Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

‘ปชป.’ ส่ง ‘กานต์’ แกนนำผู้พิการทางสายตา นั่งปาร์ตี้ลิสต์ ชู เพิ่มเบี้ยยังชีพ-สร้างโอกาส-เป็นปากเสียงให้กลุ่มเปราะบาง

(1 เม.ย. 66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคภาคเหนือ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองที่ได้รับความสนใจจากคนทุกภาคส่วน และให้ความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกับกลุ่มเปราะบาง ที่จะมีตัวแทนในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นประวัติการณ์อย่างยิ่ง โดยในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคได้รับรอง นายกานต์ ปิงเมือง เลขาสมาคมคนตาบอด จังหวัดพะเยา ตัวแทนกลุ่มเปราะบาง เป็นสมาชิกพรรค และ เป็นผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยผ่านการประชุมคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว

ทางด้านนายกานต์ กล่าวภายหลังได้รับคัดเลือกให้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนรู้สึกดีใจมากเพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ให้โอกาสกับคนเปราะบาง ซึ่งน่าจะเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวในประเทศไทยที่มองเห็นพี่น้องคนพิการ และตนมุ่งหวังว่าจะได้มีโอกาสขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องคนพิการ ที่สำคัญมุ่งหวังที่จะผลักดันนโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการเป็น 2,000 บาทถ้วนหน้า และ เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 2,000 บาทถ้วนหน้า

ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสที่จะได้นำเสนอนโยบายเหล่านี้ โดยตนได้นำเสนอนโยบายให้กับทุกพรรค มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปาะบางมาตั้งแต่เริ่มต้น เห็นได้ว่ากฎหมายด้านคนพิการก็ออกมาในสมัยของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ การเพิ่มเบี้ยยังชีพจาก 500 บาทเป็น 800 บาทก็มาจากพรรคประชาธิปัตย์ และการแก้ไขกฎหมายด้านคนพิการหรือการให้เบี้ยผู้สูงอายุก็เริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ และที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์พิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นว่า พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยืนหยัดมั่นคงในหลักการและอุดมการณ์

นายกานต์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้รับการผลักดันจาก นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ปี 2562 และอดีตปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยตนได้ประสานงานกับมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน และงานภาคประชาสังคมของจังหวัดพะเยารวมทั้งภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ นอกจากนั้น แล้วยังร่วมกันผลักดันโอกาสของกลุ่มเปราะบาง และพยายามในการส่งเสริมให้ผู้พิการในแต่ละสมาคมมีปากเสียงในกองทุน และสวัสดิการของรัฐฯ ในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อความเป็นธรรมให้กับกลุ่มผู้พิการซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อยในประเทศ


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/721410

‘ก้าวไกล’ เผย ข้อจำกัดดับไฟป่าเขาแหลม ขาดอุปกรณ์-แผนรับมือ ชี้ ต้องกระจายอำนาจ เปลี่ยนงบในกระทรวงเป็นเงินหนุนท้องถิ่น

(1 เม.ย. 66) พล.ท. วีรากร ประกอบ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครนายก เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าที่เขาแหลมและรอบบริเวณหลังโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ไฟยังคงลามไหม้กินพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีหญ้าแห้ง กอไผ่แห้ง ยิ่งในเวลากลางคืนมีกระแสลม ทำให้ไฟปะทุขึ้นมา

จากการลงพื้นที่ ตนรู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเหน็ดเหนื่อยทุ่มเท และเห็นข้อจำกัดในการแก้ไขรับมือสถานการณ์ อย่างน้อย 2 เรื่อง

1.) การขาดความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นต่อการดับไฟยังขาดหรือมีไม่เพียงพอ โดยตนเสนอว่าควรใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) เพื่อบินลาดตระเวนในเวลากลางคืน ถ่ายภาพเรียลไทม์ส่งมาที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ ให้ทราบพิกัดที่ชัดเจนของจุดที่ไฟป่าปะทุขึ้น ทั้งเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพื่อสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่

2.) การเตรียมหรือซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อความพร้อมในการดับไฟป่า ทั้งที่เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และทั้งที่ล่วงเลยหน้าฝนมาแล้วหลายเดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ ควรมีประสบการณ์ในการเตรียมรับมือภัยที่มาในช่วงหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็นการทำแนวกันไฟป่า ประชาสัมพันธ์ประชาชนที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อดักสัตว์ ซึ่งอาจกระทำบางอย่างเป็นต้นเหตุของไฟป่าได้ เช่น สูบบุหรี่

