Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

นักการเมือง-นักธุรกิจ-ปชช. ร่วมพิธีรดน้ำศพ ‘เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ เผย ‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานสวดพระอภิธรรมคืนแรก

(1 เม.ย. 66) ครอบครัวอัศวเหม จัดพิธีรดน้ำศพ นายชนม์สวัสดิ์  อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการและแกนนำกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ที่บ้านขาวริมอ่าวเจ้าพระยา ถนนท้ายบ้าน จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีบุคคลสำคัญในวงการการเมือง เช่น นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แฟนหนุ่มของนางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม หรือเพลง ลูกสาวของนายชนม์สวัสดิ์ และนักธุรกิจ เข้าร่วม โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า 

โดยพิธีรดน้ำศพในครั้งนี้ ทางครอบครัวอัศวเหม ได้จัดสถานที่แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือบริเวณภายในบ้านขาวริมอ่าวเจ้าพระยา ที่ตั้งร่างของนายชนม์สวัสดิ์ จะให้เฉพาะครอบครัว ญาติ คนใกล้ชิดและผู้ใหญ่วงการการเมือง และวงการธุรกิจเข้ารดน้ำศพ

'ธนาธร’ ขอคะแนน 'โคราช-เพชรบูรณ์' ส่ง ‘ก้าวไกล’ เป็นรัฐบาล ยาหอม!! ทำงานคุ้มค่าภาษีประชาชนแบบตรงไปตรงมา

(1 เม.ย.66) ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล 

โดยเมื่อวานนี้ (31 มีนาคม) ธนาธรเดินตลาดใหม่แม่กิมเฮง ร่วมกับ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา เขต 1 ระหว่างพูดคุยพบปะชาวโคราช มีประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้ามาถามนโยบายของพรรคก้าวไกล ว่าจะตัดลดบำนาญข้าราชบำนาญหรือไม่ ซึ่งธนาธรตอบคำถามอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ จากที่ตนติดตาม พรรคก้าวไกลได้ยืนยันอย่างหนักแน่นแล้วหลายครั้ง ว่าไม่มีและไม่เคยมีนโยบายลดเงินเดือนหรือบำนาญของข้าราชการ สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอคือให้ลดงบประจำ ที่ไม่ใช่เงินเดือนของข้าราชการ เช่น การไปดูงานเมืองนอก โครงการอบรมสัมมนา โครงการที่ซ้ำซ้อน ดังนั้น ข้าราชการบำนาญทุกคนวางใจเรื่องนี้ได้

จากนั้นธนาธร เดินทางไปยังตลาดไนท์ขามทะเลสอ ช่วยหาเสียง พ.ต.ท.อัครพงษ์ วรรณพงษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 มีพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ขายให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยธนาธรปราศรัยกลางตลาดว่า ขอแลกคะแนนเสียงพี่น้องประชาชนกับความสามารถในการทำงานของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ตนในฐานะผู้ช่วยหาเสียง มั่นใจว่าพรรคก้าวไกลจะทำงานคุ้มค่ากับทุกคะแนนที่พี่น้องประชาชนมอบให้ จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมแก้ไขปัญหาของประเทศที่ต้นตอ หากใครมีภาพประเทศไทยที่อยากเห็นเหมือนกับพรรคก้าวไกล ต้องขอแรงให้ช่วยกันเพิ่มคะแนนเสียงแห่งความเปลี่ยนแปลง ช่วยกันบอกพ่อแม่พี่น้อง เพื่อน คนข้างบ้าน อธิบายว่าพรรคก้าวไกลจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้นอย่างไร

