Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

ตำรวจไซเบอร์ ทลายแก๊งเซียนพระ หวังรวยลัด แอบเปิดไลฟ์สดพนันออนไลน์

วันนี้ (27 เมษายน 2566) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 
(บช.สอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบการกระทำความผิดสื่อสังคมออนไลน์ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำความผิดในรูปแบบต่าง ๆ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ได้ทำการตรวจสอบพบการเล่นการพนันทางแอปพลิเคชั่น TikTok  ใช้ชื่อ “Ter_wk” จากการสืบสวนทราบว่าเป็น กลุ่มเซียนพระในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้วิธีการจับฉลากชิงรางวัลเป็นเงินสด พระเครื่อง สินค้าแบรนด์เนม และของมีค่าต่างๆ โดยผู้เข้ามาเล่นจับฉลากเป็นจำนวนมาก ต่อมา จึงให้สายลับแฝงตัวร่วมเล่นพนัน กระทั่งสามารถพิสูจน์ได้ว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดจริง มีการแบ่งหน้าที่กันทำทั้งผู้ทำหน้าที่แอดมิน ผู้จับฉลาก ผู้โฆษณาเชิญชวนให้คนทั่วไปเข้ามาร่วมเล่นพนัน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาล พ.ต.ท.อดิชาต อมรประดิษฐ, พ.ต.ท.ประวิทย์ วงษ์เกษม รอง ผกก.วิเคราะห์ฯ บก.สอท.2 จึงสั่งการ พ.ต.ท.กัณห์พิพัฒน์ ปันแสน, พ.ต.ท.อโนทัย ดียิ่ง สว.ผกก.วิเคราะห์ฯ บก.สอท.2 
นำทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้น 6 ราย ซึ่งกระทำผิดฐาน “ร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศการโฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน (เล่นจับสลากโดยวิธีใดๆ)” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.2 กล่าวอีกว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพว่าตนเองและพวกเป็นเซียนพระรับเช่าบูชาพระเครื่องและวัตถุมงคล แต่รายได้ไม่เพียงพอ 
จึงมีแนวคิดนำพระเครื่องและสินค้าแบรนด์เนมมาพนันจับฉลากโดยการไลฟ์สดผ่านสื่อสังคมสัปดาห์ละ 4 -5 วัน รายได้ต่อวันถึง 10,000-50,000 บาท ทำมานานกว่า 1 ปี มีรายได้หมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท โดยจะทำการขยายผลตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป

‘ไต้หวัน’ มุ่งหน้าสู่ประเทศ 2 ภาษาภายในปี 2030 อัดงบ 3 หมื่นล้านเหรียญเสริมภาษาอังกฤษ-จีน

รัฐบาลไต้หวันตั้งเป้า ขอเวลาไม่เกิน 10 ปี ผลักดันให้เป็นประเทศ 2 ภาษา (Bilingual) ที่ใช้ทั้งภาษาจีน และ อังกฤษ เป็นภาษาสื่อสารหลักให้ได้ภายในปี 2030 ตั้งงบเริ่มต้นที่ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน พัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษของประชากรให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 รองจากภาษาจีน

การเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษกลายเป็นวาระระดับชาติของไต้หวัน แม้จะเป็นเรื่องยากที่ทำให้ชาวไต้หวันสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับ ฮ่องกง, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์ หรือ อินเดีย ที่ภาษาอังกฤษถูกใช้เป็นภาษาราชการ และในแวดวงวิชาการทั้งด้านกฎหมาย และภาคธุรกิจอย่างกว้างขวาง แต่ก็เป็นเป้าหมายที่ไต้หวันต้องการที่จะไปให้ถึง เพื่อเพิ่มศักยภาพชาวไต้หวันสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เลือกมาทำธุรกิจในไต้หวันเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ เมื่ออุปสรรคด้านภาษาลดลง

แผนการยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษของประชากรไต้หวัน เริ่มวางแผนกันมานานแล้วตั้งแต่ปี 2018 และประกาศเริ่มโครงการในปีนี้ 2023 ด้วยงบประมาณ 3 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน โดยมีการปรับแผนการเรียนภาคบังคับทั้งหมด เพื่อรองรับการเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังในทุกระดับชั้น