‘จูรี’ ชวน ปชช.มาถ่ายรูปสวมหัวเป็นจูรี หลังโดนมือดีกรีดป้าย ลั่น!! ทำลายได้แค่ป้าย แต่ทำลายความตั้งใจที่จะเป็นผู้แทนไม่ได้

(1 เม.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สงขลาว่า ป้ายหาเสียงของว่าที่ผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่มีภาพของ นายจูรี นุ่มแก้ว ถูกตัดหัวออก เหลือไว้แต่ตัว ซึ่งป้ายดังกล่าวเป็นป้ายที่ถ่ายร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอีก  3 คนในจังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ นายจูรี ซึ่งเป็นขวัญใจชาวใต้ และเป็นดาวติ๊กตอกชื่อดัง ได้ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนากล้า และมีเสียงตอบรับจากพี่น้องชาวใต้เป็นจำนวนมาก ดังนั้น ผู้สมัคร ทั้ง 4 คนของ จ.สงขลา ได้แก่ นายกัณฑ์ นวกัณฑ์ เขต 1, นายจูรี นุ่มแก้ว เขต 2, ผศ.ดร.ประสิทธิ์ รัตนพันธ์ เขต 3 และนายพงศธร สุวรรณรักษา เขต 9 หรือ ทนายอาร์ม ซึ่งทั้ง 4 จึงได้ร่วมทำกิจกรรมกับพี่น้องประชาชนชาวสงขลาเป็นทีมอย่างต่อเนื่อง และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเนืองแน่น ดังนั้น ในป้ายของผู้สมัคร นอกจากจะมีรูปของหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมีรูปของนายจูรี ประกบไปด้วยทุกป้าย และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมือมืดมาตัดหัวของจูรีออกกว่า 100 ป้าย ซึ่งเป็นการจงใจตัดออกเฉพาะหน้า

ล่าสุด นายจูรี ได้อัดคลิปลงติ๊กตอก พร้อมกับเสนอไอเดีย ให้พี่น้องประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาก็สามารถสามารถเอาหน้ามาสวมในป้ายที่ถูกตัดเป็นนายจูรี แล้วก็เช็กอินไปเลยว่า มาที่นี่แล้ว

“ฉันก็คิดว่าคนกรีดเขาก็ไอเดียดี เขาก็คงมีเจตนาดี เพราะเขากรีดเฉพาะหน้าฉัน เวลาเธอผ่านไปผ่านมาก็เอาหัวมาแยงในภาพแล้วก็ถ่ายรูปเช็กอินเป็นฉันไปเลย ตอนนี้ 150 ป้าย คงเหลือดีสัก 2 ป้าย แต่ก็ไม่เป็นไร ใครอยากทำอะไร ทำเลย เพราะคุณทำลายได้แค่ป้าย แต่ทำลายความตั้งใจของฉันที่จะมาลงผู้แทนของชาวบ้านไม่ได้” นายจูรี กล่าว

“ประชาธิปัตย์” ยินดีพิจารณาข้อเสนอ5ข้อของภาคประชาชนพร้อมเดินหน้าโฉนดชุมชน ธนาคารหมู่บ้าน สิทธิชุมชน สวัสดิการรัฐและกระจายอำนาจ ยืนยันส่งตัวแทนพรรคร่วมเวทีดีเบตธรรมศาสตร์

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์แถลงวันนี้(1เม.ย.)ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยินดีพิจารณาข้อเสนอ5ข้อของภาคประชาชนและจะส่งตัวแทนพรรคร่วมเวทีภาคประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


“ส่วนใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง บางส่วนเป็นนโยบายที่ประกาศไปแล้ว เช่น โฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน การกระจายการถือครองที่ดิน การปฏึรูปที่ดิน การจัดที่อยู่อาศัย 1  ล้านหลัง การออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง การออกกรรมสิทธิ์ทำกินในที่ดินของรัฐทุกประเภท การกระจายอำนาจ การปฏิรูประบบราชการและกระบวนการยุติธรรม นโยบายเพศสภาพและชาติพันธ์ นโยบายรัฐสวัสดิการ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาจมีรายละเอียดในทางปฏิบัติที่จะต้องประชุมหารือกับภาคประชาชนกันอย่างใกล้ชิดซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีคณะกรรมการนโยบายหลายชุดที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอทั้ง5 รวมทั้งบางประเด็นบางนโยบายที่จะหยิบยกขึ้นหารือเพิ่มเติมกับภาคประชาชนเช่น การปราบปรามการทุจริตที่ภาคประชาชนสามารถมีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การพัฒนาศึกษาและการสาธารณสุข เป็นต้น