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคก้าวไกล ทั้ง 16 เขต ประกอบด้วย...
เขต 1 ฉัตร สุภัทรวณิชย์
เขต 2 ปิยชาติ รุจิพรวศิน
เขต 3 ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์
เขต 4 พ.ต.ท.อัครพงษ์ วรรณพงษ์
เขต 5 เสนีย์ หาญศรี
เขต 6 สามารถ ธนกุลชัยสุข
เขต 7 อุดม เพชรอ่อน
เขต 8 กำพล แจ่มศรี
เขต 9 สมศักดิ์ บุญเสริฐ
เขต 10 วุฒิศักดิ์ พิมพ์พิสาร
เขต 11 ณฐพงศ์ สอบกิ่ง
เขต 12 ชรินทร์ ทำดี
เขต 13 ศุภวัฒน์ พันธ์นัทธีร์
เขต 14 ดร.สาธิต ปิติวรา
เขต 15 พัชริดา กีรตินพดล
เขต 16 กรฉัตรชัย นาสมใจ

ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2566 ธนาธร เดินทางถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมปราศรัยช่วยหาเสียงให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ที่สวนสาธารณะเพชบุระ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีพี่น้องประชาชนร่วมรับฟังอย่างอบอุ่น

‘นันยาง’ ไม่พลาด!! ออกแคมเปญ ‘ช้างดาวหมาล่า’ ใส่แล้ว ‘ชาทุกย่างก้าว’ ย้ำ!! อย่าทิ้ง ต้มซุปต่อได้อีก 3 น้ำ

(1 เม.ย. 66) 1 เมษาวันโกหก หลายๆ คนก็ได้งัดมุขขำๆ มาเล่นกับเพื่อนกันให้พอได้เฮฮา ทว่าต้องอยู่ภายใต้ความปลอดภัย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

ซึ่งแบรนด์รองเท้าของไทยอย่าง ‘นันยาง’ ก็เล่นด้วย เกาะกระแสวัน 1 เมษา โดยการออกแคมเปญ ‘ช้างดาวหมาล่า’ กับคอนเซ็ปต์ ‘ชาทุกย่างก้าว’

โดยคิดเนื้อหาของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้จำหน่ายจริงนี้อย่างสร้างสรรค์ ดังว่า ใหม่! ช้างดาวหมาล่า ชา เผ็ด ร้อน! ทั้งนี้เมื่อสแกนลิงก์เข้าไปดูแล้วจะพบว่า ‘สุขสันต์วันโกหก’

การรวมตัวครั้งสำคัญ ระหว่าง ยางพาราธรรมชาติ กับ กากพริกและเครื่องเทศเหลือทิ้งจากร้านชาบูหมาล่าทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการเทอร์โมนิวเคลียร์ฟิวชั่น ผสมผสานเนื้อยางพาราเข้ากับกากหมาล่าเหลือทิ้ง ช่วยลดปริมาณขยะจากเศษอาหารของร้านชาบูหมาล่าทั่วราชอาณาจักร ก่อกำเนิด ‘รองเท้าแตะช้างดาวหมาล่า’ เพิ่มสรรพคุณ เหนียว ทน หนึบ เสริมสุขภาพ ลดโลกร้อน นำขยะมาใช้ใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม เมื่อสิ้นสุดการใช้ผลิตภัณฑ์สามารถนำไปต้มชาบูหมาล่าได้อีก 3 ครั้ง

โดยกากอาหารที่เหลือจากการบริโภคชาบูหมาล่า จากได้รับความร้อนจนทำให้มีพลังงานมากกว่าพลังงาน Ionization เครื่องเทศต่างๆ จะหลุดออกจากอะตอมเหลือแค่นิวเคลียสของมันทิ้งไว้ และนิวเคลียสเปล่าที่เหลืออยู่เรียกว่า ลู่หมาล่า ผลของกระบวนการนี้ทำให้เกิดกลุ่มก้อนของพริกไทยเสฉวน และอิเล็กตรอนอิสระที่เรียกว่า เด้าลิ้น ซึ่งพลาสม่านั้นควบคุมได้ด้วยเตาถ่าน ใช้สามารถในการควบคุมพลาสม่าด้วยแม่เหล็กนี้ในการตรึงอนุภาคไว้ในขณะที่ให้ความร้อน