อีกทั้งเริ่มประสานงานกับภาคธุรกิจในประเทศ ในการเพิ่มภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่สื่อสารในองค์กร ทั้งการใช้เอกสาร สัญญา ข้อความประชาสัมพันธ์บนเว็บไซท์ ควบคู่ไปกับการใช้ภาษาจีน ทั้งนี้เพื่อเอื้อต่อการติดต่อกับบริษัทต่างชาติ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสารจากอังกฤษ เป็นจีน

เนื่องจากในปัจจุบัน ไต้หวันมีการส่งออกอุปกรณ์ไฮเทค สู่ต่างประเทศรวมมูลค่ากว่า 8.29 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพราะชิปประมวลผล ที่ไต้หวันครองตลาดโลกสูงถึง 60% และยิ่งถ้าบุคลากรไต้หวัน สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว โอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศยิ่งไปได้ไกลกว่าเดิม 

สำหรับเป้าหมายเพื่อไปให้ถึงการเป็นประเทศ 2 ภาษาภายในปี 2030 นั้น ไต้หวันจะเริ่มตั้งแต่ที่โรงเรียน ด้วยการผลักดันให้เกิดระบบโรงเรียน 2 ภาษาทั่วกรุงไทเป ให้ได้ถึง 210 โรงเรียนภายในปี 2026 และ ทุกโรงเรียนในเขตนครซินเป่ย์ต้องมีหลักสูตร 2 ระบบ ทั้งจีน อังกฤษภายในปี 2030 ส่วนเมืองอื่นๆ ต้องตั้งเป้าในการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ให้มีหลักสูตรภาคบังคับ 2 ภาษาให้สำเร็จในอีก 7 ปีข้างหน้า

ถึงกระนั้นรัฐบาลไต้หวัน ก็ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าจะให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ รวมถึงการใช้ภาษาอังกฤษในเอกสารราชการสำคัญ ทั้งในศาล หรือในสภาด้วยหรือไม่ เพียงแต่มีการเรียกร้องให้ยกระดับการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในหน่วยงานภาครัฐมากยิ่งขึ้นต่อจากนี้ไป 

ด้าน ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศ ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มองว่า นโยบายด้านภาษาอังกฤษจะช่วยกระตุ้นให้ชาวไต้หวันพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนมากขึ้น 

ทว่า เมื่อเปรียบเทียบกันนโยบายการพัฒนาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของไทยแล้ว กระทรวงศึกษาธิการของไทย ได้ตั้งเป้าให้พัฒนาหลักสูตรให้ เด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐานในชีวิตประจำวันให้ได้ภายในปี 2026 

‘ไบรท์ ชินวัตร’ เผย เหตุผลช่วย ‘ดร.ปุ๊ก รทสช.’ นนทบุรี หาเสียง ยัน!! ผู้สมัครทำงานจริง วอน ฝ่ายประชาธิปไตยเปิดใจให้กว้าง

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 66 นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ‘ไบรท์ ชินวัตร’ แกนนำม็อบราษฎรเมืองนนท์ โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยเหตุผลในการช่วยหาเสียงให้ ดร.ปุ๊ก วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า…

“ผมยืนยันครับ ว่าเป็นภาพที่ผมช่วย ‘ดร.ปุ๊ก วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา’ หาเสียงจริง ๆ ครับ แต่ผมยังคงยืนยันอุดมการณ์ในการเรียกร้องประชาธิปไตยในหัวใจผมดั่งเดิม

สาเหตุที่ผมต้องมาช่วยผู้สมัครท่านนี้หาเสียง อยากให้พี่น้องได้ทราบว่า ในช่วงการระบาดของโรคโควิดที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดใกล้เคียง มีพี่น้องเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก บางคนต้องสูญเสียพ่อแม่และคนรักในครอบครัว ผมจึงเปิดศูนย์อำนวยการเพื่อประสานความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดในช่วงนั้น เพราะพี่น้องไม่มีเตียงรักษาโรค

มีผู้หญิงคนนี้ คือ ดร.วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา ที่เป็นคนแรกอาสาเข้ามาที่จะสนับสนุน ผลักดันหาเตียงรักษาโรคให้เพียงพอต่อจำนวนที่พี่น้องประสานมายังผม ไม่ต่ำกว่า 2,000 คน พี่น้องในพื้นที่ลำบาก มีผู้หญิงคนนี้ที่ยื่นมือมาช่วยนำสิ่งของต่าง ๆ มามอบให้กับผม เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อน