สำหรับข้อเสนอระดับนโยบาย 5 ด้านที่ภาคประชาชนประกอบด้วย ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด นำโดย นายสมนึก พุฒนวล นางณัฐธยาน์ แท่นมาก นางกันยา ปันกิตติ นางอารี สุขสม นายบุญ แซ่จุง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ข้อเสนอนโยบายภาคประชาชนต่อพรรคการเมืองต่างๆ ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ความว่า เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.) สมาชิกพีมูฟ (P-Move) เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยึดแย่งทรัพยากรธรรมชาติ และไร้โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรที่จําเป็นในการดำรงชีวิต เป็นกลุ่มขบวนชาวบ้านที่อยู่ในสภาวะของการดิ้นรนต่อสู้เพื่อแสวงหาปัจจัยการผลิตที่พอเพียงต่อการดำรงชีวิต โดยเคลื่อนไหวผลักดันเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรที่เป็นธรรม สิทธิของประชาชนในทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และ “สิทธิชุมชน” ซึ่งเป็น 1 ใน 8 เครือข่ายขบวนประชาชนจากทั่วประเทศ มีดังนี้

‘พิธา’ กร้าว!! ปลดล็อก ‘สวัสดิการผู้สูงอายุ’ ชี้!! เคาะแล้วตกมื้อนึงได้ไข่ต้มแค่ฟองเดียว

‘พิธา’ ควงผู้สมัครปักธงชัย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ชูนโยบาย 4 ป. ปลดล็อกสวัสดิการ-ที่ดิน-หนี้สิน-ท้องถิ่น แก้ปัญหาประชาชน ก่อนขนทัพใหญ่เปิดเวทีปราศรัย ‘ก้าวไกล’ กลางเมืองพิษณุโลกเย็นนี้ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครครบ 5 เขต

(1 เม.ย.66) แกนนำพรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, น.ส.เบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และ นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมหาเสียงร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ทั้ง 5 เขต ก่อนที่จะร่วมเปิดเวทีปราศรัยในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้

ในส่วนของนายพิธา ได้ร่วมกิจกรรมเดินหาเสียงพบปะประชาชนในเขตชุมชน ที่ อ.นครไทย ร่วมกับนายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 5 ตามด้วยการเปิดเวทีพูดคุยพบปะประชาชน ที่วัดหนองกะท้าว ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย และที่ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง ร่วมกับ โชคดี สายนำพามีลาภ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 โดยประชาชนส่วนมากประสบปัญหาร่วมกันในเรื่องที่ดินทำกิน

นายพิธากล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มต้นการทำงานในสภาฯ มาตั้งแต่ครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ดินฯ ตนได้เดินทางมา จ.พิษณุโลกบ่อยครั้ง เพราะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาที่ดินหลายกรณีมาก และนั่นเป็นเหตุผลที่ตนต้องมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อนำข้อเสนอ ‘4 ปลดล็อก’ มาเสนอเพื่อแก้ปัญหาให้กับทุกคนที่นี่ รวมถึงประชาชนทั่วประเทศที่เผชิญปัญหาแบบเดียวกัน จากปัญหาระยะสั้นไปถึงปัญหาระยะยาว ให้แก้ปัญหาไปถึงอนาคตของลูกหลานทุกคน

ปลดล็อกที่หนึ่ง คือปลดล็อกสวัสดิการผู้สูงอายุ จากที่ตนได้เห็นงบประมาณของประเทศที่ถูกจัดสรรผ่านมาทั้ง 4 ปี พบว่ามีงบประมาณที่ถูกนำไปใช้อย่างไม่มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะงบประมาณของกองทัพ มากมายกว่างบประมาณที่เอามาดูแลประชาชนเสมอ ปัจจุบันสวัสดิการที่ให้กับผู้สูงอายุ เริ่มต้นที่ 100 บาท เฉลี่ยออกมาได้แค่วันละ 20 บาท หรือเป็นค่ากินแค่มื้อละ 7 บาท ได้ไข่ต้มแค่ฟองเดียว ไม่สอดคล้องกับสังคมสูงวัย ของแพงค่าแรงถูกในปัจจุบัน