ทั้งนี้ งานวิจัยเถื่อนที่ไม่ได้ตีพิมพ์ในวารสารมิจชาการ ช้างดาว Journal เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566 เปิดเผยว่า รองเท้าแตะช้างดาวหมาล่า มีสารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่เป็นสารประกอบที่มีอยู่ในหม่าล่า ช่วยย่อยสลายหนังตายที่ฝ่าเท้า ลดการแตกลายของส้นเท้า ช่วยให้เท้ากลับมาเนียนนุ่ม และยังมีกรดซิตริกและกรดอะมิโน ช่วยให้เลือดเท้าไหลเวียนดี อีกทั้งหมาล่ายังมีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศหลายชนิด เช่น โป๊ยกั๊ก อบเชย ขิง กานพลู เม็ดยี่หร่า พริกไทยเสฉวน พริกแห้งพริกป่น กระเทียม กระวานดำ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและปรับปรุงการทำงานของเมตาบอลิซึมที่เป็นระบบการเผาผลาญในร่างกายให้เป็นปกติ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดขอดได้เป็นอย่างดี

‘ชาวจีน’ เผย ยังคงเชื่อมั่นการท่องเที่ยวใน ‘ไทย’ แม้เจอดรามา นทท.ถูกลักพาตัว-ค่าใช้จ่ายสูง

(1 เม.ย.66) สำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 66 นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เดือนมีนาคม โลกอินเทอร์เน็ตจีน พบข่าวสารเชิงลบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยบ่อยครั้ง เช่น นักท่องเที่ยวถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ร้านอาหารนายแบบผู้ชายล่อลวงขโมยไต หรือเที่ยวไทยแพงไม่ไหว ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังฟื้นฟูตัวเอง

ทว่าผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ค้นพบว่าบรรดาบริษัทการท่องเที่ยวรายใหญ่ของจีนยังคงเชื่อมั่นตลาดการท่องเที่ยวของไทย และไทยยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวจีนที่ต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศ แม้เผชิญการถูกว่าร้ายอย่างรุนแรงบนอินเทอร์เน็ตก็ตาม

‘ประเทศไทยยังคงปลอดภัย’ มัคคุเทศก์ชาวจีนแซ่ห่าว ซึ่งเพิ่งกลับจากไทยพร้อมกรุ๊ปทัวร์ชาวจีนเมื่อวันที่ 27 มี.ค. บอกกับผู้สื่อข่าว โดยห่าวที่ทำงานเป็นมัคคุเทศก์ในไทยมานานกว่า 10 ปี เผยว่าเขาเห็นประเด็นร้อนดราม่าบนอินเทอร์เน็ตพวกนั้นแล้วแต่ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร

เกาอวี้ชิง ชาวจีนในไทย เล่าว่ามีเพื่อนฝูงในจีนมาถามความจริงหลังเกิดกระแสดราม่า ซึ่งคงปฏิเสธว่าไม่มีไม่ได้ แต่มันเป็นเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นน้อยมาก โดยประเทศที่มีการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลัก ถ้ารับประกันความปลอดภัยพื้นฐานไม่ได้ คงไม่มีคนจากทั่วโลกมาเที่ยวมากมายเช่นนี้

ชายแซ่เหอจากเมืองหางโจวของมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งวางแผนเที่ยวไทยช่วงหยุดยาววันแรงงาน บอกว่าตอนเห็นข่าวดราม่าบนอินเทอร์เน็ตก็กังวลนิดหน่อยและลังเลว่าจะยกเลิกการร่วมกรุ๊ปทัวร์ดีไหม แต่พอเห็นทางการไทยออกมาชี้แจงและคุยกับเพื่อนในไทยก็เบาใจแล้ว

หยางจ่านวั่ง หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของซีทริป (Ctrip) บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของจีน กล่าวว่ากลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวจีน เช่น ผู้จัดการโรงแรมแชงกรีลาในเชียงใหม่ร่วมไลฟ์สดกับซีทริป เพื่อแนะนำที่เที่ยวและประสบการณ์เที่ยวไทยแก่นักท่องเที่ยวจีน