ผมยืนยันว่า ไม่มีนักการเมืองคนไหนเลย ที่จะเป็นความหวังและเป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่นนทบุรีเขต 1 ผมจึงจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องสนับสนุน ดร.วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา ผู้สมัครหมายเลข 2 เขต 1 นนทบุรี ตำบลบางกระสอ, ตำบลบางเขน และตำบลท่าทราย

ผมมีความหวังและความฝันอยากเห็นนักการเมืองแบบนี้ที่ทำเพื่อประชาชน ส่วนสำหรับคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ ก็เป็นเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับผม

ผมยืนยันยังไงก็แล้วแต่ ผมจะต้องสนับสนุนผู้สมัครหมายเลข 2 ผู้นี้ให้เข้าสภาฯ ให้จงได้

ขอบคุณพี่น้องในเขตพื้นที่นนทบุรีเขต 1 ที่เข้าใจผม และผมต้องขอโทษหากทำให้พี่น้องท่านใดไม่พอใจ ทุกคนย่อมมีเหตุผลแต่ละพื้นที่ความเดือดร้อนปัญหาต่าง ๆ ย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

การที่พี่น้องหลายคนเข้ามาต่อว่าด่าทอผมเสีย ๆ หาย ๆ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้ผมเข้มแข็งขึ้น และอยากฝากบอกทุกท่านว่า ถ้าพวกเรารักประชาธิปไตยจริงควรเปิดใจให้กว้างสักนิด และรับฟังให้รอบด้าน มิใช่เอาแต่อารมณ์ตัวเอง แล้วด่าคนอื่นว่าเป็นอย่างที่คุณคิด

‘ชาวพระโขนง’ ขอบคุณ ‘มณีรัตน์’ ผู้สมัครส.ส.ภูมิใจไทย  ช่วยประสาน อปพร.-เข้าช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุไฟไหม้ 

เมื่อไม่นานมานี้ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ไม่มีเลขที่จำนวน 6 หลัง ภายในซอยปุณณวิถี 48 ถ.สุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งนางสาวมณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคภูมิใจไทย ได้ให้การช่วยเหลือและประสาน อปพร. ในพื้นที่ทันทีหลังจากเกิดเหตุ 

จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ช่วงเวลาแปปเดียวไฟลุกลามไหม้หมด ไฟฟ้าก็ดับ ตรงนี้มืดหมด ตกน้ำราดในขณะที่ขาก็ปวด เมื่อทราบข่าวเหตุเพลิงไหม้ สิ่งแรกที่ทำ นางสาวมณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ กล่าวว่า “โชคดีที่ว่าทีมอาสาของเราหนึ่งในนั้นเป็น อปพร. ทางทีมเราก็ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเลย และทำการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยตรงนั้น ไม่ให้เขาตื่นตระหนกมากจนเกินไป หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เรามาตรวจสอบพบว่า 6-7 หลังคาเรือนที่ไฟไหม้ เป็นบ้านที่ไม่มีเลขที่ ต้องไปจั้มไฟ เลยเป็นสาเหตุที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร พื้นที่ไม่มีโฉนด หรือเป็นพื้นที่รกร้างแล้วชาวบ้านมาสร้างบ้านกันอยู่เอง เกิดจากการที่เขาไม่มีที่อยู่อาศัย เป็นหน้าที่ของทางรัฐบาลที่ต้องดูแลปรับปรุงพื้นที่พัฒนาและก็สร้างบ้านเพื่อตอบรับสิ่งเหล่านี้ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย”

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา นางสาวมณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ กล่าวว่า “เบื้องต้น คือ 1) จัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม 2) ส่งเสริมความรู้เรื่องไฟฟ้าแก่ชุมชน สอนให้เด็กมีองค์ความรู้เรื่องนี้ในการป้องกันเบื้องต้นไม่ให้เกิดไฟไหม้ขึ้น 3) จัดทีมอาสาเฝ้าระวังของแต่ละชุมชน ซึ่งสมัยก่อนเคยมีและทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ 

‘พุทธิพงษ์’ มั่นใจ!! นโยบาย ภท. ตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม อ้อน!! ขอ ปชช. เชื่อใจ เพราะภูมิใจไทย ‘พูดแล้วทำ’ 

(28 เม.ย.66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้งกทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

นโยบายดี ๆ ที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม เพราะพรรคภูมิใจไทยเข้าใจ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาขนในแต่ละพื้นที่คืออะไร ผมและทีมงานจึงพร้อมที่จะผลักดันทุกนโยบายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด 