พรรคก้าวไกล จึงมีนโยบายที่จะเปลี่ยนงบกองทัพที่ไม่จำเป็น เอามาทำเป็นงบประมาณ เพิ่มเบี้ยสูงอายุจาก 600 เป็น 3,000 บาทต่อเดือน นี่คือรัฐสวัสดิการที่ทำให้ผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี คนหนุ่มสาวกล้าเสี่ยงเดินตามความฝันโดยไม่ต้องกังวลถึงพ่อแก่แม่เฒ่า

ปลดล็อกที่สอง คือการปลดล็อกที่ดิน หลายพื้นที่ เช่น อ.นครไทย แห่งนี้ มีสถานะเป็นเหมือนขนมชั้น คือ ส.ป.ก. ครอบทับกับกรมป่าไม้ ดูแลกันสองหน่วยงาน อำนาจบางส่วนทับซ้อนกัน ทำให้เวลาชาวบ้านไปเดินเรื่องก็ทำอะไรไม่ได้ เกี่ยงกันเป็นเก้าอี้ดนตรี พรรคก้าวไกลจึงมีนโยบาย เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ทวงคืน ส.ป.ก. จากนายทุนทั่วประเทศ 4 ล้านไร่ หาที่ดินเพิ่มให้ประชาชนอีก 6 ล้านไร่ รวมเป็น 10 ล้านไร่ ซึ่งแม้ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับที่ดิน 320 ล้านไร่ที่ประเทศไทยมีอยู่ แต่อย่างน้อยนี่จะเป็นกระดุมเม็ดแรกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดินในระยะยาว

ปลดล็อกที่สาม คือปลดล็อกหนี้สิน โดยเฉพาะในภาคเกษตร สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าสำหรับใครก็ตามที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. มีอายุเกิน 60 ปี และชำระหนี้เกินครึ่งของเงินต้นไปแล้ว นโยบายคือการปลดหนี้ให้ทันที

เปิด 6 ภารกิจฉบับเพื่อไทย สู่ประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริง

(1 เม.ษ.66) เพจ ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้โพสต์ 6 ภารกิจฉบับเพื่อไทย สู่ประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริง ความว่า...

ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่คนไทยจะได้กลับมาแนะนำตัวเองต่อประชาคมโลกอย่างเต็มปากเต็มคำด้วยความภาคภูมิใจว่า เราเป็น ‘ประเทศประชาธิปไตย’ เพื่อไทยพร้อมแก้ไขทุกปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้กลับเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

1.) จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
เพื่อให้กฎหมายไทยสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนไทยอย่างแท้จริง เมื่อเพื่อไทยขึ้นเป็นรัฐบาล เราจะจัดการเลือกตั้ง ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)’ เพื่อให้ประชาชนเลือกคนเข้ามาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนด้วยตัวเองและร่วมตรวจสอบและออกเสียงลงประชามติในทุกขั้นตอน พร้อมเสนอกฏหมายป้องกันและต่อต้านการรัฐประหารเข้าสู่การพิจารณา

2.) อัปเกรดระบบราชการ
เพื่อให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็วและมีความโปร่งใส เพื่อไทยมุ่งเปลี่ยนโครงสร้างระบอบราชการไทยให้เป็น Digital Government ด้วยการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยให้ทุกการกระทำโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ สนับสนุนการ Reskil Upskill เพิ่มฐานเงินเดือนข้าราชการที่ปรับตัวเท่าทันยุคสมัย พร้อมผลักดันแนวคิด ‘ชัดเจน ลดขั้นตอน ลดการใช้ดุลยพินิจ’ สร้างกรอบกฏหมายและเงื่อนไขในการทำงานรวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจน ปิดช่องโหว่ลดช่องว่างที่นำไปสู่การใช้เงินใต้โต๊ะจูงใจเจ้าหน้าที่รัฐ

ฮาลั่น ‘แจ๊ส’ อยากแถมเพลงให้แฟนคลับ แต่ร้านจะปิดแล้ว เจอการ์ดหิ้วลงจากเวที เผย ขอร้องต่ออีกเพลงก็ไม่ได้