ปัจจุบันไทยยังคงเป็นประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการจองกรุ๊ปทัวร์ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มซีทริปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาพบว่ากรุงเทพฯ และไทยยังคงเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของเมืองและประเทศสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวอ้างอิงบริษัทการท่องเที่ยวหลายแห่งในเจ้อเจียง ระบุว่าไม่ค่อยมีการยกเลิกเข้าร่วมกรุ๊ปทัวร์เที่ยวไทย โดยหยางตาน รองผู้จัดการฝ่ายการท่องเที่ยวต่างประเทศของเอเจนซีแห่งหนึ่ง คาดว่าผลกระทบจากดราม่าเหล่านั้นน่าจะอยู่ไม่นาน และยอดจองการเดินทางน่าจะกลับมาปกติในเดือนเมษายน-พฤษภาคม

‘สกลธี’ เดือด ‘ตะวัน-แบม’ ป่วนเวทีปราศรัย ลั่น!! พปชร. พร้อมฟัง แต่มาให้ถูกกาลเทศะ ครั้งหน้าจ่อเพิ่มการ์ด

(1 เม.ย.66) ที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าทีมกทม. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเหตุการณ์ชุลมุน ‘ตะวัน’ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ ‘แบม’ อรวรรณ ภู่พงษ์ นักกิจกรรมอิสระ พร้อมกลุ่มได้มาทำกิจกรรมเคลื่อนไหวที่เวทีปราศรัยย่อยพลังประชารัฐ ว่า พรรคพลังประชารัฐตั้งใจมาปราศรัยพบปะพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้พูดเสมอถึงการก้าวข้ามความขัดแย้งและรับฟังทุกฝ่าย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ถูกกาลเทศะ เพราะเป็นการทำกิจกรรมของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การรับฟังและการพูดคุยน่าจะใช้เวทีอื่น และมาในลักษณะที่สงบและเป็นมิตรมากกว่านี้ หากพูดถึงมารยาทตนคิดว่าเป็นการขาดมารยาทในขณะที่พรรคการเมืองหนึ่งหาเสียงและมีคนมาป่วนเวที ในขณะที่ต้องการเสนอนโยบายให้ประชาชน ถ้ามาเบาๆก็ยังคุยกันได้ แต่นี่มาในลักษณะเหมือนกับการก่อกวนไม่ต้องการพูดคุยกัน และมีลักษณะที่เกิดความรุนแรงขึ้นด้วย ตนได้รับรายงานว่าการ์ดเวทีเจ็บไป 4 คน ซึ่งต้องขอปรึกษากับผู้ใหญ่ก่อนว่าทางพรรคจะดำเนินการอย่างไร และส่วนตัวของการ์ดก็จะไปแจ้งความ

นายสกลธี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเราต้องเอาการจัดงานครั้งนี้เป็นบทเรียน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เพราะเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว การจัดเวทีที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ในวันนี้ทางผู้บริหารพรรคก็จะเอาเหตุการณ์นี้ไปเป็นบทเรียนโดยอาจจะมีการจัดการ์ดมากขึ้น และแจ้งตำรวจท้องที่ในเวลาที่มาทำกิจกรรม เพราะไม่อยากให้เกิดภาพการปะทะ ขอให้มาแข่งด้วยการหาเสียงด้วยนโยบายดีกว่าเพื่อให้ประชาชนตัดสินเอง

แถลงข่าว โชว์ผลการปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลาง ยาไอซ์ ๕๐ กก. พร้อมยาบ้า ๒,๐๐๐ เม็ด ขานรับนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังในพื้นที่ภาคใต้

(1 เม.ย.66) เวลา 15.00 น. ที่ สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส น.อ.ธัชธรรม์ ณ สงขลา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส และ พ.ต.ท.อรรถพล สลับเพชร สว.สภ.ปะลุกาสาเมาะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ จำนวน ๑ เครือข่าย ผู้ต้องหา จำนวน ๕ คน, ของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ ๕๐ กก., ยาบ้า จำนวน ๒,๐๐๐ เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับ การกระทำผิดมูลค่าประมาณ 1,200,000 บาท (อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม) 