ขอให้ประชาชนมั่นใจ เชื่อใจ และเราขอสัญญาว่า ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ 

เลือกพรรคภูมิใจไทย ❎7️⃣ กาเบอร์ 7 #พูดแล้วทำ พร้อมลงมือทำงานทันที

ทั้งนี้ยังได้แนบคลิปวิดีโอที่สะท้อนเสียงจากประชาชนถึงปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญและต้องรีบแก้ไข เช่น ปัญหาค้าขายที่ยากลำบาก เนื่องจากประชาชนไม่ควักเงินออกมาใช้จ่ายเนื่องจากต้องประหยัดเงิน ทำให้พ่อค้าแม่ขายมีรายได้น้อยลง ปัญหาเรื่องราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น แม้จะปรับขึ้นเพียง 1-2 บาท แต่ราคาที่ปรับขึ้นนั้นเกิดขึ้นกับสินค้าทุกชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 และควันจากจราจร ปัญหาเรื่องค่าตั๋วโดยสารรถสาธารณะที่พุ่งสูง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายต่อวันเพิ่มขึ้น ปัญหาแก๊สขึ้นราคา เป็นต้น

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ชูนโยบายสำคัญๆ ได้แก่ พักหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลดดอก ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนให้การตอบรับดี โดยมองว่า เป็นผลดีต่อผู้หาเช้ากินค่ำ สามารถจัดสรรบริหารรายได้ที่มีอยู่ได้มากยิ่งขึ้น 

ฟรีกองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป เสียชีวิตรับ 100,000 กู้ได้ 20,000 ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน เป็นนโยบายที่ประชาชนมองว่าเป็นประโยชน์ น่าสนใจ

‘ดร.เสรี’ ซัด!! ตอนอายุ 20 ดูใสๆ น่ารัก  แต่พอ 40 มาทำงานการเมือง ดูน่ารังเกียจ

(28 เม.ย.66) ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า…

“น่าเสียดาย เรียนก็เก่ง มหาวิทยาลัยที่เรียนก็ชั้นนำ หน้าตาก็ดี ตอนยังไม่เข้ามาทำการเมืองพูดจาใสๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่พอเข้ามาทำงานการเมืองเท่านั้นแหละ เปลี่ยนไปเลย

ก่อนมาเป็นนักการเมือง ก็สร้างวีรกรรมให้คนเขาดรามากันไปทั่ว เมียมีเพื่อนเป็นกะเทยก็ไม่ได้ ถึงขนาดทำร้ายร่างกายเมีย เป็นเรื่องลบติดตัวมาถึงเวลานี้

เคยพูดว่างบประมาณสำหรับข้าราชการบำนาญว่าเป็นงบช้างป่วย พอโดนต่อต้าน และจะทำให้เสียคะแนนของผู้สูงวัย ก็บอกว่าไม่ได้พูด

วัดคลองท่อม จัดพิธีเททองหล่อพระพุทธสิหิงค์ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดหน้าตัก118 นิ้ว ประดิษฐานพระธาตุมหาเจดีย์วัดคลองท่อม มีชาวพุทธศาสนิกชนแห่ร่วมงานนับหลายพันคน  

วันที่ 28 เมษายน 2566 เวลา 08.18 น พระครูสถิตนราธิการ ดร. เจ้าคณะตำบลคลองท่อมใต้ เจ้าอาวาสวัดคลองท่อม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พล.ต.อ. องอาจ มีคุณสมบัติ  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พล.ต.ท. สมชาย นิตยบวรกุล นายพิริยะ ศรีสุขสมวงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ ร่วมพิธีเททองหล่อพระพุทธสิหิงค์องค์พระประธานหน้าตักกว้าง 3 เมตรเพื่อประดิษฐานในพระมหาธาตุเจดีย์วัดคลองท่อม ณ มณฑลพิธีพระธาตุมหาเจดีย์วัดคลองท่อม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ 
โดยพระครูสถิตนราธิการ เจ้าคณะตำบลคลองท่อมใต้ เจ้าอาวาสวัดคลองท่อม ทรงเจิมแผ่นทองคำ เงิน นาก แล้วทรงประกอบพิธีเททองหล่อนำฤกษ์ ซึ่งมีพิธีกรรมทางพราหมณ์ ร่วมด้วย โดยมีการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญชัยมงคลคาถา จากพระสงฆ์ที่เข้าร่วมในพิธี 

