำ เบอร์ 6
เขต 9 นายคูณธนา เบี้ยวบรรจง เบอร์ 7
เขต 10 ว่าที่ร้อยตรีธีรพงศ์ สุขสันต์นิรันดร์ เบอร์ 2

โดยนายจุรินทร์ ได้ร่วมเดินหาเสียงกับผู้สมัคร ส.ส.ประชาธิปัตย์ใน 4 ตลาด ตั้งแต่กาดแม่ คือ อ.ดอยสะเก็ด ตลาดสามแยก กาดสันป่าข่อย ที่ อ.สันทราย และกาดหลวง ตลาดต้นลำไย อ.เมือง พร้อมกับได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลกวนอู และศาลเจ้าปุงเถ่ากง ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบรรรยากาศเดินพบปะทักทายพี่น้องประชาชนทั้ง 4 ตลาด เป็นไปอย่างอบอุ่น มีชาวเชียงใหม่มารอต้อนรับ พร้อมโบกมือทักทาย ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและมอบดอกไม้อย่างใกล้ชิด

จากนั้น นายจุรินทร์ และคณะได้เดินทางถึงสนามกีฬา 700 ปี ที่ อ.แม่ริม โดยมีพี่น้องประชาชนและแฟนคลับของพรรค เดินทางมารอฟังการปราศรัยจำนวนมาก พร้อมกับส่งเสียงเชียร์ “ประชาธิปัตย์สู้ ประชาธิปัตย์ ซาวหก (26)”

โดยนายจุรินทร์ ได้กล่าวแนะนำผู้สมัครทั้ง 10 เขต และปราศรัยช่วงว่า จากการที่ตนได้ตระเวนหาเสียงมาทั่วประเทศจนถึงวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเสียงตอบรับจากทั่วประเทศดีขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ที่คราวที่แล้วไม่ได้ ส.ส.เลย แต่คราวนี้เชื่อว่าประชาธิปัตย์ปักธงในกรุงเทพฯ ได้อย่างแน่นอน ภาคเหนือคราวที่แล้วเราได้ 1 คน จาก 16 จังหวัด แต่เที่ยวนี้ไม่ใช่คนเดียว จะต้องได้มากกว่านี้เยอะ อย่างน้อยที่ จ.เชียงใหม่ ตนจึงต้องมาขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ได้มีโอกาสปักธงในเชียงใหม่ และภาคเหนือ ด้วยการเลือกส.ส. ของพรรคทั้ง 10 คน และเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ ‘ซาวหก’ หรือ ‘เบอร์ 26’ ส่วนภาคอีสาน ภาคกลาง คราวนี้ก็เชื่อว่าจะได้อีกเยอะ ปักษ์ใต้คราวที่แล้วมี ส.ส. 50 คน เราได้ 22 คน เที่ยวนี้เราต้องได้ไม่ต่ำกว่า 40 คนบวก

นายจุรินทร์ ได้ย้ำจุดยืน ‘4 ทำ’ ‘3 ไม่’ พร้อมกล่าวว่า ที่พูดทั้งหมดนี้ ไม่ได้พูดจากความฝัน ไม่ได้พูดหลอกเอาคะแนนจากประชาชน แต่พูดจากความจริงที่เราทำ ถ้าเราเป็นแกนตั้งรัฐบาลอีก ทำไมเราจะทำไม่ได้

นายจุรินทร์ กล่าวถึงนโยบายที่เกี่ยวกับชาติพันธุ์ ว่า ประชาธิปัตย์มีเจตจำนงที่ต้องการสนับสนุนให้ชาติพันธุ์ที่เกิดเมืองไทยและมาอย่างถูกกฎหมาย ให้มีโอกาสได้สัญชาติไทย สำหรับพี่น้องชาวเชียงใหม่ ประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อนให้ไปสู่ความร่ำรวยด้วยนโยบายเหนือเชื่อมโลก และเชียงใหม่เชื่อมโลก ด้วยการคมนาคม ด้วยการท่องเที่ยว ด้วยการค้าชายแดน และด้วยซอฟต์พาวเวอร์ อัตลักษณ์ วัฒนธรรมชาวเหนือที่จะทำรายได้ให้ประเทศ และภาคเหนือ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top