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจังโดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เป็นแหล่งแพร่ระบาด เป็นจุดพักยา และเป็นเส้นทางลำเลียงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมสรรพกำลังเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการ แก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดมา ต่อมาได้มีการกำหนดแผนปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ทำลายโครงสร้างเครือข่าย กระบวนการผู้ค้ายาเสพติดและในห้วงตั้งแต่วันที่ ๒๐ - ๓๑ มี.ค. ๖๖ ที่ผ่านมา

โดยพล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้แถลงข่าวพอสรุปใจความว่าเมื่อวันที่ ๓๐ มี.ค.๖๖ ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันทำการจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ได้แก่ 1.นายอาเฟนดี นิมะ บ้านเลขที่ ๑๒๙/๕ ม.๕ ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ๒. นายอิบรอเฮม การียา บ้านเลขที่๑๑๔/๒ ม.๑๐ ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ๓. นายอะหะหมัด ดอเลาะ บ้านเลขที่ ๒๐/๔ ม.๓ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ๔. นายอาซฮา อูเซ็ง บ้านเลขที่๑๐๓ ม.๑ ต.โละจูด อ. แว้ง จ.นราธิวาส ๕. นางสาวซีลาวาตี กือจิ บ้านเลขที่๑๗๔ ม.๑ ต. โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้ 1.ยาเสพติด(เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) น้ำหนัก ประมาณ ๕๐ กิโลกรัม บรรจุอยู่ในลังกระดาษ และ กระเป๋ากระสอบลายสีรุ้ง  ๒. ยาเสพติด(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน ๑ มัด จำนวน  (๒,๐๐๐ เม็ด) บรรจุอยู่ในห่อกระดาษ สีขาว ๓. รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ๘กผ ๘๕๔๓ กรุงเทพมหานคร ๔. รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว หมายเลข ทะเบียน ขร ๓๕๗๒ สงขลา ๕. รถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นฟอร์ดเรนเจอร์ สีขาวหมายเลขทะเบียน กจ ๙๘๘๓ นราธิวาส และ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง เหตุเกิดริมถนนทางหลวงหน้าด่านกองร้อยทหาร พรานนาวิกโยธินที่ ๑๑ ม.๑ กาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

'ปลอดประสพ' แนะแนวทางแก้ปัญหา 'ขยะ-กากอุตสาหกรรม' ลั่น!! ถ้าได้เป็น รบ. พร้อมเดินสายกำจัดขยะรอบ กทม.

(1 เม.ย.66) ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีทางออกปัญหามลพิษขยะอุตสาหกรรม ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ถึงปัญหาขยะและกากขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก โดยมุ่งใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการควบคุม ใช้เทคโนโลยีในการติดตามตรวจสอบการจัดเก็บขยะกากอุตสาหกรรม และเน้นย้ำว่าส่วนมากการกำจัดขยะเหล่านี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของบ้านใหญ่รอบๆ กรุงเทพมหานครทั้งนั้น เพราะเกี่ยวพันการเมืองจึงแก้ไขไม่ได้ ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะขอจองเดือนแรกเดินสายกำจัดขยะรอบกรุงเทพมหานครให้หมดสิ้น

ปลอดประสพ สุรัสวดี กล่าวว่า โรงงานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกมีมากกว่า 70,000 โรงงาน ซึ่งผลิตขยะอุตสาหกรรมทุกวัน แต่เรามีโรงบำบัดหรือกำจัดแค่ 2,000 โรงเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ จึงเกิดปัญหาตามข่าวคือแอบเอาขยะไปทิ้ง เอาน้ำเสียสารมีพิษไปปล่อยกระจัดกระจายไปหมด แต่ก่อนเรายังมีกฎหมายผังเมืองคอยควบคุมขอบเขตการจัดตั้งโรงงานแต่เพราะมีคำสั่งของ คสช. ไปยกเลิกจึงทำให้กลุ่มโรงงานกระจัดกระจายออกไป ดังนั้น ต้องไปแก้คำสั่ง คสช. เป็นเบื้องแรก