โดยงานเททองหล่อพระพุทธสิหิงค์ ในครั้งนี้มีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 28 เมษายน 2566 รวมเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ซึ่งได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมงานบุญในครั้งนี้หลายพันคน และมีการเททองหล่อพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งมีขนาดหน้าตัก 3 เมตร หรือ 118 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เท่าที่มีการหล่อพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นองค์พระประธานประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์วัดคลองท่อม รูปแบบนับเป็นพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งมีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล ประดิษฐานอยู่ในบุษบกไม้ ณ หอพระ ระหว่างศาลกับศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์นี้ศิลปะศรีวิชัย ผสมผสานในสมัยกรุงศรีอยุธยา และส่วนพระธาตุมหาเจดีย์วัดคลองท่อมก็เป็นสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย และมีไม่กี่แห่งของภาคใต้ สร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาสืบไป 

แฟนคลับส่ง Food Truck เซอร์ไพรส์วันเกิดล่วงหน้า ด้านพี่น้องในกองถ่ายยกเค้กก้อนโต อวยพรอบอุ่น

งานนี้ทำเอานางเอกสาวคนสวย ‘เก้า สุภัสสรา ธนชาต’ เป็นปลื้มสุด ๆ กันเลยจ้า เพราะแค่วันเดียวก็โดนเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าไปถึง 2 รอบ (เก้าเกิดวันที่ 29 เมษายน) กลางกองถ่ายละครเรื่อง ‘เกมส์โกงเกมส์’ ของค่าย BEC Studio (บีอีซี สตูดิโอ) ที่เตรียมออกอากาศให้ได้ชมกันทางช่อง 3 เร็วๆ นี้ เมื่อจู่ๆ เหล่าแฟนคลับคนรักเก้าก็ส่ง Food Truck เครื่องดื่มเย็นๆ หลากเมนูคลายร้อนมาให้ทั้งเก้าและทีมงานทุกคนได้ดื่มกันให้ชื่นอกชื่นใจกันถึงกองถ่าย 

‘จุรินทร์’ เตรียมปราศรัยใหญ่ จ.สุราษฎร์ฯ-พังงา 29-30 เม.ย.นี้ มั่นใจ!! ‘ปชป.’ รักษาแชมป์เก่าได้ ครองเก้าอี้ ส.ส.ยกจังหวัด

(28 เม.ย. 66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ทีมโฆษกประจำศูนย์เลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในวันที่ 29 เม.ย.- 30 เม.ย. 66 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคฯ เตรียมล่องใต้ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพังงา เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนพร้อมเปิดเวทีปราศรัย 3 เวที โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมตั้งแต่ในช่วงเย็นที่ 29 เม.ย.เปิดเวทีปราศรัยบริเวณข้างโรงแรมวังใต้ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และในวันที่ 30 เม.ย.ช่วงเย็ นจะมีปราศรัยที่ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา และช่วงค่ำไปปราศรัยที่อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา บริเวณศาลเจ้าเล่งสั้นเก้ง (ศาลเจ้าท้ายเหมือง)

‘ชาติพัฒนากล้า’ ร่วมหารือนักธุรกิจรุ่นใหม่ ชู ‘โคราชโนมิกส์’ หวังยกระดับโคราชและภาคอีสานสู่ระเบียงเศรษฐกิจ

(28 เม.ย. 66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 5 พรรคชาติพัฒนากล้า ได้พบปะกับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของโคราช เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ‘งานดี มีเงิน ของไม่แพง’ โดยเฉพาะของจังหวัดนครราชสีมา มีนโยบาย ‘โคราชโนมิกส์’ ซึ่งเป็นนโยบายเฉพาะในการพัฒนาโคราชและภาคอีสาน เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา ประกอบด้วยนโยบาย 5 ด้าน คือ

1.) นโยบายการสร้างภาคอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ของโคราช
2.) นโยบายการสร้างระบบคมนาคมที่เข้มแข็งและทันสมัย
3.) นโยบายการสร้างให้โคราชอีสานเป็นดินแดนแห่งเมืองท่องเที่ยวที่เป็นอินเตอร์
4.) นโยบายโคราชอีสานเป็นเมืองผลิตอาหารให้กับโลก
5.) นโยบายการแก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชนประสบมาก ๆ คือ น้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำประปาไม่เพียงพอ หรือนโยบายโคราชเมืองน้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง ประปาเพียงพอ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top