(1 เม.ย.66) เป็นเจ้าพ่อคอนเทนต์ ที่ใครเห็นเป็นต้องฮา ไม่ว่าจะเลียนแบบ คัฟเวอร์คนดังคนไหน ก็ดูจะเหมือนจนเป๊ะ ที่หลายคนต้องขยี้ตาดูลีลา สำหรับ แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก

แต่ล่าสุด แจ๊ส ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงในอินสตาแกรม ถูกการ์ดร้านหนึ่ง หิ้วลงจากเวทีไปส่งที่รถ พร้อมกับแจ๊สที่ถือแก้วน้ำไว้ในมือ อีกมือคว้าไมค์ ตะโกนดังลั่นว่า จะร้องอีกเพลง เพื่อจะได้แถมให้แขก แม้ว่าร้านจะปิด

พร้อมปิดท้ายว่า “การ์ดร้านนี้ดุมาก”

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำเสนอผลงานในกิจกรรมประกวด TO BE NUMBER ONE ภาคกลางและภาคตะวันออก จ.สระบุรีนำเสนอผลงานในกิจกรรมประกวด TO BE NUMBER ONE

(31 มี.ค. 66) นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางสาวอัมพร ระดมสุทธิศาล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี นางสาวอัมพร เปรมปรี แรงงานจังหวัดสระบุรี และ นายเฉลิมชนม์ เวทสรากุล รองผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวะศึกษาจังหวัดสระบุรี ร่วมนำเสนอผลงานจังหวัด TO BE NUMBER ONE ในกิจกรรมประกวด TO BE NUMBER ONE ในระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2566 ณ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

‘วันชัย’ โพสต์ ปม ส.ว.โดนรุมด่าบนเวทีปราศรัยหาเสียง เตือนนักการเมืองให้เงียบปากไว้บ้าง ระวังจะกลับลำไม่ทัน

‘วันชัย’ โพสต์เฟซบุ๊กหลังส.ว.โดนรุมด่าบนเวทีปราศรัยหาเสียง เตือนนักการเมือง หากไม่มั่นใจจะได้ 376 เสียงขอให้หุบปาก ระวังคำพูดที่เคยรังเกียจบางพรรค สุดท้ายอาจต้องดึงมาร่วมตั้งรัฐบาล ถึงตอนนั้นจะเสียคน

(1 เม.ย.66) นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ทนายวันชัย สอนศิริ’ เรื่อง ‘โจมตี ส.ว. 250 ระวังจะกลับลำไม่ทัน’ โดยระบุข้อความว่า โจมตี ส.ว. 250 ระวังจะกลับลำไม่ทัน ผมเห็นนักวิเคราะห์วิจารณ์ นักหาเสียง นักปราศรัย อะไรๆก็ยังด่ายังว่า ส.ว.250 ทั้ง ๆ ที่ใครต่อใครเขารู้กันหมดแล้ว ว่าถ้าใครจะเป็นรัฐบาลต้องมีเสียงส.ส.เกินกว่ากึ่งหนึ่ง รัฐบาลจะอยู่หรือไป ก็อยู่ที่ส.ส. ไม่ได้เกี่ยวกับส.ว.เลย และก็เป็นที่แน่ชัดว่าพรรคการเมืองใดจะแลนด์สไลด์หรือไม่แลนด์สไลด์ ถ้ารวมเสียงกันแล้วได้เกินกว่ากึ่งหนึ่ง พรรคการเมืองเหล่านั้นก็จะต้องเป็นรัฐบาล พรรคการเมืองนอกนั้นที่มีเสียงข้างน้อยก็ควรจะเป็นฝ่ายค้าน อันเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย และ ส.ว.ส่วนใหญ่ก็คงต้องสนับสนุนในหลักการนี้ โดยโหวตให้คนที่มีเสียงข้างมากเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อมันเป็นเช่นนี้ จะปราศรัยโจมตีส.ว.250 ไปทำไม สร้างความเกลียดชังสร้างความบาดหมางกันไปเปล่าๆ ไม่เป็นผลดีแก่ใครเลย โดยเฉพาะกับพรรคที่พูดเรื่องนี้ ปราศรัยโจมตีกันทุกเวที ระวังยิ่งพูดยิ่งจะเข้าตัว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top