นโยบายพรรคเพื่อไทย ยืนบนหลักชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนสิ่งอื่น ดังนั้นอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงให้เป็น เซอร์คูลาร์อีโคโนมี (Circular Economy) หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน หลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียนคือการมุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุด ลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด และสามารถบริหารจัดขยะ รีไซเคิลขยะนำกลับมาใช้ให้ได้มากที่สุด ต้องสามารถตรวจสอบขยะอันตรายย้อนหลังได้ว่าแหล่งที่มาจากไหน เคลื่อนย้ายไปเก็บพักกำจัดไว้ที่ใด และใครคือผู้รับผิดชอบ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงพระราชทาน ‘เข้าเฝ้า-รับรางวัล’ แก่เยาวชนคนเก่ง ภายในงานการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2566

เมื่อไม่นานนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทรงเปิดการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ถึง 31 มีนาคม 2566 ภายใต้แนวคิด ‘สวทช. : ขุมพลังหลัก วทน. เร่งการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG สู่ความยั่งยืน’ ตามนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานของบุคลากรด้านงานวิจัยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้จากเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืน

โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสเปิดการประชุมและทรงตัดแถบแพรเปิด ‘นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย’ และ ‘นิทรรศการความก้าวหน้าทางงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ จัดแสดงโครงการต่างๆ อาทิ นิทรรศการ ‘18 ปี ภาคีวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย’ ที่เน้นการสร้างผลงานไปสู่การใช้ประโยชน์ เช่น การพัฒนาเข็มขนาดไมโครเมตรสำหรับการรักษาและตรวจวินิจฉัยโรค ที่ช่วยให้การแพร่กระจายของยาหรือสารชีววัตถุเข้าสู่ผิวหนังดีขึ้น ชุดทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อในหม้อนึ่งความดันไอน้ำ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ใช้งานง่ายและอ่านผลได้ด้วยตาเปล่า

‘โครงการภาคีโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้าน e-Science’ เป็นโครงการตามพระราชดำริ ในด้านการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม และสนับสนุนความร่วมมือด้านฟิสิกส์อนุภาคพลังงานสูงระหว่างประเทศไทยและสภาวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปอันสามารถยกระดับงานวิจัยของประเทศไทยให้เท่าเทียมงานวิจัยระดับนานาชาติ

‘โครงการฝึกทักษะถอดความเสียงพูด เพื่อจัดทำคำบรรยายแทนเสียง สำหรับผู้มีปัญหาทางการได้ยิน’ ซึ่ง สวทช.ร่วมกับมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิงปทุมธานี จัดทำขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์สัมผัสและถอดความเสียงพูดแก่ผู้ต้องขัง ซึ่งจะสามารถพัฒนาเป็นอาชีพภายหลังพ้นโทษได้ และ ‘NSTDA core business’ ซึ่งเป็นการแสดงผลงานการวิจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่ สวทช. มุ่งพัฒนาและขับเคลื่อนในยุค NSTDA 6.0 ในปี 2566 ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการนำงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ 4 เรื่องคือ แพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง แพลตฟอร์มบริการทางการแพทย์ดิจิทัล แพลตฟอร์มให้บริการผลิตอาหารแห่งอนาคต ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มสารให้ประโยชน์เชิงหน้าที่ ในรูปแบบ One stop service และแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0

เวลา 14.31 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฝ้าทูลละอองพระบาท ถวายพระพรชัยมงคลและทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน 2566

‘ซูเปอร์โพล’ เผย ผลสำรวจเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 2 กลุ่มหนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น ฝ่ายค้านลดลง ชี้พลังเงียบเป็นตัวแปร

เมื่อวานนี้ (1 เม.ย. 66) สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง โพลเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 1 (ฉบับเต็ม) กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 53,094,778 คน ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,257 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26 - 31 มีนาคม พ.ศ.2566 โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากขนาดตัวอย่างบวกลบร้อยละ 5 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95

เมื่อเปรียบเทียบผลสำรวจจุดยืนทางการเมืองของประชาชนระหว่าง โพลเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 พบว่า กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.1 เป็นร้อยละ 39.1 ในขณะที่กลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลลดลงจากร้อยละ 29.6 เป็นร้อยละ 24.5 และกลุ่มพลังเงียบยังคงเป็นตัวแปรสำคัญไม่เปลี่ยนแปลงคือร้อยละ 36.3 ในการสำรวจครั้งที่ 1 และร้อยละ 36.4 ในการสำรวจครั้งที่ 2

ที่น่าสนใจคือ ความตั้งใจจะเลือกพรรคการเมือง แบ่งออกระหว่างกลุ่มแฟนคลับพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล กับ กลุ่มแฟนคลับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปรียบเทียบครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 พบว่า ในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลรวมกันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 51.6 ในครั้งที่ 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 55.7 ในครั้งที่ 2 โดยพบว่าเป็นการเทคะแนนมาจากกลุ่มพลังเงียบ

ในขณะที่ พรรคร่วมฝ่ายค้านตอนนี้รวมกันลดลงจากร้อยละ 43.3 ในครั้งที่ 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 36.3 ในการสำรวจครั้งที่ 2 โดยในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล อันดับหนึ่งได้แก่ พรรคภูมิใจไทยเพิ่มจากร้อยละ 19.1 ในครั้งที่ 1 มาเป็น ร้อยละ 20.5 ในครั้งที่ 2 รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์เพิ่มจากร้อยละ 13.4 ในครั้งที่ 1 มาเป็นร้อยละ 14.2 ในครั้งที่ 2 อันดับสามได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.1 ในครั้งที่ 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 10.9 ในครั้งที่ 2 อันดับที่สี่ ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.3 ในครั้งที่ 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 9.3 ในครั้งที่ 2 เป็นต้น

ในขณะที่ ความตั้งใจของประชาชนจะเลือก ส.ส. ในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้าน พบว่า อันดับแรก พรรคเพื่อไทย ลดลงจากร้อยละ 36.9 ในครั้งที่ 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 29.1 ในการสำรวจครั้งที่ 2 รองลงมาคือ พรรคก้าวไกล ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.9 ในครั้งที่ 1 มาอยู่ที่ร้อยละ 6.7 ในครั้งที่ 2 ส่วนพรรคเสรีรวมไทยยังคงเท่าเดิมคือ ร้อยละ 0.5 ในการสำรวจทั้งสองครั้ง

เชียงใหม่-ศอ.ปกป.ภาค 3 ส่งกำลังทหารสนับสนุน จ.เชียงใหม่ หลังพบไฟไหม้ป่าไหม้ลุกลามบนดอยสุเทพ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 (ศอ.ปกป.ภาค3) ได้สนับสนุนชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและดับไฟป่า กองทัพภาคที่ 3 ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ 2 ชุดปฏิบัติการ จำนวน 30 นาย พร้อมอุปกรณ์ดับไฟ สนธิกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 100 นาย หลังจากเกิดเหตุไปไหม้ป่าบนพื้นที่ป่าภูเขาสูง ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในพื้นที่ของ อ.สะเมิง , อ.หางดง และ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยจะจัดชุดเดินเท้าทางภาคพื้นดินเข้าไปดับไฟและสร้างแนวกันไฟ ไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ของประชาชนโดยรอบ พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดรถบรรทุกน้ำจำนวน 3 คัน จากเทศบาลตำบลสุเทพและเทศบาลเมืองแม่เหียะ เตรียมความพร้อม หากลุกลามเข้ามาในพื้นชุมชนและหมู่บ้าน

นอกจากนี้ยังได้ประสานขอเฮลิคอปเตอร์ขี้นบินสนับสนุนด้วยการบรรทุกน้ำจากแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุดขึ้น บินโปรยน้ำดับไฟเพื่อจำกัดวงของไฟไม่ให้ลุกลามขยายเป็นวงกว้าง จำนวน 18 เที่ยว ปริมาณ 9,000 ลิตร ซึ่งคาดว่าจากการปฏิบัติทางภาคพื้นและอากาศยาน สามารถควบคุมจุดไฟป่าส่วนใหญ่ได้แล้ว ยังคงปฏิบัติการพร้อมเฝ้าระวัง ป้องกัน ต่อเนื่อง

นภาพร/เชียงใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top